เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 - เปิดโปงความจริง

บทที่ 50 - เปิดโปงความจริง

บทที่ 50 - เปิดโปงความจริง


บทที่ 50 - เปิดโปงความจริง

ภายใต้แสงไฟสว่างไสวในห้องจัดแสดง ใบหน้าในภาพวาดดูน่าเกลียดน่ากลัวกว่าครั้งไหนๆ ที่หลีเสียนเคยเห็น เหลียงเพ่ยและซ่งชิงจางที่เพิ่งเคยเผชิญหน้ากับใบหน้านี้เป็นครั้งแรกถึงกับทนไม่ไหวต้องขมวดคิ้ว สายตาหลุกหลิกไม่อยากจะมอง "ภาพวาด" บานนั้น

ภาพวาดเต็มกำแพงด้านหลังก็เปลี่ยนจากความสงสารเป็นความหวาดกลัวและรังเกียจในวินาทีที่ได้เห็นใบหน้านี้ สายตาอันร้อนแรงต่างพากันจับจ้องไปที่ใบหน้าอันน่าสยดสยองในกรอบรูป

หลีเสียนสัมผัสได้ถึงเสียงกระซิบกระซาบดังมาจากข้างกาย ภาพวาดเริ่มซุบซิบนินทากัน พวกมันปรายตามองตู้ซาด้วยสายตาซับซ้อนเป็นระยะ แล้วก็รีบเบือนหน้าหนีทำทีเป็นทนดูไม่ได้ ทว่าแท้จริงแล้วกลับไม่กล้ามองใบหน้าอันน่ากลัวนั้นให้ชัดๆ ต่างหาก

ตู้ซาในภาพวาดชะงักงันไปชั่วขณะ ก่อนจะตระหนักได้ในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวในภาพเริ่มยกมือขึ้นหมายจะปิดบังใบหน้าของตนเอง

"อึก... อ๊าก... อย่า!!!"

เสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนกหลุดออกมาจากลำคอของเธอ ทว่าไม่ว่าจะพยายามปกปิดอย่างไรก็ไม่อาจปิดกั้นเสียงนินทาว่าร้ายจากผนังทั้งบานได้

"อายุยังน้อยแท้ๆ... น่าสงสารจริงๆ..."

"ได้ยินว่าเธอมีน้องสาวฝาแฝดด้วยไม่ใช่เหรอ? เฮ้อ... คงจะเปรียบเทียบกันน่าดูเลยสินะ"

"แบบนี้แหละที่เรียกว่าดวงซวย..."

"ทำไมถึงโดนไฟคลอกจนมีสภาพแบบนี้... แล้วต่อไปจะเอาหน้าไปพบใครได้? ถ้าถามฉันนะ สู้ตายไปซะยังจะดีกว่า..."

ท่ามกลางเสียงพูดคุยเซ็งแซ่ บางครั้งก็มีบางประโยคที่ดังชัดเจนเป็นพิเศษราวกับจงใจขยายเสียงให้ดังขึ้นเพื่อส่งเข้าไปในหูของทุกคน และตู้ซาในภาพวาดก็ย่อมได้ยินอย่างชัดเจนเช่นกัน

เสียงร้องของเธอค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเสียงคำรามด้วยความเจ็บปวด เสียงกรีดร้องโหยหวนแทบจะทะลวงแก้วหู ทุกคนแทบจะได้รับเสียงแจ้งเตือนค่าพลังจิตใจลดลงพร้อมๆ กัน

[คำเตือน! คุณกำลังถูกคุกคามจากการปนเปื้อน! พลังจิตใจลดลงอย่างต่อเนื่อง!]

[พลังจิตใจ -10!]

[พลังจิตใจ -10!]

[พลังจิตใจ -10!]

เสียงกรีดร้องของหญิงสาวและเสียงกระซิบกระซาบที่สับสนวุ่นวายปะปนกันไปหมด ทำเอาเหลียงเพ่ยและซ่งชิงจางต้องยกมือขึ้นอุดหูด้วยความทรมาน หลังจากอดทนได้เพียงไม่กี่วินาที เหลียงเพ่ยก็ทนไม่ไหวและตะโกนใส่คุณผู้หญิง "รีบทำให้เธอหยุดเดี๋ยวนี้!"

คุณผู้หญิงทำหูทวนลมกับคำขอร้องของเขา ไม่เพียงแค่นั้น เธอกลับระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง!

