เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 พลังรบอันบ้าคลั่งของอาเธอร์

บทที่ 16 พลังรบอันบ้าคลั่งของอาเธอร์

บทที่ 16 พลังรบอันบ้าคลั่งของอาเธอร์


บทที่ 16 พลังรบอันบ้าคลั่งของอาเธอร์

“ล้อกันเล่นหรือเปล่าเนี่ย! ทำไมไอ้หมอนี่พอโดนสะกดจิตแล้วถึงได้กลายร่างเป็นสัตว์ประหลาดไปได้ล่ะวะเนี่ย?!” โจรสลัดคนหนึ่งพูดเสียงสั่นเครือ ขณะจ้องมองอาเธอร์ที่กำลังอาละวาดอย่างบ้าคลั่ง ไร้เทียมทาน ไร้ผู้ต่อต้านอยู่ในขณะนี้

“อ๊ากก!”

โจรสลัดคนนั้นพูดยังไม่ทันจะขาดคำ ดาบของอาเธอร์ก็ตวัดฉับตัดขั้วลำคอของมันจนเลือดสาด อาเธอร์ในสภาวะถูกสะกดจิตนั้น แตกต่างจากอาเธอร์ไอ้ขี้ขลาดคนเดิมอย่างสิ้นเชิง ทุกลีลาท่วงท่า ทุกการเคลื่อนไหว ล้วนแล้วแต่เป็นกระบวนท่าสังหารที่มุ่งปลิดชีพศัตรูทั้งสิ้น

เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วร่างของอาเธอร์ แต่บนใบหน้าของเขากลับไร้ซึ่งความหวาดกลัวหรือความขี้ขลาดตาขาวอย่างที่เคยเป็น กลับกัน มันกลับมีรอยยิ้มแสยะกว้างอย่างตื่นเต้นและกระหายเลือดปรากฏขึ้นมาแทน

อาเธอร์สูดดมกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่บนดาบคุซานางิเข้าปอดลึก ๆ ก่อนที่ลิ้นของเขาจะยืดยาวออกมาผิดมนุษย์มนา ราวกับเป็นโอโรจิมารุตัวจริงเสียงจริง เลียคราบเลือดที่ติดอยู่บนคมดาบอย่างหิวกระหาย

“ไอ้หมอนี่... ไอ้หมอนี่... มันเป็นปีศาจมาจากขุมนรกไหนวะเนี่ย?” สีหน้าของจังโก้ในตอนนี้ก็เต็มไปด้วยความหวาดผวาไม่แพ้กัน

เขาคาดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าอาเธอร์จะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าได้ขนาดนี้ หลังจากที่โดนวิชาสะกดจิตของเขาเข้าไป

“ไม่ได้การล่ะ ชั้นต้องรีบคลายมนต์สะกดเดี๋ยวนี้เลย” จังโก้ตัดสินใจเด็ดขาด เมื่อเห็นท่าทีบ้าเลือดและกระหายการเข่นฆ่าของอาเธอร์

ตัดภาพมาที่อีกฝั่งหนึ่ง โซโรยังคงตั้งรับการโจมตีอันดุเดือดของสองพี่น้องแมวเหมียวอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่พวกมันโดนสะกดจิต พละกำลังและความเร็วของพวกมันก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างน่าใจหาย แต่ในเมื่อตอนนี้โซโรไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังห่วงความปลอดภัยของใครอีกแล้ว เขาก็สามารถรับมือกับพวกมันทั้งสองคนได้อย่างสบาย ๆ

“ไม่คิดเลยแฮะ ว่าไอ้สองคนนี้พอโดนสะกดจิตแล้วมันจะเก่งขึ้นมาได้ขนาดนี้ แต่ก็คงมาได้ไกลแค่นี้แหละ”

โซโรใช้ดาบปัดป้องการโจมตีของพวกมันอีกครั้ง ก่อนจะอาศัยจังหวะชุลมุนถีบตัวถอยฉากออกมารักษาระยะห่างได้อย่างสวยงาม

“ได้เวลาปิดฉากกันสักที”

โซโรนำดาบทั้งสามเล่มมาตั้งไขว้กัน ก่อนที่ใบดาบจะเริ่มหมุนควงสว่านด้วยความเร็วสูง สองพี่น้องแมวเหมียวสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตและแรงกดดันอันมหาศาลที่แผ่พุ่งออกมา เหงื่อกาฬแตกพลั่กไหลย้อยลงมาตามโครงหน้า พวกมันเผลอก้าวเท้าถอยหลังไปสองสามก้าวโดยสัญชาตญาณ

“วิชาสามดาบ... สามพันโลกา!”

