- หน้าแรก
- แผนการตบหน้าฉบับมืออาชีพ
- บทที่ 429 ฉันคือป้าสะใภ้ใจยักษ์ (16)
บทที่ 429 ฉันคือป้าสะใภ้ใจยักษ์ (16)
บทที่ 429 ฉันคือป้าสะใภ้ใจยักษ์ (16)
สวีต้าหยาไม่กล้าหลบ นางเหลือบมองเฟิงซื่อแวบหนึ่งแล้วก็ก้มหน้าลง
เพียงแต่ ภาพลักษณ์ท่านแม่ผู้แสนอ่อนโยนในใจของนางได้เลือนหายไปแล้ว
นางนึกถึงเรื่องราวต่างๆที่ได้ยินมาในช่วงหลายวันมานี้
นางรู้แล้วว่า ท่านย่ากับป้าสะใภ้ใหญ่ไม่ได้พูดโกหกเลย
ที่บ้านของนางไม่มีเงิน ทั้งหมดเป็นเพราะเฟิงซื่อแอบเอาเงินในบ้านไปจุนเจือบ้านเดิมของตัวเองทั้งสิ้น
สวีต้าหยาไม่ใช่คนไม่รู้จักผิดชอบชั่วดี
นางรู้ดีว่า ถึงแม้ตนเองจะโดนดุด่าอยู่บ่อยๆ ยามอยู่ที่บ้านตระกูลสวี และท่านย่าก็ไม่ได้ดีกับนางนัก แต่ก็ยังดีกว่าตอนไปบ้านท่านตามาก
คนบ้านท่านตาเวลามองนาง มีแต่ความเจ้าเล่ห์เห็นแก่ได้ ไม่มีน้ำใจให้เลยสักนิด
ตอนช่วงปีใหม่นางไปเยี่ยมญาติที่บ้านท่านตา บางครั้งกระทั่งข้าวอุ่นๆสักคำยังไม่ได้กินเลยด้วยซ้ำ
แต่เฟิงซื่อกลับเหมือนคนโดนบังตา ในใจคิดถึงแต่พ่อแม่และน้องชายของตัวเอง เพื่อคนบ้านนั้นแล้ว ต่อให้ครอบครัวตัวเองจะเป็นจะตายอย่างไรก็ไม่สน
เมื่อก่อนนางไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้ คิดแค่ว่าที่บ้านไม่มีเงินเพราะท่านย่าเก็บเอาไปหมด
ประกอบกับคอยฟังเฟิงซื่อบ่นว่าท่านย่าไม่ดีอยู่ตลอด สวีต้าหยาจึงพลอยรู้สึกโกรธเคืองท่านย่าและป้าใหญ่ไปด้วย
แต่พอตอนนี้มาลองสังเกตดูเงียบๆ คนที่สมองเลอะเลือนและใจดำที่สุดในบ้านนี้ เกรงว่าจะเป็นเฟิงซื่อเสียมากกว่า
เฟิงซื่อใช้ไม้ฟืนหวดลงบนหลังของสวีต้าหยา ทีละไม้ๆ เพื่อระบายอารมณ์โกรธ ตอนแรกสวีต้ายังรู้สึกเจ็บ แต่ตอนหลังมันเริ่มชาไปหมดแล้ว
ประจวบเหมาะกับที่อันหนิงเดินเข้ามาหาของในครัวพอดี พอเห็นเฟิงซื่อกำลังทุบตีสวีต้าหยา นางจึงรีบก้าวเข้าไปแย่งไม้ฟืนมาทันที
"น้องสะใภ้รอง ทำอะไรของเจ้าน่ะ? มีอย่างที่ไหนทำกับลูกแบบนี้ ที่เจ้าตีเด็กขนาดนี้ เป็นเพราะโกรธเคืองพวกเราใช่ไหม?"
พออันหนิงเอ่ยปากถามจี้ใจดำ เฟิงซื่อก็หน้าถอดสีทันที
"ข้าสั่งให้ทำงาน แต่นางกลับเกี่ยงงอน คอยเฝ้าไฟแท้ๆยังแอบนอนหลับ ขี้เกียจขนาดนี้ไม่ตีได้ยังไง!"