เธอพูดกับตู้ซาในภาพวาดด้วยความตื่นเต้น "โกรธแค้นใช่ไหมล่ะ? อับอายใช่ไหมล่ะ? อยากจะฆ่าทุกคนที่เห็นหน้าตัวเองเลยใช่ไหมล่ะ! ใช่ ต้องแบบนั้นแหละ เจ็บปวดให้มากกว่านี้อีก!!!"

อาการเสียสติอย่างกะทันหันของคุณผู้หญิงทำให้ผู้ชมหน้าจอต่างก็ตกตะลึง

[เชี่ย! ยัยนี่หัวเราะทำไมเนี่ย!]

[ใครก็ได้บอกทีว่าตู้ลี่ต้องการจะทำอะไรกันแน่? พี่สาวตัวเองก็มีสภาพน่าเวทนาขนาดนั้นแล้ว ทำไมยังต้องไปกระตุ้นเธออีก?]

[ได้ยินเสียงหัวเราะนี้แล้วรู้สึกว่าค่าสติของตัวเองเริ่มจะลดตามเลยแฮะ]

[นับถือสตรีมเมอร์จริงๆ ที่ไม่ต้องปิดหูก็ยังทนได้... เดี๋ยวนะ ผู้ชายข้างๆ นั่นทำไมถึงยังนั่งไขว่ห้างได้อีกล่ะ?!]

กล้องที่จับภาพหลีเสียนได้แพนไปติดชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่อยู่ข้างกายเขาด้วย ในบรรดาทุกคนมีเพียงเขาที่ดูผ่อนคลายสบายๆ ไม่แม้แต่จะขมวดคิ้วสักนิด

พลังจิตใจของทุกคนดิ่งลงอย่างรวดเร็ว เสียงอึกทึกครึกโครมนี้คล้ายกับจะไม่มีวันสิ้นสุด มันยังคงดังก้องอยู่ในหูอย่างต่อเนื่อง

โลกตรงหน้าของหลีเสียนเริ่มบิดเบี้ยว เขากันไปมองคุณผู้หญิง ทว่ากลับพบว่าอีกฝ่ายก็กำลังจ้องมองเขาเขม็งเช่นกัน!

จิตสังหารในแววตาของคุณผู้หญิงเปิดเผยออกมาอย่างไม่ปิดบัง ราวกับกำลังบอกหลีเสียนว่า

"ก่อนที่แกจะตาย ฉันจะไม่มีวันหยุดเรื่องนี้เด็ดขาด!"

หลีเสียนผุดลุกขึ้นยืนกะทันหัน พร้อมกับปัดเก้าอี้ที่ตัวเองนั่งอยู่จนล้มลง

ในตอนนี้ ตู้ซาในภาพวาดกำลังทวนประโยคที่เขาเคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ซ้ำๆ

"เธอไม่ใช่... ฉัน ฉันไม่ใช่... แบบนี้..."

ครั้งแรกที่ได้ยินประโยคที่จับใจความไม่ได้นี้ หลีเสียนไม่แน่ใจว่าประโยคนี้ต้องการสื่อถึงอะไร ทว่าตอนนี้เขารู้แล้วว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไร

"เธอไม่ใช่ตู้ซา และแต่เดิมก็ไม่ได้มีใบหน้าที่ถูกไฟคลอกแบบนี้"

เสียงคำรามของหญิงสาวที่ถูกไฟคลอก เสียงวิจารณ์ของภาพวาดเต็มกำแพง และเสียงหัวเราะของคุณผู้หญิง ชะงักงันลงพร้อมกับประโยคนี้

ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบกริบ หลีเสียนหันไปมองคุณผู้หญิงก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"คนที่ประสบอุบัติเหตุไฟไหม้และถูกไฟคลอกจริงๆ ก็คือคุณ คุณนั่นแหละคือตู้ซา"

รอยยิ้มของคุณผู้หญิงแข็งค้างอยู่บนใบหน้า เธอหันขวับไปมองภาพวาดเต็มกำแพงตามสัญชาตญาณ และเห็นเพียงว่าสีหน้าหวาดกลัวและรังเกียจของคนในภาพเปลี่ยนเป็นความสับสนงุนงง สายตาของพวกเขากวาดมองสลับไปมาระหว่างคุณผู้หญิงกับภาพวาดอย่างลังเล

"เกิดอะไรขึ้น?"

"ที่เขาพูดมาเป็นความจริงหรือเปล่า?"

"ไม่รู้สิ..."

