- หน้าแรก
- ชีวิตประจำวันของคนงานก่อสร้างรุ่นลุง
- บทที่ 22 งานเลี้ยงสังสรรค์
บทที่ 22 งานเลี้ยงสังสรรค์
บทที่ 22 งานเลี้ยงสังสรรค์
หลังจากล้มตัวลงนอนได้ไม่นาน หยางหยวนคุนก็หลับสนิท ตื่นมาอีกทีก็เช้าวันรุ่งขึ้นแล้ว เหมือนกับสองวันที่ผ่านมา เขาถูกปลุกด้วยเสียงร้องของหยางอี้ลูกชายคนเล็ก หยางหยวนคุนลุกขึ้นนั่ง เตรียมจะแต่งตัวไปโอ๋ลูก จ้าวเสี่ยวเฟิ่งก็เดินเข้ามาจากข้างนอกเสียก่อน
"ทำคุณตื่นเหรอ นอนต่ออีกหน่อยสิ" จ้าวเสี่ยวเฟิ่งพูดพลางอุ้มลูกชายที่กำลังร้องไห้ขึ้นมาโอ๋
"กี่โมงแล้วเนี่ย"
"เจ็ดโมงครึ่งแล้วล่ะ อาหารเช้าเสร็จแล้วนะ"
"งั้นก็ลุกเลยดีกว่า นอนมาพอแล้ว" เขาเปิดผ้าห่ม หยิบเสื้อผ้าบนตู้มาใส่ รองเท้าที่ใส่เป็นรองเท้าไหมพรมที่จ้าวเสี่ยวเฟิ่งถักเอง อุ่นสบายมาก เหมาะกับหน้าหนาวในชนบทที่ไม่มีฮีตเตอร์เอามากๆ
หลังจากล้างหน้าล้างตา แม่อู๋กุ้ยฮวาก็ยกข้าวต้มกับกับข้าวเล็กๆ น้อยๆ มาวางบนโต๊ะ หยางหยวนคุนตักข้าวต้มให้ตัวเองชามหนึ่งแล้วถามว่า "พี่ใหญ่ไม่มากินข้าวเช้าด้วยกันเหรอครับ"
"ไม่มาหรอก แม่เดินไปถามแล้ว พี่สะใภ้ใหญ่แกทำเองแล้วล่ะ" แม่อู๋กุ้ยฮวารู้เรื่องนี้ล่วงหน้าแล้ว เช้าตรู่ก็เดินไปบ้านหยางหยวนเฉียน ครอบครัวพี่ใหญ่ไม่ได้กลับบ้านนานมากแล้ว ในบ้านไม่ต้องพูดถึงเครื่องปรุงเลย แม้แต่ข้าวสารก็ไม่มี
"แล้วกินอะไรกันล่ะ ข้าวเปลือกที่บ้านแกยังไม่ได้สีไม่ใช่เหรอ" หยางหยวนคุนซดข้าวต้มร้อนๆ แล้วถามด้วยความสงสัย นาของพี่ใหญ่ก็ให้ครอบครัวอาสามเช่าเหมือนกัน จ่ายค่าเช่าเป็นข้าวเปลือกไร่ละสามร้อยชั่งต่อปี ซึ่งเป็นราคามาตรฐานของแถวนี้ พวกเขาทำนาปีละสองครั้ง หลังจากหักส่วนที่ต้องส่งรัฐและค่าเช่าแล้ว ข้าวที่เหลือก็เป็นของพวกเขา ถือว่าพอมีกำไรอยู่บ้าง แต่ก็เหนื่อยเอาเรื่องเหมือนกัน
"ต้มบะหมี่น่ะ ซื้อติดมือมาจากข้างนอก" แม่อู๋กุ้ยฮวาตอบอย่างรวดเร็ว
หยางหยวนคุนได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้ซักไซ้ต่อ เขารีบจัดการอาหารเช้าจนหมด แล้วหันไปบอกจ้าวเสี่ยวเฟิ่ง "วันนี้ฉันจะเลี้ยงข้าวพวกคนที่ทำงานด้วยกันน่ะ คนค่อนข้างเยอะ เดี๋ยวฉันไปซื้อเนื้อมาก่อน ขืนไปช้าเดี๋ยวจะไม่มีเนื้อดีๆ เหลือ"
"งั้นก็รีบไปเถอะ ป่านนี้คนคงแห่ไปซื้อกันเยอะแล้ว" จ้าวเสี่ยวเฟิ่งรีบตอบ
