- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยเนตรวงแหวน เริ่มต้นด้วยดาบพิฆาตอสูร
- บทที่ 32 ความเชี่ยวชาญในปราณแห่งอัคคี
บทที่ 32 ความเชี่ยวชาญในปราณแห่งอัคคี
บทที่ 32 ความเชี่ยวชาญในปราณแห่งอัคคี
บทที่ 32 ความเชี่ยวชาญในปราณแห่งอัคคี
วันรุ่งขึ้น
เมื่อเร็นโงคุ เคียวจูโร่กลับมาที่คฤหาสน์ผีเสื้อ เขาก็พบกับฉากที่น่าตกตะลึงเบื้องหน้า
“กระบวนท่าที่ 1: เปลวเพลิง ณ เส้นขอบฟ้า!”
คัมบาระ เท็ตสึยะในมือถือดาบไม้ พุ่งโจมตีด้วยแรงระเบิดราวกับเปลวเพลิงในทันที และเปลี่ยนกระบวนท่ากลางคันเป็น “กระบวนท่าที่ 2: อาทิตย์สาดส่อง!”
เขาตวัดดาบไม้ขึ้นด้านบน คมดาบพุ่งทะยานราวกับไฟนรกที่ฉีกกระชากอากาศ
ทันใดนั้น เขาก็ปลดปล่อย “กระบวนท่าที่ 4: คลื่นเปลวเพลิง!” โดยใช้ตัวเองเป็นศูนย์กลาง เขาตวัดดาบไม้ สร้างกระแสน้ำวนของเงาดาบราวกับเปลวไฟ
แทบไม่มีการหยุดพักเลย...
“กระบวนท่าที่ 3: เพลิงผลาญสรรพสิ่ง!”
พร้อมกับเปลวเพลิงอันร้อนแรง เขาฟันดาบลงมา!
“กระบวนท่าที่ 5: พยัคฆ์เพลิง!”
ดาบไม้แทงออกไปข้างหน้า เปลวไฟที่ปะทุออกมาราวกับเสือเพลิงที่กำลังกระโจนเข้าตะครุบเหยื่อ
...
ความเชี่ยวชาญของเขาคงไม่ด้อยไปกว่าตัวเขาเองเลย!
ใบหน้าของเร็นโงคุ เคียวจูโร่เต็มไปด้วยความตกตะลึง เป็นเพราะเขามั่นใจว่าคัมบาระ เท็ตสึยะไม่เคยเรียนรู้ปราณแห่งอัคคีมาก่อน เขาจึงรู้สึกทึ่งเป็นอย่างมาก
เพียงชั่วข้ามคืน คัมบาระ เท็ตสึยะก็เรียนรู้ 5 กระบวนท่าแรกของปราณแห่งอัคคีได้สำเร็จ ทั้งๆ ที่เขาเพิ่งจะสาธิตให้ดูเพียงสองครั้งเท่านั้น
“นี่คือโลกของอัจฉริยะงั้นเหรอ?”
เร็นโงคุ เคียวจูโร่พึมพำ เขาใช้เวลาหลายปีในการศึกษาหนังสือคู่มือปราณแห่งอัคคีถึงสามเล่ม
นักดาบอัจฉริยะของกองพิฆาตอสูรรุ่นนี้กำลังผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ด เขาได้ยินมาว่ามีเด็กชายวัย 10 ขวบคนหนึ่งเข้าร่วมกองพิฆาตอสูร และหลังจากจับดาบได้เพียงเดือนเดียว ก็สามารถต่อสู้ได้ทัดเทียมกับนักดาบระดับเอเลยทีเดียว
เขาไม่คาดคิดเลยว่าจะมีปรมาจารย์ปรากฏตัวขึ้นมาอีกคน!