เสียงเตือนพลังจิตใจลดลงหายไป ซ่งชิงจางและเหลียงเพ่ยได้สติกลับคืนมา แต่ยังไม่ทันตั้งตัวกับคำพูดของหลีเสียนเมื่อครู่ ก็เห็นอีกฝ่ายล้วงเอาของปึกหนึ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วโปรยปรายมันขึ้นไปในอากาศ

รูปถ่ายนับไม่ถ้วนร่วงหล่นลงมาสู่สายตาของทุกคนที่อยู่ที่นั่น

"รูปถ่ายพวกนี้บันทึกเอาไว้ว่า พี่สาวอย่างตู้ซาชอบชุดสีแดงและภาพวาดสีน้ำมัน ส่วนน้องสาวอย่างตู้ลี่ชอบชุดสีฟ้าและเปียโน"

"ในเมื่อคุณคือตู้ลี่ที่ไม่ได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้ แล้วทำไมถึงสวมแต่ชุดสีแดงตลอดเวลา แถมยังหมกมุ่นอยู่กับการจัดนิทรรศการศิลปะล่ะ..."

"นั่น... นั่นก็เพื่อรำลึกถึงพี่ไง!"

คุณผู้หญิงแก้ตัวน้ำขุ่นๆ

หลีเสียนส่งเสียง "อ้อ?" ในลำคอ "แล้วทำไมที่ฝ่ามือและแขนของ 'ตู้ซา' ในภาพวาดถึงไม่มีรอยแผลเป็นจากไฟไหม้เลยล่ะ ในขณะที่คุณกลับไม่กล้าเผยผิวหนังส่วนอื่นเลยนอกจากใบหน้า?"

"หรือว่าเป็นเพราะ... บนตัวคุณมีแต่รอยแผลเป็นจากไฟไหม้กันแน่?"

ฝ่ามือที่วางอยู่ข้างลำตัวของคุณผู้หญิงค่อยๆ กำแน่นเป็นหมัด ริมฝีปากสีสดสั่นระริกขณะเค้นคำพูดอาฆาตมาดร้ายออกมา

"แกทำลาย... นิทรรศการของฉัน!!!"

นั่นคือเสียงคำรามอย่างบ้าคลั่ง ทันใดนั้นคุณผู้หญิงตู้ซาก็พุ่งเข้าใส่หลีเสียนอย่างไม่คิดชีวิต ทว่าหลีเสียนที่เตรียมพร้อมรับมืออยู่ก่อนแล้วคว้าแจกันดอกไม้ที่ตั้งประดับอยู่รอบห้องจัดแสดงขึ้นมาฟาดใส่ตัวเธออย่างจัง

เศษแจกันที่แตกกระจายบาดทะลุเนื้อผ้าสีแดงอันประณีต เผยให้เห็นผิวหนังที่ด่างพร้อยไปด้วยสีม่วงคล้ำและแดงเข้มซึ่งซ่อนอยู่ใต้ร่มผ้า

ตู้ซาสูดหายใจเข้าลึก เธอรีบยกมือขึ้นปิดบังรอยขาดบนเสื้อผ้าตามสัญชาตญาณ ความโกรธแค้นในดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนก ชั่วพริบตานั้น สายตานับร้อยคู่ก็พุ่งตรงมาที่เธอ

ความหวาดกลัวและรังเกียจของภาพวาดเต็มกำแพงที่เดิมทีพุ่งเป้าไปที่ตู้ลี่ บัดนี้ได้หันเหมาหาตู้ซาทั้งหมด ซ้ำยังเพิ่มความดูถูกเหยียดหยามเข้าไปด้วย

"อย่า... อย่ามองฉัน!!!"

เธอกรีดร้องด้วยความลนลาน คว้ามีดคัตเตอร์ออกมาจากอกเสื้อและพุ่งเข้าแทงภาพวาดเต็มผนังราวกับคนบ้า

"อย่ามองฉัน อย่ามองฉัน อย่ามองฉัน!!!!"

หลังจากแทงภาพวาดทะลุไปหลายบาน ตู้ซาก็หอบหายใจอย่างหนักหน่วง ดวงตาแดงก่ำตวัดมองตามแผ่นหลังของหลีเสียนแล้ววิ่งไล่ตามไป

หลีเสียนอุ้มภาพวาดของตู้ลี่ที่ห่อด้วยผ้าสีดำไว้ในอ้อมแขน สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วเพื่อหาคำตอบของคำถามข้อหนึ่ง

ทำไมภารกิจผ่านด่าน "เข้าร่วมงานนิทรรศการศิลปะในวันที่ห้า" ถึงยังไม่สำเร็จเสียที?

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 50 - เปิดโปงความจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว