เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20: ถ้ายืดเยื้อต่อไป

บทที่ 20: ถ้ายืดเยื้อต่อไป

บทที่ 20: ถ้ายืดเยื้อต่อไป


บทที่ 20: ถ้ายืดเยื้อต่อไปก็รังแต่จะทำให้เยี่ยหลีต้องตาย

"ศิษย์พี่สี่?"

ไป๋เสี่ยวเซิงหยุดหายใจไปแล้ว แต่ซูอิงเอ๋อร์ก็ยังไม่วางใจ นางเงื้อกระบี่ขึ้นสูง

"ศิษย์พี่สี่ ไว้เจอกันชาติหน้านะเจ้าคะ"

หากการโจมตีนี้สัมผัสเป้าหมาย ไป๋เสี่ยวเซิงก็หมดหวังที่จะรอดชีวิตอย่างแน่นอน

เมื่อปลายกระบี่อยู่ห่างจากหน้าอกของไป๋เสี่ยวเซิงเพียงแค่คืบ กระบี่ของซูอิงเอ๋อร์ก็หยุดชะงัก

ไม่ใช่ว่านางใจอ่อน แต่เป็นเพราะมีแรงต้านทานมหาศาลที่ตัวกระบี่ ทำให้นางไม่สามารถขยับเขยื้อนมันได้เลย

ตรงข้ามนาง เยี่ยหลีกำลังกำด้ามกระบี่แน่น สายตาของนางเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง

วินาทีต่อมา กระบี่ก็หลุดออกจากมือของซูอิงเอ๋อร์ และพุ่งตรงเข้าหานางแทน

"กรี๊ดดด!"

เยี่ยหลีตวัดกระบี่เล็งตรงไปที่ลำคอของนางอย่างไม่ลังเล

ซูอิงเอ๋อร์หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว "ช่วยด้วย!"

ขณะที่รอยเลือดเริ่มปรากฏขึ้น เสียง "เคร้ง" ก็ดังขึ้น กระบี่ในมือของเยี่ยหลีถูกปัดกระเด็นออกไป

ในขณะเดียวกัน ความเย็นยะเยือกเสียดกระดูกก็แผ่ซ่านมาจากด้านหลังของเยี่ยหลี

เมื่อสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง นางก็หันขวับไปมอง แล้วภาพตรงหน้าก็ทำเอานางขนลุกซู่

บุรุษหน้ากากผีปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ และยืนจ้องมองนางเขม็งอยู่ด้านหลัง

ระยะประชิดทำให้นางเห็นดวงตาสีเลือดคู่นั้นได้อย่างชัดเจน รูม่านตาของมันดูราวกับลวดลายเปลวเพลิงแห่งนรก

เสียงแหบพร่าบาดหูส่งเสียงขึ้น "เจ้า... ยัง... ไม่ตาย?"

เยี่ยหลีขนลุกซู่ เมื่อสัมผัสได้ถึงอันตราย นางก็ถอยหลังอย่างระแวดระวัง "ท่านมองเห็นข้างั้นหรือ?"

สายตาของบุรุษหน้ากากผีไม่ได้ขยับตามการเคลื่อนไหวของนาง และเขาก็ไม่ได้ตอบคำถามนางเช่นกัน

เยี่ยหลีผ่อนคลายลงเล็กน้อย ดูเหมือนเขาจะแค่คาดเดาไปเอง

เมื่อเห็นบุรุษหน้ากากผี ซูอิงเอ๋อร์ก็คุกเข่าลงทันที "ขอบพระคุณท่านประมุขที่ช่วยชีวิตเจ้าค่ะ"

บุรุษหน้ากากผีจึงหันไปมองนาง "เป็นเจ้าเองสินะที่พาพวกมันมาขัดจังหวะพวกเรา"

น้ำเสียงแหบพร่าและน่าขนลุกราวกับภูตผี ทำเอาซูอิงเอ๋อร์กลัวจนหน้าซีดราวกับคนตาย "ท่านประมุข โปรดอภัยด้วยเถิดเจ้าค่ะ! พวกมันหาที่นี่พบเอง ท่านประมุข เมตตาข้าด้วยเถิด!"