"พ่อ หนูไปด้วย!" หยางเฟยเฟยได้ยินว่าจะไปซื้อของก็ตาโต รีบซดข้าวต้มในชามจนหมดเกลี้ยง กระโดดลงจากม้านั่งยาว วิ่งไปกอดขาหยางหยวนคุนแล้วร้องเสียงดัง
"หอมแก้มพ่อก่อนสิ แล้วจะพาไป" หยางหยวนคุนย่อตัวลงพูดด้วยรอยยิ้ม
"จุ๊บ!" หยางเฟยเฟยหอมแก้มพ่อฟอดใหญ่โดยไม่ลังเล หยางหยวนคุนหัวเราะร่า อุ้มลูกสาวขึ้นมาแล้ววิ่งเหยาะๆ ออกจากห้องโถง พอพ้นประตูบ้านก็วางเธอลง "เดินเองนะลูก หนูตัวหนักขึ้นเยอะเลย พ่ออุ้มแทบไม่ไหวแล้ว"
สองพ่อลูกจูงมือกันเดินลัดเลาะไปตามถนนในหมู่บ้าน ประมาณห้านาทีก็ถึงเขียงหมูที่มาซื้อเมื่อวาน มีคนต่อคิวซื้อเนื้ออยู่หลายคนแล้ว ตอนนี้หมูที่ชาวบ้านเลี้ยงไว้ยังไม่ได้ชำแหละ ปกติจะชำแหละกันก่อนวันปีใหม่สักสองสามวัน
"ลุงหวัง ผมเหมาเนื้อก้อนนี้หมดเลยนะ" หยางหยวนคุนเห็นเนื้อก้อนใหญ่บนเขียงที่ดูน่าจะเหมาะกับเขา ก็เอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม
"ได้เลย วันนี้ที่บ้านมีแขกเหรอ" ลุงหวังดีใจมาก เนื้อก้อนนี้หนักตั้งเจ็ดแปดชั่ง ถือเป็นลูกค้ารายใหญ่เลยทีเดียว
"ใช่ครับ วันนี้พวกหวังหู่จะมากินข้าวที่บ้าน" หยางหยวนคุนพูดพลางกวาดสายตามองของที่เหลือบนโต๊ะ
"ฮ่าๆ ไอ้หู่น่ะเหรอ งั้นก็ตกลง ทั้งหมดเจ็ดชั่งครึ่ง เอามาแค่สามสิบห้าหยวนก็พอ"
"ขอบคุณครับลุงหวัง เอาซี่โครงมาให้อีกห้าชั่งด้วยครับ" บนเขียงไม่ค่อยมีอะไรเหลือแล้ว พวกเครื่องในอย่างไส้ใหญ่ถึงจะอร่อยแต่ก็ทำความสะอาดยาก วันนี้คนเยอะ เขาเลยไม่อยากยุ่งยาก
หยางหยวนคุนรับถุงพลาสติกมาจากลุงหวัง จ่ายเงินเสร็จก็พาหยางเฟยเฟยเดินออกมา วันนี้ไม่ได้ซื้อแค่หมูแค่นี้แน่
"พ่อ หนูช่วยถือ" หยางเฟยเฟยอาสา
"ได้สิ ถุงนี้ลูกถือนะ" หยางหยวนคุนยื่นถุงซี่โครงให้หยางเฟยเฟย แล้วเดินนำไปก่อน คอยหันกลับมามองลูกสาวเป็นระยะ ไม่นานทั้งสองก็มาถึงร้านขายของชำของอาสาม ร้านนี้ขายผักด้วยนอกจากเนื้อ
"อาสาม" หยางหยวนคุนเห็นอาสามกำลังง่วนอยู่ก็เอ่ยทักทาย หยางเฟยเฟยที่อยู่ข้างๆ ก็เรียกปู่สามด้วย
"อ้าว!" อาสามที่กำลังต้อนรับลูกค้าอยู่ หันมายิ้มตอบรับ แล้วหันไปสั่งหยางหยวนหง "เจ้าสาม ไปต้อนรับพี่เขาสิ"
"พี่คุน จะซื้ออะไรครับ เดี๋ยวผมหยิบให้" หยางหยวนหงรีบหยิบถุงพลาสติกกางออก ถามด้วยความกระตือรือร้น
