- หน้าแรก
- ข้านี่แหละตัวร้ายที่มีระบบกาชาสุดเทพ
- บทที่ 8 บุตรีตระกูลหยางเติบใหญ่ พละกำลังถอนภูผา กลิ่นอายสะท้านใต้หล้า
บทที่ 8 บุตรีตระกูลหยางเติบใหญ่ พละกำลังถอนภูผา กลิ่นอายสะท้านใต้หล้า
บทที่ 8 บุตรีตระกูลหยางเติบใหญ่ พละกำลังถอนภูผา กลิ่นอายสะท้านใต้หล้า
หลินฮ่าวกำหมัดแน่น เชื่อว่านี่เป็นความพยายามอีกครั้งของเฉินเฟิงที่จะเสี้ยมให้เขาและหยางอวี่ซินผิดใจกัน
ในความเป็นจริง หยางอวี่ซินเพียงแค่รังเกียจเขา ไอ้ขี้แพ้ขอบตาดำคล้ำแถมยังมีสีหน้าหื่นกาม—เธอนึกหาเหตุผลอื่นในการปรากฏตัวของเขาไม่ออกเลยนอกเสียจากอยากจะมาหม้อเธอ
สิ่งที่เธอไม่เข้าใจก็คือ ทำไมคุณปู่ของเธอถึงได้ยืนกรานให้เธอสร้างความสัมพันธ์อันดีกับเขา ถึงขั้นบังคับให้เธอต้องออกมาเที่ยวกับเขาแบบนี้
"พี่อวี่ซินคะ พี่อย่าไปหลงกลเขานะ หลินฮ่าวคนนี้ไม่ใช่คนดีอะไรเลย ก่อนหน้านี้เขายังเคยพยายามจะจีบพี่สาวฉันด้วยซ้ำ"
"คุณหนูหยาง ผมเพียงแค่ทำงานที่บริษัทของคุณหนูซูก็เท่านั้น คุณต้องเชื่อผมนะ"
"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉันล่ะ? เอาเถอะ ภารกิจที่คุณปู่มอบหมายให้ฉันทำเสร็จสิ้นแล้ว เราแยกย้ายกันตรงนี้ก็แล้วกัน"
"เสวี่ยเหยา เราไปเดินช้อปปิ้งกันต่อเถอะ"
"ได้สิคะ! พี่อวี่ซินจะไปกับพวกเราด้วยไหม? ไปกันเถอะ"
ตอนที่พวกเขากำลังเดินจากไป ซูเสวี่ยเหยาก็หันกลับมาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่หลินฮ่าว ทำเอาเขาโกรธจนแทบจะขบกรามเข้าหากันแน่น
จังหวะที่เขากำลังจะตะโกนข่มขู่ส่งท้าย ตำรวจที่ชายซึ่งเพิ่งโดนเขาซ้อมโทรเรียกก็เดินทางมาถึงอีกครั้ง
"ทำไมถึงเป็นนายอีกแล้วเนี่ย? เมื่อเช้าเพิ่งจะถูกปล่อยตัวออกมาไม่ใช่หรือไง? บอกมาสิ คราวนี้ไปก่อเรื่องอะไรไว้อีก?"
...
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ทำลายโครงเรื่องระหว่างหลินฮ่าวและหยางอวี่ซินได้สำเร็จ ค่าโชคชะตาของหลินฮ่าว -20,000 แต้มของโฮสต์ +20,000]
"ไม่ได้เจอนายน้อยเฉินเสียนาน ได้ข่าวว่านายน้อยเฉินทุ่มเงินไปมหาศาลเพื่อตามจีบซูหลิงเสวี่ยไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมวันนี้ถึงมาเดินจับมือกับเสวี่ยเหยาของพวกเราได้ล่ะ?"
