- หน้าแรก
- ระบบสร้างสำนักไร้พ่าย ปั้นศิษญ์จักรพรรดิ
- บทที่ 28 ไพ่ตายของหลิวรั่วเสวี่ย
บทที่ 28 ไพ่ตายของหลิวรั่วเสวี่ย
บทที่ 28 ไพ่ตายของหลิวรั่วเสวี่ย
บทที่ 28 ไพ่ตายของหลิวรั่วเสวี่ย
"สหายตัวน้อย ไว้ชีวิตข้าด้วย! สหายตัวน้อย ได้โปรดไว้ชีวิตข้าด้วยเถิด!"
ใจกลางห้องโถง จ้าวเฉียนผู้ที่ก่อนหน้านี้เคยแสดงพลังอำนาจเหนือผู้คน บัดนี้กลับคุกเข่าโขกศีรษะให้เซียวเฉินอย่างบ้าคลั่ง
แม้เขาจะไม่รู้ว่าทำไมเซียวเฉินถึงได้แข็งแกร่งปานนี้ แต่ตอนนี้เขาต้องการเพียงแค่มีชีวิตรอดเท่านั้น
รากฐานแห่งเต๋าระดับกษัตริย์ภายในจุดตันเถียนของเขากำลังถูกปราณกระบี่นั้นกลืนกินอย่างโหดเหี้ยม และทุกวินาทีที่ผ่านไป เขาก็สามารถสัมผัสได้ถึงพลังและชีวิตที่กำลังเหือดแห้งหายไปอย่างชัดเจน
กระบวนการที่ต้องทนมองดูตัวเองร่วงหล่นจากสวรรค์ลงมาเป็นเศษธุลีนี้ มันน่ากลัวกว่าความตายโดยตรงเป็นพันเท่า
"สหายตัวน้อย ข้าผิดไปแล้ว ข้ามีตาหามีแววไม่ ข้ามันเป็นสุนัขรับใช้ที่ชอบวางก้าม ข้าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องของนังหญิงอสรพิษหลิวรั่วเสวี่ยอีกต่อไปแล้ว!"
"ข้าขอสาบาน ตราบใดที่เจ้าช่วยสลายปราณกระบี่ในร่างของข้า ข้าจะไสหัวออกจากเมืองชิงหยางทันที และจะไม่เหยียบย่างมาที่นี่อีกเลยตลอดกาล ได้โปรดเมตตาไว้ชีวิตสุนัขตัวนี้ด้วยเถิด!"
จ้าวเฉียนคร่ำครวญ ใช้มือซ้ายที่เหลือเพียงข้างเดียวดึงขากางเกงของเซียวเฉินราวกับสุนัข ท่าทางของเขาต่ำต้อยอย่างถึงที่สุด
คนตระกูลเซียวมองดูภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกโล่งใจระคนตกตะลึง
ใครจะจินตนาการได้ว่ายอดฝีมือขอบเขตกษัตริย์ที่สามารถทำให้ทั้งเมืองชิงหยางสั่นสะเทือนได้ จะมีมุมที่ไร้ศักดิ์ศรีเช่นนี้?
พวกเขามองไปที่แผ่นหลังของเซียวเฉิน ซึ่งตอนนี้ดูยิ่งใหญ่ตระหง่านกว่าภูเขาผา สัมผัสได้ถึงความปลอดภัยอย่างเต็มเปี่ยม
เซียวเฉินก้มมองจ้าวเฉียนที่กำลังประจบประแจงและร้องขอชีวิตแทบเท้าเขา รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก
เขามองลงมาที่จ้าวเฉียนด้วยสายตาหยอกล้อและกล่าวว่า "เจ้าไม่อยากจะล้างบางตระกูลเซียวของข้างั้นหรือ? เจ้าไม่ได้บอกหรือว่าตามกฎของสำนักกระบี่สวรรค์ ข้าควรจะซาบซึ้งในพระคุณด้วยซ้ำหลังจากที่เจ้าควักกระดูกกระบี่ก่อกำเนิดของข้าออกไปแล้ว?"
เซียวเฉินค่อยๆ นั่งยองๆ สบตากับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของจ้าวเฉียน แล้วถามทีละคำ "ว่าอย่างไรล่ะ? สำนักกระบี่สวรรค์ของเจ้ายิ่งใหญ่นักไม่ใช่หรือ แล้วทำไมตอนนี้ถึงมาคุกเข่าเสียล่ะ?"
จ้าวเฉียนตกใจกับคำพูดเหล่านี้จนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่าง ร่างกายของเขาสั่นสะท้านรุนแรงยิ่งขึ้น
เขาส่ายหน้าอย่างบ้าคลั่ง ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อโต้แย้ง "ไม่ ไม่ ไม่ นั่นมันคำพูดไร้สาระทั้งนั้น ข้าพูดจาพล่อยๆ ไปเอง ข้ามันก็แค่สุนัข เป็นสุนัขบ้าที่ฟังภาษามนุษย์ไม่รู้เรื่อง!"