ซูอิงเอ๋อร์ผู้มักจะมีวาจาฉะฉาน บัดนี้กำลังตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง เห็นได้ชัดว่านางหวาดกลัวบุรุษหน้ากากผีผู้นี้จนถึงขีดสุด

"คนที่รบกวนนาง... สมควรตาย"

เยี่ยหลียังไม่ทันเห็นด้วยซ้ำว่าบุรุษหน้ากากผีเคลื่อนไหวอย่างไร แต่ใบหน้าของซูอิงเอ๋อร์ก็แดงก่ำขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังถูกบีบคอ

ขณะที่ดวงตาของนางเริ่มเหลือกขึ้น บุรุษหน้ากากผีก็หันขวับไปมอง "มีคนมา"

ซูอิงเอ๋อร์พยายามเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก "ข้า... ข้าจะล่อพวกมันไปทางอื่นให้เองเจ้าค่ะ..."

ในที่สุดความรู้สึกอึดอัดแทบขาดใจก็มลายหายไป

เมื่อรอดพ้นจากความตายมาได้ ซูอิงเอ๋อร์ก็หมอบราบกับพื้น หอบหายใจอย่างหนักหน่วง "ขอบพระคุณท่านประมุขเจ้าค่ะ ข้าจะไม่มีวันปล่อยให้พวกมันรู้เด็ดขาดว่าเยี่ยหลีอยู่ที่นี่"

บุรุษหน้ากากผีใช้วิชาบางอย่าง และในวินาทีต่อมา ทั้งซูอิงเอ๋อร์และไป๋เสี่ยวเซิงก็ถูกส่งออกไปข้างนอก

ด้วยความเป็นห่วงความปลอดภัยของไป๋เสี่ยวเซิง เยี่ยหลีจึงรีบตามออกไปทันที

ก่อนจะจากไป นางหันกลับไปมอง บุรุษหน้ากากผีกำลังลูบไล้ศพของนาง ดวงตาภายใต้หน้ากากผีนั้นเต็มไปด้วยความละโมบอย่างหาเปรียบไม่ได้

"เจ้าเป็นของข้า ไม่มีใครแย่งเจ้าไปได้"

"..."

น้ำเสียงชวนขนลุกนั้นทำเอาเยี่ยหลียังคงขนลุกซู่แม้ออกมาจากถ้ำแล้วก็ตาม

ก่อนหน้านี้ นางคิดว่าบุรุษหน้ากากผีคือศัตรูของนาง แต่เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่บ้าคลั่งและเต็มไปด้วยความหวงแหนนั้น ดูเหมือนจะไม่ใช่อย่างที่คิด

นางมีลางสังหรณ์ว่า ตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ นางต้องเคยพบคนผู้นี้มาก่อนแน่ๆ และไม่ใช่แค่ครั้งเดียวด้วย

ป่าอู๋จางกลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว

ไม่ไกลออกไปนัก เสียงของเนี่ยหงเยี่ยก็ดังขึ้น "ไป๋เสี่ยวเซิง! ซูอิงเอ๋อร์!"

"พวกเจ้าอยู่ที่ไหน!"

เนี่ยหงเยี่ยตกใจมากที่เห็นไป๋เสี่ยวเซิงจมกองเลือดและไร้ซึ่งสัญญาณชีพ "เร็วเข้า! พากลับไปที่สำนักเหลียนฮวาเร็ว!"

สำนักเหลียนฮวา

เมื่อเห็นไป๋เสี่ยวเซิงถูกหามกลับมา ลู่จื่อถิงก็ตกใจเป็นอย่างมาก

"เกิดอะไรขึ้น! พวกเจ้าไม่ได้ออกไปทดสอบกันหรอกหรือ? ทำไมศิษย์น้องสี่ถึงมีสภาพแบบนี้!"

ซูอิงเอ๋อร์ไม่กล้าปริปากพูด เนี่ยหงเยี่ยมาถึงเร็วเกินไป ทำให้นางลงมือปลิดชีพเขาไม่สำเร็จ หากไป๋เสี่ยวเซิงไม่ตาย ผลที่ตามมาคงไม่อาจคาดคิด

ม่อหานเหนียนตรวจดูจุดตันเถียนของไป๋เสี่ยวเซิง น้ำเสียงของเขาตึงเครียด "ศิษย์พี่สี่ไม่มีพลังวิญญาณเหลืออยู่เลย ดูเหมือนเขาจะ..."

"เป็นไปไม่ได้!" ลู่จื่อถิงขัดขึ้นอย่างร้อนรน "หยวนเช่อ! รีบไปเชิญท่านอาจารย์มาที่นี่เร็วเข้า!"

หยวนเช่อวิ่งออกไปได้เพียงสองสามก้าวก็หยุดชะงัก "จริงสิ! ท่านอาจารย์กำลังเก็บตัวฝึกตนอยู่นี่นา พวกเราไม่มีใครเปิดม่านพลังของท่านได้เลยนะ!"