คัมบาระ เท็ตสึยะที่อยู่ตรงหน้าเขา สามารถเชี่ยวชาญปราณแห่งอัคคีได้ในชั่วข้ามคืน
เร็นโงคุ เคียวจูโร่อดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำพูดของชินจูโร่ ผู้เป็นพ่อ
“น่าเบื่อสิ้นดี ยังไงซะ สองพ่อลูกอย่างพวกเราก็ไม่มีทางประสบความสำเร็จอะไรที่ยิ่งใหญ่ได้หรอก” และ “อัจฉริยะสามารถทำได้ทุกอย่าง เราไม่ใช่นักดาบจากเมื่อหลายร้อยปีก่อนคนนั้นหรอกนะ”
...
ความสับสนบนใบหน้าของเร็นโงคุ เคียวจูโร่จางหายไปอย่างไร้ร่องรอยในทันที และรอยยิ้มอันสดใสของเขาก็กลับคืนมา
เขาจะต้องรับหน้าที่แทนพ่อของเขาที่ละทิ้งความรับผิดชอบในฐานะเสาหลักเพลิง และกลายเป็นเสาหลักเพลิงคนใหม่ เพียงเพราะเขาไม่ใช่อัจฉริยะ นั่นหมายความว่าเขาทำไม่ได้งั้นเหรอ?
คัมบาระ เท็ตสึยะทักทายเขา
“คุณเร็นโงคุ”
“ดูเหมือนว่านายจะเชี่ยวชาญกระบวนท่าดาบของปราณแห่งอัคคีได้ดีทีเดียวเลยนะ”
เร็นโงคุ เคียวจูโร่หัวเราะเสียงดัง
คัมบาระ เท็ตสึยะสัมผัสได้ว่าคำพูดของเร็นโงคุ เคียวจูโร่ไม่ได้แฝงอารมณ์ใดๆ ซ่อนอยู่ เขาดีใจกับเขาอย่างจริงใจ สมกับที่เป็นเสาหลักเพลิง เร็นโงคุ เคียวจูโร่จริงๆ
ด้วยพรสวรรค์ของเขา เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเชี่ยวชาญปราณแห่งอัคคีได้ในชั่วข้ามคืน แน่นอนว่าเขาโกงโดยใช้เนตรวงแหวนต่างหาก
แม้ว่าคัมบาระ เท็ตสึยะจะยังไม่ได้ลองใช้ แต่ความยากในการลอกเลียนแบบกระบวนท่าดาบของปราณแห่งอัคคีก็น่าจะต่ำกว่าการลอกเลียนแบบคาถาน้ำระดับบีที่ต้องประสานอินถึง 44 ครั้งมากทีเดียว
เนตรวงแหวนสองโทโมเอะนั้นเพียงพอแล้ว
“ปราณแห่งอัคคียังมีกระบวนท่าดาบไม้ตายอยู่อีกนะ แม้ว่าชั้นจะอยากสอนให้นายตอนนี้ แต่วิชานั้นก็กินพละกำลังมาก และชั้นก็เพิ่งได้รับภารกิจใหม่มาน่ะ”
เร็นโงคุ เคียวจูโร่กล่าวด้วยความเสียดาย เขาเองก็อยากจะเห็นว่าคัมบาระ เท็ตสึยะจะต้องใช้เวลาเท่าไหร่ในการเรียนรู้กระบวนท่าไม้ตายนั้น
คัมบาระ เท็ตสึยะรู้สึกอยากรู้ขึ้นมา
“ภารกิจเหรอครับ?”
“เขตอาซากุสะ จังหวัดโตเกียว สงสัยว่ามีอสูรอยู่ที่นั่น ชั้นถูกส่งตัวไปสืบสวนน่ะ”
เร็นโงคุ เคียวจูโร่ไม่ได้ปิดบังอะไร เขาได้สอนปราณแห่งอัคคีให้เขาไปแล้ว เขาไม่ใช่คนนอกอีกต่อไป
คัมบาระ เท็ตสึยะ: “...”