"สหายตัวน้อย อ้อ ไม่สิ ท่านผู้อาวุโส ท่านช่างใจกว้างนัก โปรดอย่าลดตัวลงมาเกลือกกลั้วกับสุนัขบ้าอย่างข้าเลย ตราบใดที่ท่านไว้ชีวิตข้า ข้ายินดีมอบทรัพย์สมบัติที่สะสมมาทั้งชีวิตให้ ข้าจะเป็นสุนัขรับใช้ท่านก็ได้ ท่านสั่งให้กัดใคร ข้าก็จะกัดคนนั้น"
เพื่อความอยู่รอด จ้าวเฉียนยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดในฐานะผู้ฝึกตนขอบเขตกษัตริย์ และแม้กระทั่งในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
ทว่า กลับไม่มีอารมณ์ใดๆ ปรากฏในดวงตาของเซียวเฉิน มีเพียงจิตสังหารที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นเท่านั้น
"ถ้าข้าฆ่าเจ้า ทรัพย์สินของเจ้าก็ต้องตกเป็นของข้าอยู่ดี และข้าก็ไม่ต้องการสุนัขไร้ประโยชน์อย่างเจ้า"
เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืน น้ำเสียงของเขาเรียบเฉยขณะที่เขาพิพากษาโทษประหารชีวิตให้จ้าวเฉียน
"ตายซะ!"
เมื่อคำว่า 'ตาย' อันเย็นยะเยือกสิ้นสุดลง สีหน้าของจ้าวเฉียนก็แข็งค้างในทันที ถูกแทนที่ด้วยความสิ้นหวังอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
เขาเห็นกระบี่โบราณในมือของเซียวเฉินค่อยๆ ถูกยกขึ้นมาอีกครั้ง และกลิ่นอายจางๆ ที่แผ่ออกมาจากมันก็ทำให้จิตวิญญาณเทวะของเขาสั่นสะท้าน
"ไม่!"
คำพูดสุดท้ายของเขายังไม่ทันหลุดจากปาก
"ฉัวะ!"
ประกายกระบี่ที่รวดเร็วถึงขีดสุดสว่างวาบผ่านลำคอของเขาอย่างเงียบเชียบ ราวกับกำลังหั่นเต้าหู้
เสียงคร่ำครวญและคำร้องขอชีวิตของจ้าวเฉียนหยุดลงอย่างกะทันหัน
ศีรษะขนาดใหญ่ที่ยังคงมีสีหน้าอ้อนวอนขอชีวิตอย่างต่ำต้อยลอยละลิ่วขึ้นสู่อากาศ วาดเส้นโค้งเป็นสายเลือดก่อนจะตกลงไปหยุดแทบเท้าของหลิวรั่วเสวี่ย
ดวงตาที่เบิกกว้างและไร้แววนั้นจ้องตรงมาที่นาง
ศพไร้หัวโอนเอนไปมาครู่หนึ่งก่อนจะล้มลง เลือดอุ่นๆ ของยอดฝีมือขอบเขตกษัตริย์ย้อมพื้นกระเบื้องของห้องโถงตระกูลเซียวจนกลายเป็นสีแดงฉาน
ด้วยเหตุนี้ ผู้พิทักษ์ขอบเขตกษัตริย์แห่งสำนักกระบี่สวรรค์รุ่นหนึ่งจึงจบชีวิตลง!
เซียวเฉินเก็บกระบี่เข้าฝักด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ราวกับว่าเขาเพิ่งทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไป
เขาค่อยๆ หันกลับมา ดวงตาของเขาซึ่งบัดนี้เปื้อนไปด้วยเลือดของขอบเขตกษัตริย์ ทำให้ดูเย็นชาและโหดเหี้ยมยิ่งขึ้น สายตาของเขาจับจ้องไปที่หลิวรั่วเสวี่ยและหลี่ฮ่าวที่หน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวและตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง
"อึก"
หลี่ฮ่าวไม่อาจทนรับแรงกดดันแห่งความตายได้อีกต่อไป
เขามองไปที่ศีรษะที่กลิ้งมาตกอยู่ไม่ไกลจากเขา ได้กลิ่นเลือดคาวคลุ้งในอากาศ และรู้สึกถึงกลิ่นเหม็นที่แผ่ออกมาจากร่างกายท่อนล่างของเขา ตาของเขาเหลือกขึ้นบน แล้วก็สลบเหมือดไปด้วยความหวาดกลัว
ร่างกายของหลิวรั่วเสวี่ยก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง ใบหน้าของนางซีดเผือดราวกับกระดาษ
แต่นางก็มีสภาวะจิตใจที่ไม่ธรรมดา นางจึงสามารถประคองสติไว้ได้โดยไม่ล้มพับไป
ในดวงตาของนาง นอกจากความหวาดกลัวที่ฝังลึกถึงกระดูกแล้ว ยังมีคำถามที่ไม่อาจเข้าใจได้ และแทบจะบ้าคลั่งอยู่ภายใน
"ทำไม? ทำไมถึงเป็นแบบนี้?"