"อ้อ จริงสิ ฉันกำลังตามหาตัวนายอยู่พอดีเลย ตอนเด็กๆ นายชอบเล่นเป็นหมอแล้วมา 'ตรวจร่างกาย' พวกเรานักไม่ใช่เหรอ? เรามันก็พวกเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่แก้ผ้าวิ่งเล่นนี่นา จริงไหม?" หยางอวี่ซินกัดฟันพูดคำว่า 'แก้ผ้าวิ่งเล่น' ออกมาด้วยความเจ็บแค้น
หยางอวี่ซินคือหนึ่งในนางเอกที่เขาเคย 'ตรวจร่างกาย' ตอนเป็นเด็ก
ย้อนกลับไปตอนนั้น เขาคิดว่าหลังจากทำตามข้อกำหนดของบทบาทเสร็จสิ้นแล้ว เขาก็ควรจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากเหล่านางเอกดูบ้าง เผื่อว่าอุตส่าห์ทุ่มเทแสดงละครมาตั้งยี่สิบปีแต่กลับต้องลงเอยด้วยความว่างเปล่า
หลังจากถูกเขาตรวจร่างกาย ในที่สุดหยางอวี่ซินก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติและต้องการจะแก้แค้น
ทว่า เธอก็ยังสู้เขาไม่ได้อยู่ดี และทำได้เพียงกลับบ้านไปด้วยความอับอายทุกครั้ง
ต่อมา หยางอวี่ซินก็หายตัวไปเป็นเวลานาน เมื่อเธอปรากฏตัวต่อหน้าเขาอีกครั้ง เธอก็ซ้อมเขาอย่างโหดเหี้ยมจนเขาต้องนอนหยอดน้ำข้าวต้มอยู่บนเตียงถึงหนึ่งเดือนเต็ม ซ้ำร้ายเขายังต้องลากสังขารไปทำภารกิจตามบทบาทต่างๆ ทั้งที่ยังบาดเจ็บอยู่ เธอยังประกาศกร้าวอีกว่าจะกระทืบเขาทุกครั้งที่เจอหน้า
เฮ้อ... ขมขื่นใจแต่ก็ระบายออกมาไม่ได้
ในตอนนั้น เขาตระหนักได้ว่าหยางอวี่ซินต้องก้าวเข้าสู่วิถีแห่งการบ่มเพาะพลังแล้วอย่างแน่นอน และเธอก็กลายเป็นคนที่เขาไม่มีทางเอาชนะได้อีกต่อไป ไม่มีทางเลือกอื่นใด เขาทำได้เพียงหดหัวเป็นเต่าไปก่อนสักพัก
นับตั้งแต่นั้นมา เขาก็คอยหลบหน้าหยางอวี่ซิน คอยสืบข่าวคราวของเธออย่างละเอียดเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ต้องมาพบเจอกันอีก
เขาตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของหยางอวี่ซิน
เมื่ออ่านข้อมูลของเธอจบ เขาก็ถึงกับปวดขมับ เธอยังคงคิดแต่จะกระทืบเขาอยู่สินะ
ข่าวลือที่ว่า 'บุตรีตระกูลหยางเติบใหญ่ พละกำลังถอนภูผา กลิ่นอายสะท้านใต้หล้า' เริ่มต้นขึ้นหลังจากที่เขาโดนซัดจนหมอบในครั้งนั้น ครั้งนั้นเธอตามล่าหาตัวเขาถึงสามวันสามคืน หากเขาไม่ได้ชิงซ่อนตัวไว้ล่วงหน้า เขาคงโดนซ้อมปางตายไปแล้วจริงๆ
เหตุผลหลักที่หลินฮ่าวเริ่มตามจีบหยางอวี่ซินในตอนนี้ ก็น่าจะเป็นเพราะเขาสังเกตเห็นคุณลักษณะพิเศษของเธอนั่นแหละ
