- หน้าแรก
- โลกกลายพันธุ์: ผมคือบั๊กของระบบ
- บทที่ 10 - ด่านแรกหลังการเข้าร่วม
บทที่ 10 - ด่านแรกหลังการเข้าร่วม
บทที่ 10 - ด่านแรกหลังการเข้าร่วม
บทที่ 10 - ด่านแรกหลังการเข้าร่วม
หลังจากจัดการมื้อเย็น ทำการบ้าน และอาบน้ำเสร็จสรรพ หลี่เย่ก็ล้มตัวลงนอนพลางเปิดหน้าจอโปร่งใสของระบบขึ้นมาดู ก่อนจะพบด้วยความประหลาดใจว่าเลเวลโฮสต์มีการเปลี่ยนแปลง
"ช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่ามันอัปเวลยังไง"
"โฮสต์เป็นฝ่ายริเริ่มการสกัดแต้มคุณสมบัติครั้งแรก จึงได้รับการอัปเกรดเป็นเลเวล 1 ทันที บ่อพลังงานของโฮสต์เพิ่มขึ้นยี่สิบแต้ม และเพิ่มสล็อตกลุ่มยีนกลายพันธุ์อีกหนึ่งช่อง"
แม้น้ำเสียงที่ระบบใช้ตอบคำถามจะฟังดูพิลึกพิลั่นไปสักหน่อย แต่เขาก็พอรับได้
[ระดับโฮสต์] เลเวล 1 (สีเหล็กดำ)
[บ่อพลังงานของโฮสต์] (20/30)
[แต้มพลังงานส่วนตัว] 67 แต้ม
[แต้มพลังงานอื่นๆ] 17,316 แต้ม (เพิ่งใช้ไป 10 แต้ม)
[ตรวจพบพลังงานกลุ่มยีนกลายพันธุ์ในบริเวณใกล้เคียง]
ยีนกลายพันธุ์สายจำแลงกาย: 190 (เพิ่งใช้ไป 10 แต้ม)
ยีนกลายพันธุ์สายอัคคี: 612 (เพิ่งดักจับมาได้ 450 แต้ม)
ยีนกลายพันธุ์สายพละกำลัง: 3,050 แต้ม (เพิ่งดักจับมาได้ 1,730 แต้ม)
ภาพที่เห็นทำเอาหลี่เย่ถึงกับอึ้ง แต้มคุณสมบัติสายอัคคีที่เพิ่งได้มาวันนี้เขารู้ดี แต่มันเกิดอะไรขึ้นกับยีนกลายพันธุ์สายพละกำลังกันล่ะ
หากอิงตามข้อสันนิษฐานคราวก่อน แต้มคุณสมบัติยีนทั้งสามสายนี้เขาได้มาจากโรงพยาบาล งั้นครั้งนี้ก็คงมีแค่พี่สาวคนเดียวที่มอบแต้มคุณสมบัติพวกนี้ให้เขา
แต่มันส่งต่อมาให้เขายังไงล่ะ
หลี่เย่นั่งขัดสมาธิบนเตียงพลางครุ่นคิดถึงปัญหานี้อย่างหนัก
จู่ๆ ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ หรือว่าจะเป็นอารมณ์ความรู้สึก หรืออาจจะเป็นความผันผวนทางจิตใจที่ทำให้เกิดเรื่องพวกนี้
จำได้ว่าตอนอยู่โรงพยาบาลคราวก่อน หลี่เย่ถูกหมอจับมัดเป็นมัมมี่ ตอนที่เจอชายหัวเกรียนเขาสัมผัสได้ชัดเจนถึงความมุ่งร้ายที่แผ่พุ่งมาหา
ส่วนหลี่ยาจิ้งพี่สาวของเขาก็เต็มไปด้วยความวิตกกังวล ขณะที่แม่สาวผมสั้นหุ่นดีในชุดเครื่องแบบคนนั้น หลี่เย่ก็ยังเดาไม่ออกว่าหล่อนคิดยังไงกับเขากันแน่
แต่เรื่องที่พวกเขามอบแต้มคุณสมบัติให้เขาเป็นเรื่องจริงไม่อิงนิยาย
