เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 37 ยอมแล้ว!

บทที่ 37 ยอมแล้ว!

บทที่ 37 ยอมแล้ว!


บทที่ 37 ยอมแล้ว!

 

อาหารเช้ามื้อนี้กินกันอย่างกระอักกระอ่วน แน่นอนว่าประเด็นหลักคือผมไม่สบอารมณ์ ผมรู้สึกว่าคำพูดบางคำของหมอนี่มันจงใจสื่อถึงบางอย่าง พอเอามาคิดย้อนหลังก็รู้สึกขนลุกไปทั้งตัว

เขากลับไม่มีท่าทีอะไรเป็นพิเศษ กินข้าวก็คือกินข้าว นอกจากผมจะถาม เขาก็แทบไม่พูดอะไรเลย กินช้ามากและแทบไม่มีเสียง จุดนี้ทำให้ผมแปลกใจนิดหน่อย จนกระทั่งกินเกือบเสร็จ ผมถึงอดรนทนไม่ไหวต้องถามออกไป "ในกองทัพเขาไม่กินข้าวกันเร็วๆ หรอกเหรอ"

"นี่คือที่บ้าน" เขาใช้แค่สี่คำอุดปากผมจนพูดอะไรไม่ออกอีก พอเขากินเสร็จก็ถกแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นไปล้างปิ่นโตอย่างรู้หน้าที่ ผมเองก็ไม่ได้แกล้งทำเป็นขยัน ถ้าเขาจะใช้ผม ผมก็ต้องให้หน้าเขาบ้าง เรื่องไหล่หลุดนี่ผมจะจดจำไปชั่วชีวิตเลย!

นึกว่าจะได้ออกจากบ้านอย่างสงบๆ ผมตั้งใจว่าจะรีบไปรีบกลับ ช่วงบ่ายถ้าว่างจะได้ไปจัดการเรื่องของตัวเองบ้าง

ในใจกำลังเตรียมนึกว่าจะคุยอะไรกับผู้บัญชาการฮั่วคนนั้นดี เพราะความทรงจำเลือนลางเกินไป ผมต้องเห็นหน้าท่านก่อนถึงจะรู้ว่าท่านมีทัศนคติต่อ "จินตัวอวี๋" ยังไง ขณะที่กำลังคิดอยู่นั้น คุณหมอทหารฮั่วผู้เฉียบแหลมก็ค้นพบบุหรี่ที่ผมแอบยัดไว้ในซอกโซฟาแล้วลืมเอาออกมา

"เธอสูบบุหรี่เหรอ?" น้ำเสียงไม่ต้องพูดถึง เย็นเยียบเหมือนลิ่มน้ำแข็ง

พูดตามตรง วินาทีที่เห็นเขาหยิบบุหรี่ออกมาผมก็หัวหมุนไปหมด แอบด่าตัวเองในใจว่าไม่รอบคอบเลย ผมสะพายกระเป๋ายืนอกผายไหล่ผึ่ง จ้องมองกรามที่ขบแน่นของเขาแล้วโพล่งออกไป "แล้วยังไงล่ะ?"

ผมไม่พอใจท่าทางแบบนี้ของเขาจริงๆ เห็นผมเป็นศัตรูทางชนชั้นหรือไง ทำไมไม่ทำตัวอบอุ่นหน่อย! ไหนบอกว่านี่คือบ้านไง นายก็ทำให้เพื่อนสัมผัสถึงความอบอุ่นที่เหมือนลมวสันต์หน่อยสิวะ!

"ฉันกำลังถามเธออยู่ เธอสูบบุหรี่เหรอ?" ฮั่วอี้จ้องมองมาด้วยสายตาเหี้ยมเกรียม "ตอบมา ใช่ หรือ ไม่ใช่"

ผมเชิดหน้าขึ้น "ทำไมผมต้องตอบด้วย ใช่แล้วจะยังไง ไม่ใช่แล้วจะยังไง ผมจะสูบหรือไม่สูบมันก็เรื่องของผม มันเกี่ยวอะไรกับคุณด้วย! หรือคุณคิดจะลงมืออีกล่ะ!"