"เอาปลามาตัวนึงก่อน" หยางหยวนคุนเห็นว่าวันนี้อาสามมีผักสดมาขายเยอะเลย ซึ่งก็มีขายเฉพาะช่วงปีใหม่แบบนี้แหละ แต่ปลาเป็นๆ พวกนี้ไม่ได้ซื้อมาหรอก จับมาจากบ่อปลาของที่บ้านนั่นแหละ
นอกจากปลาแล้ว เขาก็ซื้อผักสดสำหรับผัดและเต้าหู้อีกชุดใหญ่ ระหว่างที่หยางหยวนคุนกำลังจะจ่ายเงิน หยางเฟยเฟยก็อดรนทนไม่ไหว ชี้มือบอกความต้องการของตัวเอง "พ่อคะ หนูอยากได้อันนี้"
หยางหยวนคุนมองตามนิ้วลูกสาวไป ก็เห็นว่าเป็นพวกประทัดเด็กเล่น ช่วงนี้เด็กๆ ชอบเล่นกัน หยางหยวนคุนไม่ปฏิเสธ แถมยังซื้อไฟแช็กให้ลูกสาวต่างหากอีกอัน พร้อมกำชับว่า "เวลาเล่นต้องระวังนะลูก ใช้ไฟแช็กอันนี้จุดนะ"
"พ่อใจดีที่สุดเลย" หยางเฟยเฟยดีใจมาก หอมแก้มพ่อไปอีกฟอด แล้วก็วิ่งออกไปเล่นข้างนอกทันที ไม่สนใจจะช่วยหิ้วของแล้ว
"ทั้งหมดเท่าไหร่ครับ" หยางหยวนคุนถามอาสามที่เดินเข้ามาพอดี
"ทั้งหมดสิบหยวนห้าเหมา เอามาแค่สิบหยวนก็พอ" อาสามดีดลูกคิดรางแก้ว ลดราคาให้หยางหยวนคุน ของที่ซื้อมานอกจากปลาก็มีแต่ผัก ปลาที่นี่ราคาไม่แพงหรอก เพราะมีแม่น้ำลำคลองเยอะแยะ ปลาที่เขาซื้อคือปลาซ่ง หัวปลานี่แหละอร่อยที่สุด ตัวนี้หนักตั้งแปดชั่ง แต่ราคาแค่สี่หยวนเอง คนแถวนี้ไม่ค่อยชอบกินปลากันเท่าไหร่
"ตกลงครับ" หยางหยวนคุนยื่นเงินให้ เตรียมจะหิ้วถุงกลับ อาสามรีบหันไปสั่งลูกชาย "เจ้าสาม ช่วยพี่เขาหิ้วของไปส่งที่บ้านหน่อยสิ"
"ได้ครับ" หยางหยวนหงรีบรับถุงส่วนใหญ่มาถือไว้ ทั้งสองเดินเคียงคู่กันไปตามถนนในหมู่บ้าน
"หยวนหง วันนี้ฉันเลี้ยงข้าวพวกคนที่ไปทำงานด้วยกันมาปีนี้ ถ้าปีหน้านายอยากไปทำงานกับฉันจริงๆ ก็แวะมากินข้าวด้วยกันสิ จะได้ทำความรู้จักกันไว้" พอเดินเข้ามาในลานบ้าน หยางหยวนคุนก็พูดกับหยางหยวนหงที่กำลังวางถุงลง
"เอ่อ..." หยางหยวนหงรู้สึกลังเลนิดหน่อย หลักๆ คือเกรงใจ เพราะกับข้าวพวกนี้ซื้อมาจากร้านบ้านเขาแท้ๆ จะให้มากินฟรีๆ มันจะดีเหรอ
"ไม่เป็นไรหรอก มาทำความรู้จักกันไว้ไง ต่อไปก็ต้องทำงานด้วยกัน สนิทกันไว้ก่อนดีกว่า รีบมากินข้าวเที่ยงด้วยกันนะ จะได้คุยกับคนอื่นๆ ด้วย" หยางหยวนคุนชวนอย่างจริงใจ การออกไปทำงานต่างถิ่น มีญาติพี่น้องแซ่เดียวกันไปด้วยก็เป็นเรื่องดี โดยเฉพาะในวงการก่อสร้าง
"ขอบคุณครับพี่คุน งั้นเดี๋ยวผมรีบมาช่วยงานแต่เนิ่นๆ นะครับ" หยางหยวนหงไม่เคยออกไปทำงานข้างนอก พอได้ยินหยางหยวนคุนชวนก็รีบรับคำ
