- หน้าแรก
- เริ่มต้นด้วยเนตรวงแหวน เริ่มต้นด้วยดาบพิฆาตอสูร
- บทที่ 3 เนตรวงแหวนสองโทโมเอะ
บทที่ 3 เนตรวงแหวนสองโทโมเอะ
บทที่ 3 เนตรวงแหวนสองโทโมเอะ
บทที่ 3 เนตรวงแหวนสองโทโมเอะ
เมื่อเห็นแผงข้อความแจ้งเตือนความสำเร็จของภารกิจ คัมบาระ เท็ตสึยะก็ถึงกับตะลึงงัน เขาเกือบจะคิดไปแล้วว่าภารกิจล้มเหลว
เจ้านั่น… อาคาสะ ช่างมีความอดทนสูงเสียจริง
อย่างไรก็ตาม ด้วยระดับความโกรธเพียง 32% ของอาคาสะ คัมบาระ เท็ตสึยะคาดเดาว่าเขาคงไม่ได้รับรางวัลอะไรที่วิเศษวิโสหนักหรอก เขาจึงคิดในใจอย่างไม่ใส่ใจนัก
“สกัดรางวัล”
พื้นที่รอบๆ เกิดความผันผวน และโลกในสายตาของคัมบาระ เท็ตสึยะก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
รัตติกาลปกคลุมท้องฟ้า และดวงดาวนับไม่ถ้วนก็แขวนอยู่เหนือผืนนภา เปล่งประกายแสงเจิดจ้าอย่างน่าเหลือเชื่อ
“นี่มันอะไรกัน?”
ดวงตาของคัมบาระ เท็ตสึยะเบิกกว้าง เขาไม่เคยเห็นภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจเช่นนี้มาก่อน ระยะเวลาคุ้มครองมือใหม่หมดลงแล้วงั้นหรือ?
ฟุบ!
ดวงดาวดวงหนึ่งพาดผ่านความว่างเปล่า พุ่งเข้าใส่ร่างของคัมบาระ เท็ตสึยะด้วยความเร็วที่ดวงตาเปล่าไม่อาจมองทัน
[ขอแสดงความยินดีด้วยโฮสต์ ที่ได้รับ “เนตรวงแหวนสองโทโมเอะ” ขีดจำกัดทางสายเลือดจากตระกูลอุจิวะแห่งโลกนารูโตะ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถได้อย่างมหาศาล เช่น สายตา การสังเกต การมองเห็นแบบไดนามิก และความสามารถในการร่ายคาถาลวงตาของเนตรวงแหวน]
แผงระบบปรากฏขึ้นอีกครั้ง และคัมบาระ เท็ตสึยะก็ถึงกับพูดไม่ออก… เนตรวงแหวน แถมยังเป็นแบบสองโทโมเอะอีกด้วย!
ภาพลวงตาที่เกิดจากการสกัดของระบบหายไป
ดวงตาของคัมบาระ เท็ตสึยะเปลี่ยนเป็นสีเลือด และลูกน้ำสองหยดที่หมุนวนก็ปรากฏขึ้น ความมืดมิดในยามราตรีไม่อาจบดบังวิสัยทัศน์ของเขาได้ แม้แต่มดที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรก็ยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน
หัวใจของเขาพองโตด้วยความปีติยินดี ในที่สุดระบบบ้าบอนี่ก็ทำเรื่องดีๆ กับเขาเสียที
แม้ว่าเนตรวงแหวนอาจจะไม่ได้ทรงพลังมากนัก แต่มันก็มีศักยภาพในการเติบโตสูง ในอนาคตก็ยังมีแบบสามโทโมเอะ หรือแม้แต่เนตรวงแหวนกระจกเงาหมื่นบุปผา ซึ่งมากพอที่จะมอบต้นทุนในการปกป้องตัวเองให้กับเขาได้
“อาคาสะ วันนั้นคงอีกไม่นานเกินรอแน่!”
