- หน้าแรก
- พระเจ้าช่วย สรุปว่านายมีแฟนเก่ากี่คนกัน
- บทที่ 11: หนึ่งในสิบดินแดนต้องห้าม หุบเขาเทียนหยวน
บทที่ 11: หนึ่งในสิบดินแดนต้องห้าม หุบเขาเทียนหยวน
บทที่ 11: หนึ่งในสิบดินแดนต้องห้าม หุบเขาเทียนหยวน
ลึกเข้าไปในหุบเขาเทียนหยวน
ชายชราหลายคนนั่งอยู่บนพื้น ใบหน้าซีดเซียว กลิ่นอายอ่อนระทวย แววตาเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและเหนื่อยล้าอย่างหาที่สุดไม่ได้
ร่างกายของพวกเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเป็นระยะ ราวกับกำลังดิ้นรนต่อต้านบางสิ่งอยู่
ทันใดนั้น ชายชราคนหนึ่งก็ขยับปากและเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนแรงว่า
"ท่านบรรพชน ข้ารู้สึกเหมือนจะทนต่อไปไม่ไหวแล้ว พลังวิญญาณของข้ากำลังจะเหือดแห้ง ก่อนตาย ข้าจะถ่ายทอดพลังวิญญาณที่เหลืออยู่ทั้งหมดให้แก่ท่าน หวังว่าท่านจะหยัดยืนต่อไปได้อีกสักระยะ และมีชีวิตอยู่จนถึงยามที่เมฆหมอกจางหาย ตระกูลซูจะขาดท่านไปไม่ได้นะขอรับ ท่านบรรพชน!"
ชายชราที่ถูกเรียกว่าท่านบรรพชนค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาเปี่ยมไปด้วยความโศกเศร้า เขาเอ่ยอย่างเจ็บปวดว่า
"เสี่ยวอู่ เป็นความผิดของข้าเอง ข้าไม่คิดเลยว่านั่นจะเป็นค่ายกลสุ่มเคลื่อนย้าย และส่งพวกเรามายังที่แห่งนี้ ข้าจะมีหน้ามารับพลังวิญญาณของเจ้าได้อย่างไร? อดทนไว้จนกว่าพวกเราจะรอดออกไปจากที่นี่ได้เถอะ!"
"ท่านบรรพชน..."
"ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว มิฉะนั้นข้าจะปลิดชีพตัวเองเดี๋ยวนี้!"
ชายชรานามเสี่ยวอู่น้ำตาคลอเบ้า เขามองลึกเข้าไปเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะหยุดพูด หลับตาลง และไม่ยอมสูญเสียเรี่ยวแรงใดๆ อีก
ในขณะเดียวกัน ฉินฉางเซิงก็มาถึงเหนือหุบเขาเทียนหยวนแล้ว เขาทอดสายตามองความมืดมิดอันขมุกขมัวด้วยแววตาคมกริบ
ดินแดนต้องห้ามเทียนหยวน วันนี้ถึงเวลาที่พวกเจ้าต้องถูกลบล้างเสียที!
สิบดินแดนต้องห้ามอันยิ่งใหญ่ล้วนเป็นเพียงปรสิต เพื่อยืดลมหายใจอันน่าสมเพช พวกมันยินยอมทอดกายเข้าสู่ความมืดมิด ทว่ากลับไม่เคยสร้างคุณูปการใดให้แก่สมรภูมิหมื่นเผ่าพันธุ์เลย
ยิ่งไปกว่านั้น ในบางครา พวกมันยังก่อความวุ่นวายแห่งความมืด กลืนกินแก่นโลหิตของสิ่งมีชีวิตนับพันล้านเพื่อเป็นอาหารบำรุงในการต่ออายุขัยของพวกมันเอง
ผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์มนุษย์ ประการแรกคือขาดความแข็งแกร่งที่มากพอ และประการที่สองคือมีเผ่าพันธุ์ต่างดาวคอยจ้องตะครุบอยู่ จึงไม่กล้าทุ่มกำลังปราบปรามดินแดนต้องห้ามอย่างเด็ดขาด ส่งผลให้ดินแดนต้องห้ามเหล่านี้ดำรงอยู่มาตั้งแต่ยุคบรรพกาล
ภายในดินแดนต้องห้ามเงียบสงัดราวกับป่าช้า ไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิตใดเคลื่อนไหว แม้แต่สายลมก็ไม่พัดผ่าน มีเพียงความมืดมิดอันไร้ขอบเขต
"โฮก..."
เสียงคำรามอันน่าสะพรึงกลัวดังก้องขึ้นเป็นระยะ ช่วยเพิ่มความน่าเกรงขามให้สถานที่แห่งนี้
สายตาของฉินฉางเซิงหรี่ลงเล็กน้อย ดวงดาราและจันทราหมุนวนอยู่ในดวงตาของเขา ทัศนวิสัยราวกับจะฉีกกระชากมิติแห่งความว่างเปล่าขณะจ้องมองลงไปในส่วนลึกของหุบเหว
ทุกสรรพสิ่งในส่วนลึกค่อยๆ สะท้อนภาพออกมา เบื้องล่างนั้นคือซากปรักหักพัง
มีทั้งกำแพงที่พังทลาย โถงใหญ่ที่ถล่มลงมา พื้นดินที่แตกเป็นเสี่ยงๆ และกองกระดูกนับไม่ถ้วน
ทว่า ตรงกึ่งกลางของกองกระดูกเหล่านั้น กลับมีพื้นที่ว่างเปล่าอันน่าประหลาดหลงเหลืออยู่ และภายในพื้นที่นั้น มีร่างอันเลือนรางร่างหนึ่งนั่งอยู่
ราวกับสัมผัสได้ถึงสายตาของฉินฉางเซิง ร่างที่ถูกห่อหุ้มด้วยความมืดมิดนั้นเงยหน้าขึ้นและมองมายังทิศทางของเขา มันมีดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งที่เปี่ยมไปด้วยความกระหายเลือดและความปรารถนา
"ผู้ใดบังอาจมาแอบดูดินแดนต้องห้ามของข้า?"
เสียงคำรามทุ้มต่ำเล็ดลอดออกจากปากของมัน ดังกึกก้องไปทั่วทั้งหุบเขาเทียนหยวน
สิ่งมีชีวิตในเทียนหยวนที่ถูกความมืดครอบงำต่างพากันหันมองไปยังทิศทางของต้นเสียงทีละตัว สงสัยว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น ถึงทำให้ตัวตนระดับสูงเช่นนี้เอ่ยปากออกมาได้
แม้แต่บรรพชนและเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลซูที่ยังคงดิ้นรนต่อต้านการถูกครอบงำ ก็ยังลืมตาขึ้นและมองหน้ากัน
หรือว่าจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้น?
เบื้องบนนั้น ฉินฉางเซิงแค่นเสียงเยาะ
เขาไม่คาดคิดเลยว่า ดินแดนต้องห้ามเทียนหยวนที่อยู่ในระดับล่างแห่งนี้ จะเป็นที่ซ่อนตัวของเสมือนจักรพรรดิผู้ร่วงหล่น
แม้ว่เขาจะไม่ได้ตั้งใจซ่อนตัว แต่การที่เสมือนจักรพรรดิผู้นี้สามารถรับรู้ถึงสายตาที่จ้องมองของเขาได้ ย่อมหมายความว่าก่อนที่จะร่วงหล่น มันน่าจะเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่ไร้เทียมทานมาก่อน
ทว่า มันก็เก่งได้แค่นี้แหละ!
"หุบเขาเทียนหยวน วันนี้พวกเจ้าต้องพินาศ!"
เมื่อสัมผัสเทวะของเขารับรู้ได้ว่าคนของตระกูลซูเริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ฉินฉางเซิงก็ไม่รอช้าอีกต่อไป
ดรรชนีค้ำฟ้าปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ฉีกกระชากผืนนภา ไม่ว่ามันจะพาดผ่านไปที่ใด มิติก็แตกสลาย ก่อให้เกิดระลอกคลื่นสีดำอันน่าสะพรึงกลัว ปลุกปั่นพายุพลังงานมิติที่กลืนกินทุกสิ่งรอบตัว พุ่งตรงไปยังดินแดนต้องห้ามเทียนหยวน
แม้ว่าเขาจะไม่ได้บำเพ็ญเคล็ดวิชาใดๆ แต่ดรรชนีที่ถูกเนรมิตขึ้นจากพลังฝึกตนระดับมหาจักรพรรดิของเขาก็ได้ก่อร่างสร้างกฎเกณฑ์ของมันเองขึ้นมาแล้ว พร้อมด้วยกลิ่นอายแห่งมรรคาที่ไหลเวียนอยู่รอบทิศ ละทิ้งสรรพสิ่งทั้งปวง
ภายใต้มหาจักรพรรดิ ล้วนเป็นเพียงมดปลวก!