เฟิงซื่อคิดว่าสวีต้าหยาเป็นลูกสาวที่นางคลอดออกมาเอง ตีสักหน่อยจะเป็นไรไป จึงเชิดหน้าเถียงกับอันหนิงอย่างไม่ยอมลดละ
อันหนิงถึงกับขำแห้งด้วยความโมโห "น้องสะใภ้รอง หลายวันมานี้ต้าหยาต้องดูแลเอ้อร์หยา แล้วยังต้องปรนนิบัติน้องรองอีก เด็กคนหนึ่งทำงานไม่น้อยไปกว่าเจ้าเลยนะ แถมช่วงนี้บ้านเราก็วุ่นวายเพราะเรื่องของน้องรอง ข้าวปลาดีๆก็ไม่ได้กิน เด็กกินไม่อิ่มนอนไม่หลับ ย่อมต้องเหนื่อยล้าเป็นธรรมดา นางเฝ้าไฟแล้วเผลอหลับไป เจ้าควรจะสงสารลูกสิ ทำไมถึงได้โทษเด็กขนาดนี้"
"ลูกข้า ข้าคลอดของข้ามาเอง ข้าอยากจะตียังไงก็เรื่องของข้า"
เฟิงซื่อไม่อยากยอมก้มหัวให้อันหนิง ครั้งนี้จึงแสดงท่าทีแข็งกร้าวขึ้นมาอย่างยากที่จะได้เห็น
"นางแซ่สวี ไม่ได้แซ่เฟิง"
อันหนิงผลักเฟิงซื่อออกไป แล้วดึงตัวสวีต้าหยาขึ้นมา "ไป เดินกลับห้องกับป้าใหญ่ เดี๋ยวป้าจะดูให้ว่าโดนตีตรงไหนบ้าง"
"ห้ามไปนะ!"
เฟิงซื่อเข้ามาขวางสวีต้าหยาไว้
สวีต้าหยาหน้าซีดเผือด น้ำตาอาบแก้ม นางมองอันหนิงแวบหนึ่ง ก่อนจะกัดฟันเดินตามอันหนิงไป
เฟิงซื่อทรุดฮวบลงไปนั่งกองกับพื้นทันที นางยกมือปิดหน้าแล้วร้องไห้โฮออกมา
อันหนิงพาสวีต้าหยากลับมาที่ห้องของตัวเอง พลางเลิกเสื้อตัวบนของเด็กสาวขึ้นดู หลังของเด็กคนนี้บวมเป่งจากการโดนทุบตี รอยเขียวช้ำเป็นปื้นๆ ดูแล้วน่ากลัวมาก
หลานเจี่ยเอ๋อร์ที่เห็นเหตุการณ์เข้าถึงกับตกใจหน้าเสีย
อันหนิงบอกให้หลานเจี่ยเอ๋อร์ไปหยิบยาทาแผลในตู้มา จากนั้นจึงค่อยๆทายาให้สวีต้าหยาอย่างเบามือพลางเอ่ยเตือนเสียงเบา "เจ้าเองก็อย่ามัวแต่ยอมเป็นคนซื่อเกินไปนัก ถ้าแม่ของเจ้าจะตีเจ้าอีก เจ้าก็รีบวิ่งออกไปที่ลานบ้านแล้วตะโกนเรียกท่านย่า หรือเรียกข้าก็ได้ อย่าเอาแต่นั่งรอรับไม้เฉยๆ เกิดแม่เจ้ามือหนักหน้ามืดตามัวทุบตีจนบาดเจ็บหนักขึ้นมาจะทำยังไง"
สวีต้าหยาเอาแต่ก้มหน้า น้ำตาไหลพรากไม่ขาดสาย
"ท่านป้า ท่านแม่ของข้า... ทำไมนางถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้เจ้าคะ..."
