- หน้าแรก
- ราชันย์ยุทธจักรขาพิการ
- บทที่ 29 ค่าตอบแทนราคาสูง!
บทที่ 29 ค่าตอบแทนราคาสูง!
บทที่ 29 ค่าตอบแทนราคาสูง!
บทที่ 29 ค่าตอบแทนราคาสูง!
"หืม? พี่เหลียนรึ?"
ซื่อหวินกำลังทายาเพื่อเตรียมตัวออกจากโรงฝึกแต่ไม่คิดว่าจะได้เจอกับพี่สาวคนโต
ส่วนโจวหยวนที่ผอมแห้งข้างๆนั้น ซื่อหวินมองผ่านไปโดยไม่ได้สนใจ
"พี่เหลียน เกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นรึ?"
ซื่อหวินลุกขึ้นและเดินเข้าไปหาซื่อเหลียนอย่างรวดเร็ว
ซื่อเหลียนดูสงบนิ่ง
ถึงแม้ก่อนหน้านี้เธอจะโกรธจนควันออกหูแต่ก็ไม่ได้ถูกความโกรธบดบังสติ
เธอไม่ได้ตรงไปที่แก๊งสามพยัคฆ์แต่มาหาซื่อหวินก่อน เพราะตอนนี้ซื่อหวินแตกต่างจากเดิมแล้ว
หลังจากที่จัดการซู่เอ๋อโก่วได้ ซื่อหวินก็เริ่มมีความเป็นผู้นำและเป็นเสาหลักของตระกูลซื่ออย่างแท้จริง!
เมื่อเกิดเรื่องใหญ่แบบนี้ขึ้น ซื่อเหลียนจึงเลือกมาหาซื่อหวินก่อนเป็นคนแรก
"น้องหวิน คนของแก๊งสามพยัคฆ์มาจับตัวซื่อฮุ่ยไป!"
"นอกจากนี้พวกมันก็ยังฝากบอกเจ้าด้วยว่าให้เจ้าเอาของของซู่เอ๋อโก่วไปส่งที่แก๊งสามพยัคฆ์ ไม่อย่างงั้น..."
แม้ซื่อเหลียนจะยังพูดไม่จบ แต่แก๊งสามพยัคฆ์ก็ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมและทำได้ทุกอย่าง
ถ้าหากซื่อหวินไม่ทำตามที่พวกมันสั่ง ชะตากรรมของซื่อฮุ่ยคงน่าอนาถอย่างมาก
"อึ้ก"
สีหน้าของซื่อหวินมืดมนลงทันที
แววตาของเขาเต็มไปด้วยจิตสังหาร แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังมองไปที่ซื่อเหลียนและพยายามทำให้ตัวเองใจเย็นลง
ในสถานการณ์แบบนี้ สตินั้นสำคัญที่สุด!
"แก๊งสามพยัคฆ์เจาะจงให้ข้าเอาของของซู่เอ๋อโก่วไปให้"
"นั่นคงเป็นเพราะก่อนหน้านี้ซู่เอ๋อโก่วไปบอกอะไรกับ 'หวงหู่' หลิวเยี่ยเป็นแน่"
"แต่เงินแค่ร้อยตำลึงนั่นหลิวเยี่ยคงไม่ได้สนใจเป็นแน่ สาเหตุที่มันลงทุนลงแรงขนาดนี้ คงเป็นเพราะหลิวเยี่ยสงสัยว่าซู่เอ๋อโก่วอาจจะซ่อนของมีค่าอะไรไว้ต่างหาก"
"แต่ข้าไปค้นก็เจอแต่เงินและไม่เจออย่างอื่นเลย แล้วข้าจะต้องเอาอะไรไปให้หลิวเยี่ยล่ะ?"
ซื่อหวินครุ่นคิด
เขาฆ่าซู่เอ๋อโก่วไปแล้ว ตอนแรกเขาคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรตามมาในภายหลัง
แต่ใครจะไปคิดว่าซู่เอ๋อโก่วจะถูกหลิวเยี่ยจับตามองอยู่จนตอนนี้ปัญหาของซู่เอ๋อโก่วก็ตกมาอยู่ที่ซื่อหวินแล้ว
ปัญหาคือ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรหลิวเยี่ยก็คงไม่เชื่อ
ตอนนี้หลิวเยี่ยมั่นใจแล้วว่าซื่อหวินได้ของมีค่าจากซู่เอ๋อโก่วไป
ซื่อหวินเองก็มีแค่วิชาดาบบินซึ่งถือว่าพอมีฝีมืออยู่บ้าง
แต่ถ้าบุกไปแก๊งสามพยัคฆ์แบบนี้ก็มีแต่ตายกับตาย
เพราะหลิวเยี่ยเป็นนักศิลปะการต่อสู้ตัวจริง!
นอกจากนี้แก๊งสามพยัคฆ์ก็ยังมีคนอยู่เยอะมาก ถ้าหากต้องสู้กันจริงๆ ซื่อหวินไม่มีทางชนะแน่นอน
ส่วนเรื่องที่จะทิ้งพี่สาวไปก็คงเป็นไปไม่ได้ และถึงซื่อหวินจะยอมทิ้งพี่สาวไปแต่หลิวเยี่ยก็คงไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ
ดังนั้นเรื่องนี้เขาจะต้องหาทางแก้ไขให้ได้
"เจ้าซื่อ อย่าพึ่งหุนหันพลันแล่นไป แก๊งสามพยัคฆ์นั่นไม่ใช่แก๊งธรรมดา"
"พวกเขามีนักศิลปะการต่อสู้ตัวจริงอยู่และยังลูกน้องอีกเป็นพัน พวกเขามีอิทธิพลมาก พวกเราแค่สามคนคงสู้ไม่ไหวหรอก!"
เจ้าหงเองก็ร้อนใจและเตือนสติซื่อหวิน
ถ้าหากเป็นแก๊งสามพยัคฆ์ ต่อให้เป็นพวกเขาไม่กล้าแหยม!
"มีปัญหาอะไรกันรึ?"
ทันใดนั้น เซี่ยเหอได้เดินเข้ามาถาม
พอเห็นเซี่ยเหอ ดวงตาของซื่อหวินก็เป็นประกาย
แม้ว่าพวกเขาอาจจะสู้กับแก๊งสามพยัคฆ์ไม่ได้ แต่โรงฝึกดัชนีทองก็ไม่กลัวแก๊งสามพยัคฆ์
แต่ซื่อหวินก็รู้ดีว่าเขาเป็นแค่ศิษย์และโรงฝึกดัชนีทองก็คงไม่ออกหน้าแทนเขา
แต่ถึงโรงฝึกดัชนีทองไม่ออกหน้าแทน เซี่ยเหอก็ทำได้เพราะเซี่ยเหอก็เป็นนักศิลปะการต่อสู้!
ดังนั้น ซื่อหวินจึงพูดขึ้นทันที "ศิษย์พี่เซี่ย พี่สาวของข้าถูกแก๊งสามพยัคฆ์จับตัวไป"
"ศิษย์พี่เซี่ยพอจะช่วยเหลือพี่สาวข้าได้ไหม?"
"ถ้าศิษย์พี่เซี่ยช่วย ข้ายินดีมอบของกำนัลเป็นการตอบแทนท่านแน่นอน!"
"ของกำนัลรึ? ของกำนัลอะไรล่ะ?"
ดวงตาของเซี่ยเหอเป็นประกาย
พอเห็นว่าเซี่ยเหอไม่ปฏิเสธแต่ยังถามกลับ นั่นแสดงว่าเขาสนใจ
ซื่อหวินคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกัดฟันพูด "ข้ายินดีมอบเงินหนึ่งร้อยตำลึงให้กับศิษย์พี่เซี่ยขอรับ!"
"โฮ้ ช่างเป็นเงินที่เยอะมากทีเดียว"
"เจ้าเป็นแค่ศิษย์ตัวเล็กๆที่ก่อนหน้านี้ยังไม่มีเงินจ่ายค่าเข้าโรงฝึกด้วยซ้ำ แต่ตอนนี้เจ้ากลับมีเงินตั้งร้อยตำลึงเชียวรึ? ไม่แปลกเลยที่แก๊งสามพยัคฆ์จะสนใจเจ้า"
เซี่ยเหอพูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียน แต่แววตานั้นกลับมีความหมายแฝง
ซื่อหวินไม่ได้อธิบายอะไร เพราะบางเรื่องต่อให้เขาไม่พูดคนที่ได้ฟังก็น่าจะรู้ดีอยู่แล้ว
"ซื่อหวิน ข้าจะไม่ออกหน้าให้กับเจ้าหรอก"
เซี่ยเหอพูดขึ้น
"เพราะต่อให้ข้าออกหน้าให้กับเจ้า แต่ทางแก๊งสามพยัคฆ์ก็คงไม่ให้เกียรติข้าเป็นแน่"
"ต่อให้ข้าเป็นนักศิลปะการต่อสู้ ก็เป็นแค่ขอบเขตผิวหนังหินเท่านั้น รองหัวหน้าแก๊งสามพยัคฆ์ทั้งสองคนก็อยู่ในขอบเขตเดียวกับข้า นอกจากนี้หัวหน้าแก๊งยังแข็งแกร่งยิ่งกว่าข้าเสียอีก"
"ดังนั้น ต่อให้ข้าออกหน้าให้กับเจ้าก็คงไม่มีประโยชน์"
ซื่อหวินรู้สึกผิดหวัง เพราะเซี่ยเหอออกหน้าไปก็ช่วยอะไรเขาไม่ได้
ถ้าอย่างนั้นเขาก็คงต้องหาวิธีอื่น
แต่ว่าจะมีวิธีไหนอีก?
หลังจากนั้น ภาพๆหนึ่งได้แว่บเข้ามาในหัวของซื่อหวิน
"ตระกูลของนางน่าจะมีอำนาจที่ช่วยข้าได้..."
ซื่อหวินเงยหน้าขึ้นและมองเห็นเงาร่างที่สง่างามจากสวนด้านหลัง
แต่เขาไม่ค่อยได้คุยกับเหอเหลิ่งเยว่ ดังนั้นเขาจะไปพึ่งนางได้หรือเปล่าก็ไม่รู้
"ซื่อหวิน ต่อให้ข้าออกหน้าไปข้าก็คงช่วยอะไรเจ้าไม่ได้หรอก"
"แต่ถ้าเป็นท่านอาจารย์ออกหน้าแทนข้า ก็อาจจะพอมีหวังบ้าง"
เสียงของเซี่ยเหอดังขึ้น
ซื่อหวินเงยหน้าขึ้นทันที
แววตาของเขาเป็นประกาย "ศิษย์พี่เซี่ย ท่านอาจารย์จะยอมช่วยข้าหรือ?"
"ถ้าตามปกติท่านก็คงไม่ช่วยหรอก"
"แต่เจ้ามีของตอบแทนไม่ใช่หรือ?"
"ท่านอาจารย์น่ะชอบของตอบแทนมาก มีเท่าไหร่เขาก็รับหมดทั้งนั้น"
เซี่ยเหอพูดอย่างตรงไปตรงมา
แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญ สำหรับซื่อหวินแล้วอาจารย์จินฝูนั้นคือคนเดียวที่จะช่วยเขาได้!
"ถ้าเช่นนั้นข้าต้องขอให้ศิษย์พี่ช่วยคุยเรื่องนั้นกับท่านจินฝูด้วยนะขอรับ!"