การฝืนลิขิตสวรรค์สังหารจักรพรรดินั้นเกิดขึ้นเพียงหยิบมือเดียวนับตั้งแต่จักรวาลถือกำเนิดขึ้น และถึงกระนั้น มันก็เป็นการสังหารมหาจักรพรรดิที่อยู่ในช่วงบั้นปลายชีวิตเท่านั้น
"บังอาจนัก!"
เสียงคำรามของตัวตนในความมืดมิดดังกึกก้องไปทั่วฟากฟ้า แผดร้องด้วยความโกรธเกรี้ยว
มันคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคสมัยของตน แต่น่าเสียดายที่วิถีแห่งสวรรค์ขัดขวางไม่ให้มันกลายเป็นจักรพรรดิ มันจึงเลือกที่จะร่วงหล่นสู่ความเสื่อมทรามและหลับใหลอยู่ที่นี่ เพียงเพื่อรอคอยการมาถึงของยุคทอง เพื่อแสวงหาโอกาสในการบรรลุเป็นจักรพรรดิ
ด้วยสภาพปัจจุบัน หากเลี่ยงได้มันก็ไม่อยากลงมือ การกระทำแต่ละครั้งจะสูบกลืนแก่นแท้แห่งชีวิตของมันไป ซึ่งต้องอาศัยการกลืนกินแก่นโลหิตนับไม่ถ้วนเพื่อเติมเต็มกลับคืนมา
แต่เมื่อเห็นดรรชนีค้ำฟ้ากำลังจะร่วงหล่นลงมา มันจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องทุ่มเทพลังทั้งหมดเพื่อต้านทาน
"ตู้ม!"
วินาทีที่พลังงานเข้าปะทะกัน แสงสว่างจ้าก็ระเบิดออก หุบเขาเทียนหยวนทั้งสายสั่นสะเทือนอย่างไม่หยุดหย่อน ราวกับวันสิ้นโลกได้มาเยือน
ร่างกายของเสมือนจักรพรรดิไร้นามถูกทำลายไปจนเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงศีรษะที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาอย่างหาคำอธิบายไม่ได้ มันตะโกนอย่างไม่อยากจะเชื่อว่า
"พลังอำนาจแห่งจักรพรรดิ? เจ้าคือมหาจักรพรรดิงั้นหรือ?"
"เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้?"
"ฟ้าดินยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และยังไม่มีผู้ใดสืบทอดตราประทับแห่งลิขิตสวรรค์ในยุคนี้ จะมีใครฝืนลิขิตสวรรค์กลายเป็นจักรพรรดิได้อย่างไร?"
"เจ้าต้องอยู่ในระดับสูงสุดของขอบเขตเสมือนจักรพรรดิ และใช้วิธีบางอย่างเพื่อดึงเอาพลังอำนาจแห่งจักรพรรดิออกมาเพียงเสี้ยวหนึ่งใช่หรือไม่?"
เสมือนจักรพรรดิไร้นามมีสภาพราวกับคนบ้า คล้ายกำลังสิ้นหวังที่จะเอาคำตอบให้ได้
"โอ้?"
ฉินฉางเซิงขมวดคิ้วเล็กน้อย เสมือนจักรพรรดิจากดินแดนต้องห้ามผู้นี้มีฝีมือไม่เบา แข็งแกร่งผิดปกติ มันสามารถทนรับดรรชนีที่เขาตวัดออกไปอย่างลวกๆ ได้ เพียงแค่วีรกรรมนี้ มันก็จัดอยู่ในกลุ่มหัวกะทิของบรรดาเสมือนจักรพรรดิตลอดหน้าประวัติศาสตร์แล้ว
ทว่า มหาจักรพรรดิมิอาจถูกหยามเกียรติ หากจักรพรรดิต้องการให้เจ้าตาย เจ้าก็ต้องตาย การมีชีวิตอยู่ถือเป็นการท้าทายบารมีของมหาจักรพรรดิ
เห็นเพียงเขากระทืบเท้าขวาลงอย่างแรง พลังเทวะพลุ่งพล่าน กฎเกณฑ์นับไม่ถ้วนพัวพันอยู่ใต้ฝ่าเท้า นำพาประกายปราณแห่งการทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวกวาดล้างลงไปเบื้องล่าง
ในครั้งนี้ มันไม่ได้มีเพียงพลังอำนาจแห่งจักรพรรดิเท่านั้น แต่ยังแฝงไปด้วยอาณาเขตมรรคาจักรพรรดิอันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของมหาจักรพรรดิอีกด้วย
มหาจักรพรรดิ มิอาจถูกหยามเกียรติ!
ในวินาทีนี้ สรรพมรรคาล้วนร่ำไห้ ทุกสิ่งในโลกหล้าราวกับถูกสะกดข่ม นี่คือพลังแห่งการป้องปรามของอาณาเขตมรรคาจักรพรรดิ
เมื่อเขากระทืบเท้าลงไป กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวหาใดเปรียบก็แผ่กระจายไปทั่วทั้งสี่คาบสมุทรและแปดดินแดนรกร้าง ยอดฝีมือนับไม่ถ้วนตกตะลึงในพริบตา ต่างมองมายังทิศทางนี้ รับรู้ได้ถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัว
ตัวตนยุคโบราณนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะตื่นจากการหลับใหล หรือออกจากที่เก็บตัวบำเพ็ญเพียร ต่างทอดสายตามองไปยังแดนเหนือ โดยไม่มีข้อยกเว้น บนใบหน้าของพวกเขาล้วนฉายแววเคร่งเครียด
นี่มัน...
มหาจักรพรรดิงั้นหรือ?
จะเป็นไปได้อย่างไร?
สายตาของพวกเขาทะลวงผ่านมิติอันไร้ที่สิ้นสุด ปรารถนาที่จะมองเห็นทุกสิ่งในสถานที่แห่งนี้ แต่ราวกับมีบางคนบดบังความลับของสวรรค์เอาไว้ เป็นเพียงห้วงแห่งความขมุกขมัวที่ไม่อาจมองเห็นได้อย่างชัดเจน
ฟ้าดินยังไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในเวลานี้ วิถีแห่งสวรรค์ไม่น่าจะมีพลังมากพอที่จะหล่อหลอมมหาจักรพรรดิแห่งยุคนี้ขึ้นมาได้ กฎเกณฑ์พื้นฐานก็ยังไม่สมบูรณ์ ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ ไม่น่าจะมีผู้ใดบรรลุมรรคาได้
ยุคทองกำลังจะมาเยือน หากในหน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ มีใครบางคนแอบอิงลัดเลาะวิถีแห่งสวรรค์จนกลายเป็นจักรพรรดิอย่างลับๆ นั่นจะไม่เป็นการตัดความหวังของผู้คนทั้งโลก และทำให้ทุกคนกลายเป็นเพียงไม้ประดับของจักรพรรดิองค์ใหม่ผู้นี้หรอกหรือ?
และตราประทับแห่งลิขิตสวรรค์ในยุคนี้ก็เป็นที่เลื่องลือว่าทรงพลังที่สุดในรอบล้านปี และเมื่อหนึ่งล้านปีก่อน ผู้หยั่งรู้สวรรค์ได้ทำนายไว้ในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิตว่า เส้นทางโบราณแห่งหมู่ดาวจะเปิดขึ้นในยุคนี้ และจะมีใครบางคนในยุคนี้สามารถบรรลุวิถีแห่งเซียนได้!
ด้วยเหตุนี้ อัจฉริยะ บุตรแห่งจักรพรรดิ ผู้มีพรสวรรค์ และยอดฝีมือรุ่นเยาว์นับไม่ถ้วน จึงพากันผนึกตนเองเอาไว้ เพื่อรอคอยการปรากฏตัวอีกครั้งหลังจากฟ้าดินเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในยุคนี้ เพื่อเดินบนเส้นทางแห่งจักรพรรดิผู้ไร้เทียมทาน และตัดสินผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวผ่านการดวลนับครั้งไม่ถ้วน เพื่อก้าวขึ้นเป็นมหาจักรพรรดิ
มหาจักรพรรดิในยุคนี้จะเป็นผู้ที่ได้ครอบครองโอกาสแรก และเป็นบุคคลที่มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะบรรลุวิถีแห่งเซียน
แต่ใครจะคาดคิดล่ะว่า จะมีใครบางคนแอบกลายเป็นจักรพรรดิอย่างลับๆ ไปเสียแล้ว?