หลังจากหยางหยวนหงกลับไป จ้าวเสี่ยวเฟิ่งที่กำลังอุ้มลูกอยู่ก็เดินออกมาถาม "ปีหน้าคุณจะพาหยวนหงไปด้วยเหรอ"
"อืม เขาขอตามไปเองน่ะ อยู่บ้านก็ไม่ได้ทำอะไร ก็ต้องหาทางทำมาหากินเลี้ยงปากเลี้ยงท้องตัวเองนั่นแหละ" หยางหยวนคุนตอบยิ้มๆ พลางเอาของในถุงออกมาวาง
"ซื้อมาเยอะขนาดนี้เลยเหรอ" จ้าวเสี่ยวเฟิ่งเห็นของแล้วก็ตกใจ มันเยอะเกินไปหรือเปล่าเนี่ย
"ไม่เยอะหรอก รวมหยวนหงด้วยก็มีแต่พวกหนุ่มๆ กินจุทั้งนั้น เก้าคนเชียวนะ ของแค่นี้กินหมดอยู่แล้ว" หยางหยวนคุนรู้สึกว่ากับข้าวยังน้อยไปนิด จึงหันไปตะโกนบอกแม่อู๋กุ้ยฮวาที่กำลังซักผ้าอ้อมอยู่ข้างนอก "แม่ ยังไม่ต้องซักหรอก ช่วยเชือดเป็ดให้ผมสักตัวสิ เที่ยงนี้ทำเป็ดเพิ่มอีกอย่างนึง"
"ได้ๆ เดี๋ยวแม่ไปจับเป็ดก่อน" แม่อู๋กุ้ยฮวาไม่ปฏิเสธ เลี้ยงข้าวคนงานที่ทำเงินให้ลูกชายทั้งที ก็ต้องจัดเต็มสิ เธอคิดไว้อยู่แล้วว่าจะต้องเชือดไก่เชือดเป็ดเพิ่ม
"ฉันช่วยด้วยดีกว่า ขอไปเรียกเฟยเฟยกลับมาดูน้องก่อน" จ้าวเสี่ยวเฟิ่งเห็นว่ากับข้าววันนี้เยอะจริงๆ นี่ก็เก้าโมงกว่าแล้ว กว่าจะหั่นผักเตรียมของเสร็จก็คงใช้เวลาอีกนาน
อีกด้านหนึ่ง เมื่อหยางหยวนหงกลับมาถึงร้าน ก็เดินไปบอกพ่อ "พ่อ พี่คุนชวนผมไปกินข้าวเที่ยงด้วยครับ"
"ชวนแกไปกินข้าว?" อาสามถามอย่างแปลกใจ ไม่มีทางที่จะชวนลูกชายคนเล็กของเขาไปกินข้าวแค่คนเดียวหรอก
"วันนี้พี่เขาเลี้ยงข้าวพวกคนที่ทำงานด้วยกันมาปีนี้น่ะครับ" หยางหยวนหงอธิบาย "เมื่อวานซืนผมบอกพี่เขาไปแล้วว่าปีหน้าอยากตามไปทำงานด้วย"
"ทำไมพ่อไม่เห็นรู้เรื่องเลยล่ะ" อาสามตกใจที่จู่ๆ ลูกชายคนเล็กก็อยากออกไปทำงานข้างนอก นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก็พูดต่อ "ก็ดีเหมือนกัน งานที่บ้านก็มีแค่นี้ มีพ่อกับพี่ใหญ่แกก็พอแล้ว"
"ครับ ขอบคุณครับพ่อ" หยางหยวนหงดีใจจนยิ้มแก้มปริ ในที่สุดเขาก็จะได้หาเงินเองเสียที ปกติจะซื้อบุหรี่สักซองยังไม่กล้า ต้องทนสูบบุหรี่ถูกๆ ในร้าน
"ไปทำงานกับพี่แกก็ดี มีคนคอยดูแล แถมพ่อยังได้ยินมาว่าปีนี้เขาหาเงินได้เยอะเลยนะ" อาสามคิดว่าเป็นเรื่องดี นึกอะไรขึ้นมาได้ก็สั่งลูกชาย "ไปกินข้าวบ้านเขาก็อย่าไปมือเปล่าล่ะ หยิบเหล้าไปสองขวด แล้วก็เอาบุหรี่ดีๆ ติดตัวไปสักสองซอง ไว้แจกคนที่มางาน อย่าทำตัวงกเข้าใจไหม"