ฮั่วอี้ไม่พูดพร่ำทำเพลง ถือบุหรี่มวนนั้นเดินดิ่งมาที่ผมทันที! สาบานเลยว่าใจเพื่อนเต้นรัวเป็นกลอง ไม่ใช่กลัวอะไรหรอก แต่หมอนี่เป็นหมอ หมอศัลยกรรมด้วย แถมฝีมือการต่อสู้ผมก็เคยลองมาแล้ว เขาจะหักกระดูกผมทั้งตัวแล้วต่อใหม่เมื่อไหร่ก็ได้ ผมรีบถอยหลังทันที "นายจะทำอะไร หยุดอยู่ตรงนั้นนะ! ได้ยินไหม!!"

ฮั่วอี้ไม่ฟังคำทัดทาน ยืนประจันหน้าผมด้วยสีหน้าที่เย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็ง ยื่นบุหรี่ในมือมาตรงหน้า "ถามเธอเป็นครั้งสุดท้าย บุหรี่มวนนี้ เธอเป็นคนสูบใช่ไหม"

ผมยังคงดื้อรั้น จ้องตาประลองกับเขา "เรื่องของฉันว่าฉันจะสูบหรือไม่สูบมันเกี่ยวอะไรกับนายนักหนาวะ!"

บอกเลย พอผมพูดคำนี้ออกมา สายตาฮั่วอี้ก็เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ "ผลเสียของการที่ผู้หญิงสูบบุหรี่ ฉันคิดว่าไม่จำเป็นต้องบรรยายให้เธอฟังหรอกนะ

ถ้าเธออยากสูบนัก ตอนนี้ก็สูบให้หมดซองต่อหน้าฉันซะ ถ้าเธอทำได้ หลังจากนี้ฉันจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกแม้แต่คำเดียว สูบสิ"

ลำคอผมแห้งผาก "พะ... พึ่ง... เพราะอะไรล่ะ!" เป็นบ้าหรือเปล่า เอาวิธีจัดการทหารเกเรมาใช้กับผมเนี่ยนะ!?

"จะให้ฉันจุดให้ไหม?" ฮั่วอี้เห็นผมไม่ขยับ ก็หยิบบุหรี่มวนหนึ่งออกจากซองมายัดใส่ปากผม มืออีกข้างรวดเร็วมาก หยิบไม้ขีดไฟออกมาขีดดัง ฟึ่บ แสงไฟวาบขึ้นมาจ่อที่ปลายบุหรี่

ผมยืนนิ่ง ไม่ได้สูดควันเข้า จ้องหน้าเขาอยู่อย่างนั้น พี่ชายคนนี้ปล่อยออร่าออกมาเต็มพิกัด การประจันหน้าทำเอาผมมึนไปนิดหน่อย ในสมองขาวโพลนไปหมด...

"สูบสิ" แววตาฮั่วอี้เย็นชาดุดัน "ทำไมไม่สูบล่ะ ต้องให้ฉันสอนไหม"

ผมตัดสินใจแน่วแน่ ยกนิ้วขึ้นคีบบุหรี่ จ้องตาเขาตรงๆ บอกตัวเองว่าห้ามขลาดกลัวเด็ดขาด กำลังจะสูดควันเข้าไปคำแรก บุหรี่ในปากก็ถูกฮั่วอี้แย่งไป "เอ๊ะ..."

พอรู้สึกตัวอีกที บุหรี่ก็ไปอยู่ในปากเขาแล้ว ผมอึ้งไปวินาทีหนึ่ง จ้องมองฮั่วอี้ที่หรี่ตาลง กรามขบแน่น ปลายบุหรี่ติดไฟสว่างวาบ— คะ... เขา สูบเองเหรอ?

ในขณะที่กำลังตกตะลึง ฮั่วอี้ลดมือซ้ายที่คีบบุหรี่ลง มือขวาบีบกรามของผมแล้วดึงเข้าหาตัวเขา

ในขณะที่เท้าผมเซถลาไป ผมก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ทันใดนั้น ควันบุหรี่ก็พวยพุ่งออกมาจากปากของเขาเข้าสู่ปากของผม—

"คุณ... แค่กๆ ไอ้บ้าเอ๊ย!!"

