เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 ฮั่วเหวินอันจอมขี้โรค

บทที่ 11 ฮั่วเหวินอันจอมขี้โรค

บทที่ 11 ฮั่วเหวินอันจอมขี้โรค


บทที่ 11 ฮั่วเหวินอันจอมขี้โรค

หลังจากพี่หลินหลินออกไป ในที่สุดเย่หมิงลั่วก็เดินเข้าไปหาสวี่ซิงกวงแล้วย่อตัวลงตรงหน้าเธอ

เขาเงยหน้าขึ้นมองสวี่ซิงกวง นัยน์ตาที่ซ่อนอยู่ใต้คิ้วสีดำดกหนาและยุ่งเหยิงคู่นั้นดูแหลมคมเป็นพิเศษ

น้อยคนนักที่จะทนรับสายตาเช่นนี้ของเขาได้

แต่สวี่ซิงกวงกลับยังคงสงบนิ่งเยือกเย็นมาโดยตลอด ไม่มีทีท่าหวาดหวั่นลนลานเลยแม้แต่น้อย เธอยังสามารถพูดติดตลกกับหมอเย่ได้ด้วยซ้ำ "หมอเย่คะ ไม่ต้องมองแล้วล่ะค่ะ ฉันไม่ได้ถูกผีสิง หรือถูกวิญญาณใครที่ไหนมาสิงร่างสวมรอย ฉันก็ยังเป็นฉัน ต่อให้คุณจะจ้องมองต่อไป ก็ดึงเอาภูตผีปีศาจตนไหนออกจากร่างฉันไม่ได้หรอกนะคะ"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เย่หมิงลั่วก็มีสีหน้ากระอักกระอ่วนใจ

ดูเหมือนว่าสวี่ซิงกวงจะไม่ได้เป็นเด็กสาวที่ไร้เดียงสาและหลอกง่ายเหมือนอย่างรูปลักษณ์ภายนอกของเธอเลย

เย่หมิงลั่วลูบจมูกตัวเองก่อนจะหยัดกายลุกขึ้น เขายืนพิงโต๊ะทำงานด้านหลังแล้วส่งยิ้มให้ "ความคิดของคุณน่าสนใจดีนะ สมกับที่เป็นนักเขียนรุ่นเยาว์จริงๆ"

วินาทีต่อมา เย่หมิงลั่วก็หุบยิ้ม สีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นเล็กน้อย "ผมตรวจดูรายงานทางการแพทย์ของคุณในช่วงสามปีที่ผ่านมาแล้ว จากประสบการณ์ทางการแพทย์ของผม อวัยวะของคุณจะเสื่อมสภาพลงอย่างรวดเร็วภายในปีหน้า และคุณก็จะต้องตาย ผู้ป่วยเจ้าหญิงนิทราที่กำลังจะตายกลับฟื้นขึ้นมาได้ ช่างน่าสนใจจริงๆ"

"สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าก็คือ คุณหนูสวี่อายุเพียงสิบแปดปีตอนที่ตกอยู่ในอาการโคม่า ทว่าคุณหนูสวี่ในตอนนี้กลับให้ความรู้สึกเหมือนเป็นจิ้งจอกเฒ่าจอมเจ้าเล่ห์ไม่มีผิด" เย่หมิงลั่วกล่าวอย่างหยอกเย้า "คุณหนูสวี่ ต้องมีเรื่องที่น่าสนใจมากๆ เกิดขึ้นกับคุณแน่ๆ"

แต่เขาก็รู้ดีว่าคงไม่สามารถง้างปากหาความจริงจากสวี่ซิงกวงได้อย่างแน่นอน

เย่หมิงลั่วหมดความสนใจในตัวสวี่ซิงกวงทันที ขณะที่เขากำลังจะเงยหน้าขึ้นเพื่อเรียกผู้ดูแลให้เข้ามา เขาก็ได้ยินสวี่ซิงกวงพูดขึ้นว่า "พี่ผู้ดูแลของฉันบอกว่าทักษะทางการแพทย์ของหมอเย่นั้นยอดเยี่ยมมาก จนถึงขั้นที่ตระกูลฮั่วแห่งเกาะเสินอินยังต้องการขอคำปรึกษา ดูเหมือนว่าหมอเย่จะมีความสัมพันธ์อันดีกับคนบนเกาะเสินอินสินะคะ?"