"เข้าใจแล้วครับ" หยางหยวนหงรู้สึกดีใจมาก อนาคตของเขาเริ่มมีความหวังแล้ว
พอถึงสิบโมงกว่า หวังหู่กับโจวซิงก็มาถึงเป็นคู่แรก ทั้งสองคนไม่ได้มามือเปล่า หิ้วเหล้ามาคนละสองขวด แล้วก็นมกล่อง ถือเป็นของฝากติดไม้ติดมือ พอเห็นหยางหยวนคุนง่วนอยู่ในครัวก็แปลกใจ
"มาก็มาสิ จะหิ้วของมาทำไม" หยางหยวนคุนเดินออกจากครัวมาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
"จะมามือเปล่าได้ไงล่ะพี่หยาง แล้วทำไมพี่ถึงเข้าครัวทำกับข้าวเองล่ะเนี่ย" หวังหู่สนิทกับหยางหยวนคุนดี จึงถามด้วยความสงสัย
"ก็ฝีมือฉันอร่อยกว่าไง รอกินได้เลย" หยางหยวนคุนไม่ตอบอะไรมาก หันไปสั่งจ้าวเสี่ยวเฟิ่งกับแม่อู๋กุ้ยฮวาให้คอยดูหมูสามชั้นน้ำแดงกับซี่โครงหมูน้ำแดงในกระทะให้ดี แล้วเดินออกจากครัวมา ส่วนพวกผัดผักกับปลาเอาไว้ทำตอนใกล้จะกินข้าวก็ทัน
หยางเฟยเฟยที่อยู่ในห้องได้ยินเสียงคนมาก็เดินออกมาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น หวังหู่กับโจวซิงต่างก็เตรียมอั่งเปามาให้เด็กๆ หยางอี้ก็ได้ด้วย ทำเอาหยางหยวนคุนรู้สึกเกรงใจ เหมือนจัดงานเลี้ยงเพื่อหวังซองยังไงยังงั้น
ไม่นาน คนอื่นๆ ก็ทยอยกันมา หยางหยวนหงก็มาด้วย ทุกคนทำเหมือนกันหมดคือมีของฝากติดมือมาด้วย และให้อั่งเปาเด็กๆ ทั้งสองคน กลุ่มชายนั่งคุยกันไปสูบบุหรี่ไปในห้องโถง ควันโขมงไปทั่ว
"ปีหน้าพวกนายมีงานหรือยัง" หยางหยวนคุนเห็นคนมาครบแล้วก็เริ่มเข้าเรื่อง
"ยังไม่มีเลยพี่คุน พวกเราเพิ่งจะกลับมาเอง" หวังหู่ตอบเสียงดัง คนอื่นๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วย
"อืม เถ้าแก่จ้าวให้งานโปรเจกต์ใหม่ฉันมา งานใหญ่เลยล่ะ เป็นงานฉาบผนังด้านในตึกสูงสิบแปดชั้นตั้งสิบหลัง" หยางหยวนคุนพูดต่อ
"งั้นพวกเราก็ต้องทำกับพี่หยางสิครับ" สวีหยางพูดด้วยความดีใจ การได้ทำงานกับคนบ้านเดียวกันเป็นเรื่องดี โดยเฉพาะกับหยางหยวนคุนที่ไม่หักค่าแรงมั่วซั่ว
"งานนี้จะเริ่มตอนปลายเดือนมีนาคมนะ ถ้าใครหางานอื่นได้ก่อนก็ไปทำพลางๆ ได้เลย แต่ถ้ายังไม่มีงาน..." หยางหยวนคุนชี้ไปที่ตัวบ้าน "ฉันกะว่าจะสร้างบ้านใหม่น่ะ ใครว่างก็มาช่วยกันได้ ฉันจ่ายค่าแรงให้เหมือนกัน แต่อาจจะไม่เยอะเท่าไปทำข้างนอกนะ"
"มีงานให้ทำอยู่บ้าน แถมได้เงินด้วย ดีจังเลยครับพี่หยาง" หวังหู่พูดด้วยรอยยิ้ม