คัมบาระ เท็ตสึยะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความมั่นใจและหนักแน่น ไม่เหมือนก่อนหน้านี้
ต่อมา สายตาของคัมบาระ เท็ตสึยะก็เลื่อนไปที่ศพซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก ความรู้สึกของเขาสับสนปนเป
หากเขาไม่ได้คิดอย่างรวดเร็วในยามคับขัน ชะตากรรมของเขาก็คงจะไม่ต่างจากชายวัยกลางคนผู้นั้น
สิ่งนี้อดไม่ได้ที่จะทำให้คัมบาระ เท็ตสึยะรู้สึกเศร้าสลดใจ เขาขุดหลุมขนาดใหญ่และฝังศพของชายวัยกลางคนที่ถูกอาคาสะฆ่าตายเมื่อครู่นี้ จากนั้นก็หาแผ่นไม้มาปักไว้บนพื้นเพื่อเป็นป้ายหลุมศพอย่างลวกๆ
“แค่ปกป้องตัวเองชั้นก็แทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว ดังนั้นชั้นจึงทำได้เพียงแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ให้กับนาย”
คัมบาระ เท็ตสึยะกล่าว
แสงสีเลือดในดวงตาของเขาจางหายไป และเล็บที่แหลมคมก็กลับคืนสู่สภาพปกติ นอกเหนือจากเขี้ยวอันเป็นเอกลักษณ์ของอสูรแล้ว คัมบาระ เท็ตสึยะก็ดูไม่ต่างอะไรจากคนธรรมดาทั่วไปเลย
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จสิ้น คัมบาระ เท็ตสึยะก็เข้าไปในเมืองและกลับไปยังบ้านของเขา
ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก และแสงแดดอ่อนๆ ก็สาดส่องผ่านม่านหมอกยามเช้า กระทบลงบนพื้นดิน
คัมบาระ เท็ตสึยะถอยร่นเข้าไปในเงามืดตามสัญชาตญาณ ความรู้สึกถึงอันตรายอันรุนแรงผุดขึ้นในใจ หากเขาสัมผัสแสงแดดนั้น เขาจะต้องตาย… นี่คือศัตรูตามธรรมชาติของอสูรอย่างแท้จริง
วิธีเอาชนะจุดอ่อนของอสูร
วิธีที่รู้กันก็มีเพียง ร่างกายพิเศษของคามาโดะ เนซึโกะ และดอกฮิกังบานะสีน้ำเงินอันลึกลับเท่านั้น
เรื่องของคามาโดะ เนซึโกะตัดไปได้เลย ในเมื่ออาคาสะยังคงออกตามหาดอกฮิกังบานะสีน้ำเงินอยู่ นั่นหมายความว่าคามาโดะ เนซึโกะยังไม่สามารถเอาชนะแสงอาทิตย์ได้
เป็นไปได้ด้วยซ้ำว่าเนื้อเรื่องยังไม่ได้เริ่มต้นขึ้นเลย
คัมบาระ เท็ตสึยะส่ายหัวพร้อมกับถอนหายใจ
“ดอกฮิกังบานะสีน้ำเงิน โอ้ ดอกฮิกังบานะสีน้ำเงิน...”
เด็กสาวจอมซุกซนโผล่ออกมาจากด้านหลังของคัมบาระ เท็ตสึยะ
“ดอกฮิกังบานะสีน้ำเงินอะไรเหรอคะ?”
คัมบาระ เท็ตสึยะไม่ได้หันกลับไป เขายกมือขึ้นท้าวคาง สายตาจับจ้องไปที่แสงแดดนอกบ้าน
อากิยามะ รินกะ ลูกพี่ลูกน้องของร่างเดิม
ตระกูลอากิยามะถือเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองนี้ โดยเกี่ยวข้องกับธุรกิจหลายแขนง ทั้งอสังหาริมทรัพย์ อาหาร และสมุนไพร ว่ากันว่าพวกเขายังร่วมมือกับกองพิฆาตอสูรอีกด้วย
แม่ของร่างเดิมนั้นมาจากตระกูลอากิยามะ… เรื่องราวน้ำเน่าของคุณหนูผู้ร่ำรวยที่หนีตามเด็กหนุ่มยากจนไป ตอนจบของเรื่องก็ช่างน่าเศร้าไม่ต่างกัน ทั้งคู่เสียชีวิต ทิ้งให้ลูกน้อยต้องเผชิญกับความดูถูกเหยียดหยามจากโลกใบนี้
เมื่อครึ่งเดือนก่อน ร่างเดิมตัดสินใจปลิดชีพตนเอง โชคดีที่เขาถูกส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลาและได้รับการช่วยเหลือในท้ายที่สุด ทว่าผู้ที่ตื่นขึ้นมากลับเป็นอีกวิญญาณหนึ่ง นามว่าคัมบาระ เท็ตสึยะคนใหม่
“ฉันกำลังพูดกับพี่อยู่นะ!”
