- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเล่นเกมสยองขวัญ ทำไมระบบถึงบังคับให้ผมเป็นเจ้าสาว
- บทที่ 48 - แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 48 - แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 48 - แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
บทที่ 48 - แขกที่ไม่ได้รับเชิญ
เมื่อเห็นรูปถ่ายใบสุดท้าย หลีเสียนก็พ่นลมหายใจออกมายาวๆ แล้วเตรียมจะเก็บรูปถ่ายทั้งหมดกลับเข้าไปในอัลบั้ม
"ต้องซ่อนสมุดเล่มนี้ไว้..."
ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นอย่างกะทันหันขัดจังหวะเขา
หลีเสียนเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ เวลาแบบนี้จะมีใครมากัน?
เขาเร่งมือเก็บรูปถ่ายให้เร็วยิ่งขึ้น ทว่าคนข้างนอกดูเหมือนจะไม่อยากรอช้านัก เมื่อเห็นว่าไม่มีใครมาเปิดประตู เสียงเคาะก็รัวและดังขึ้นกว่าเดิม
ก๊อกๆๆๆๆๆ
ซ่งชิงจางเห็นดังนั้นจึงรวบรูปถ่ายที่เหลือพร้อมกับสมุดอัลบั้มยัดเข้าไปใต้ผ้าห่ม แล้วพยักพเยิดให้หลีเสียนรีบไปเปิดประตู
หลีเสียนลุกขึ้นยืน
ตอนนี้คนที่อยู่หน้าประตู ถ้าไม่ใช่ "คุณจาง" ก็ต้องเป็นคุณผู้หญิง
เขาเปิดประตูออกและสบตาเข้ากับนัยน์ตาของคุณผู้หญิงพอดิบพอดี
อีกฝ่ายแสร้งทำเป็นชะโงกหน้าเข้ามามองข้างในอย่างไม่ใส่ใจนัก และเห็นเหลียงเพ่ยกับซ่งชิงจางนั่งอยู่ข้างเตียง
"ทั้งสามคนมาทำอะไรกันที่นี่คะ?"
คำถามของคุณผู้หญิงทำให้เส้นประสาทของหลีเสียนตึงเครียดขึ้นมาทันที ทว่าเธอกลับดูไม่สนใจคำตอบเลยแม้แต่น้อย และพูดประโยคต่อไปในทันที
"อาหารกลางวันเสร็จแล้ว เชิญทุกท่านลงไปทานได้เลยค่ะ"
คุณผู้หญิงยืนอยู่ตรงหน้าประตู มองส่งทั้งสามคนเดินออกจากห้องไป หลังจากล็อกประตูแล้วมุมปากของเธอก็ยกยิ้มอย่างพึงพอใจ เธอเดินตามทุกคนไปจนถึงหน้าบันได แล้วผายมือออกเป็นเชิง "เชิญ"
หลีเสียนจำต้องเดินลงบันไดไปตามคำเชิญของเธอ
ตอนที่เดินสวนกับคุณผู้หญิง จู่ๆ เธอก็เรียกเขาไว้
"ใบหน้าของคุณไปโดนอะไรมาคะ?"
หลีเสียนชะงักฝีเท้ากึก
เขาดันลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย!
หลีเสียนรีบหาข้ออ้างในหัวอย่างรวดเร็วเพื่อปัดสวะ "ผม..."
"ต้องดูแลรักษาใบหน้าของตัวเองให้ดีๆ นะคะ"
คุณผู้หญิงพูดแทรกคำแก้ตัวของหลีเสียน ก่อนจะทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วปล่อยให้เขาเดินจากไป
[เกิดอะไรขึ้น? ทำไมฉันรู้สึกว่าคุณผู้หญิงคุยง่ายจัง??]
[ถามรวดเดียวสองคำถาม แต่ไม่ยอมรอให้ผู้เล่นตอบก็ปล่อยผ่านไปซะงั้น ทำไมผีในดันเจี้ยนนี้ถึงเปลี่ยนนิสัยกะทันหันล่ะ?]
หลีเสียนเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน เขาเดินลงบันไดไปด้วยความสงสัยเต็มอก
ยิ่งเดิน ฝีเท้าก็ยิ่งช้าลงเรื่อยๆ
ซ่งชิงจางหันกลับมามองด้วยความงุนงง "พี่คิดอะไรอยู่เนี่ย? ทำไมเดินช้าจัง?"