เขาจำได้ว่าเคล็ดวิชาบ่มเพาะของหลินฮ่าวมีชื่อว่า 'วิชาจิตหยินคืนสู่บ่อกำเนิด' ตราบใดที่เขาได้หลับนอนกับหญิงงาม มันก็เทียบเท่ากับการบ่มเพาะพลังอย่างยากลำบากนานนับปีของคนอื่น ยิ่งถ้าเป็นการพรากพรหมจรรย์ของหญิงสาว ก็จะยิ่งช่วยยกระดับพลังได้มหาศาลที่สุด
ก่อนหน้านี้ตอนอยู่เมืองนอก พวกนั้นล้วนเป็นหญิงสาวต่างชาติที่เปิดเผยเรื่องเพศ น้อยคนนักที่จะยังคงความบริสุทธิ์เอาไว้
ยิ่งไปกว่านั้น ระดับพลังบ่มเพาะของตัวเอกมักจะไม่ได้สูงมากนักในตอนที่เพิ่งกลับประเทศ มันจะพุ่งทะยานขึ้นอย่างรวดเร็วก็ต่อเมื่อโครงเรื่องเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น เห็นได้ชัดว่าหลินฮ่าวก็เข้าข่ายรูปแบบนี้เช่นกัน
ตามโครงเรื่องในนิยาย หลินฮ่าวเอาเรื่องไปฟ้องคุณปู่ของหยางอวี่ซิน
เมื่อรู้ตัวว่ามีความผิด หยางอวี่ซินจึงท้าประลองกับหลินฮ่าว ความตั้งใจของคุณปู่ของเธอคือต้องการให้เธอฝากตัวเป็นศิษย์ของหลินฮ่าว
ด้วยเหตุนี้ การเดิมพันจึงเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ หากหยางอวี่ซินชนะ หลินฮ่าวจะต้องอยู่ให้ห่างจากเธอ แต่ถ้าเธอแพ้ เธอจะต้องกลายเป็นศิษย์ของหลินฮ่าว
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ หยางอวี่ซินถูกกำหนดให้เป็นผู้แพ้อย่างแน่นอน หลังจากกลายเป็นศิษย์ของหลินฮ่าว เธอจะค่อยๆ ถูกพิชิตใจผ่านการใกล้ชิดกันอย่างต่อเนื่อง
ด้วยร่างกายพิเศษของเธอ เธอจึงกลายเป็นสุดยอดวาสนาของหลินฮ่าวในช่วงต้นเรื่อง
หากหลินฮ่าวไม่สามารถเอาชนะใจหยางอวี่ซินได้ ก็กล่าวได้ว่าบุตรแห่งสวรรค์ผู้นี้ได้พังพินาศไปกว่าครึ่งแล้ว
เขาจะต้องทำลายการประลองครั้งนี้และตัดวาสนาของหลินฮ่าวเสียตั้งแต่ต้นลม เพื่อไม่ให้มันสามารถพลิกสถานการณ์กลับมาได้อีก
"เฉินเฟิง เราเดินช้อปปิ้งกันมาตั้งนานแล้ว ฉันชักจะเหนื่อยแล้วสิ ทำไมเราไม่กลับกันเร็วกว่านี้หน่อยล่ะ? เราไม่ได้นั่งคุยกันนานแล้วนะ ครั้งนี้นายไม่คิดจะเชิญฉันไปเป็นแขกที่บ้านหน่อยเหรอ?" หยางอวี่ซินเอ่ย ประกายแสงอันตรายวาบผ่านดวงตาขณะที่เธอหักนิ้วมือดังกรอบแกรบ
หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงวิ่งหนีหางจุกตูดไปโดยไม่หันกลับมามองแล้ว
การที่เธอขอร้องให้เขาเชิญไปที่บ้านแบบนี้ จุดประสงค์ก็คงหนีไม่พ้นการหาโอกาสอัดเขาให้ยับอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว
เขาอาจจะเอาชนะหยางอวี่ซินไม่ได้ก็จริง แต่หยางอวี่ซินเองก็ทำอะไรเขาไม่ได้เช่นกัน