นางชี้ไปที่เซียวเฉินและกรีดร้องอย่างเสียสติ "กระดูกกระบี่ก่อกำเนิดของเจ้าถูกข้าเป็นคนควักออกไปเองกับมือ! จุดตันเถียนของเจ้าข้าก็เป็นคนทำลาย! เจ้ากลายเป็นคนพิการไปแล้วอย่างสมบูรณ์แบบ!"
"ทำไมเจ้าถึงยังใช้พลังวิญญาณได้? ทำไมเจ้าถึงยังแข็งแกร่งขนาดนี้!"
นางไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมเซียวเฉินถึงแข็งแกร่งขึ้นมาได้ขนาดนี้
ท้ายที่สุดแล้ว กระดูกกระบี่ของเซียวเฉินก็อยู่ในตัวนาง ต่อให้เซียวเฉินรอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์ เขาก็ไม่มีทางฟื้นตัวได้ นับประสาอะไรกับการที่จะแข็งแกร่งและน่าสะพรึงกลัวได้ถึงเพียงนี้
เซียวเฉินไม่คิดจะตอบคำถามที่ฟังดูโง่เขลาอย่างที่สุดของนาง
เขาก้าวเดินเข้าไปหาหลิวรั่วเสวี่ยทีละก้าว ทุกก้าวราวกับเสียงฝีเท้าแห่งความตาย ที่ย่ำลงบนหัวใจของหลิวรั่วเสวี่ยอย่างหนักหน่วง
"ถึงตาเจ้าแล้ว"
เขาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าหลิวรั่วเสวี่ยแล้วถามอย่างเรียบเฉย "บอกข้ามาสิ เจ้าอยากจะตายแบบไหน?"
คำพิพากษาความตายนี้ ราวกับน้ำเย็นจัดที่สาดกระเซ็นใส่หลิวรั่วเสวี่ยจนนางตื่นจากความคลุ้มคลั่ง
นางมองไปที่ชายผู้เฉยเมยตรงหน้านาง มองดูดวงตาที่ไร้อารมณ์ของเขา ความหนาวเหน็บอย่างที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อนแล่นจากฝ่าเท้าขึ้นสู่กระหม่อมของนาง
แต่ท่ามกลางความหวาดกลัวอย่างถึงขีดสุดนั้น รอยยิ้มเย้ยหยันอันแปลกประหลาดก็เบ่งบานขึ้นบนใบหน้าของนางอย่างกะทันหัน
"หึหึ... หึหึหึหึ"
นางหัวเราะ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน "เซียวเฉิน อย่าคิดว่าเจ้าชนะแล้ว! ฆ่ายอดฝีมือขอบเขตกษัตริย์ได้แล้วยังไง?"
"พลังของสำนักระดับราชันย์นั้นเหนือจินตนาการของเจ้าไปไกลนัก!"
ก่อนที่นางจะพูดจบ นางก็ดึงจี้หยกสีฟ้าอมเขียวที่สลักลวดลายเมฆมงคลและกระบี่คมกริบออกมาจากอกเสื้อ ประกายความอำมหิตปรากฏในดวงตาของนาง และนางก็บีบมันจนแหลกคามือ
"เพล้ง!"
จี้หยกแตกสลายด้วยเสียงดังกังวาน แปรเปลี่ยนเป็นละอองแสงระยิบระยับนับไม่ถ้วนราวกับกาแล็กซีขนาดย่อม หมุนวนและร่ายรำอยู่ในห้องโถง
วินาทีต่อมา แรงกดดันอันมหาศาลดุจทะเลดาราก็ถาโถมลงมาอย่างกะทันหัน
ทันทีที่กลิ่นอายนี้ปรากฏขึ้น คฤหาสน์ตระกูลเซียวทั้งหลัง หรือแม้กระทั่งท้องฟ้าเหนือเมืองชิงหยางก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
ทุกคนรู้สึกราวกับถูกโยนลงไปในทะเลลึกหมื่นเมตร พร้อมกับแรงกดดันอันไร้ขอบเขตที่บีบคั้นจากทุกทิศทาง ทำให้แม้แต่การหายใจก็ยังเป็นเรื่องยากลำบาก
ภาพลวงตาอันยิ่งใหญ่และพร่ามัวที่ประกอบขึ้นจากแสงดาวอันไร้ที่สิ้นสุดค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเหนือห้องโถง
แม้เขาจะเป็นเพียงภาพสะท้อนจากกระแสจิต แต่อำนาจแห่งจักรพรรดิที่มองลงมายังโลกหล้านี้ ทำให้ทุกคนที่อยู่ที่นั่น รวมถึงเซียวเฉิน ไม่สามารถคิดต่อต้านได้เลยแม้แต่น้อย พวกเขาปรารถนาเพียงการคุกเข่าลงและกราบไหว้เท่านั้น
ปรมาจารย์ระดับมหาจักรพรรดิแห่งสำนักกระบี่สวรรค์!
