- หน้าแรก
- เกมสยองขวัญ นี่ฉันทะลุมิติมาอยู่ในโลกเทพนิยายงั้นเหรอ
- บทที่ 20 เหตุไม่คาดฝัน
บทที่ 20 เหตุไม่คาดฝัน
บทที่ 20 เหตุไม่คาดฝัน
สืออวี่ใช้มือข้างหนึ่งหยิกต้นขาตัวเองแล้วสูดปากเบาๆ น้ำตาเอ่อคลอเบ้า เธอเลียนแบบน้ำเสียงของนกพิราบ "โอ้ เจ้านกพิราบ ฉันแค่เขินอายนิดหน่อยน่ะ และไม่อยากโชว์ฝีมือทำอาหารต่อหน้าคนอื่นเลย"
"พวกเธอคงไม่บังคับฉันใช่ไหม?"
ไม่มีทางหรอก พวกเธอออกจะใจดี จะทนบังคับเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฉันให้ทำในสิ่งที่ไม่อยากทำได้ยังไง? ถ้าทำแบบนั้น พวกเธอก็คงเป็นคนเลวร้าย ไม่ต่างอะไรกับแม่เลี้ยงใจร้ายหรอก
และก็เป็นอย่างที่คิด เมื่อได้ยินคำพูดของสืออวี่ นกพิราบทั้งสองก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติและรู้สึกขัดใจอย่างบอกไม่ถูก แต่พวกมันก็ยอมตกลงตามคำขอของสืออวี่อย่างว่าง่าย
สืออวี่รีบปิดประตูเสียงดังปัง
นกพิราบสองตัวนี้มีความเกี่ยวข้องกับนางฟ้าแม่ทูนหัวอย่างแยกไม่ออก และเธอก็ไม่อยากให้นางฟ้าแม่ทูนหัวรู้ขั้นตอนการทำอาหารของเธออย่างแน่นอน
หลังจากไล่พวกที่ไม่เกี่ยวข้องออกไป ในที่สุดเธอก็ได้อยู่ตามลำพังในห้องเสียที
ถั่วในกะละมังยังต้องใช้เวลาคัดแยกอีกสักพัก สืออวี่จึงตัดสินใจเตรียมส่วนผสมอื่นๆ ก่อน เธอหยิบเนื้อสัตว์สีดำคล้ำติดมันชิ้นหนึ่งออกมาจากตู้
คอมเมนต์: "นั่นมันเนื้อหนูจริงๆ เหรอ?"
"ดูไม่เหมือนนะ แต่ก็ระบุสายพันธุ์ไม่ได้เหมือนกัน"
"ยังไงซะก็ไม่ใช่ของดีหรอก มันทั้งเน่าทั้งเหม็นขนาดนั้น"
สืออวี่ยกหม้อลงจากเตา แล้วโยนก้อนเนื้อสีดำนั่นลงไปในหม้อทันที
เสียงดังฉ่าปะทุขึ้นทันที และไม่นานไขมันหนาเตอะก็ปรากฏขึ้นในหม้อที่เคยแห้งผาก
สืออวี่ตั้งไฟต่อไปจนกระทั่งได้น้ำมันในปริมาณที่พอเหมาะ และเนื้อข้างในถูกทอดจนแห้งกรอบ จากนั้นจึงตักมันออกมา
ก้อนเนื้อที่แห้งสนิทกลายเป็นผงสีดำเมื่อถูกบีบเบาๆ
เท่านี้ก็จะได้ผงเนื้อหนูและน้ำมันศพแล้ว
คอมเมนต์: "ทำไมฉันถึงนึกไม่ถึงนะ? น้ำมันศพก็คือน้ำมันที่สกัดจากสัตว์ เหมือนพวกมันหมูหรือมันแกะนั่นแหละ"
พวกเขาแค่อุปทานไปเองและติดกับดักของคำศัพท์ พอเห็นคำว่า "น้ำมันศพ" ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาก็คือน้ำมันที่ได้จากการเผาศพมนุษย์
"ความหมายของน้ำมันศพคือแบบนี้นี่เอง ฉันไม่ได้สระผมมาครึ่งเดือนแล้ว ฉันมั่นใจว่ามันน่าจะมีประโยชน์กับผู้เล่นทุกคนในเกมได้บ้างแหละ"
"เฮ้ คอมเมนต์บน จะพูดอะไรแบบนั้นออกมาได้ไง? โคตรน่าขยะแขยงเลย แล้วนี่ตกลงเธอทำอะไรเนี่ย ขนมเปี๊ยะถั่วทอดงั้นเหรอ?"