ใบดาบที่หมุนควงสว่านทวีความเร็วขึ้นเรื่อย ๆ และในชั่วพริบตานั้น โซโรก็พุ่งทะยานเข้ามาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าสองพี่น้องแมวเหมียว

ฉัวะ!

เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ โซโรไปยืนตระหง่านอยู่ด้านหลังของพวกมัน ร่องรอยบาดแผลฉกรรจ์จากการถูกฟันด้วยดาบทั้งสามเล่ม ปรากฏเด่นชัดอยู่บนร่างของสองพี่น้องแมวเหมียว

ตุ้บ! ตุ้บ!

ร่างกายของพวกมันไม่อาจทนรับความเสียหายสาหัสจากการโจมตีอันรุนแรงของโซโรได้อีกต่อไป ร่างของทั้งสองล้มตึงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น

“ชิ นึกว่าจะมีน้ำยามากกว่านี้ซะอีก”

โซโรเก็บดาบวาโดอิจิมอนจิที่คาบอยู่ในปากเข้าฝัก ก่อนจะก้มลงไปมองดูการต่อสู้สุดบ้าคลั่งของอาเธอร์

“ให้ตายเถอะ ไอ้หมอนี่พอโดนสะกดจิตเข้าไป ทำไมถึงได้แผ่รังสีอำมหิตน่าสะพรึงกลัวออกมาได้มากมายขนาดนี้วะเนี่ย” โซโรบ่นพึมพำกับตัวเอง

ตลอดการเดินทางที่ผ่านมา กลุ่มโจรสลัดหมวกฟางผ่านการต่อสู้มานับครั้งไม่ถ้วน แต่แทบจะไม่เคยมีการลงมือฆ่าแกงกันเลย ส่วนใหญ่พวกเขาก็แค่ซัดศัตรูให้หมอบกระแตไปก็แค่นั้น แต่อาเธอร์ในตอนนี้กลับแตกต่างออกไป โจรสลัดแทบจะทุกคนที่ปะทะกับเขา ล้วนแต่ต้องจบชีวิตลงอย่างอนาถทั้งสิ้น

แต่อย่างไรก็ตาม โซโรก็ไม่ได้รู้สึกตะขิดตะขวงใจหรือขยะแขยงอะไรกับการกระทำของอาเธอร์หรอกนะ เพราะตัวเขาเองในอดีตก็เคยลงมือปลิดชีพศัตรูมาแล้วนักต่อนักเหมือนกัน

แต่อุซปที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ห่าง ๆ กลับรู้สึกแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ในตอนนี้ เขาได้รับรู้และสัมผัสถึงความโหดร้ายทารุณและน่าสะพรึงกลัวของโจรสลัดที่แท้จริงเข้าให้แล้ว

การต่อสู้สุดอำมหิตของอาเธอร์ มันสร้างบาดแผลฉกรรจ์ฝังลึกเข้าไปในจิตใจของเขา

ชีวิตคนเรานี่มันช่างเปราะบางและไร้ค่าซะเหลือเกิน

ณ จุดนี้ มีโจรสลัดเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ยังพอยืนหยัดอยู่ได้ ส่วนที่เหลือล้วนถูกอาเธอร์ซัดจนหมอบกระแตไปหมดแล้ว และส่วนใหญ่ในจำนวนนั้นก็กลายเป็นศพนอนจมกองเลือดไปเรียบร้อยแล้ว

จังโก้กวาดสายตามองดูสถานการณ์ที่พลิกผันไปอย่างรวดเร็ว สองพี่น้องแมวเหมียว ลูกน้องฝีมือดีที่สุดของเขาก็โดนโซโรจัดการคว่ำไปแล้ว แถมสถานการณ์ทางฝั่งของเขาก็ยิ่งย่ำแย่หนักเข้าไปใหญ่

เขางัดห่วงวงแหวนสะกดจิตออกมาถือไว้แน่น เหงื่อเย็นเยียบผุดซึมขึ้นมาเต็มหน้าผาก

“ไอ้หนู มองมาทางนี้!”