ในเมื่อหลินฮ่าวสามารถใช้การประลองเป็นกับดักหลอกหยางอวี่ซินได้ แน่นอนว่าเขาก็ย่อมทำได้เช่นเดียวกัน
"ได้สิ วันนี้เรามาคุยกันให้จุใจไปเลย ไหนๆ ก็ผ่านมาหลายปีแล้ว ความสัมพันธ์ของเราค่อนข้างจะห่างเหินไปสักหน่อย"
ซูเสวี่ยเหยาที่ยืนอยู่ข้างๆ สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตึงเครียดระหว่างทั้งสองคนก็เริ่มรู้สึกกังวล
เธอเคยได้ยินเรื่องพละกำลังอันมหาศาลของหยางอวี่ซินมาบ้าง และรู้ว่าอีกฝ่ายคอยตามหาตัวเฉินเฟิงอยู่ทุกวี่ทุกวันเพราะต้องการจะซ้อมเขา
เฉินเฟิงมักจะคอยหลบซ่อนตัวอยู่เสมอ เห็นได้ชัดว่าเขาสู้เธอไม่ได้
"พี่อวี่ซินคะ ยกเลิกดีไหมคะ? ฉันขอโทษแทนพี่ชายฉันก็ได้นะคะ โอเคไหม?" ซูเสวี่ยเหยาจับมือหยางอวี่ซินพลางจ้องมองเธอด้วยสายตาเว้าวอน
"แหม ยายหนูน้อย นี่ยังไม่ทันจะได้แต่งงานกันก็เข้าข้างเขาเสียแล้วเหรอ? ลืมของอร่อยๆ ที่ฉันเคยหาให้กินตอนเด็กๆ ไปหมดแล้วหรือไง? ไม่ต้องห่วงน่า เราแค่จะคุยกันแบบธรรมดาๆ ไม่ได้จะลงไม้ลงมืออะไรเสียหน่อย จริงไหมล่ะ เฉินเฟิง?"
"แน่นอนอยู่แล้ว เสวี่ยเหยาไม่ต้องกังวลไปหรอก การรับมือกับพี่อวี่ซินของเธอยังอยู่ในกำมือพี่สบายๆ" เฉินเฟิงเอ่ยอย่างไม่รีบร้อนพลางลูบหัวซูเสวี่ยเหยาเบาๆ
หยางอวี่ซินไม่ได้โต้เถียงอะไร เธอไม่เชื่อเขาสักนิดเดียว เธอคิดว่าเฉินเฟิงก็แค่ห่วงหน้าตาและไม่อยากเสียฟอร์มต่อหน้าซูเสวี่ยเหยาก็เท่านั้น
แต่เธอกลัวว่าถ้าพูดจารุนแรงออกไปจะทำให้เฉินเฟิงตกใจกลัวจนหนีไปเสียก่อน จึงยอมปล่อยให้เขาทำเป็นอวดเก่งต่อไปอีกสักพัก
ภายนอกหยางอวี่ซินทำทีเป็นไร้อารมณ์ ทว่าภายในใจเธอกลับกระหยิ่มยิ้มย่อง หลังจากรอคอยมาแสนนาน ในที่สุดเธอก็มีโอกาสได้กระทืบเฉินเฟิงอีกครั้งเสียที
ระหว่างทางกลับ ทั้งสามคนนั่งรวมกันอยู่ในรถคันเดียว
แน่นอนว่าเฉินเฟิงกับซูเสวี่ยเหยาต้องนั่งด้วยกัน ส่วนหยางอวี่ซินที่กลัวว่าเฉินเฟิงจะกระโดดหนีลงกลางทาง ก็ยืนกรานที่จะขอนั่งมาด้วย
บรรยากาศภายในรถชวนให้อึดอัดอย่างประหลาด ต่างคนต่างจมอยู่กับความคิดของตัวเอง
หยางอวี่ซินกำลังคิดหาวิธีที่จะกระทืบเฉินเฟิง จนไม่อาจกลั้นรอยยิ้มที่มุมปากเอาไว้ได้
เฉินเฟิงกำลังคิดหาวิธีวางแผนตลบหลังหยางอวี่ซิน
ซูเสวี่ยเหยากำลังหวาดกลัวว่าหยางอวี่ซินจะลงมือหนักเกินไปจนทำให้เฉินเฟิงบอบช้ำ
และแล้ว การเดินทางก็ล่วงเลยไปท่ามกลางความเงียบงัน