- หน้าแรก
- คุณชายขี้โรคผู้นี้ฉันคุ้มครองเอง
- บทที่ 23 ผีเน่ากับโลงผุ
บทที่ 23 ผีเน่ากับโลงผุ
บทที่ 23 ผีเน่ากับโลงผุ
บทที่ 23 ผีเน่ากับโลงผุ
เมื่อเห็นสวี่ซิงกวงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ โหยวหมิงเยว่ก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก ราวกับได้เห็นหงส์ร่วงหล่นลงมาคลุกฝุ่นในบ่อโคลน จนมีสภาพดูไม่จืดเสียยิ่งกว่าไก่ฟ้า
แม้แต่แววตาของฉู่จื่อมู่ก็ยังหม่นหมองลง
ในความทรงจำของเขา สวี่ซิงกวงคือดอกกุหลาบสีแดงสดที่กำลังเบ่งบาน ไม่ว่าจะเดินไปที่ไหนก็ส่งกลิ่นหอมอบอวลจนทำให้ผู้คนลุ่มหลงมัวเมา
ไม่ใช่ผู้หญิงซอมซ่อและดูธรรมดาๆ ที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้อย่างแน่นอน
โหยวหมิงเยว่ปรับสีหน้าให้เป็นปกติ หล่อนควงแขนฉู่จื่อมู่แล้วเอนตัวซบอย่างเป็นธรรมชาติ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหยอกล้อว่า "พี่ฉู่คะ นี่ซิงกวงไงคะ พวกพี่ไม่ได้เจอกันนานแล้วใช่ไหมคะ ในเมื่อเพื่อนเก่ามาเจอกันทั้งที พี่น่าจะทักทายเธอสักหน่อยนะ"
ตอนนั้นเองที่ฉู่จื่อมู่หันกลับมามองหน้าสวี่ซิงกวงอีกครั้ง เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งว่า "ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ คุณสวี่" คำเรียกขานว่า 'คุณสวี่' เป็นการขีดเส้นแบ่งระยะห่างและตัดรอนความสัมพันธ์ในอดีตระหว่างพวกเขาอย่างชัดเจน
เขาเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ "คุณสวี่เปลี่ยนไปมากจนผมแทบจะจำไม่ได้เลย" คำพูดของเขาแฝงนัยว่าช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ของเธอได้จบสิ้นลงแล้ว
โหยวหมิงเยว่แสร้งทำเป็นไม่สังเกตเห็นความไม่เป็นมิตรและคำพูดถากถางของฉู่จื่อมู่ หล่อนมองดูด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน อยากรู้ว่าสวี่ซิงกวงจะเผชิญหน้ากับคนที่เคยตามจีบตัวเองอย่างไร
ไปมาหาสู่กันย่อมต้องมีของตอบแทน สวี่ซิงกวงจึงตอบกลับอย่างลื่นไหลว่า "ใช่ค่ะ เวลาผ่านไปหลายปีใครๆ ก็ต้องเปลี่ยนไปกันทั้งนั้น อันที่จริงแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปมากที่สุดไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอกหรอกนะคะ แต่เป็นใจคนต่างหาก"
สวี่ซิงกวงพูดอย่างมีนัยยะแอบแฝง "บางทีคนที่เคยสาบานเมื่อสี่ปีที่แล้วว่าจะไม่แต่งงานกับใครนอกจากคุณ พอเวลาผ่านไปสี่ปีก็อาจจะไปตกหลุมรักคนอื่นเข้าก็ได้ คุณเห็นด้วยไหมคะ คุณฉู่"
ฉู่จื่อมู่รู้ดีว่าสวี่ซิงกวงกำลังหมายถึงใคร
เขาเผลอหันไปมองโหยวหมิงเยว่โดยสัญชาตญาณ เมื่อเห็นว่าหล่อนเข้าใจความหมายของสวี่ซิงกวงและกำลังเม้มริมฝีปากด้วยความน้อยใจ เขาก็อดไม่ได้ที่จะตวัดสายตาขวับไปมองสวี่ซิงกวงอย่างไม่พอใจ