จังโก้แหกปากตะโกนเรียกอาเธอร์สุดเสียง

ถึงแม้จะตกอยู่ในสภาวะถูกสะกดจิต แต่อาเธอร์ก็ยังสามารถรับรู้ได้ถึงเสียงเรียกของจังโก้ เขาหันขวับไปมองตามเสียงเรียกทันที

ถึงแม้จังโก้จะเป็นโจรสลัดที่ผ่านการนองเลือดมาบ้าง แต่เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับอาเธอร์ที่เนื้อตัวชุ่มโชกไปด้วยเลือด แถมยังมีแววตาคมกริบดุจนักล่าที่พร้อมจะฉีกทึ้งเหยื่อ เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมา

แต่เขาก็ต้องพยายามข่มความกลัว ดึงสติให้กลับมาเยือกเย็นให้ได้

“ทันทีที่แกได้ยินชั้นพูดคำว่า ‘หนึ่ง สอง จังโก้’ มนต์สะกดของแกก็จะคลายออกทันที” จังโก้พูดอธิบายขั้นตอนการคลายมนต์สะกดให้อาเธอร์ฟัง

แต่อาเธอร์ที่ยังคงไร้สติสัมปชัญญะ กลับไม่ได้สนใจฟังคำพูดของจังโก้เลยแม้แต่น้อย เขาเร่งความเร็วพุ่งทะยานเข้าหาจังโก้ ดาบคุซานางิในมือเล็งเป้าหมายทะลวงขั้วหัวใจของจังโก้อย่างแม่นยำ ปลายดาบขยับเข้าใกล้เป้าหมายเข้าไปทุกที ๆ

และในเสี้ยววินาทีที่ปลายดาบคุซานางิห่างจากหน้าอกของจังโก้เพียงแค่ครึ่งเมตร ห่วงวงแหวนในมือของจังโก้ก็หมุนคว้าง และคำร่ายมนต์คาถาก็สิ้นสุดลงพอดี

“หนึ่ง สอง จังโก้!”

ร่างกายของอาเธอร์ที่หลุดพ้นจากสภาวะถูกสะกดจิต หยุดชะงักนิ่งค้างไปในทันที และในวินาทีนั้น ปลายดาบคุซานางิก็หยุดชะงักอยู่ห่างจากหน้าอกของจังโก้เพียงแค่หนึ่งเซนติเมตรเท่านั้น

เมื่อเห็นว่าอาเธอร์หลุดพ้นจากมนต์สะกดเรียบร้อยแล้ว จังโก้ก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก

“ชั้นคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่าไอ้หมอนี่มันจะซ่อนพลังรบอันบ้าคลั่งเอาไว้มากมายขนาดนี้ ชั้นประเมินมันต่ำไปจริง ๆ” จังโก้รีบสับเท้าถอยหลังร่นระยะห่างออกไปให้พ้นจากรัศมีคมดาบของอาเธอร์

ตุ้บ!

ทันทีที่จังโก้ถอยห่างออกไป ร่างกายของอาเธอร์ก็ไม่อาจฝืนทนยืนหยัดต่อไปได้อีก เขาล้มตึงกระแทกพื้นสลบเหมือดไปในทันที

หลังจากที่อาเธอร์สลบไป จังโก้ก็กวาดสายตามองไปรอบ ๆ สมรภูมิรบ ลูกเรือของเขาส่วนใหญ่ถ้าไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก็กลายเป็นศพนอนเกลื่อนกลาดไปหมดแล้ว เหลือลูกเรือที่พอจะมีเรี่ยวแรงต่อสู้ได้อีกเพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น

และในจังหวะนั้นเอง โซโรก็กำลังเดินย่างสามขุมตรงเข้ามาหาเขาอย่างช้า ๆ

“ตอนแรกชั้นก็ไม่ค่อยอยากจะเชื่อหรอกนะ แต่ตอนนี้ชั้นเชื่อสนิทใจเลยล่ะ ว่าถ้ากัปตันคุโระจะพลาดท่าแพ้ให้พวกแก มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรเลย”

จังโก้ค่อย ๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นเหนือหัวเป็นสัญลักษณ์ยอมจำนน เขาหมดอารมณ์ที่จะต่อสู้ดิ้นรนอีกต่อไปแล้ว ไอ้พวกนี้มันเป็นสัตว์ประหลาดในคราบมนุษย์ชัด ๆ

“ทะเลอีสต์บลูมันมียอดมนุษย์เก่งกาจโผล่มาเยอะแยะยั้วเยี้ยขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันวะเนี่ย?”