อากิยามะ รินกะเท้าสะเอว นัยน์ตาสวยกลมโตของเธอจ้องมองคัมบาระ เท็ตสึยะด้วยความไม่พอใจ
คัมบาระ เท็ตสึยะโบกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ เด็กๆ ไม่ควรจะเข้ามายุ่งวุ่นวายให้มากนักหรอกนะ”
อากิยามะ รินกะเป็นคนเดียวจากตระกูลอากิยามะที่ยอมพูดคุยกับร่างเดิม และเธอก็เป็นคนแรกที่พบร่างเดิมที่พยายามฆ่าตัวตายเมื่อครึ่งเดือนก่อน
ในแง่หนึ่ง เธอคือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตคัมบาระ เท็ตสึยะไว้
หากไม่ใช่เพราะความสัมพันธ์นี้ คัมบาระ เท็ตสึยะคงจะไล่เธอออกไปนานแล้ว ในความทรงจำของร่างเดิม คัมบาระ เท็ตสึยะไม่ได้ชอบตระกูลอากิยามะสักเท่าไหร่นัก
“นี่ฉันอุตส่าห์เอาของอร่อยๆ มาให้พี่เลยนะ”
อากิยามะ รินกะพึมพำเสียงเบา ค่อยๆ หยิบกล่องข้าวกล่องออกมา เธอเปิดฝาออก เผยให้เห็นข้าวปั้นสามก้อนวางเรียงรายอยู่อย่างน่ารับประทาน
คัมบาระ เท็ตสึยะเหลือบมองพวกมัน และความรู้สึกหิวโหยก็พลันเอ่อล้นขึ้นมาจากส่วนลึกในใจของเขาอย่างน่าประหลาด
“แปลกจัง…”
คัมบาระ เท็ตสึยะขมวดคิ้ว สายตาประหลาดใจของเขามองสลับไปมาระหว่างข้าวปั้นและอากิยามะ รินกะ
อากิยามะ รินกะโบกมือปฏิเสธพัลวัน
“เท็ตสึยะ เราเป็นสายเลือดเดียวกัน เป็นลูกพี่ลูกน้องนะ พี่จะมาคิดเรื่องแปลกๆ ไม่ได้นะ”
“เธอคิดมากไปแล้ว!”
คัมบาระ เท็ตสึยะสวนกลับ ร่างกายผอมแห้งอย่างกับไม้เสียบผีของเธอ ต่อให้เอามาประเคนให้ฟรีๆ เขาก็ไม่เอาหรอก
กลับมาที่ประเด็นหลัก สัญชาตญาณอันแรงกล้าที่พลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย ทำให้คัมบาระ เท็ตสึยะตระหนักได้ในที่สุดว่า เสน่ห์ของเด็กสาวคนนี้ยังเทียบไม่ได้กับข้าวปั้นแม้แต่ก้อนเดียวเลยด้วยซ้ำ
เขาหยิบข้าวปั้นขึ้นมาหนึ่งก้อน โยนเข้าปาก เคี้ยวสองสามทีแล้วกลืนลงไป
ทันใดนั้น เขาก็รู้สึกถึงกระแสความอบอุ่นไหลเวียนจากหน้าท้องไปทั่วทั้งร่างกาย เติมเต็มพลังงานให้กับเขา ราวกับว่าเขาสามารถชกวัวให้ตายได้เลยทีเดียว
“หรือว่า!”