สืออวี่ปฏิบัติตามขั้นตอนในหนังสืออย่างเคร่งครัด เธอคลุกเคล้าขี้เถ้าถ่าน น้ำมันศพ และผงเนื้อหนูเข้าด้วยกันจนปั้นเป็นก้อนขนาดเท่าฝ่ามือได้
ต่อไป ก็ต้องใส่มันลงในช็อกโกแลตเพสต์ที่อุ่นไว้แล้วตั้งจิตอธิษฐาน
สืออวี่ทำตามคำแนะนำ:
"อาหารที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งร้ายและความเคียดแค้น ขอสาปแช่งผู้ที่กลืนกินมันให้ต้องทนทุกข์ทรมานไปชั่วนิรันดร์"
ความเจ็บปวดแบบไหนที่ต้องเผชิญกันนะ? สืออวี่หลับตาลงและจมอยู่ในห้วงความคิด ทันใดนั้น เธอก็นึกถึงสายตาของนายพรานตอนที่เธอออกจากเกมรอบที่แล้ว
"ฉันจะทนรับความทุกข์ทรมานนี้เอง" เธอพึมพำกับตัวเอง
น่าประหลาดที่สืออวี่เห็นละอองแสงสีดำปรากฏขึ้นจากแขนของเธอแล้วลอยเข้าไปในอาหารที่อยู่ในหม้อ
เธอเบิกตากว้าง "ทำแบบนี้ได้ด้วยเหรอ?"
โลกนี้มีเวทมนตร์อยู่จริงๆ ด้วย
การที่นางฟ้าแม่ทูนหัวจะมีเวทมนตร์มันก็เรื่องหนึ่ง แต่ทำไมแม้แต่ซินเดอเรลล่าอย่างเธอถึงใช้เวทมนตร์ได้ล่ะ?
สืออวี่เปิดประตู หยิบถั่วที่คัดไว้ แล้วทำตามขั้นตอนเดิมอีกครั้ง ผลปรากฏว่ามีแสงสีขาวลอยออกมาจากแขนของเธอและพุ่งเข้าไปในอาหาร
สืออวี่: "?"
มหัศจรรย์อะไรขนาดนี้!
เธอหยิบขนมเปี๊ยะถั่วสองชิ้นที่หน้าตาเหมือนกันเปี๊ยบ แต่ทำด้วยวิธีการที่ต่างกันขึ้นมาเปรียบเทียบในมือ
แล้วสองชิ้นนี้มันต่างกันยังไงล่ะ?
เธออยากรู้จริงๆ!