สวีต้าหยาพูดค้างไว้แค่นั้น นางอยากจะถามว่าทำไมเฟิงซื่อถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ แต่พออยู่ต่อหน้าอันหนิง นางก็ทำใจพูดออกมาไม่ลงจริงๆ
อันหนิงลูบหัวสวีต้าหยาเบาๆ "เด็กดี อย่าคิดมากเลย เรื่องที่ผ่านไปแล้วก็ปล่อยมันไป ตอนนี้เจ้าคิดถึงแต่เรื่องของตัวเองก็พอ อย่าไปกังวลอะไรมากมายนัก"
ผ่านไปครู่ใหญ่ สวีต้าหยาถึงค่อยพยักหน้ารับ
อันหนิงหยิบขนมจำนวนหนึ่งออกมาจากตู้ส่งให้สวีต้าหยา "หิวแย่แล้วล่ะสิ รีบกินเถอะ แอบกินเงียบๆ อย่าให้แม่เจ้าเห็นเข้าล่ะ ไม่งั้นคงได้โมโหอาละวาดอีกรอบ"
ตอนนี้ในหัวของสวีต้าหยาไม่มีเรื่องของเฟิงซื่ออยู่เลย ประกอบกับนางหิวโซมากจริงๆ พอได้รับขนมและได้กลิ่นหอมหวานลอยมาเตะจมูก นางก็แทบอยากจะอ้าปากกลืนมันลงท้องไปในคำเดียว
กระนั้นนางก็ยังหันไปมองหลานเจี่ยเอ๋อร์ "ให้หลานเจี่ยเอ๋อร์กินเถอะเจ้าค่ะ"
หลานเจี่ยเอ๋อร์รีบส่ายหน้าทันที "พี่ใหญ่กินเถอะ ข้าไม่หิว ข้ากับพี่ชายกินกันมาแล้ว"
อันหนิงเองก็ช่วยคะยั้นคะยอให้สวีต้าหยารีบกิน
สวีต้าหยากล้ำกลืนน้ำตาพลางเคี้ยวขนมลงท้อง ขนมนี้ช่างอร่อยเหลือเกิน นางโตจนป่านนี้ยังไม่เคยได้กินของที่อร่อยขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต
นางอดคิดไม่ได้ว่า ถ้าแม่ไม่เอาเงินในบ้านไปประเคนให้บ้านท่านตา นางเองก็คงมีโอกาสได้กินของอร่อยๆแบบนี้เหมือนกัน
สวีต้าหยาไม่ใช่คนโง่ นางรู้ว่าขนาดอันหนิงที่เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวยังสามารถหาเงินมาซื้อขนมให้ลูกกินได้ ส่วนพ่อของนางมีฝีมือช่างไม้ ทำงานก็ดี หลายปีมานี้ย่อมต้องหาเงินได้ไม่น้อยแน่ๆ และคงมีปัญญาซื้อขนมแบบนี้ให้พวกนางกินได้สบายๆ น่าเสียดายที่...
หลังจากสวีต้าหยากินขนมและดื่มน้ำตามไปสองสามอึก นางก็นั่งหลับไปบนเตียงทั้งอย่างนั้น
อันหนิงมองดูแล้วรู้สึกเวทนาพาลคิดว่าเด็กคนนี้ช่างน่าสงสารเหลือเกิน
นางช่วยประคองให้สวีต้าหยานอนลง จัดแจงห่มผ้าให้เรียบร้อย แล้วจึงพาหลานเจี่ยเอ๋อร์เดินไปที่ห้องของหญิงชรา
หญิงชรากำลังนั่งเย็บเสื้อผ้าชุดใหม่สำหรับเปลี่ยนตามฤดูกาลให้ตาเฒ่าสวีอยู่ พอเห็นอันหนิงพาหลานเจี่ยเอ๋อร์เข้ามา ก็กวักมือเรียกเด็กหญิงด้วยรอยยิ้ม "มาเร็วเข้า ย่าต้มไข่ไว้ให้เจ้ากินแน่ะ"
หลานเจี่ยเอ๋อร์ยิ้มตาหยีอย่างออดอ้อน "ท่านย่า ข้ายังไม่หิวเจ้าค่ะ ท่านย่ากับท่านปู่กินเถอะ"