ผมสำลักจนหลุดด่า พยายามยกมือขึ้นผลักไสหน้าอกเขา แต่แววตาของฮั่วอี้กลับวาวโรจน์ขึ้น ร่างกายที่แข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้าของเขาดันร่างผมจนต้องถอยรั้งไปข้างหลัง ภาพเหตุการณ์มันเกินกว่าจะจินตนาการได้

มือข้างหนึ่งเขามือคีบบุหรี่ อีกข้างบีบกรามผมไว้แน่นแล้วดันตัวผมให้เดินถอยไปเรื่อยๆ ต่อให้ผมจะทั้งทุบทั้งถะบันแข้งขา ใช้สารพัดลูกไม้มวยวัดแบบผู้หญิงมาใช้หมดแล้ว แต่มันก็แทบไม่มีผลอะไรเลย!

"แค่กๆ!! แค่กๆ!!"

ไม่รู้ว่าโดนเขาพ่นควันใส่ปากไปกี่อึก ผมถูกดันจนหลังพิงกำแพง สำลักจนน้ำตาไหลพราก พอซองบุหรี่มวนนั้นหมดลง ฮั่วอี้ถึงได้โยนมันลงพื้น ใช้เท้าขยี้จนดับ แล้วยันมือข้างหนึ่งไว้กับกำแพงข้างใบหน้าผม ร่างกายเขาเบียดชิดติดตัวผม ใบหน้าโน้มลงมาต่ำ "อยากต่ออีกไหม หืม?"

"คุณมันบ้าไปแล้ว... แค่กๆๆ" ผมถูกเขาเบียดจนยกแขนไม่ขึ้น ถ้าไม่ใช่เพราะหมอนี่ขวางไว้ผมคงทรุดลงไปนั่งพักที่พื้นแล้ว—

"จินตัวอวี๋ ครั้งหน้าถ้าจะดื่มเหล้า ฉันดื่มเป็นเพื่อนเธอได้ แต่นิสัยเสียๆ ทุกอย่างของเธอ รวมถึงคำหยาบคาย ฉันยินดีจะช่วยเธอ... ค่อยๆ แก้ไขมันเอง"

เสียงทุ้มต่ำของเขาดังอยู่เหนือหน้าผาก ลมหายใจยังอบอวลไปด้วยกลิ่นยาสูบฉุนกะทิ มันแรงเสียจนคนทั่วไปต้านทานไม่ไหวจริงๆ

ผมไม่มีอารมณ์จะพูดอะไรทั้งนั้น และไม่สนด้วยว่าริมฝีปากเขาจะเฉี่ยวโดนผมไปกี่ครั้ง รู้แค่ว่าตอนนี้ทั้งตา หู จมูก ปาก มันไม่สบายไปหมด มือผมเผลอขยำเสื้อเชิ้ตตรงเอวเขาไว้แน่น พอเห็นเขาไม่ขยับ ผมเลยซุกหน้าถูไถไปกับแผงอกใต้ลำคอเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย เช็ดทั้งน้ำตาและน้ำมูกจนเกลี้ยงถึงจะยอมหยุด!

ไอ้คนเฮงซวยเอ๊ย... ยอมแล้ว! เพื่อนยอมแพ้ราบคาบเลย!

ร่างกายของฮั่วอี้ดูจะแข็งทื่อไปชั่วขณะ "เธอ..."

ผมไอจนวิญญาณแทบจะหลุดจากร่าง สุดท้ายก็ได้แต่สูดจมูกฟุดฟิดแล้วซบหัวที่ไร้เรี่ยวแรงลงบนตัวเขา "ฉัน... ฉันสูบบุหรี่ไม่เป็น ฮั่วอี้ คุณมันคนเสียสติชัดๆ..."