คำถามนั้นทำให้หลีเสียนหยุดชะงักอยู่กับที่ทันที
"ผมว่ามันมีอะไรแปลกๆ"
ตอนนั้นทั้งสองคนลงมาถึงชั้นสองแล้ว หลีเสียนหันขวับกลับไปมอง บันไดทอดยาวหายไปตรงมุมเลี้ยว ไร้ซึ่งวี่แววของคุณผู้หญิงที่ควรจะเดินตามหลังมา
จู่ๆ หลีเสียนก็รู้สึกขนลุกซู่ เขาหันหลังและออกตัววิ่งกลับขึ้นชั้นบนทันที!
ซ่งชิงจางมองแผ่นหลังของหลีเสียนอย่างงงๆ ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ อีกฝ่ายถึงวิ่งกลับไปแบบนั้น
หลีเสียนวิ่งก้าวกระโดดขึ้นบันไดรวดเดียวจนถึงชั้นสาม โถงทางเดินว่างเปล่าไม่มีแม้แต่เงาของคุณผู้หญิง เขาพุ่งตัวไปที่หน้าห้องของตัวเองด้วยความเร็วสูงสุดแล้วผลักประตูเข้าไป
ภายในห้อง คุณผู้หญิงกำลังยืนอยู่ข้างเตียง ปลายนิ้วของเธอแตะอยู่บนผ้าห่มของหลีเสียนและทำท่าจะเลิกมันขึ้น
ข้อความคอมเมนต์พร้อมเครื่องหมายคำถามและตกใจลอยผ่านหน้าจอไปรัวๆ
[?!!]
[คุณผู้หญิงมาอยู่ที่นี่ได้ไง?!]
[ยัยนี่แอบเข้าห้องคนอื่นด้วยเหรอเนี่ย?!]
[เชี่ย ช้าไปก้าวเดียวมีหวังเกมโอเวอร์แน่!]
[สตรีมเมอร์ปฏิกิริยาไวเกินไปป่าว?! ตอนที่จู่ๆ เขาวิ่งขึ้นบันไดมา ฉันยังงงอยู่เลยว่าเขาจะทำอะไร...]
"คุณเข้ามาทำอะไรที่นี่?"
เมื่อได้ยินคำถาม คุณผู้หญิงก็ชะงักมือและหันมามองหลีเสียนที่กำลังเดินจ้องหน้าเธอเข้ามาทีละก้าว
เธอเก็บมือกลับไปอย่างแนบเนียน สีหน้าไม่มีความรู้สึกผิดเจือปนอยู่เลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังถามกลับมาว่า "ทำไมคุณถึงกลับมาล่ะคะ?"
หลีเสียนจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคุณผู้หญิง น้ำเสียงแข็งกร้าวขึ้นมาทันที "นี่คือวิธีที่คุณปฏิบัติต่อแขกเหรอครับ? ฉวยโอกาสตอนคนไม่อยู่เข้ามาค้นห้องคนอื่นเนี่ยนะ?"
เมื่อเห็นว่าหลีเสียนไม่หลงกล คุณผู้หญิงก็ก้าวช้าๆ เข้ามาหาเขา หยุดยืนตรงหน้าแล้วค้อมศีรษะลงเล็กน้อย
"ฉันขอตัวก่อน เชิญคุณตามสบายค่ะ"
ตอนที่เดินออกไป คุณผู้หญิงก็ช่วยดึงประตูปิดให้หลีเสียนด้วย เธอไม่ได้เอ่ยปากขอโทษเลยแม้แต่คำเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ แต่การที่เธอยอมล่าถอยออกไปเองก็แสดงว่าเธอไม่สามารถรื้อค้นข้าวของในห้องของแขกได้หากเจ้าตัวจับได้คาหนังคาเขา
หลีเสียนถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาเลิกผ้าห่มขึ้นแล้วจัดเก็บรูปถ่ายที่กระจัดกระจายกลับเข้าอัลบั้ม ก่อนจะเอามันไปซุกไว้ใต้หมอน
ตลอดช่วงบ่าย คฤหาสน์สไตล์ตะวันตกแห่งนี้ตกอยู่ในความเงียบงันอันน่าสยดสยอง
คุณผู้หญิงไม่ได้ปรากฏตัวให้เห็นอีกเลยหลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จ คาดว่าคงจะกลับเข้า "ห้อง" ของตัวเองเพื่อเตรียมงานนิทรรศการในวันพรุ่งนี้ ส่วนคนอื่นๆ ก็เดินวนหาจนทั่วแต่ก็ไม่พบเบาะแสอะไรเพิ่มเติมอีก
ตกกลางคืน หลีเสียนยกมือขึ้นเคาะประตูห้องบานหนึ่ง
คนข้างในมาเปิดประตูอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนคือหลีเสียน เขาก็มีสีหน้าประหลาดใจไปวูบหนึ่ง
"ผมเข้าไปได้ไหม? คุณ... จาง?"