เขายอมรับความพ่ายแพ้แต่โดยดี

อุซปที่เดินตามหลังโซโรมาต้อย ๆ เมื่อเห็นว่าจังโก้ยกธงขาวขอยอมแพ้ เขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น ก่อนจะหันไปพูดถากถางจังโก้ว่า:

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า เป็นไงล่ะ ทีนี้แกรู้ซึ้งถึงความยิ่งใหญ่เกรียงไกรของกัปตันอุซปคนนี้แล้วหรือยัง? แกน่ะ แค่รับมือกับลูกน้องของชั้นสองคนยังเอาตัวแทบไม่รอดเลย เห็นไหมล่ะ ชั้นยังไม่ทันจะได้ออกโรงโชว์ฝีมือเลย แกก็รีบชิงยอมแพ้ไปซะก่อนแล้ว”

โซโรปรายตามองอุซปด้วยหางตา แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะแฉความขี้ขลาดตาขาวของหมอนั่นให้เสียหน้าหรอกนะ

สำหรับเขาแล้ว คำพูดไร้สาระพวกนั้นมันไม่มีความหมายอะไรเลยสักนิด

อย่างไรก็ตาม ในเมื่ออีกฝ่ายยอมจำนนแต่โดยดีแล้ว โซโรก็ไม่ได้มีความคิดที่จะลงมือเข่นฆ่าหรือทรมานใครต่อ เขาจึงเดินเข้าไปดูอาการของอาเธอร์ที่นอนสลบไศลอยู่บนพื้นแทน

“คงจะสลบไปเพราะความเหนื่อยล้าสะสมนั่นแหละ ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก”

พูดจบ โซโรก็จับร่างของอาเธอร์แบกขึ้นหลังอย่างทะนุถนอม ก่อนจะออกเดินมุ่งหน้าเข้าไปในเกาะ

เขาไม่สนใจใยดีพวกโจรสลัดที่พ่ายแพ้แล้วอีกต่อไป สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการไปดูสถานการณ์การต่อสู้ของลูฟี่ต่างหาก

เมื่อเห็นโซโรเดินห่างออกไป จังโก้ก็ตวัดสายตามองอุซปที่เพิ่งจะพูดจาโอ้อวดไปเมื่อครู่นี้ ก่อนจะก้มหน้าลงอย่างยอมรับชะตากรรมของผู้แพ้

แต่ทว่า สายตาอาฆาตแค้นของจังโก้กลับทำเอาอุซปตกใจกลัวจนหน้าซีดเผือด

“เฮ้ย รอชั้นด้วยสิฟะ! เดี๋ยวชั้นเป็นคนนำทางให้เอง!” อุซปรีบสับเท้าวิ่งตามโซโรไปติด ๆ อย่างไม่คิดชีวิต

..................

“หนอยแน่ ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย แกเป็นใครมาจากไหนกันแน่วะ? ทำไมฝีมือมันถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้?” คุโระหอบหายใจแฮก ๆ จ้องเขม็งไปที่ไอ้เด็กหนุ่มสวมหมวกฟางที่ยืนอยู่ตรงหน้า

พลังฝีมือของไอ้เด็กนี่มันเหนือความคาดหมายของเขาไปไกลลิบ และหลังจากที่ต่อสู้พัวพันยืดเยื้อกันมาอย่างยาวนาน เขาก็สัมผัสได้เลยว่าพลังต่อสู้ของไอ้เด็กหมวกฟางนี่มันพัฒนาขึ้นมาอย่างก้าวกระโดดเลยทีเดียว

แล้วไอ้เด็กนี่มันไปเอาพละกำลังความอึดถึกทนมาจากไหนกันนักหนาเนี่ย?