สรุปก็คือถ้าตั้งสมมติฐานแบบนี้ ทุกอย่างก็จะลงล็อคพอดี
หากผู้กลายพันธุ์ยีนอยู่ใกล้เขาในระยะที่กำหนด ประกอบกับมีความผันผวนทางอารมณ์อย่างรุนแรง เขาก็จะสามารถสกัดแต้มคุณสมบัติของอีกฝ่ายมาได้
และถ้าผู้กลายพันธุ์ยีนคนนั้นตายไปแล้ว เขาก็สามารถดึงเอาแต้มคุณสมบัติพิเศษของอีกฝ่ายมาใช้งานได้เช่นกัน
ในที่สุดตอนนี้เขาก็กระจ่างแจ้งถึงวิธีการได้มาซึ่งกลุ่มยีนกลายพันธุ์ในบริเวณใกล้เคียง หรือจะเรียกง่ายๆ ว่าแต้มคุณสมบัติก็ได้
เมื่อหันกลับไปมองข้อมูลยีนกลายพันธุ์สายพละกำลังบนหน้าจอโปร่งใสอีกครั้ง หลี่เย่ก็ตกอยู่ในความเงียบงัน
ช่วงนี้พี่สาวหลี่ยาจิ้งเป็นห่วงเขามากจริงๆ ถึงได้สร้างแต้มคุณสมบัติมากมายขนาดนี้ส่งมาให้เขา
ตอนนั้นเองหลี่เย่ก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เขาผุดลุกขึ้นล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบสมุดคู่มือเล่มนั้นออกมา ด้านซ้ายคือสมุดคู่มือกระดาษอาร์ตมันที่ครูฝึกแจกให้ ส่วนด้านขวาคือหน้าจอข้อมูลโปร่งใสของระบบที่ติดตัวเขามา
ถึงตอนนี้เขาจะยังเป็นแค่มือใหม่หัดขับ แต่อนาคตข้างหน้าย่อมสดใสแน่นอน
ว่ากันตามตรงระบบแลกของวิเศษด้วยแต้มสมทบของสายปฏิบัติการยีนมันก็คล้ายกับนิยายแฟนตาซีกำลังภายในที่เขาเคยอ่านในชาติก่อนนั่นแหละ ส่วนการแบ่งระดับตั้งแต่ F ไปจนถึง S ก็ดูคล้ายคลึงกับนิยายแนวบำเพ็ญเพียรในเมืองซะมากกว่า
นิยายออนไลน์แนวเออร์เบินแฟนตาซีส่วนใหญ่ก็มักจะแบ่งระดับกันแบบนี้นี่นา
งั้นหลังจากนี้เส้นทางการฝึกฝนยีนของเขาก็คงต้องอิงตามพล็อตนิยายแฟนตาซีและบำเพ็ญเพียรในเมืองจากชาติก่อนแล้วล่ะ ก็แหมหลี่เย่ในอดีตเคยอ่านนิยายอยู่แค่สองแนวนี้นี่นา
แถมระบบที่เขาได้มาในชาตินี้ก็สุดยอดไปเลย มันสามารถสกัดแต้มคุณสมบัติของผู้กลายพันธุ์ยีนได้ด้วย
ทว่าความตื่นเต้นของหลี่เย่ในยามนี้กลับสงบลงไปมาก
สาเหตุก็คือพรุ่งนี้หลังจากฉีดยาเสริมความแข็งแกร่งยีนแล้ว เขาจะเป็นหนึ่งในแปดเปอร์เซ็นต์ที่เหลือหรือเปล่า ถ้าโชคร้ายแจ็คพอตแตก ทุกอย่างที่เขาสร้างมาก็คงสูญเปล่า
คิดได้ดังนั้นเขาก็โยนสมุดคู่มือทิ้งไว้บนโต๊ะ หน้าจอโปร่งใสที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศพลันอันตรธานหายไป หลี่เย่ล้มตัวลงนอนแล้วผล็อยหลับไปทันที
รุ่งอรุณมาเยือน
ณ โรงเรียนมัธยมปลายหลิงหลาน
บริเวณหน้าอาคารเรียนหลังใหม่ บรรดานักเรียนต่างจับกลุ่มพูดคุยกันอย่างออกรส ทุกคนต่างเฝ้ารอวินาทีสำคัญที่จะมาถึง
โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียนตั้งแต่ชั้น ม.4 ถึง ม.6 รวมนักเรียนสายปฏิบัติการยีนแล้วก็มีไม่ถึงหกร้อยคนด้วยซ้ำ
ขณะที่นักเรียนจากอาคารเรียนอีกสองหลังที่ยืนรวมกันอยู่บนสนามต่างทอดสายตามองมาทางนี้ด้วยความอิจฉาริษยา
มีนักเรียนบางคนที่นึกเสียดายอยากเปลี่ยนใจมาเข้าสายปฏิบัติการยีน พวกเขาไปขอร้องครูประจำชั้นของตัวเอง แต่ก็ถูกปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย
วันนี้หลังจากฉีดยาเสริมความแข็งแกร่งยีนไปแล้ว แม้แต่นักเรียนสายปฏิบัติการยีนเองก็ใช่ว่าจะขอถอนตัวกลับไปเรียนสายเดิมได้ง่ายๆ
"ในที่สุดก็มีเกมที่ทำให้ฉันอินจัดจนโงหัวไม่ขึ้นได้สักที โคตรตื่นเต้นเลยว่ะ"
หวังต้าชุยสลัดภาพเด็กน้อยฉี่ราดกางเกงเมื่อวานทิ้งไปจนหมดสิ้น วันนี้หมอนี่ดูมีชีวิตชีวาขึ้นเป็นกอง
"???"
หลี่เย่ถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อนรัก
นายนับว่าเรื่องแบบนี้เป็นเกมงั้นเหรอ นี่มันถึงตายเลยนะรู้หรือเปล่า
"เมื่อคืนฉันนอนคิดทั้งคืนเลยนะ สุดท้ายก็ตกผลึกได้ว่า ถ้ามองเรื่องนี้ให้เป็นเกม ฉันก็คงไม่กลัวตายขนาดนี้"
หวังต้าชุยเห็นสีหน้าของหลี่เย่จึงฝืนฉีกยิ้มแหยพลางอธิบายให้ฟัง
ครั้งนี้พ่อของเขาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟจริงๆ ขืนเขาไม่มามีหวังโดนดีแน่
"ก็เพราะเกมนี้มันเติมเงินได้ไงล่ะ ยิ่งเปย์ยิ่งเทพ ทว่าชีวิตคนเรามันมีแค่ชีวิตเดียวนี่สิ"
"ลูกพี่อวี๋ผมผิดไปแล้ว เมื่อวานผมแค่ตกใจกลัวจนเผลอด่าพี่ไป มันไม่ใช่ความตั้งใจของผมเลยนะ พี่ช่วยปรานีผมหน่อยเถอะ รู้ไหมว่าเมื่อคืนผมต้องใช้เวลาปรับทัศนคติตัวเองนานแค่ไหน"
พอได้ยินจางโหย่วอวี๋พูดดักคอแบบนั้น หวังต้าชุยก็รู้สึกปวดฉี่ขึ้นมาตงิดๆ วันนี้มีนักเรียนตั้งหลายร้อยคน ขืนเขามาฉี่ราดกางเกงต่อหน้าฝูงชนขนาดนี้ วันข้างหน้าคงต้องย้ายไปอยู่ดาวดวงอื่นแทนแล้วล่ะ
แต่ที่จริงเมื่อวานทุกคนก็รู้กันหมดแหละว่าหวังต้าชุยฉี่แตก เพียงแต่จุดสนใจของพวกเขาไม่ได้อยู่ที่หมอนั่นก็เท่านั้น
กลับเป็นสองทหารเสือแห่งห้องสิบอย่างจางโหย่วอวี๋และไอ้กั้งแห้งหลี่เย่ต่างหากที่ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคน
วิชาวัฒนธรรมดั้งเดิมพวกนายจะตามทันไหม แล้วเรื่องสมรรถภาพร่างกายล่ะ ส่วนเรื่องโภชนาการและอื่นๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึง สรุปแล้วพวกเด็กหลังห้องอย่างนายสองคนถ่อมาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่ แค่มาให้ครบจำนวนงั้นเหรอ
นักเรียนแทบทุกคนต่างยกย่องตัวเองว่าเป็นลูกรักพระเจ้า ซึ่งมันก็จริง พวกเขาล้วนเป็นหัวกะทิที่มีผลการเรียนอยู่ระดับท็อปของแต่ละห้องในสายวัฒนธรรมดั้งเดิมกันทั้งนั้น
ความเย่อหยิ่งจองหองย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว
ส่วนพวกนักเรียนชายอดีตเพื่อนร่วมชั้นของหลี่เย่ ตอนนี้ลึกๆ แล้วต่างก็รู้สึกเหม็นขี้หน้าหมอนี่กันทั้งนั้น
ก็ตอนที่ลงคะแนนเลือกสายการเรียน ไอ้นี่มันดันทำเก๊กอวดเบ่งต่อหน้าเพื่อนทั้งห้องเลยนี่นา
จางโหย่วอวี๋ไม่ได้กลั่นแกล้งหวังต้าชุยต่อ เขาเดินตรงดิ่งไปหาหลี่เย่แทน
"วันนี้หน้านายดูสดใสดีนี่"
"เมื่อวานที่ร้านเกม พอเจ้าอ้วนหวังกลับไปฉันก็เกือบจะเหมาเครื่องเล่นโต้รุ่งเลยว่ะ ดีนะที่แอบงีบหลับไปงีบนึง หลี่เย่ ฉันมีเรื่องจะคุยกับนายหน่อย"
"เกรงใจอะไรกันล่ะ มีอะไรก็ว่ามาสิ"
หลี่เย่มองเพื่อนรักด้วยความประหลาดใจ วันนี้จางโหย่วอวี๋ดูสงบนิ่งผิดปกติ ใบหน้าก็ดูผ่อนคลายไร้กังวล
ดูไม่เหมือนจางโหย่วอวี๋คนเดิมที่เขาเคยรู้จักเลยสักนิด
"ถ้าเกิด... ฉันหมายถึงถ้าฉันตาย นายอย่าเพิ่งพูดแทรกสิ ฝากพากู่กับย่าของฉันไปส่งที่บ้านพักคนชราทีนะ
ได้ไหม พ่อแม่ของฉันด่วนจากไปเพราะอุบัติเหตุก่อนที่ปู่กับย่าจะเลี้ยงฉันจนโต ฉันเป็นห่วงพวกท่านน่ะ"
"...วางใจเถอะ ปู่กับย่าของนายก็เหมือนปู่กับย่าของฉันนั่นแหละ ถ้า... เจ้าอ้วนหวัง"
"ลูกพี่อวี๋ ทำไมถึงทำตัวดราม่าขนาดนี้เนี่ย ถ้ามันเกิดขึ้นจริงๆ ปู่กับย่าของพี่ก็จะได้หลานชายแสนดีเพิ่มอีกสองคนเลยนะ
พี่วางใจได้เลย ว่าแต่... ห้องน้ำตึกใหม่ของเราอยู่ตรงไหนวะ"
เท่ได้ไม่ถึงสามวินาที หวังต้าชุยก็หันมาทำหน้าปวดฉี่ใส่พวกเขาทั้งสองคน จากนั้นท่ามกลางสายตาของทุกคนที่จับจ้อง หมอนั่นก็สับเท้าวิ่งหายเข้าไปในอาคารเรียนหลังใหม่ทันที