"เธอสูบไม่เป็น?" น้ำเสียงเขาแฝงความประหลาดใจเล็กน้อย "สูบไม่เป็นแล้วซื้อมาทำไม แถมหายไปมวนหนึ่งด้วย ใครเป็นคนสูบ"

ผมปวดหัวไปหมด ร่างกายอ่อนปวกเปียกพิงเขาไว้ "ฉันซื้อมาแจกคนอื่นไม่ได้หรือไง ถ้าจะสูบจริงๆ มันจะหายไปแค่มวนเดียวเหรอ... คุณเห็นฉันสำลักขนาดนี้ยังจะพ่นใส่อีก..."

"เธอยังพูดคำหยาบอยู่อีกนะ"

เชี้ย! ผมไม่มีแรงจะไปต่อกรกับเขาแล้ว หัวถูกบังคับให้ซบอยู่ตรงอกเขาเพื่อรวบรวมสติ "ยอมแล้ว... ฉันยอมแล้วจริงๆ..."

"เธอรู้สึกคลื่นไส้อยากจะอาเจียนไหม" เขายังอุตส่าห์รู้จักถามว่าผมเมาควันบุหรี่หรือเปล่า ไอ้ตัวต้นเหตุเอ๊ย ทำเป็นตีเนียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น!

ผมส่ายหัวอย่างอ่อนแรง รู้สึกว่ามือของเขาโอบรัดเอวผมแน่นขึ้นจนต้องขมวดคิ้วด้วยความรำคาญ "อย่ามากอด... คุณมัน..."

"ยังจะด่าอีก?" แขนที่โอบเอวผมเพิ่มแรงรัดขึ้น ผมหมดคำจะพูด ได้แต่กัดฟันข่มอารมณ์ "คุณมัน... เยี่ยม! ฉันยอมแล้ว พอใจหรือยัง!"

ในใจน่ะอยากจะร้องไห้ชะมัด ทะลุมิติมาทั้งทีทำไมต้องโดนรังแกขนาดนี้วะ ต้าเซิ่งเอ๊ย เพื่อนคิดถึงแกฉิบหายเลย!!

"จำไว้นะ วันข้างหน้า... ภรรยาของฉัน ห้ามไปยุ่งเกี่ยวกับอบายมุขพวกนี้เด็ดขาด"

ผมคร้านจะเสวนากับเขา ขาเริ่มจะเปลี้ยจนยืนไม่อยู่ แต่เขาก็ยังไม่ยอมขยับไปไหน ปล่อยให้ข้างหลังผมเป็นกำแพง ข้างหน้าเป็นเขา อึดอัดจนแทบจะหายใจไม่ออก "ฮั่วอี้... ฉันขอร้องล่ะ ปล่อยฉันไปนั่งที่โซฟาเถอะ..."

"อยู่แบบนี้แหละ ฉันให้เธอพิง"

ไปตายซะ! ใครกันที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ แล้วยังมาบอกให้พิง? นายแค่อยากเอาเปรียบฉันตัวอวี๋ล่ะสิไม่ว่า!

ผ่านไปไม่รู้กี่นาที ความรู้สึกประหลาดก็เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ อย่างแรกคือหมอนี่กอดแน่นขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่สอง...

ผมกระแอมเบาๆ แล้วเงยหน้าขึ้น คางเกยอยู่บนอกเขาพอดี สายตาช้อนมองเขา "คุณหมอฮั่วคะ..."

ฮั่วอี้ก้มหน้าลงมาเล็กน้อย ขนาดถึงขั้นนี้แล้วเขายังดูหยิ่งผยองไม่เปลี่ยน "ดีขึ้นแล้ว?"

ผมแสยะยิ้มที่มุมปาก "คุณช่วย... เก็บ 'ของรักของหวง' ของคุณหน่อยได้ไหม? มันค้ำตัวฉันอยู่น่ะ..."

ฮั่วอี้จ้องมองผมตรงๆ สายตาไม่มีความขวยเขินแม้แต่นิดเดียว "เหรอ? ปฏิกิริยาปกติน่ะ กับภรรยาตัวเอง... มีปัญหาตรงไหน?"

"หะ... หะ... หะ..." ผมอึ้งกิมกี่ไปเลย!

(จบบท)

จบบทที่ บทที่ 37 ยอมแล้ว!

คัดลอกลิงก์แล้ว