ลูฟี่จ้องมองคุโระที่ยืนหอบแฮก ๆ อยู่ตรงหน้า ด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ “เหนื่อยแล้วงั้นเรอะ? ก็บอกแล้วไงว่าท่าช้อนของแกน่ะ มันมีท่วงท่าการเคลื่อนไหวที่สูญเปล่าเยอะเกินไป”

เมื่อได้ยินคำพูดแทงใจดำของลูฟี่ ความโกรธแค้นก็ปะทุขึ้นมาในใจของคุโระอีกครั้ง

“อย่ามาทำเป็นได้ใจไปหน่อยเลย! เมื่อกี้นี้มันก็แค่ออเดิร์ฟเรียกน้ำย่อยเท่านั้นแหละ ต่อจากนี้ไป ชั้นจะทำให้แกได้ลิ้มรสชาติของความหวาดกลัวที่แท้จริง!”

ลูฟี่ยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง

เมื่อเห็นดังนั้น คุโระก็ก้มหน้าลงต่ำอีกครั้ง

“ท่าปลิดชีพ... ช้อน!”

ร่างของคุโระหายวับไปกับตาในชั่วพริบตา แต่ทว่า คราวนี้ลูฟี่รู้วิธีรับมือและหาวิธีทำลายท่าไม้ตายนี้ได้แล้ว

อย่างที่ลูฟี่เพิ่งจะบอกไปนั่นแหละ ท่วงท่าการเคลื่อนไหวของท่าช้อนมันมีจุดบอดและมีจังหวะที่สูญเปล่าเยอะเกินไป

ลูฟี่ยืดแขนออกไป กวัดแกว่งแขนไปมาในอากาศเพื่อดักรอจังหวะ

“จับได้แล้ว!”

ลูฟี่ฉีกยิ้มกว้าง ในที่สุดเขาก็สามารถคว้าข้อเท้าของคุโระเอาไว้ได้สำเร็จ

และในวินาทีต่อมา แขนอีกข้างของลูฟี่ก็ยืดยาวออกไปตวัดรัดร่างของคุโระเอาไว้แน่นหนา พันธนาการร่างของคุโระเอาไว้จนขยับเขยื้อนไม่ได้

“ปล่อยชั้นนะโว้ยไอ้บ้าเอ๊ย!” คุโระพยายามดิ้นรนขัดขืนอย่างสุดกำลัง แต่ลูฟี่ก็ยังคงนิ่งเฉย รัดร่างของเขาเอาไว้แน่นราวกับงูเหลือมรัดเหยื่อ

“ต่อไปนี้ ชั้นจะเป็นคนทำลายแผนการสามปีอันชั่วร้ายของแกให้พังพินาศย่อยยับไปเอง!”

คราวนี้ คอของลูฟี่ก็ยืดยาวพุ่งขึ้นไปบนอากาศ

“หนอยแน่! แผนการอันสมบูรณ์แบบของชั้นจะมาพังทลายลงง่าย ๆ แบบนี้ไม่ได้เด็ดขาด!” คุโระยังคงไม่ยอมแพ้ เขาง้างกรงเล็บแหลมคมในมือเตรียมจะจ้วงแทงร่างของลูฟี่

“ยางยืด... ระฆัง!”

คอที่ยืดยาวของลูฟี่พุ่งหลาวลงมาด้วยความเร็วสูง พุ่งเข้าโหม่งอัดหน้าคุโระอย่างจัง

เปรี้ยง!

คุโระไม่อาจหลบหลีกการโจมตีระยะประชิดแบบนี้ได้พ้น ศีรษะของลูฟี่กระแทกเข้าที่ใบหน้าของคุโระเต็มแรง

ดวงตาของคุโระเหลือกโพลง ก่อนที่ร่างของเขาจะล้มตึงกระแทกพื้นเสียงดังสนั่น

เมื่อเห็นว่าคุโระสิ้นฤทธิ์พ่ายแพ้ไปแล้ว นามิและคายะที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่บนชั้นสองก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก บรรยากาศอันแสนตึงเครียดกดดันมลายหายไปจนหมดสิ้น

ลูฟี่ทอดสายตามองร่างของคุโระที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น ก่อนจะเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “คนอย่างชั้น ไม่มีวันยอมแพ้ให้กับโจรสลัดขี้ขลาดที่ยอมทิ้งชื่อเสียงเกียรติยศของตัวเอง แล้ววิ่งหนีหางจุกตูดกลับมาซุกหัวอยู่บนบกแบบนี้หรอกนะ!”

โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล

จบตอน

By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล

═❀═❀═❀═❀═❀═❀═

จบบทที่ บทที่ 16 พลังรบอันบ้าคลั่งของอาเธอร์

คัดลอกลิงก์แล้ว