- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยเนตรวงแหวน เริ่มต้นด้วยดาบพิฆาตอสูร
- บทที่ 11 คำขู่ของอาคาสะ
บทที่ 11 คำขู่ของอาคาสะ
บทที่ 11 คำขู่ของอาคาสะ
บทที่ 11 คำขู่ของอาคาสะ
ตึง!
ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาน่าสะพรึงกลัวยืนตระหง่านอยู่ตรงทางเข้าประตูที่ไร้สิ่งกีดขวาง ร่างกายของเขาปกคลุมไปด้วยรอยสักสีน้ำเงินเข้มที่เป็นสัญลักษณ์ของคนบาป แผ่กลิ่นอายกดดันออกมาอย่างไม่ขาดสาย
ภายใต้ราตรีอันมืดมิด มีเพียงความเงียบสงัดดั่งความตาย!
กลิ่นอายอันเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วทุกมุมห้อง
ภาพลวงตาที่เกิดจากจิตสังหารอันแหลมคม คัมบาระ เท็ตสึยะไม่มีทางลืมความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างเหลือเชื่อนี้ได้เลย
อากาศรอบตัวราวกับหนักอึ้งขึ้น ใบหน้าของคัมบาระ เท็ตสึยะมืดมนลง หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง เขาสามารถได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นเร็วขึ้นอย่างบ้าคลั่ง
ตัวอักษรคันจิที่สลักอยู่ในดวงตาสีทองของมันอ่านได้ว่า: ขันอสูรข้างขึ้นที่ 3!
ริมฝีปากอันซีดเซียวของโคโจ คานาเอะบนเตียงผู้ป่วยเผยอออกเล็กน้อย นี่คือขันอสูรข้างขึ้นตัวจริง!
สมองของทั้งสองคนทำงานอย่างรวดเร็วเพื่อคิดหาวิธีรับมือ
แต่บาดแผลของโคโจ คานาเอะติดเชื้อ และอุณหภูมิร่างกายของเธอก็พุ่งสูงขึ้น พลังการต่อสู้ที่เหลืออยู่ของเธอนั้นยังคงเป็นปริศนา
ไม่ว่าพวกเขาจะระดมสมองกันมากแค่ไหน ก็เป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาสองคนจะเอาชนะอาคาสะได้!
นัยน์ตาสวยของโคโจ คานาเอะโค้งขึ้น และเธอก็ยิ้มบางๆ ต่อให้มีโอกาสอีกครั้ง ทางเลือกของเธอก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง
รูม่านตาของคัมบาระ เท็ตสึยะสะท้อนรอยยิ้มอันแสนเศร้าของโคโจ คานาเอะ สองมือของเขากำแน่นอย่างไม่เต็มใจ ริมฝีปากของเขาขยับเพื่อพูดโดยไม่มีเสียงว่า
“ดาบนิชิรินของเธออยู่ใต้เตียง หยิบมันแล้วหนีไปซะ!”
พูดจบ คัมบาระ เท็ตสึยะก็หันหลังกลับ ทิ้งแผ่นหลังอันสูงตระหง่านไว้ให้โคโจ คานาเอะ
“เดี๋ยวก่อน…”
โคโจ คานาเอะยื่นมือเล็กๆ ของเธอออกไป หวังจะคว้าตัวคัมบาระ เท็ตสึยะไว้ แต่สัมผัสได้เพียงชายเสื้อของเขาเท่านั้น
คัมบาระ เท็ตสึยะเผชิญหน้ากับอาคาสะโดยตรงอีกครั้ง
“ชั้นนึกว่าแกตายไปแล้วซะอีกนะ”
อาคาสะหัวเราะ เขาได้ฆ่าคนไปมากมายในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ดังนั้นกองพิฆาตอสูรจะต้องส่งคนมาอย่างแน่นอน
แต่เขาไม่ได้เตือนคัมบาระ เท็ตสึยะ
เลือดของท่านผู้นั้นไม่ได้มาง่ายๆ หรอกนะ นี่คือบททดสอบที่สองของเขาสำหรับคัมบาระ เท็ตสึยะ: การเอาชีวิตรอดจากนักล่าอสูรได้เท่านั้น ถึงจะทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นได้!
คัมบาระ เท็ตสึยะสบถด่าในใจ นัยน์ตาของเขาเย็นเยียบ
“แกคงไม่ได้ผิดหวังสินะ”
“หึหึ!”
อาคาสะไม่ได้ใส่ใจ สายตาอันเย็นชาของเขาเลื่อนไปด้านหลังคัมบาระ เท็ตสึยะ
ฟุบ!
ในเสี้ยววินาทีนั้น อาคาสะพุ่งทะยานออกไป ร่างของเขาหายไปในพริบตา เคลื่อนไหวราวกับเงาผีอันน่าขนลุก
เขาเคลื่อนผ่านคัมบาระ เท็ตสึยะและปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าโคโจ คานาเอะในเวลาเกือบจะพร้อมกัน หมัดขนาดเท่าหม้อแกงของเขาพุ่งตรงเข้าใส่โคโจ คานาเอะที่อยู่บนเตียงผู้ป่วย
“เร็วมาก!”