ฉู่จื่อมู่พยายามข่มอารมณ์ให้สงบ เขาหัวเราะหึๆ ในลำคอแล้วพูดว่า "คุณสวี่พูดถูกแล้วครับ จิตใจคนเรานี่แหละที่แปรปรวนที่สุด ผมยังจำได้ว่าเมื่อสามปีก่อนตอนที่คุณเจียงเหิงเล่นใหญ่ใช้โดรนสร้างภาพดวงดาวเต็มท้องฟ้าเมืองอวี้เจียง แล้วโพสต์ประโยคโรแมนติกสุดคลาสสิกบนเวยป๋อว่า 'ดวงดาวนับพันดวงล้วนคือคุณ' แต่ผ่านไปไม่ทันไร เขาก็กำลังจะแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น แถมโพสต์ในเวยป๋อก็ถูกลบไปจนหมดเกลี้ยง"
"อ้อ จริงสิ ผมได้ยินมาว่าคู่หมั้นของเขาก็คือรักแรกสมัยมัธยมปลายด้วยนะ"
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา บรรยากาศในห้องก็ตึงเครียดขึ้นมาทันที แต่สวี่ซิงกวงยังคงสงบนิ่งและไม่ได้แสดงอาการสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย
สวี่ซิงกวงคาดเดาไว้แล้วว่าฉู่จื่อมู่จะต้องใช้คำพูดพวกนี้มาทำให้เธอรู้สึกขยะแขยง
เพราะเขาเป็นผู้ชายใจแคบที่ไม่สามารถทนรับความพ่ายแพ้ได้
เมื่อคืนสวี่ซิงกวงได้ค้นความทรงจำอย่างละเอียดเพื่อรื้อฟื้นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับฉู่จื่อมู่ ในความทรงจำของเธอ เธอไม่เคยทำตัวล้ำเส้นความเป็นเพื่อนธรรมดาเลยแม้แต่น้อยเวลาที่ไปเที่ยวบ้านตระกูลฉู่
เป็นเพียงเพราะฉู่จื่อมู่เห็นว่าเธอสวยก็เลยคิดเองเออเองและแอบชอบเธออยู่ฝ่ายเดียว
ในตอนแรกสวี่ซิงกวงไม่ได้สังเกตเห็นเจตนาของฉู่จื่อมู่ จนกระทั่งเธอบังเอิญจับได้ว่าเขาแอบเดินตามเธอกลับบ้าน ถึงได้รู้ตัวว่าพี่ชายของเพื่อนสนิทกำลังแอบชอบเธออยู่ หลังจากที่รู้ความรู้สึกของเขา สวี่ซิงกวงก็ลดความถี่ในการไปเยี่ยมบ้านตระกูลฉู่ลง
การปรากฏตัวของเจียงเหิงทำให้ฉู่จื่อมู่รู้สึกถึงวิกฤต เขาจึงตัดสินใจเปลี่ยนจากการแอบชอบมาเป็นการตามจีบอย่างเปิดเผย และถึงขั้นเตรียมจัดปาร์ตี้สารภาพรักอย่างยิ่งใหญ่
ในฐานะคุณชายอันดับหนึ่งแห่งเมืองอวี้เจียงที่เพิ่งเคยสารภาพรักกับผู้หญิงเป็นครั้งแรก เขาย่อมเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องทำสำเร็จ
แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่าสวี่ซิงกวงจะปฏิเสธ
หลังจากถูกปฏิเสธ ฉู่จื่อมู่ไม่ได้กลับมาทบทวนตัวเองว่าผิดพลาดตรงไหน กลับเชื่อเป็นตุเป็นตะว่าที่สวี่ซิงกวงเลือกเจียงเหิงแทนที่จะเป็นเขา ก็เพราะสถานะของตระกูลเจียงนั้นยิ่งใหญ่กว่าตระกูลฉู่
เมื่ออกหัก ฉู่จื่อมู่ก็เริ่มดื่มเหล้าอย่างหนัก พอเมาได้ที่ เขาก็จะไปพร่ำบ่นกับคนอื่นว่าตัวเองถูกหักอกอย่างน่าสงสารแค่ไหน พร้อมกับพูดจาเหน็บแนมเพื่อทำลายชื่อเสียงของสวี่ซิงกวง
ด้วยคำพูดเป่าหูของเขา ทำให้หลายคนสูญเสียความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อสวี่ซิงกวงไป
คิดไม่ถึงเลยว่าหลังจากเกิดเรื่องวุ่นวายทั้งหมด สุดท้ายเขาก็ไปลงเอยกับโหยวหมิงเยว่
อย่างที่สุภาษิตโบราณว่าไว้ ผีเน่าคู่กับโลงผุ การที่ฉู่จื่อมู่และโหยวหมิงเยว่มาลงเอยกันได้ก็นับว่าเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกจริงๆ
สวี่ซิงกวงยิ้มหวาน ทว่าคำพูดกลับเชือดเฉือนอย่างร้ายกาจ "เจียงเหิงเปลี่ยนใจ แต่เขาก็ยังรู้จักกลับไปหารักแรก ส่วนคุณฉู่ พอเปลี่ยนใจแล้ว ทำไมถึงยังวนเวียนอยู่กับคนในตระกูลสวี่ของฉันอีกล่ะคะ"
"คนที่รู้เรื่องก็คงบอกว่าความอ่อนโยนและความดีงามของพี่หมิงเยว่เป็นสิ่งที่พิชิตใจคุณ แต่คนที่ไม่รู้ก็อาจจะคิดว่าที่คุณจงใจเข้าหาเธอ ก็เพื่อต้องการจะแก้แค้นฉัน เพราะคุณยังตัดใจจากฉันไม่ได้"
พูดจบ เธอก็สังเกตเห็นว่าใบหน้าสะสวยของโหยวหมิงเยว่เต็มไปด้วยความอับอาย ถึงตอนนั้นสวี่ซิงกวงก็แสร้งทำเป็นเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเอง 'พูดผิดไป'
เธอรีบยกมือขึ้นปิดปากแล้วพูดด้วยสีหน้ารู้สึกผิดว่า "ตายจริง ดูปากฉันสิคะ สงสัยฉันคงกลายเป็นคนโง่เพราะนอนเป็นผักมานาน ถึงได้พูดอะไรไม่ทันคิดแบบนี้"
สวี่ซิงกวงมองโหยวหมิงเยว่อย่างห่วงใย ใช้สีหน้าที่ดูไร้เดียงสาที่สุดและน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุดในการปลอบประโลมหล่อน "พี่หมิงเยว่คะ อย่าคิดมากไปเลยนะคะ ฉันเชื่อว่าคุณฉู่จริงใจกับพี่จริงๆ อย่าเข้าใจเขาผิดเชียวนะคะ!"
"จริงไหมคะ คุณฉู่" สวี่ซิงกวงไม่ลืมที่จะหันไปต้อนฉู่จื่อมู่
ฉู่จื่อมู่รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เขาไม่คาดคิดเลยจริงๆ ว่าสวี่ซิงกวงจะมีฝีปากกล้าถึงเพียงนี้
ฉู่จื่อมู่อดสงสัยไม่ได้ว่าในช่วงสามปีที่สวี่ซิงกวงนอนเป็นเจ้าหญิงนิทรา เธอไม่ได้สลบไปหรอก แต่แอบไปบำเพ็ญตบะอยู่ที่ไหนสักแห่งจนกลายเป็นปีศาจไปแล้วแน่ๆ!
คนอื่นรอยยิ้มซ่อนดาบ แต่รอยยิ้มของหล่อนกลับซ่อนภูเขาถล่มสึนามิซัดเอาไว้!
สวี่เจ๋อชิงรีบขัดจังหวะบทสนทนา เขาลุกขึ้นยืนแล้วพูดว่า "คุณชายฉู่ เจียวหยาง เราออกไปสูบบุหรี่ข้างนอกกันดีไหม" โหยวเจียวหยางลุกขึ้นยืนให้ความร่วมมืออย่างดี ส่วนฉู่จื่อมู่ที่ต้องการทางลงอยู่แล้วก็รีบเดินตามออกไปทันที
ทั้งสามคนเดินออกไปที่ลานบ้าน โหยวจิ้งชิวยังคงยุ่งอยู่ในห้องครัว จึงเหลือเพียงสวี่ซิงกวงและโหยวหมิงเยว่ตามลำพังในโถงรับแขก
แววตาของโหยวหมิงเยว่ที่มักจะดูใสซื่อไร้เดียงสา แปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวและเย็นชาขึ้นมาทันที
หล่อนลดเสียงลงและข่มขู่สวี่ซิงกวง "สวี่ซิงกวง เธอควรจะรู้สถานการณ์ปัจจุบันของตระกูลสวี่ดีนะ การแต่งงานกับตระกูลฉู่คือทางรอดเดียวของเรา ถ้าเธอทำความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับพี่ฉู่พัง เธอก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเหมือนกัน! ตอนนี้เราเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว จะรุ่งหรือจะร่วงก็ต้องไปด้วยกัน เข้าใจไหม!"