เย่หมิงลั่วไม่คาดคิดว่าสวี่ซิงกวงจะถามถึงเกาะเสินอิน เขาจึงรู้สึกประหลาดใจ "คุณหนูสวี่ คนตัวเล็กๆ อย่างผมจะไปรู้สถานการณ์บนเกาะเสินอินได้อย่างไรล่ะครับ?"

สวี่ซิงกวงทำทีเป็นไม่รู้ว่าเย่หมิงลั่วกำลังพูดปัดความรำคาญ และพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ฉันไม่ได้อยากรู้เรื่องเกาะเสินอินหรอกค่ะ ฉันแค่สงสัยอยู่เรื่องเดียว"

เย่หมิงลั่วเงี่ยหูฟัง

สวี่ซิงกวงกล่าวเสียงแผ่ว "ตระกูลฮั่วมีคนขี้โรคที่ชื่อ..." เธอเค้นสมองนึกอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะจำชื่อของคนคนนั้นได้ "ฮั่วเหวินอัน อยู่หรือเปล่าคะ"

เธอคิดว่าชื่อของผู้ชายคนนี้ตั้งได้ไม่ค่อยดีนัก ฮั่วเหวินอันงั้นหรือ? แค่ได้ยินก็ทำให้เธอรู้สึกหงุดหงิดกระวนกระวายแล้ว

เมื่อได้ยินคำว่า 'คนขี้โรค' สีหน้าของเย่หมิงลั่วก็เปลี่ยนเป็นพิลึกพิลั่นและตื่นตระหนกในทันที หางตาของเขาเหลือบมองไปยังฉากกั้นห้องด้านหลังโดยสัญชาตญาณ

ด้วยเกรงว่าคำถามที่ตามมาของสวี่ซิงกวงจะนำพาความเดือดร้อนมาให้ เย่หมิงลั่วจึงรีบพูดแทรกขึ้น "คุณหนูสวี่ ระวังคำพูดด้วย! เรื่องราวของตระกูลฮั่วไม่เคยถูกนำมาเปิดเผยต่อสาธารณชน การรู้มากเกินไปไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะ"

ปฏิกิริยาของเย่หมิงลั่วแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขารู้เรื่องนี้ แต่เขาไม่เต็มใจที่จะเปิดเผยสิ่งใดออกมาเนื่องจากความหวาดกลัวหรือเหตุผลอื่นใดก็ตาม

สวี่ซิงกวงเหลือบมองประตูห้องทำงานที่ปิดสนิทและกระซิบกับเย่หมิงลั่ว "หมอเย่คะ ที่นี่ไม่มีคนนอกหรอก ฉันแค่อยากจะถามคุณเรื่องเดียว ฮั่วเหวินอันคนนั้น—เขาตายไปหรือยังคะ?" สวี่ซิงกวงรู้สึกเคียดแค้นเรื่องที่สวี่เจ๋อชิงวางแผนจะจับเธอแต่งงานกับฮั่วเหวินอัน

แค่คิดถึงเรื่องนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกขยะแขยงแล้ว

เธออยากรู้ว่าฮั่วเหวินอันยังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว ถ้าเขาตายไปแล้ว แผนการของหงหรูไห่ก็จะพังทลายลงอย่างสิ้นเชิง

จากนั้นเธอก็เพียงแค่รอจังหวะที่เหมาะสมเพื่อชำระความกับหงหรูไห่

แต่ถ้าฮั่วเหวินอันยังมีชีวิตอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้หงหรูไห่และสวี่เจ๋อชิงยังคงมีความคิดสกปรก สวี่ซิงกวงก็จำเป็นต้องเก็บไพ่เด็ดเอาไว้และเตรียมการให้พร้อมสรรพ

คำถามของสวี่ซิงกวงนั้นบ้าระห่ำมากจนทำให้เย่หมิงลั่วตกใจแทบจะกัดลิ้นตัวเอง

ไม่ใช่ความลับแต่อย่างใดที่ฮั่วเหวินอันต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคร้าย ผู้คนในแวดวงสังคมชั้นสูงต่างก็เคยได้ยินข่าวลือเรื่องนี้กันมาบ้าง จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่สวี่ซิงกวงจะรู้ว่าฮั่วเหวินอันเป็นคนขี้โรค

แต่เย่หมิงลั่วสงสัยว่าทำไมสวี่ซิงกวงถึงได้ใส่ใจความเป็นตายของฮั่วเหวินอัน เธอไม่น่าจะใช่คนที่จะมานั่งกังวลเรื่องพรรค์นี้

เย่หมิงลั่วผ่อนคลายลงอย่างรวดเร็วและถามด้วยความสนใจ "คุณหนูสวี่เป็นห่วงเป็นใยความเป็นตายของเขาขนาดนี้ ทำไมล่ะครับ? หรือว่าคุณมีความรู้สึกที่บอกใครไม่ได้กับเขากันแน่?"

