บทที่ 30 เก้าหาง
บทที่ 30 เก้าหาง
บทที่ 30 เก้าหาง
ทันทีที่เทนโดอุ้มนารูโตะลับสายตานักเรียนไป สมาชิกหน่วยอันบุคนหนึ่งที่สวมหน้ากากแมวก็โผล่มาตรงหน้าเขาอย่างกะทันหัน
"ท่านเทนโด โฮคาเงะรุ่นที่สามเรียกพบครับ"
ดูเหมือนว่าเก้าหางจะสำคัญแบบสุดๆ ต่อหมู่บ้านจริงๆ ขนาดเกิดเรื่องแค่นิดเดียว โฮคาเงะรุ่นที่สามยังตอบสนองในทันที
เทนโดพยักหน้าหน้านิ่งโดยไม่แสดงอาการประหลาดใจ แล้วเดินตามหน่วยอันบุไปยังอาคารโฮคาเงะ
เมื่อเข้าไปในห้องทำงาน ก็พบว่าโฮคาเงะรุ่นที่สามกำลังรออยู่แล้ว พร้อมกับถือไปป์อยู่ในมือ
เทนโดมองไปที่ลูกแก้ววิเศษบนโต๊ะของโฮคาเงะรุ่นที่สาม แล้วคิดในใจว่า 'หรือว่าตาแก่นี่จะแอบดูฉันอยู่ในห้องเรียน? ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่แปลกใจเลยที่มาไวขนาดนี้'
แทนที่จะใช้ส่องโรงอาบน้ำโคโนฮะ กลับเอามาจ้องจับผิดกันซะได้ 'ไอ้บ้าฮากิวาระเอ้ย' เทนโดแอบด่าในใจ
เทนโดวางนารูโตะที่เขาอุ้มอยู่ลงบนโซฟาข้างๆ โฮคาเงะรุ่นที่สามรีบปรี่เข้ามาใกล้แล้วเปิดเสื้อของนารูโตะขึ้นทันที
ไม่ต้องคิดลึกไป โฮคาเงะรุ่นที่สามไม่ได้มีรสนิยมแปลกๆ แบบนั้น เขาแค่ต้องการตรวจดูผนึกบนท้องของนารูโตะเท่านั้นเอง
หลังจากตรวจสอบคาถาผนึกอย่างละเอียดอยู่นานจนมั่นใจว่ารูปแบบและหน้าที่ของมันยังคงสมบูรณ์ โฮคาเงะรุ่นที่สามก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"เฮ้อ"
โฮคาเงะรุ่นที่สามพ่นควันไปป์ยาวๆ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเทนโดสแตนด์บายอยู่ข้างๆ
"เทนโด นั่งลงก่อนสิ"
เทนโดนั่งลงบนเก้าอี้อย่างว่าง่าย
ราวกับว่านารูโตะได้ปลุกความทรงจำในอดีตของโฮคาเงะรุ่นที่สามขึ้นมา เมื่อเห็นเด็กผมสีทองอย่างนารูโตะ และเทนโดที่มีผมสีทองเหมือนกันนั่งอยู่ในห้องทำงาน โฮคาเงะรุ่นที่สามก็อดถอนหายใจออกมาไม่ได้
"ฉันขอโทษนะ... รุ่นที่สี่"
เมื่อได้ยินคำคร่ำครวญของโฮคาเงะรุ่นที่สาม เทนโดก็คิดในใจว่า 'นี่มันเรื่องระดับความลับที่ฉันควรมานั่งฟังไหมเนี่ย? คงไม่ฆ่าปิดปากฉันทีหลังหรอกนะ?'
ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด เทนโดเริ่มคิดแผนสำรองในหัวล่วงหน้า ว่าถ้าเกิดต้องสู้กันขึ้นมาจริงๆ เขาจะจับนารูโตะเป็นตัวประกันยังไง และจะปลดปล่อยเก้าหางออกมาระเบิดหมู่บ้านโคโนฮะเพื่อเคลียร์ทางหนีได้แบบไหนบ้าง
โชคดีที่ความดราม่าของโฮคาเงะรุ่นที่สามเกิดขึ้นแค่แวบเดียว เขาจึงรีบเก็บอารมณ์และเริ่มเปิดอกคุยกับเทนโดอย่างเป็นกันเอง
บทสนทนาลากยาวตั้งแต่สงครามอันนองเลือดในอดีต ไปจนถึงประวัติการก่อตั้งโคโนฮะ เล่าตั้งแต่ปู่ทวดของเทนโด ยิงยาวไปถึงการเสียสละของพ่อแม่เขา กว่าจะเข้าเรื่องหลักได้ก็ทำเอาเหนื่อย
"เทนโด พ่อแม่ของเธอน่ะยอดเยี่ยมมาก ทั้งสองคนคือผู้ที่เข้าถึง 'เจตจำนงแห่งไฟ' อย่างแท้จริง"
สิ่งที่เรียกว่า "เจตจำนงแห่งไฟ" นั้นถูกเสนอ พัฒนา และเผยแพร่โดยโฮคาเงะรุ่นที่สามเอง มันคือความเชื่อและจิตวิญญาณที่สืบทอดกันมารุ่นต่อรุ่นในหมู่จิตวิญญาณของนินจาโคโนฮะ
โดยมีหลักการสำคัญสามข้อคือ:
หนึ่ง ปกป้องหมู่บ้านและสหาย
สอง ส่งต่อความหวังและความรับผิดชอบให้คนรุ่นต่อไป
และสาม แม้ต้องเสียสละตัวเอง ก็พร้อมจะปูทางให้อนาคต
ในฐานะผู้ผลักดันนโยบายนี้ โฮคาเงะรุ่นที่สามย่อมภูมิใจในตัวเองสุดๆ และเทนโดก็พร้อมจะเออออตามน้ำไปเพื่อความปลอดภัย
"ขอให้ท่านโฮคาเงะรุ่นที่สามอายุมั่นขวัญยืนครับ!"
"เจตจำนงแห่งไฟจงเจริญ!"
"เฮ้อ~"
โฮคาเงะรุ่นที่สามโบกมืออย่างประนีประนอม
"เอาละ ๆไม่ต้องขนาดนั้นหรอกนะ"
จากนั้น เขาก็เริ่มเข้าเรื่องของนารูโตะอย่างจริงจัง
"เทนโด เธอคงเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับนารูโตะมาบ้างใชไหม"
"ครับ ผมเคยได้ยินข่าวลือเรื่อง 'ร่างจุติของจิ้งจอกปีศาจ' อยู่บ้าง แต่คิดว่านั่นน่าจะเป็นแค่เรื่องโคมลอยที่พวกชาวบ้านพูดกันไปเองมากกว่าครับ"
แม้ในใจจะรู้เนื้อเรื่องหลักทะลุปรุโปร่งจนแทบจะท่องสคริปต์ได้ แต่เทนโดก็เลือกที่จะตีหน้าซื่อทำเป็นรู้เท่าๆ กับคนอื่น
"ร่างจุติของจิ้งจอกปีศาจงั้นหรอ..."
โฮคาเงะรุ่นที่สามถอนหายใจ
"แต่มันก็มีเหตุผลที่ชาวบ้านพูดกันแบบนั้นแหละนะ"
โฮคาเงะรุ่นที่สามเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขึ้นมาทันที
"ความจริงแล้ว นารูโตะคือสถิตร่างของเก้าหาง"
"เอ๋ จริงหรอครับ?!"
เทนโดแกล้งทำเป็นตกใจสุดขีด
"ที่แท้นารูโตะก็คือพลังสถิตร่างของเก้าหางนี่เอง!"
"มิน่าล่ะ จักระตอนนั้นถึงดูน่ากลัวและอันตรายขนาดนั้น"
"ใช่แล้วล่ะ แต่พวกชาวบ้านกลับพากันปล่อยข่าวลือจนเข้าใจนารูโตะผิดไปหมด"
โฮคาเงะรุ่นที่สามถอนหายใจพลางกล่าวต่อ
"นารูโตะไม่ใช่ตัวอันตรายอะไรเลย แถมเขายังเป็นวีรบุรุษของหมู่บ้านด้วยซ้ำ และพ่อแท้ๆ ของเขาก็คือ โฮคาเงะรุ่นที่สี่ นามิคาเซะ มินาโตะ "
"อะไรนะ?!"
เทนโดอุทานซ้ำสองด้วยสกิลการแสดงระดับออสการ์
"พ่อของนารูโตะคือท่านโฮคาเงะรุ่นที่สี่งั้นหรอครับ?!"
"อะไรนะ?! พ่อของฉันคือโฮคาเงะรุ่นที่สี่จริงเหรอ?!"