"อืม ก็ลองกลับไปคิดดูแล้วกันนะ งานนั้นต้องส่งมอบตอนเดือนตุลาคม เวลามันค่อนข้างกระชั้น ฉันคิดดูแล้วว่าพวกเราก็น่าจะทำได้แหละ แต่คงต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานกันหน่อย" เรื่องนี้หยางหยวนคุนคิดมาพักใหญ่แล้ว การจ้างแบบรายวันนอกจากงานจะเดินช้าแล้ว คุณภาพงานก็มักจะไม่ค่อยดี สู้จ้างแบบเหมาจ่ายไปเลยดีกว่า ใครทำมากก็ได้มาก
หยางหยวนคุนอธิบายความคิดของตัวเองให้ทุกคนฟัง แล้วพูดต่อ "ถ้าใครอยากทำแบบรายวันต่อก็ได้ หรือใครอยากทำแบบเหมาก็แล้วแต่ความสมัครใจ ลองกลับไปคิดทบทวนดูให้ดีนะ หลังปีใหม่ค่อยมาบอกฉัน ถ้ามีคนอยากทำแบบรายวันเยอะ ฉันก็ต้องหาคนงานเพิ่มอีก"
"เข้าใจแล้วครับพี่หยาง" ทุกคนถอนหายใจอย่างโล่งอก พวกเขาเป็นช่างปูนมาหลายปี ย่อมรู้จักระบบเหมาจ่ายเป็นอย่างดี แต่ยังไม่เคยลองทำเอง จึงไม่ค่อยมั่นใจในฝีมือตัวเองเท่าไหร่
"อืม ขอแนะนำให้รู้จักนะ นี่หยางหยวนหง ลูกชายคนเล็กของอาสามฉันเอง ปีหน้าจะไปทำงานกับพวกเราด้วย" คุยธุระเสร็จ หยางหยวนคุนก็แนะนำหยางหยวนหงให้ทุกคนรู้จัก แล้วพูดกลั้วหัวเราะว่า "เขายังเด็กอยู่ ไม่เคยทำงานช่างปูนมาก่อน ก็คงต้องให้เป็นลูกมือไปก่อน"
ทุกคนต่างก็ทักทายหยางหยวนหงด้วยรอยยิ้ม หยางหยวนหงก็รู้หน้าที่ แจกบุหรี่ให้ทุกคนคนละมวน ใกล้จะสิบเอ็ดโมงแล้ว หยางหยวนคุนก็ชวนทุกคนมานั่งที่โต๊ะ โต๊ะแปดเซียนนั่งเก้าคนก็ยังพอนั่งเบียดกันได้
"นั่งกันตามสบายเลยนะ" หยางหยวนคุนมองกองขวดเหล้าบนพื้น แล้วพูดติดตลก "ซื้อเหล้ามาเยอะขนาดนี้ กะจะให้ดื่มหมดภายในวันเดียวเลยหรือไง"
"ก็ต้องดื่มให้หมดสิครับ"
ตอนที่เดินไปในครัว จ้าวเสี่ยวเฟิ่งก็ตักหมูสามชั้นน้ำแดงกับซี่โครงหมูน้ำแดงใส่ชามเสร็จแล้ว หยางหยวนคุนยกกับข้าวเนื้อสัตว์สองอย่างมาวางบนโต๊ะก่อน แล้วก็ใช้กระทะใบหนึ่งตุ๋นเป็ด อีกใบทำปลาต้ม ปลาแค่ต้มง่ายๆ แล้วใส่ในหม้อไฟ ใส่เต้าหู้ลงไป ตั้งบนโต๊ะให้เดือดปุดๆ กินตอนหน้าหนาวแบบนี้กำลังดีเลย ส่วนเป็ดต้องตุ๋นในเตาฟืนต่ออีกหน่อย ระหว่างนี้หยางหยวนคุนก็กลับไปชนแก้วกับทุกคนหนึ่งรอบ พอเป็ดเสร็จ ผัดผักที่เหลือก็ยกให้จ้าวเสี่ยวเฟิ่งจัดการ
งานเลี้ยงดำเนินไปเกือบสามชั่วโมง ดื่มเหล้าขาวกันไปขวดแล้วขวดเล่า จนสุดท้ายทุกคนก็มีอาการมึนเมากันถ้วนหน้า งานเลี้ยงจึงเป็นอันจบลง