"ท่านอาจารย์ ช่วยข้าด้วย!"
หลิวรั่วเสวี่ยเห็นภาพลวงตานั้น ราวกับได้คว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ นางร้องเรียกสุดเสียง "ศิษย์กำลังตกอยู่ในอันตราย! ชายผู้นี้ชื่อเซียวเฉิน มันเสียสติไปแล้ว ไม่เพียงแต่สังหารผู้พิทักษ์จ้าวเฉียนที่มาปกป้องข้า แต่มันยังต้องการจะล้างบางข้าด้วย!"
"ได้โปรดเถิดท่านอาจารย์ ช่วยผดุงความยุติธรรมให้แก่ศิษย์ และสังหารมารร้ายผู้นี้เสีย!"
ภาพลวงตาแห่งจักรพรรดิค่อยๆ ก้มศีรษะลง สายตาของเขาทะลุผ่านห้วงมิติและหยุดลงที่เซียวเฉิน
"โอ้? เจ้าเองสินะที่คิดจะสังหารศิษย์ของข้า?"
เสียงของภาพลวงตาแห่งจักรพรรดิดังก้องอยู่ลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของทุกคน
เขาค่อยๆ ยกมือที่สร้างจากแสงสว่างขึ้น เตรียมที่จะชี้นิ้วและลบเซียวเฉิน มดปลวกที่กล้าท้าทายอำนาจของสำนักกระบี่สวรรค์ รวมถึงจิตวิญญาณของเขาให้หายไปจากโลกใบนี้อย่างสมบูรณ์แบบ
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่เขากำลังจะลงมือนั้น
"หืม?"
การเคลื่อนไหวของภาพลวงตาแห่งจักรพรรดิก็หยุดชะงักลงอย่างกะทันหัน
ดวงตาของเขาที่ทะลุผ่านห้วงมิติ จ้องเขม็งไปที่เซียวเฉิน
เขาสัมผัสได้ถึงปราณกระบี่บนร่างของเซียวเฉิน ที่ทำให้แม้แต่ตัวเขาเองยังต้องสั่นสะท้านด้วยความกลัว
ปราณกระบี่ที่ทรงพลังยิ่งกว่าปราณกระบี่ก่อกำเนิดของหลิวรั่วเสวี่ยเสียอีก
"ปราณกระบี่หงเหมิงงั้นรึ?"
ในพริบตาเดียว จิตสังหารบนร่างของภาพลวงตาแห่งจักรพรรดิก็หายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
แทนที่ด้วยความตกตะลึงและความโลภอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
สายตาที่เขามองเซียวเฉินเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
จากการมองมดปลวกที่สามารถบดขยี้ได้ตามใจชอบ กลับกลายเป็นการมองสมบัติล้ำค่าที่หาตัวจับยาก!
"หนุ่มน้อย เจ้าชื่อเซียวเฉินใช่ไหม?"
"ข้าคือจักรพรรดิกบี่ชิงเสวียน ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกระบี่สวรรค์ เจ้ามีพรสวรรค์เป็นเลิศ เป็นอัจฉริยะวิถีกระบี่ที่หาได้ยากยิ่งในประวัติศาสตร์!"
เสียงของภาพลวงตาแห่งจักรพรรดิดังก้องกังวานอยู่ในโถง ทุกถ้อยคำชัดเจนในหูของทุกคน
"ตราบใดที่เจ้ายินดีเข้าร่วมสำนักกระบี่สวรรค์ของข้า และมาเป็นศิษย์สายตรงคนสุดท้ายของข้า เรื่องราวในวันนี้ ไม่ว่าใครจะผิดหรือถูก ก็ถือว่าเลิกแล้วต่อกันไป!"
"ข้าสามารถมองข้ามการตายของจ้าวเฉียนไปได้ และข้าก็สามารถมอบหลิวรั่วเสวี่ยให้เจ้าได้ด้วย ว่าอย่างไรล่ะ?"