ลู่จื่อถิงโพล่งขึ้นมาว่า "ไปตามอาหลีมาสิ นางต้องมีวิธีช่วยแน่ๆ"

หลังจากพูดออกไปแล้ว เขาถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเยี่ยหลีไม่ได้อยู่ที่สำนักเหลียนฮวาอีกแล้ว

ทุกคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

ในวินาทีนี้ ความคิดเดียวกันผุดขึ้นมาในหัวของพวกเขาทุกคน หากเยี่ยหลีอยู่ที่นี่ล่ะก็ นางจะต้องช่วยชีวิตไป๋เสี่ยวเซิงได้อย่างแน่นอน

ทว่าสิ่งที่พวกเขาไม่รู้ก็คือ เยี่ยหลียืนอยู่ตรงหน้าพวกเขานี่เอง เพียงแต่พวกเขามองไม่เห็นนางอีกแล้วเท่านั้น

จู่ๆ ความรู้สึกอ้างว้างอย่างบอกไม่ถูกก็แผ่ซ่านเข้ามาในหัวใจของลู่จื่อถิง เมื่อสบตากับซูอิงเอ๋อร์

เขาจับไหล่ของซูอิงเอ๋อร์ไว้ "เจ้าออกไปตามหาเยี่ยหลีไม่ใช่หรือ? ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

ซูอิงเอ๋อร์ได้ยินว่าไป๋เสี่ยวเซิงหมดทางรอดแล้ว นางจึงลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วเอ่ยอย่างน้อยใจ "อิงเอ๋อร์ไม่กล้าพูดหรอกเจ้าค่ะ"

"เวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้แล้ว รีบพูดมาเถอะ!"

"เรา... เราเจอศิษย์พี่รองในป่าอู๋จางเจ้าค่ะ นางเป็นคน..."

เยี่ยหลีไม่คิดเลยว่าซูอิงเอ๋อร์จะโยนความผิดมาให้นางหน้าตาเฉย นางชี้หน้าซูอิงเอ๋อร์แล้วกัดฟันกรอด "ซูอิงเอ๋อร์! เจ้านี่มันตอแหลจริงๆ ไม่กลัวเวรกรรมตามสนองบ้างหรือไง?"

เมื่อได้ยินข่าวนี้ ลู่จื่อถิงและคนอื่นๆ ต่างก็ตกใจ "เยี่ยหลีเป็นคนทำร้ายไป๋เสี่ยวเซิงจนมีสภาพแบบนี้งั้นหรือ?"

พวกเขาเชื่อว่าเยี่ยหลีอิจฉาอิงเอ๋อร์และจงใจขัดขวางพิธีรับศิษย์ของนาง พวกเขาเชื่อว่าเยี่ยหลีไม่เคารพผู้อาวุโสและทรยศต่อสำนัก แต่ไป๋เสี่ยวเซิงคือศิษย์น้องที่นางเฝ้าดูเติบโตมากับมือ นางจะลงมือทำร้ายเขาอย่างโหดเหี้ยมได้อย่างไร?

แม้แต่หยวนเช่อก็ยังเอ่ยอย่างสงสัย "ศิษย์น้องเล็ก เจ้าไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม? เป็นศิษย์พี่รองจริงๆ งั้นหรือ?"

ซูอิงเอ๋อร์สะอึกสะอื้น "ศิษย์พี่หกไม่เชื่อข้าหรือเจ้าคะ? ท่านลองคิดดูสิ นอกจากศิษย์พี่รองแล้ว ใครจะมีฝีมือพอที่จะทำร้ายศิษย์พี่สี่จนมีสภาพแบบนี้ได้ล่ะ?"

ใจของลู่จื่อถิงอ่อนยวบเมื่อเห็นนางร้องไห้ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลง "อิงเอ๋อร์ อย่าร้องเลยนะ รีบเล่ามาเถอะว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่?"

ซูอิงเอ๋อร์เหลือบมองไป๋เสี่ยวเซิงบนเตียง "เราเจอศิษย์พี่รองในป่าอู๋จางเจ้าค่ะ ศิษย์พี่สี่ขอนให้นางกลับมารับโทษที่สำนัก แต่นางไม่ยอม ข้าอยากจะช่วยเกลี้ยกล่อม แต่ใครจะไปรู้ว่าศิษย์พี่รองจะคิดลงมือฆ่าข้า..."