เขาว่ากันว่าการดำเนินการของกองพิฆาตอสูรนั้นล่าช้า แต่นี่มันช้าเกินไปแล้ว อสูรในเขตอาซากุสะน่าจะถูกดึงดูดมาโดยทามาโยะ และพวกอสูรเหล่านั้นก็ยังไม่ล้มเลิกความตั้งใจ
นี่มันบังเอิญจริงๆ การติดตามเร็นโงคุ เคียวจูโร่ก็หมายถึงการได้ผู้คุ้มกันที่แข็งแกร่ง มันเป็นโอกาสดีที่จะได้กลับไปดูอาการของโคโจ คานาเอะ และถือโอกาสนำเลือดของเขาไปส่งให้ทามาโยะด้วย
คัมบาระ เท็ตสึยะกล่าว
“ได้โปรดเถอะครับ คุณต้องพาชั้นไปด้วยนะ”
เร็นโงคุ เคียวจูโร่ขมวดคิ้ว คัมบาระ เท็ตสึยะได้เรียนรู้ปราณแห่งอัคคีไปแล้วก็จริง แต่เขาก็ยังไม่ผ่านการสอบคัดเลือกครั้งสุดท้าย และยังไม่ถือว่าเป็นสมาชิกนักดาบอย่างเป็นทางการ
คัมบาระ เท็ตสึยะกล่าว
“ชั้นเป็นแพทย์อยู่ที่คฤหาสน์ผีเสื้อ ชั้นสามารถปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับนักดาบได้ครับ”
เร็นโงคุ เคียวจูโร่ก้มหน้าลงอย่างครุ่นคิด เหตุผลนี้ฟังดูสมเหตุสมผล การให้คัมบาระ เท็ตสึยะได้เห็นฉากการล่าอสูรล่วงหน้าก็ถือเป็นเรื่องดี เขาจะได้ไม่รู้สึกหวาดกลัวในระหว่างการสอบคัดเลือกครั้งสุดท้าย เจ็ดวันเจ็ดคืนนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะผ่านไปได้
“ตกลง ไปที่เขตอาซากุสะด้วยกันเถอะ!”
คัมบาระ เท็ตสึยะรีบวิ่งไปขออนุญาตโคโจ ชิโนบุในทันที เขาไม่ได้โดดงานโดยไม่มีเหตุผลเสียหน่อย
โคโจ ชิโนบุพยายามหลบหน้าคัมบาระ เท็ตสึยะมาหลายวันแล้ว ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ เนื่องจากความเข้าใจผิดในครั้งนั้น วันนี้เธอก็ขังตัวเองอยู่ในห้องและไม่ยอมตอบรับอยู่นาน
“เดินทางปลอดภัยนะคะ”
ในขณะที่คัมบาระ เท็ตสึยะกำลังจะถอดใจ เสียงของโคโจ ชิโนบุก็ดังขึ้นจากด้านหลังเขา
ฟุบ!
โคโจ ชิโนบุเปิดประตู ใบหน้าอันงดงามและน่ารักของเธอมีรอยยิ้มอันแสนหวานเช่นเคย แต่คัมบาระ เท็ตสึยะเห็นร่องรอยแห่งความรู้สึกผิดอยู่ในดวงตาของเธอ
คัมบาระ เท็ตสึยะรู้สึกพูดไม่ออก เขาเกือบจะตายเพราะโดนแสงแดดเผา และก็ไม่ได้หมกมุ่นอยู่กับเรื่องนี้นานนัก
อย่างไรก็ตาม คัมบาระ เท็ตสึยะก็เข้าใจได้
โคโจ ชิโนบุที่อยู่ตรงหน้าเขา ไม่ใช่เสาหลักแมลงที่เป็นผู้ใหญ่และเด็ดเดี่ยวเหมือนในเนื้อเรื่องต้นฉบับ เธอเป็นเพียงแค่เด็กสาวผู้น่าสงสารวัย 14 ปี ที่เพิ่งจะสูญเสียสายเลือดเพียงคนเดียวของเธอไป
เธอกำลังพยายามเลียนแบบคำพูดและการกระทำของผู้ที่จากไปอย่างสิ้นหวัง พยายามที่จะรักษาร่องรอยสุดท้ายของเธอไว้บนโลกใบนี้
คัมบาระ เท็ตสึยะกล่าว
“เรื่องของคุณชิโนบุน่ะ คุณคานาเอะเคยบอกชั้นไว้ครับ”
“พี่สาวชั้นเหรอคะ?”