เสียงตะโกนลั่นของนารูโตะดังแทรกมาจากด้านข้าง นารูโตะที่เพิ่งฟื้นขึ้นมาจากการสลบไสลไม่ได้คาดคิดเลยว่าจะได้ยินเรื่องช็อกโลกขนาดนี้ทันทีที่ลืมตา
อาการช็อกของเจ้านี่เป็นของจริงแท้แน่นอน ไม่ใช่การแสดงละครเหมือนเทนโด โชคดีที่ห้องทำงานของโฮคาเงะรุ่นที่สามกักเก็บเสียงได้ดี ไม่อย่างนั้นคนครึ่งหมู่บ้านคงได้ยินเสียงตะโกนนี้ไปแล้ว
"ใช่แล้วล่ะนารูโตะ... ฉันขอโทษด้วยนะที่ต้องปิดบังเธอมาตลอด"
โฮคาเงะรุ่นที่สามหันไปพูดกับนารูโตะด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อยราวกับพึ่งรู้ว่าเด็กน้อยตื่นขึ้นมา
ส่วนนารูโตะตอนนี้ดีใจจนเนื้อเต้น เด็กที่โดนชาวบ้านรังเกียจ ด่าทอ และใส่ร้ายมาทั้งชีวิต แต่กลับมีสกิลมองโลกในแง่ดีขั้นสุดยอด ข่าวดีนี้ทำให้เขาตื่นเต้นจนแทบจะบ้าตาย
"ฉัน... ฉันไม่ใช่มนุษย์จิ้งจอกปีศาจ! แต่ฉันเป็นลูกชายของโฮคาเงะรุ่นที่สี่! ฉันคือวีรบุรุษ!"
สมองอันน้อยนิดของนารูโตะไม่ได้คิดลึกไปถึงขั้นที่ว่าทำไมโฮคาเงะรุ่นที่สามเพิ่งจะมาบอกความจริงเอาป่านนี้ และเขาไม่ได้ติดใจหรือโกรธเคืองคำขอโทษของตาแก่นเลยแม้แต่น้อย
ฉากดราม่าซาบซึ้งกินใจนี้เปิดฉากขึ้นโดยมีเทนโดนั่งมองตาปริบๆ อย่างไร้ความรู้สึก แต่โฮคาเงะรุ่นที่สามก็ไม่ได้สนใจ เขาปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมและพูดต่อ:
"โฮคาเงะรุ่นที่ 1 ฮาชิรามะ เคยเตือนไว้ว่า เก้าหางเป็นสัตว์ร้ายที่อันตรายมาก"
"ถ้าเราไม่ระวัง มันอาจจะคุ้มคลั่งขึ้นมาอีก"
โฮคาเงะรุ่นที่สามมองนารูโตะด้วยสายตาจริงจัง
"นารูโตะ เธอคงไม่อยากให้มันอาละวาดจนคุมตัวเองไม่ได้เหมือนวันนี้ใช่ไหม?"
นารูโตะเริ่มได้สติ เขานึกถึงตอนที่ตัวเองพุ่งเข้าโจมตีซาสึเกะอย่างบ้าคลั่ง แล้วหันไปมองเทนโดด้วยความรู้สึกขอบคุณที่ช่วยหยุดเขาไว้
"ขอบคุณคุณลุงมากนะ... แฮะๆ"
เทนโดหรี่ตามองนารูโตะพลางคิดในใจว่า 'ถ้านายซาบซึ้งใจจริงล่ะก็ ช่วยเรียกชื่อฉันหน่อยเถอะ ไอ้บ้าเอ้ย'
"ดีแล้วละนะ.."
โฮคาเงะรุ่นที่สามพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
"แต่เธอจะหวังให้คนอื่นมาช่วยหยุดเธอไว้ทุกครั้งไม่ได้หรอกนะ"
"เธอต้องเรียนรู้วิธีที่จะควบคุมมันด้วยตัวเองตั้งแต่พื้นฐาน"
เมื่อได้ยินประโยคนี้ เทนโดก็รู้ทันทีว่างานเข้าตามคาด
ระบบส่งเสียงเตือนขึ้นมาในหัวทันทีหลังจากโฮคาเงะรุ่นที่สามพูดจบ
【ภารกิจล่าสุด: สานสัมพันธ์ทางการทูตกับตระกูลอุสึมากิ และสอนให้นารูโตะรู้จักวิธีสื่อสารกับคุรามะ (เก้าหาง)】
【รางวัลภารกิจ: สายเลือดตระกูลอุสึมากิ】
แจ๋วเลย! แบบนี้ก็ขยับเข้าใกล้การปลดล็อกความลับของตระกูลโอสึสึกิไปอีกขั้นแล้ว
หลังจากที่เทนโดกดยอมรับภารกิจ เสียงพูดที่ดูอบอุ่นของโฮคาเงะรุ่นที่สามก็ดังก้องเข้าหูอีกครั้ง:
"เธอรู้จักคาคาชิใช่ไหม? ถ้ามีปัญหาหรือข้อสงสัยอะไร ก็ไปปรึกษาเขาได้เลยนะ"