ซื่อหวินพูดอย่างจริงใจ
"ก็ได้อยู่หรอก เจ้าเองก็มีพรสวรรค์ดี บางทีวันข้างหน้าพวกเราอาจจะได้เป็นศิษย์พี่ศิษย์น้องกันจริงๆก็ได้"
"เอาเถอะ เจ้าน่ะไปเตรียมเงินมาก่อนเถอะ แล้วข้าจะพาเจ้าไปหาท่านอาจารย์เอง"
"ขอบพระคุณศิษย์พี่เซี่ยมมากขอรับ"
ซื่อหวินหันไปบอกซื่อเหลียน "พี่เหลียน พวกเรากลับไปเตรียมเงินกันก่อนเถอะ"
ซื่อหวินกับซื่อเหลียนจึงรีบออกจากโรงฝึกทันที
เมื่อกลับไปถึงบ้าน ในห้องของซื่อฮุ่ย ซื่อหวินได้เอาเงินออกมาซึ่งนับดูแล้วมีอยู่หนึ่งร้อยตำลึง
ซื่อหวินกัดฟันแน่นและหยิบเงินร้อยตำลึงนั้นมาใส่ห่ออย่างดี
ตอนนี้เขามีเงินอยู่ทั้งหมดแค่หนึ่งร้อยยี่สิบตำลึง ตอนนี้เขาเหลือเงินแค่ยี่สิบตำลึงเท่านั้น
นั่นแปลว่าหลังจากนี้เขาต้องกลับไปลำบากอีกแล้ว
แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือการช่วยชีวิตพี่สาวคนที่สองของเขา!
ต่อให้ต้องเสียเงินไปมากเท่าไหร่ก็ถือว่าคุ้มค่า!
ซื่อหวินถือเงินกลับไปที่โรงฝึกอีกครั้ง ตอนนี้คนส่วนใหญ่ในโรงฝึกเริ่มกลับไปหมดแล้ว แต่เซี่ยเหอก็ยังรอซื่อหวินอยู่
"รบกวนศิษย์พี่เซี่ยด้วยขอรับ"
ซื่อหวินคารวะเซี่ยเหอ
เซี่ยเหอมองห่อ "เงิน" ที่ป่องๆในมือซื่อหวินก่อนจะพยักหน้าเล็กน้อย "เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นตามข้ามา"
ซื่อหวินเดินตามเซี่ยเหอไปยังลานบ้านอีกหลังหนึ่ง
โรงฝึกดัชนีทองมีขนาดใหญ่มาก มีลานบ้านอยู่หลายแห่งซึ่งศิษย์ฝึกหัดจะได้อยู่แค่ลานหลัง ส่วนลานอื่นๆนั้นเป็นที่อยู่ของอาจารย์จินฝูและศิษย์ที่แท้จริงของโรงฝึกดัชนีทอง
เซี่ยเหอพาซื่อหวินมาถึงลานบ้านหลังหนึ่ง
ข้างในมีคนที่ซื่อหวินไม่เคยเห็นมาก่อน พวกเขากำลังฝึกวิทยายุทธกันอยู่
แต่การฝึกของพวกเขาแตกต่างจากการฝึกของศิษย์ฝึกหัดในลานฝึกด้านหลังโดยสิ้นเชิง
นั่นแสดงว่าพวกเขาคงจะเป็นศิษย์ที่แท้จริงของโรงฝึกดัชนีทองและเป็นนักศิลปะการต่อสู้ขอบเขตผิวหนังหินขึ้นไป!
ไม่นานหลังจากนั้น ซื่อหวินก็เห็นอาจารย์จินฝู
เขากำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะ ข้างๆนั้นมีโต๊ะเล็กๆวางอยู่
บนโต๊ะมีของว่างอย่างเมล็ดแตงโม ผลไม้ ซึ่งจินฝูกำลังหยิบเมล็ดแตงโมขึ้นมากินอย่างเอร็ดอร่อย