ใบหน้าของโคโจ คานาเอะเต็มไปด้วยความตกตะลึง ในหัวของเธอมีเพียงความคิดเดียวเท่านั้น: นี่คือพลังของขันอสูรข้างขึ้น!
เนตรวงแหวน!
ดวงตาของคัมบาระ เท็ตสึยะเปลี่ยนเป็นสีเลือด พร้อมกับลูกน้ำสีชาดสองหยดที่ปรากฏขึ้น เขามองทะลุการเคลื่อนไหวของอาคาสะ และชกเข้าที่แผ่นหลังของอาคาสะอย่างแรง
หากอาคาสะยืนกรานที่จะโจมตีโคโจ คานาเอะ เขาก็จะต้องรับหมัดของคัมบาระ เท็ตสึยะไปเต็มๆ เช่นกัน
ปัง!
รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอาคาสะ เขาหมุนตัวกลับและเล็งเป้าหมายไปที่คัมบาระ เท็ตสึยะ
หมัดของทั้งสองปะทะกัน ก่อให้เกิดคลื่นอากาศที่โหมกระหน่ำ ซึ่งพัดเอาข้าวของในห้องปลิวว่อนระลอกแล้วระลอกเล่า
โคโจ คานาเอะกลิ้งตกลงไปบนพื้น เธอหันศีรษะไปและเห็นดาบนิชิรินของเธอวางอยู่ใต้เตียง
“ผู้หญิงคนนี้คือเหยื่อของชั้น อย่ามาแตะต้องเธอ อาคาสะ!”
คัมบาระ เท็ตสึยะกล่าวเสียงเย็นชา
แม้แต่ในหมู่อสูร ก็ไม่มีการอยู่ร่วมกันอย่างปรองดอง เมื่อต้องเผชิญหน้ากับมนุษย์ที่มีร่างกายพิเศษ ความขัดแย้งก็ย่อมเกิดขึ้นเช่นกัน
ผู้เข้มแข็งกลืนกินผู้อ่อนแอ และผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้นที่จะอยู่รอด!
นี่คือกฎเกณฑ์ในหมู่อสูร!
“ชั้นก็แค่คิดว่าเธออ่อนแอเกินไปและจะมาขัดขวางการต่อสู้ของเราก็เท่านั้นเอง”
อาคาสะหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง โดยปกติแล้วเขาจะไม่ฆ่าผู้หญิงหรือเด็ก แต่นักล่าอสูรนั้นถือเป็นข้อยกเว้น
ขณะที่พูด อาคาสะก็เพิ่มพละกำลังของเขา และกดทับลงบนตัวของคัมบาระ เท็ตสึยะ
สีหน้าของคัมบาระ เท็ตสึยะเปลี่ยนไป พลังอันทรงพลังที่ไม่อาจต้านทานได้แผ่ออกมาจากหมัดของอาคาสะ
“ฮึ่ม!”
อาคาสะคำราม ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว และปล่อยหมัดอันหนักหน่วงเข้าที่หน้าอกของคัมบาระ เท็ตสึยะ
ปัง!
ร่างของคัมบาระ เท็ตสึยะถูกกระแทกอย่างแรง กระเด็นถอยหลังไปในพริบตา บดขยี้กำแพงอันแข็งแกร่งจนแหลกละเอียด
เขาร่วงหล่นลงในลานกว้างด้านนอก กลิ้งไปเจ็ดแปดตลบ คัมบาระ เท็ตสึยะตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากพื้นอย่างทุลักทุเล ความเจ็บปวดแปลบปลาบแล่นมาจากหน้าอก เขาจึงก้มลงมอง
หน้าอกของเขาถูกอาคาสะชกทะลุ ทิ้งรูกลวงโหว่ขนาดเท่ากำปั้นที่โชกไปด้วยเลือดไว้บนหน้าอกของเขา
อย่างไรก็ตาม สำหรับอสูรแล้ว อาการบาดเจ็บแค่นี้ก็ไม่ต่างอะไรกับรอยขีดข่วน
เนื้อเยื่องอกขึ้นมาใหม่ และในชั่วพริบตา เขาก็กลับมาเป็นปกติ
อาคาสะเดินออกจากบ้านพลางอุทานด้วยความทึ่ง
“ดวงตาสีเลือดนั่น มันคือศิลปะอสูรโลหิตของแกงั้นเหรอ? ดูเหมือนว่าแกจะกินคนไปไม่น้อยเลยนี่”
ด้วยการล่มสลายของสมาคมมังกรดำ อาคาสะย่อมสันนิษฐานว่าคัมบาระ เท็ตสึยะเป็นคนกลืนกินทุกคนที่อยู่ข้างใน นั่นคือเหตุผลที่เขาสามารถเพิ่มพลังได้มากขนาดนี้ในเวลาเพียงวันเดียว
คัมบาระ เท็ตสึยะยังคงนิ่งเงียบ
อาคาสะผู้ช่างจ้อพูดต่อไป
“น่าเสียดายนะ ที่ร่างกายของแกตามสายตาของแกไม่ทันน่ะ!”
ดวงตาสีเลือดเหล่านั้นสามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวของเขาได้ แต่ร่างกายของคัมบาระ เท็ตสึยะกลับตามไม่ทัน
แต่มันก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่าทางเลือกของเขานั้นถูกต้อง คัมบาระ เท็ตสึยะมีศักยภาพพอที่จะกลายเป็นผู้แข็งแกร่งระดับท็อปได้อย่างแน่นอน
อาคาสะกล่าวอย่างตื่นเต้น
“ไม่เป็นไรหรอก ในอีกหลายสิบปีหรือหลายร้อยปีนับจากนี้ แกจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน และถึงตอนนั้น เราก็จะได้ต่อสู้กันอย่างสุดกำลัง”
คัมบาระ เท็ตสึยะยิ้มเย็นชา หลายสิบปี หลายร้อยปี… นั่นมันนานเกินไป เขาต้องการไขว่คว้าช่วงเวลานี้เอาไว้ต่างหาก!
เนตรวงแหวน · คาถาลวงตา!
ประกายแสงสีเลือดอันเย็นเยียบพาดผ่านดวงตาของคัมบาระ เท็ตสึยะ และพลังเนตรอันมหาศาลก็พรั่งพรูออกมาคล้ายกับเกลียวคลื่น
อาคาสะซึ่งจ้องมองคัมบาระ เท็ตสึยะอย่างตั้งใจ กลับตกอยู่ในภาพลวงตาอย่างไม่คาดคิด
ทุกสิ่งรอบตัวเขาเริ่มเปลี่ยนไป
ใบหน้าของอาคาสะแสดงความสนใจ เขาไม่คาดคิดเลยว่าดวงตาของคัมบาระ เท็ตสึยะจะมีความสามารถในการร่ายคาถาลวงตาได้ด้วย
ในภาพลวงตา เวลาไหลย้อนกลับ และศตวรรษต่างๆ ที่อาคาสะได้สัมผัสก็เผยออกมาให้เห็นทีละศตวรรษ เมื่อได้เห็นความทรงจำเกี่ยวกับการต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งเหล่านั้น ชั่วขณะหนึ่ง อาคาสะก็รู้สึกลังเลที่จะหลุดพ้นจากภาพลวงตานี้
มีอะไรอยู่ที่จุดสิ้นสุดความทรงจำของเขากันนะ?
ในขณะเดียวกัน ความอยากรู้ก็ผุดขึ้นในใจของอาคาสะ ด้วยความคาดหวังนี้ เขาจึงเฝ้ารออย่างเงียบๆ
ลำดับความทรงจำหยุดลงในที่สุดในวินาทีที่เขากลายร่างเป็นอสูร เมื่อมือของท่านผู้นั้นทะลวงผ่านกะโหลกศีรษะของเขา
“แค่นี้เองเหรอ? น่าเบื่อชะมัด!”
อาคาสะรู้สึกว่าเขาเสียเวลาไปเปล่าๆ
ในความงุนงง ราวกับเขาจะมองเห็นแม่น้ำสายหนึ่ง ซึ่งกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากได้แยกสองฝั่งออกจากกัน ที่ฝั่งตรงข้ามซึ่งปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ ร่างสามร่างกำลังส่งเสียงเรียกหาอะไรบางอย่าง
ทว่าเสียงของพวกเขากลับไม่อาจทะลวงผ่านหมอกหนาเหล่านั้นมาได้
หลังจากเฝ้าสังเกตอยู่ครู่หนึ่ง อาคาสะก็หมดความอดทนและละสายตาไป เขาเพียงแค่ต้องการต่อสู้กับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น!
“ท่าสังหาร · เข็มทิศ!”
อาคาสะไม่ลังเลอีกต่อไป เขาทำท่าเตรียมพร้อมด้วยมือทั้งสองข้าง และวงแหวนเกล็ดหิมะสิบสองแฉกก็ปรากฏขึ้นใต้เท้าของเขา เปล่งแสงเจิดจ้าและแผ่กลิ่นอายอันลึกล้ำออกมา
เมื่อเห็นวงแหวนเกล็ดหิมะถูกกางออก คัมบาระ เท็ตสึยะซึ่งกำลังจะชกเข้าที่หัวของอาคาสะก็รีบถอยร่นกลับอย่างรวดเร็ว
นั่นคือแก่นแท้ของศิลปะอสูรโลหิตของอาคาสะ
อาคาสะครอบครองพลังงานพิเศษอยู่ภายในตัวเขา ซึ่งเขาเรียกมันว่า “จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้” มันช่วยให้เขาสามารถสัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของคู่ต่อสู้ราวกับเข็มทิศ ทำให้การโจมตีและการหลบหลีกของเขาแม่นยำราวกับถูกดึงดูดด้วยแม่เหล็ก
ยิ่งจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของคู่ต่อสู้แข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ปฏิกิริยาของเข็มทิศก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น และความแข็งแกร่งรวมถึงความแม่นยำของมันก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย
ยิ่งศัตรูแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น!
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═