เมื่อพูดถึงตรงนี้ นางก็ปล่อยโฮแล้วโผเข้ากอดไป๋เสี่ยวเซิง "ศิษย์พี่สี่ต้องกลายเป็นแบบนี้ก็เพื่อปกป้องข้า เป็นความผิดของข้าเองเจ้าค่ะ"

ตอแหล! ตอแหลทั้งเพ!

เยี่ยหลีโกรธจนตัวสั่นไปหมด แต่นางก็เจ็บใจที่ตัวเองไม่มีหนทางจะลุกขึ้นมาแก้ต่างได้เลย

นางกวาดสายตามองทุกคน หวังว่าจะมีใครสักคนมองทะลุคำโกหกของซูอิงเอ๋อร์

แม้ลู่จื่อถิงจะปันใจให้คนอื่นไปแล้ว แต่เขาก็ใช้ชีวิตอยู่กับเยี่ยหลีมาหลายปี เขาย่อมต้องมีความสงสัยอยู่บ้าง "เมื่อก่อนเยี่ยหลีเอ็นดูศิษย์น้องสี่มากไม่ใช่หรือ? แล้วทำไมนางถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?"

ม่อหานเหนียนแค่นหัวเราะ "คนเราไม่ได้เปลี่ยนไปแบบนี้กะทันหันหรอก มันแสดงให้เห็นว่าธาตุแท้ของนางก็เป็นคนแบบนี้มาตั้งแต่ต้นแล้ว นางไม่เคยเห็นหัวสำนักหรือพวกเราเลยสักนิด ทุกสิ่งที่นางทำมันก็แค่การแสดง นางก็แค่อยากให้ทุกคนยกย่องและเชิดชูนางเท่านั้นแหละ"

"ใช่แล้ว!"

หยวนเช่อด่าทอ "ยายป้าแก่นั่นจิตใจอำมหิตเกินไปแล้ว! ถ้านางฆ่าศิษย์พี่สี่ได้ นางก็ฆ่าพวกเราได้เหมือนกัน ศิษย์พี่ใหญ่ ท่านจะไปสงสัยอะไรอีก!"

"แต่ว่า..."

ลู่จื่อถิงอยากจะพูดอะไรต่อ แต่ซูอิงเอ๋อร์ก็กุมลำคอของตนไว้แล้วส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด

เมื่อเห็นรอยแผลที่ลำคอของนาง ลู่จื่อถิงก็รีบพยุงนางให้นั่งลงเพื่อตรวจดู "นี่เยี่ยหลีก็เป็นคนทำเหมือนกันหรือ?" ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความปวดร้าว "ทำไมเจ้าไม่บอกข้าให้เร็วกว่านี้เล่า?"

ซูอิงเอ๋อร์ร้องไห้ "ถ้าศิษย์พี่สี่ฟื้นขึ้นมาได้ ต่อให้ศิษย์พี่รองจะปาดคอข้า ข้าก็ไม่สนหรอกเจ้าค่ะ ข้าแค่น้อยใจที่ตัวเองไร้ความสามารถจนช่วยเขาไว้ไม่ได้"

ฝั่งหนึ่งคือหญิงร้ายกาจที่ทำร้ายศิษย์ร่วมสำนักอย่างโหดเหี้ยม ส่วนอีกฝั่งคือศิษย์น้องเล็กที่แม้แต่ตอนบาดเจ็บก็ยังไม่ยอมปริปากบ่น

ลู่จื่อถิงไม่สงสัยอีกต่อไป เขาส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง "ก่อนหน้านี้ ข้ารู้แค่ว่าเยี่ยหลีเป็นคนเย่อหยิ่งและขี้อิจฉา แต่ไม่คิดเลยว่านางจะไม่คู่ควรจะเป็นมนุษย์ด้วยซ้ำ การที่ข้าเกือบจะได้เป็นคู่บำเพ็ญเพียรกับคนแบบนี้ ถือเป็นความน่าอัปยศที่สุดในชีวิตข้าจริงๆ"

"แค่ก แค่ก แค่ก—"

ขณะที่ทุกคนกำลังรุมประณามเยี่ยหลี เสียงไอจากบนเตียงก็ดังระเบิดขึ้นในหูของทุกคนราวกับเสียงฟ้าผ่า

ไป๋เสี่ยวเซิงฟื้นแล้วอย่างนั้นหรือ?!

จบบทที่ บทที่ 20: ถ้ายืดเยื้อต่อไป

คัดลอกลิงก์แล้ว