สีหน้าของคัมบาระ เท็ตสึยะดูแปลกไป เขาไม่จำเป็นต้องกินมนุษย์ เขาสามารถฟื้นฟูพลังงานด้วยอาหารธรรมดางั้นเหรอ?
เฉกเช่นเดียวกับที่ไม่มีใบไม้สองใบใดบนโลกที่เหมือนกันทุกประการ ร่างกายของอสูรก็มีความแตกต่างกันเช่นกัน อสูรบางตนได้รับพลังเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลจากการกลืนกินมนุษย์เฉพาะกลุ่ม เช่น ทารกหรือเด็กสาว
แต่ท่ามกลางฝูงหมาป่าที่หิวโหย การมีหมาป่าตนหนึ่งที่กิน ‘ผัก’… ร่างกายของเขานั้นช่างหายากยิ่งนัก
หลังจากความปีติยินดีเพียงชั่วครู่ คัมบาระ เท็ตสึยะก็สงบสติอารมณ์ลง
คามาโดะ เนซึโกะฟื้นฟูพลังงานของเธอด้วยการนอนหลับและสามารถเอาชนะแสงอาทิตย์ได้ เธอเหนือกว่าเขาเป็นไหนๆ
หลังจากจัดการกับข้าวปั้นทั้งสามก้อนที่อากิยามะ รินกะนำมาให้จนหมด คัมบาระ เท็ตสึยะก็ยังไม่รู้สึกอิ่มเลยแม้แต่น้อย เขาคาดเดาว่าคงต้องกินอีกสักยี่สิบหรือสามสิบก้อน ถึงจะทำให้เขาอิ่มได้สักสามสิบเปอร์เซ็นต์
คัมบาระ เท็ตสึยะก้มหน้าครุ่นคิด ยังมีเรื่องให้ต้องค้นหาอีกมากมายเกี่ยวกับร่างกายอสูร เช่น ศิลปะอสูรโลหิต…
เมื่อเห็นคัมบาระ เท็ตสึยะสวาปามข้าวปั้นสามก้อนรวดเดียว อากิยามะ รินกะก็เผยรอยยิ้มอันน่ารักออกมา
ครืน!
ในตอนนั้นเอง เสียงฝีเท้าที่หนาแน่นก็ดังกึกก้อง ฝุ่นคลุ้งกระจายไปทั่ว บนถนนนอกบ้าน กลุ่มอันธพาลในชุดสูทนับสิบคนพร้อมด้วยท่อเหล็กและมีดพร้าเดินกร่างไปมา
สายตาของคัมบาระ เท็ตสึยะและอากิยามะ รินกะถูกดึงดูดไปที่พวกเขา
“นั่นมันพวกสมาคมมังกรดำนี่”
สีหน้าของอากิยามะ รินกะเปลี่ยนไป และเธอก็สั่งการ
“เท็ตสึยะ พี่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านนะ ฉันจะไปแจ้งหัวหน้าตระกูล”
พูดจบ อากิยามะ รินกะก็รีบคว้ากล่องข้าวแล้ววิ่งออกไปอย่างเร่งรีบ
สายตาของคัมบาระ เท็ตสึยะเปลี่ยนไป ในเวลานี้ ญี่ปุ่นอยู่ในยุคไทโช ประมาณต้นศตวรรษที่ 20 สังคมค่อนข้างมีเสถียรภาพ และเปิดรับวัฒนธรรมตะวันตกอย่างเต็มที่
สมาคมมังกรดำแห่งนี้คือองค์กรยากูซ่าที่เพิ่งเข้ามาในเมืองนี้ ว่ากันว่าหัวหน้าของพวกมันคือสมาชิกระดับหัวกะทิของมาเฟียตะวันตก
พวกมันมาเพื่อแย่งชิงอาณาเขตกับตระกูลอากิยามะ… ฝ่ายหนึ่งคือมังกรผู้ทรงพลัง ส่วนอีกฝ่ายคืองูเจ้าถิ่น
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล
จบตอน
By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล
═❀═❀═❀═❀═❀═❀═