แต่สืออวี่ไม่มีทางกินมันเองแน่ๆ ยังไงซะ วันนี้เธอก็เป็นคนทำอาหารนี่นา
เป็นที่รู้กันดีว่าเชฟในร้านอาหารแทบจะไม่กินอาหารที่ตัวเองทำหรอก
สืออวี่ยิ้มบางๆ เปิดประตู แล้วเรียกนกพิราบสองตัวที่รอคอยอยู่อย่างใจจดใจจ่อหน้าประตูให้เข้ามา
"เด็กๆ ที่รัก พวกเธอคงจะหิวแล้วสินะที่ต้องทำงานหนักขนาดนี้ นี่ขนมเปี๊ยะถั่วอบเสร็จใหม่ๆ กินสิ ชิ้นแรกนี่สำหรับพวกเธอเลย"
นกพิราบทั้งสองรู้สึกปลื้มปริ่ม พวกมันรู้ดีว่าแม้แต่นกพิราบก็ยังสัมผัสได้ว่าช่วงสองวันที่ผ่านมานี้สืออวี่ทำเมินเฉยและถึงขั้นแสดงท่าทีรังเกียจพวกมันด้วยซ้ำ
ตอนนี้สถานการณ์กลับตาลปัตรกะทันหัน ทำให้ช่วงเวลาหนึ่ง พวกมันถึงกับรู้สึกลังเลนิดๆ ที่จะกินมันเข้าไป
นกพิราบทั้งสองค่อยๆ จิกกินอาหารอย่างระมัดระวัง สืออวี่มองดูพวกมันแล้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
ช่องคอมเมนต์รัวขึ้น: "แย่แล้ว เสียงหัวเราะนั่นฟังดูตัวร้ายสุดๆ เหมือนแม่มดน้อยไม่มีผิด"
"ตั้งตารอดูเลยว่าหลังจากกินเข้าไปแล้วจะมีผลยังไง"
แม้ว่าการใช้นกพิราบสองตัวที่คอยช่วยเหลือเธอมาตลอดมาเป็นหนูทดลองจะดูผิดศีลธรรมไปบ้าง แต่ยิ่งการกระทำนั้นไร้มนุษยธรรมมากเท่าไหร่ ไลฟ์สตรีมก็จะยิ่งดึงดูดผู้ชมได้มากขึ้นเท่านั้น
ทันใดนั้น ผู้ชมหน้าใหม่เกือบล้านคนก็หลั่งไหลเข้ามา ราวกับนั่งเฮลิคอปเตอร์มาลงจอ
ไลฟ์สตรีมของเกมระทึกขวัญเป็นการถ่ายทอดสดแบบเรียลไทม์ และผู้ชมต่างก็มีธุระของตัวเอง จึงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะเกาะติดหน้าจอตลอดเวลายี่สิบสี่ชั่วโมง ดังนั้น เมื่อใดก็ตามที่มีฉากแปลกประหลาดหรือเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ผู้คนก็จะพากันเรียกเพื่อนฝูงและแจ้งให้คนอื่นๆ เข้ามาดู
ขนมเปี๊ยะถั่วชิ้นไม่ใหญ่นัก นกพิราบสองตัวจึงกินหมดอย่างรวดเร็ว สืออวี่สังเกตเห็นว่านกพิราบตัวที่กินอาหารจากสูตรตำราสีดำ ขนของมันค่อยๆ เปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีดำ
ในแต่ละคำที่จิกกิน สีขนของมันก็ยิ่งเข้มขึ้นเรื่อยๆ ทว่านกพิราบขาวอีกตัวกลับไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
นี่เป็นผลลัพธ์คร่าวๆ ที่สืออวี่คาดการณ์เอาไว้แล้ว
หลังจากนกพิราบทั้งสองกินเสร็จ พวกมันก็เงยหน้าขึ้นและมองหน้ากัน
นกพิราบขาวร้องอุทานด้วยความตกใจ "โอ้ ทำไมเธอถึงกลายเป็น... กลายเป็นแบบนี้ล่ะ?"
นกพิราบดำถามด้วยความสงสัย "ฉันดูเป็นยังไงเหรอ?"
มันมองไปที่นกพิราบขาวซึ่งยืนอึ้งตะลึงงันด้วยความกลัวจนพูดไม่ออก ก่อนจะกางปีกบินไปที่ถังน้ำในห้องครัว
ภายในนั้น นกสีดำทมิฬตัวหนึ่งจ้องเขม็งไปที่เงาที่สะท้อนบนผิวน้ำ มันแผ่กลิ่นอายอัปมงคลซึ่งตรงกันข้ามกับภาพลักษณ์อันบริสุทธิ์ผุดผ่องของนกพิราบขาวอย่างสิ้นเชิง
"แย่แล้ว เราจะทำยังไงกันดี?"
"เป็นความผิดของซินเดอเรลล่าทั้งหมด เธอเอาอะไรให้เธอกินเนี่ย?"