หลีเสียนช้อนตาขึ้นมองชายหนุ่มร่างสูงโปร่งตรงหน้า
อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปิดประตูดัง "ปัง" ใส่หน้าเขา
หลีเสียน "..."
เขากำของในมือแน่น จ้องมองบานประตูตรงหน้าพร้อมกับสูดหายใจเข้าลึกๆ สองครั้ง และในจังหวะที่เขากำลังจะหมุนตัวเดินหนี ประตูก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง
"เข้ามาสิ"
ทั้งสองมองหน้ากัน ชายหนุ่มมีสีหน้าราบเรียบเป็นปกติ ราวกับไม่รู้สึกเลยว่าการกระทำเมื่อครู่ของตนเองมีอะไรผิดแปลกไป ส่วนหลีเสียนก็ได้แต่มองประเมินชายคนนี้ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเอือมระอา ราวกับกำลังวิเคราะห์ว่าหมอนี่มีปัญหาทางจิตตรงไหนหรือเปล่า
แต่สุดท้ายเขาก็ก้าวเท้าเข้าไปในห้องของชายหนุ่ม และสิ่งแรกที่เขาทำหลังจากเข้ามาก็คือการมองไปที่ภาพวาดบุคคลในห้อง
พื้นผิวของภาพวาดดูหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด บ่งบอกว่ามันยังไม่ได้ถูกทาด้วยน้ำยาเคลือบเงา และนิ้วมือของคนในภาพวาดก็ชูขึ้นมาสี่นิ้วแล้ว
แต่ชายหนุ่มยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีท่าทีหวาดกลัวต่อความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เลยแม้แต่น้อย
หลีเสียนโยนของบางอย่างไปให้เขา
ชายหนุ่มรับไว้ตามสัญชาตญาณ และพบว่าสิ่งที่อีกฝ่ายโยนมาให้คือขวดบรรจุของเหลวใส
"นี่อะไร?"
ชายหนุ่มจ้องมองของเหลวในมือแล้วเอ่ยถาม
"น้ำยาเคลือบเงา ทาลงบนภาพวาดแล้วจำนวนนิ้วก็จะไม่เพิ่มขึ้นอีก"
เมื่อภาพวาดบนผนังได้ยินประโยคนี้ มันก็สั่นสะท้านเบาๆ อย่างลี้ลับ
สายตาของชายหนุ่มละจากขวดในมือมามองใบหน้าของหลีเสียน สีหน้าของเขาดูเหมือนจะประหลาดใจมากกว่าจะดีใจเสียอีก
"ขอบใจ"
ในที่สุดเขาก็เอ่ยออกมาเพียงสั้นๆ
หลีเสียนแอบลอบสังเกตปฏิกิริยาของเขามาตลอด เมื่อได้รับคำตอบก็เลิกคิ้วขึ้น "ตามหลักแล้ววันนี้ผมควรจะตายไปแล้ว แต่กลายเป็นว่าผมยังรอดมาได้ นายไม่คิดจะถามหน่อยเหรอว่าผมรอดมาได้ยังไง?"
อีกฝ่ายตอบกลับด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ "ฉันมีวิธีของฉันก็แล้วกัน"
"วิธีอะไร?"
ชายหนุ่มตอบโพล่งออกมาอย่างไม่ปิดบัง "ไปขโมยมาจากห้องนายไง"
"..."
"..."
[...]
[ไอ้หมอนี่ มันพูดจาบ้าบออะไรของมันเนี่ย?]
[ดูทรงแล้วประสาทไม่ค่อยจะดีนะ]
[สตรีมเมอร์จะไปช่วยคนแบบนี้ทำไม?]
บทสนทนาจบลงตรงที่หลีเสียนทนไม่ไหวต้องเดินกระแทกประตูหนีออกไป ก่อนที่จะปิดประตู เขาได้ทิ้งท้ายกับชายหนุ่มไว้ว่า
"พรุ่งนี้เช้าเอามาคืนผมด้วย"
[จบแล้ว]