หญิงชราจึงหยิบไข่ต้มสองฟองยัดใส่มือหลานเจี่ยเอ๋อร์กับอันหนิง แต่อันหนิงรับมาแล้วยังไม่ได้กิน
หญิงชราเหลือบมองนางแวบหนึ่ง "เจ้าอย่ามัวแต่ใจดีไม่เข้าเรื่องเลย เกิดเลี้ยงเสียข้าวสุกขึ้นมาจะทำยังไง"
อันหนิงยิ้มบางๆ "ข้าทำดีที่สุดแล้ว ถามใจตัวเองแล้วไม่ละอาย ส่วนวันหน้าเด็กคนนั้นจะเป็นอย่างไร ข้าคงไปก้าวก่ายไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ"
หญิงชราทอดถอนใจออกมาคำหนึ่ง "ตอนนั้นข้าคงตาบอดไปจริงๆ ถึงได้คว้าเอาเฟิงซื่อที่เป็นตัวล้างผลาญแบบนั้นเข้ามาสะใภ้ เอาเถอะ ยามนี้ดูท่าต้าหยาจะยังพอรู้ความอยู่บ้าง ถ้าเจ้าอยากจะช่วยดึงช่วยรั้งนางไว้สักหน่อยก็ทำไปเถอะ"
อันหนิงฝากหญิงชราให้ช่วยดูหลานเจี่ยเอ๋อร์ให้สักพัก ส่วนนางเดินไปในครัว ลงมือทำแป้งกวนต้มสุกถ้วยหนึ่งแล้วยกไปที่ห้องของสวีเอ้อร์หยา
สวีเอ้อร์หยากำลังนอนแหมะอยู่บนเตียง พอเห็นอันหนิงเดินเข้ามาก็ชักสีหน้าบึ้งตึงใส่ทันที
อันหนิงเองก็ไม่ได้ปั้นหน้าดีด้วย นางวางถ้วยลงบนหัวเตียงของสวีเอ้อร์หยาเสียงดังปัง "พี่สาวเจ้าเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด ตอนนี้หลับไปแล้ว เจ้าก็รีบกินซะ อย่าเอาแต่นอนอู้อยู่บนเตียงทั้งวัน วันๆในบ้านวุ่นวายจะตายอยู่แล้ว เจ้าควรจะลุกมาช่วยหยิบจับงานบ้าง"
สวีเอ้อร์หยาแค่นเสียงหึในลำคอ ก่อนจะพลิกตัวหนีโดยไม่สนใจอันหนิงเลยสักนิด
อันหนิงยืนมองอยู่ในห้องเงียบๆครู่หนึ่ง แล้วจึงหมุนตัวเดินจากไป
หลังจากกินข้าวกลางวันเสร็จ อันหนิงก็ฝากสวีต้าหยาที่เพิ่งตื่นนอนให้ช่วยดูแลหลานเจี่ยเอ๋อร์กับอิงเกอเอ๋อร์ให้สักครู่ จากนั้นนางจึงลากหญิงชราเข้ามาในห้องชั้นในแล้วกระซิบเสียงเบา "ท่านแม่ ข้าว่าเอ้อร์หยามีท่าทีแปลกๆอยู่นะเจ้าคะ"
"แปลกยังไง?" หญิงชราเริ่มรู้สึกเครียดขึ้นมาทันที
"ข้าสงสัยว่าเอ้อร์หยาจะแอบซ่อนเงินไว้"
อันหนิงเล่าสิ่งที่นางสังเกตเห็นในห้องของสวีเอ้อร์หยาให้ฟังรอบหนึ่ง "ข้าจำได้ว่าตรงมุมห้องของนางเดิมทีมีรูหนูอยู่รูหนึ่ง ตอนหลังน้องรองเอาดินเหนียวไปอุดไว้แล้ว แต่วันนี้ข้าเข้าไปในห้องกลับเห็นว่ารูนั้นมันดูเปลี่ยนไป แถมตัวนางเองวันๆก็กินไม่ค่อยอิ่ม แต่ผิวพรรณหน้าตากลับดูดีขึ้นเรื่อยๆ เรื่องนี้ต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ"
หญิงชราเลิกคิ้วขึ้น ดวงตาเป็นประกายวาววับด้วยความเจ้าเล่ห์ "ดี ข้ารู้แล้ว นังเด็กเหลือขอ ถ้าข้าจับได้ว่ามันแอบซ่อนเงินไว้จริงล่ะก็ คอยดูเถอะว่าข้าจะจัดการกับมันยังไง!"