ระลอกคลื่นปรากฏขึ้นในนัยน์ตาสีม่วงอ่อนอันเงียบสงบราวกับผิวน้ำของโคโจ ชิโนบุ
“เธอบอกว่า ‘ชั้นยังคงชอบรอยยิ้มที่จริงใจของชิโนบุนะ’”
คัมบาระ เท็ตสึยะยิ้ม นี่ไม่ใช่เรื่องที่เขาแต่งขึ้นมา โคโจ คานาเอะพูดประโยคนี้ด้วยตัวเองจริงๆ
โคโจ ชิโนบุชะงัก ร่องรอยแห่งความหวนรำลึกปรากฏขึ้นในดวงตาของเธอ ช่างเป็นคำพูดที่คุ้นเคยเหลือเกิน
หลังจากซื้อทสึยุริ คานาโอะมาจากพวกค้ามนุษย์ เธอก็พบว่าหากไม่มีคำสั่ง เด็กสาวก็จะไม่ทำอะไรเลย แม้ว่าจะต้องหิวตายอยู่ตรงนั้นก็ตาม
เมื่อเธอเอาเรื่องนี้ไปคุยกับพี่สาว โคโจ คานาเอะ พี่สาวของเธอ ก็พูดประโยคนี้ขึ้นมาอย่างติดตลก จากนั้นก็สอนให้ทสึยุริ คานาโอะใช้การโยนเหรียญเพื่อตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำอะไรบางอย่าง
“มันสายไปแล้วล่ะค่ะ”
โคโจ ชิโนบุกล่าวอย่างเงียบงัน คนตายไปแล้ว จะมีอะไรให้พูดอีกกันล่ะ?
เธอได้ตัดสินใจแล้วว่าจากนี้ไป เธอจะมีชีวิตอยู่ต่อไปในฐานะพี่สาวของเธอ โคโจ คานาเอะ
คัมบาระ เท็ตสึยะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของโคโจ ชิโนบุอย่างเฉียบแหลม...จากความซับซ้อน ความหวนรำลึก และความสุข กลายเป็นความโศกเศร้า ความเจ็บปวด และความเด็ดเดี่ยว ความคิดของเด็กสาวคนนี้ช่างวุ่นวายเสียจริง
อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเขาสัญญาไว้กับโคโจ คานาเอะว่าจะดูแลโคโจ ชิโนบุ เขาก็ต้องกัดฟันทำต่อไป
“นี่คือดาบนิชิรินสำรองจากคฤหาสน์ผีเสื้อค่ะ หวังว่านายคงไม่ต้องใช้มันนะคะ”
โคโจ ชิโนบุหยิบดาบนิชิรินออกมาและยื่นให้คัมบาระ เท็ตสึยะ หากเขาใช้มัน นั่นก็หมายความว่าเกิดการต่อสู้อันตรายขึ้น อัตราการบาดเจ็บล้มตายในหมู่นักดาบหน้าใหม่ของกองพิฆาตอสูรนั้นสูงมากมาโดยตลอด สูงกว่าหน่วยอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด
ฟุบ!
คัมบาระ เท็ตสึยะรู้สึกว่าน้ำหนักของมันน่าจะอยู่ที่ประมาณสี่ถึงห้าชั่ง เขาชักดาบออกมา ใบหน้าของเขาและโคโจ ชิโนบุสะท้อนอยู่บนใบดาบอันเรียบเนียนและใสกระจ่าง
ใบดาบเดิมทีเป็นสีฟ้าครามทั้งหมด บ่งบอกว่าเจ้าของคนก่อนเป็นนักดาบสายปราณแห่งวารี
นี่คือหนึ่งในคุณสมบัติของดาบนิชิริน: มันจะเปลี่ยนสีไปตามวิชาปราณที่แตกต่างกันที่นักดาบผู้นั้นเชี่ยวชาญ
สีแดงสำหรับปราณแห่งอัคคี สีฟ้าสำหรับปราณแห่งวารี สีเหลืองสำหรับปราณแห่งอัสนี และอื่นๆ
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═