"ก็มีน่ะสิคะ" สวี่ซิงกวงยักไหล่ พูดทีเล่นทีจริง "เราสองคนเกือบจะได้กลายเป็นผีคู่ผัวตัวเมียกันอยู่แล้ว แน่นอนว่าฉันต้องอยากรู้สถานการณ์ของว่าที่สามีจอมขี้โรคของฉันอยู่แล้ว"

เย่หมิงลั่วถึงกับอึ้งไป

หรือว่าสวี่ซิงกวงจะเป็นหนึ่งในคู่แต่งงานที่คุณนายฮั่วหามาให้ฮั่วเหวินอันด้วยงั้นหรือ?

แต่ภูมิหลังครอบครัวของสวี่ซิงกวงไม่น่าจะดีพอที่จะเตะตาคุณนายฮั่วได้นี่นา

"ในเมื่อพวกคุณเกือบจะได้เป็นสามีภรรยากันแล้ว ผมคิดว่าระหว่างพวกคุณคงมีโทรจิตสื่อถึงกัน แทนที่จะมาถามผม ทำไมคุณหนูสวี่ไม่ลองถามตัวเองดูล่ะครับ ว่าคุณอยากให้เขามีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว?" คำตอบของเย่หมิงลั่วนั้นคลุมเครือ

เมื่อเห็นเช่นนั้น สวี่ซิงกวงก็พยักหน้าและพูดด้วยความมั่นใจ "ดูเหมือนว่าเขาจะยังไม่ตายสินะคะ"

เมื่อถูกสวี่ซิงกวงอ่านความคิดออกอีกครั้ง เย่หมิงลั่วจึงรีบเรียกผู้ดูแล "หลินหลิน คุณพาคุณหนูสวี่กลับไปได้แล้วครับ"

พี่หลินหลินที่รออยู่ด้านนอกเดินเข้ามาเมื่อได้ยินเสียงเรียก เธอจูงมือสวี่ซิงกวง กล่าวขอบคุณเย่หมิงลั่ว แล้วจึงพาตัวเธอออกไป

หลังจากที่พวกเธอจากไป จู่ๆ เย่หมิงลั่วก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา "ฮ่าๆๆๆ!"

"พอได้แล้ว" เสียงทุ้มของชายหนุ่มที่เจือแววระอาใจดังมาจากฉากกั้นห้องด้านหลัง

เย่หมิงลั่วกุมท้องที่เกร็งจนปวดจากการหัวเราะแล้วเดินเข้าไปในห้องเล็กๆ หลังฉากกั้น เขาจ้องมองฮั่วเหวินอันที่นั่งอยู่บนรถเข็นพลางหัวเราะร่วน "อาจุ้ย นายได้ยินที่คุณหนูสวี่ถามเมื่อกี้ไหม? ฮ่าๆๆ ว่าที่สามีจอมขี้โรค ผีคู่ผัวตัวเมียงั้นเหรอ!"

ยิ่งเย่หมิงลั่วพูด เขาก็ยิ่งรู้สึกตลก "โอ๊ย ฉันขำจนปวดท้องไปหมดแล้วเนี่ย"

ฮั่วเหวินอันเลิกคิ้วขึ้น นัยน์ตาสีดำขลับจ้องเขม็งไปที่เย่หมิงลั่ว

เขาไม่จำเป็นต้องเอ่ยคำใด กลิ่นอายของผู้ทรงอำนาจที่มองไม่เห็นก็แผ่ซ่านกดทับลงมา ทำเอาเย่หมิงลั่วถึงกับขนลุกซู่

เย่หมิงลั่วรีบหุบยิ้มและขมวดคิ้ว "คุณนายฮั่วสายตาจู้จี้จุกจิกมาตลอดนี่นา เธอไปถูกใจลูกสาวตระกูลสวี่คนนี้ได้ยังไงกัน?"

จบบทที่ บทที่ 11 ฮั่วเหวินอันจอมขี้โรค

คัดลอกลิงก์แล้ว