"ถ้าเรากลายเป็นแบบนี้ นางฟ้าแม่ทูนหัวยังจะต้องการพวกเราอยู่ไหม?" นกพิราบขาวถามอย่างตื่นตระหนก ท่าทางสติแตกจนควบคุมตัวเองไม่อยู่
"หุบปาก!" นกพิราบดำตะโกนลั่นเมื่อทนฟังต่อไปไม่ไหว
แต่เสียงนั้นกลับไม่ได้ทำให้นกพิราบขาวสงบลงเลย ตรงกันข้าม มันกลับยิ่งกระวนกระวายใจมากขึ้น มันกระพือปีกบินตรงไปที่หน้าต่างพลางพูดว่า "ไม่ เรื่องนี้มันต้องไม่จบลงแบบนี้สิ"
"ซินเดอเรลล่าหักหลังพวกเรา เธอแอบเรียนมนตร์ดำ"
"ฉันจะไปเล่าทุกอย่างที่นี่ให้แม่ทูนหัวฟัง และขอให้ท่านเป็นคนตัดสิน"
สืออวี่เลิกคิ้ว เธอเดาไว้ไม่มีผิด
หากแบ่งฝ่ายในเกมออกเป็นหลายๆ หมวดหมู่ ตำราสีขาวและตำราสีดำก็คงเป็นตัวแทนของทางเลือกที่แตกต่างกัน
เธอไม่มีทางปล่อยให้นกพิราบขาวบินออกไปหักหลังเธอได้อย่างแน่นอน
สืออวี่ยกแขนขึ้น เตรียมพร้อมที่จะลงมือ
ทันใดนั้น เสียงนกร้องแหลมสูงก็ดังก้องขึ้น บาดแก้วหูจนแทบทะลุ
เธอเงยหน้าขึ้นมอง
นกพิราบดำตัวหนึ่งกำลังคร่อมทับนกพิราบขาว จะงอยปากอันแหลมคมของมันจิกสับลงบนร่างของอีกฝ่ายจนเลือดสีสดทะลักออกจากบาดแผล
นกพิราบดำกำลังโจมตีนกพิราบขาวจริงๆ!
ทั้งที่เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ เจ้านกตัวนี้ยังตั้งอกตั้งใจสั่งสอนให้สืออวี่เป็นคนดีมีเมตตาอยู่เลย แถมยังคอยกระซิบกระซาบคำหวานกับนกพิราบอีกตัวที่อยู่ข้างๆ ด้วยซ้ำ
ประกายแห่งความสงสัยวาบผ่านแววตาของสืออวี่
ขนมเปี๊ยะแค่ชิ้นเดียวสามารถเปลี่ยนนิสัยคนเราได้เร็วขนาดนี้เชียวหรือ?
หรือบางที นกพิราบตัวนี้อาจจะมีด้านมืดซุกซ่อนอยู่ในใจอยู่แล้ว และมันก็ถูกกระตุ้นให้เผยออกมาเมื่อต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกเพื่อนร่วมทางนำไปฟ้องร้อง
นกพิราบดำไม่ยอมปล่อย มันกดเหยื่อเอาไว้แน่น ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดจนกว่าอีกฝ่ายจะตาย
สืออวี่ก้าวไปข้างหน้าแล้วคว้านกพิราบขาวออกมาจากจะงอยปากของอีกฝ่าย "เธออยากให้มันตายหรือไง?"
"ถ้ามันไม่ตาย เธอนั่นแหละที่จะต้องตาย"
แววตาของนกพิราบดำวูบไหว แต่มันก็ไม่ได้พูดอะไร ซึ่งเป็นการบอกชัดเจนว่าสิ่งที่สืออวี่พูดนั้นถูกต้อง
คอมเมนต์: "มองในมุมนี้ นางฟ้าแม่ทูนหัวก็ไม่ได้ใจดีอย่างที่อ้างหรอก เธอคงฆ่าคนทรยศทิ้งตรงนั้นเลยแหละ"