- หน้าแรก
- โจรสลัด แกน่ะใช้งานผลปีศาจเป็นๆหรือเปล่า
- บทที่ 1 - ผู้ว่าการแดนเหนือ คาร์เลน
บทที่ 1 - ผู้ว่าการแดนเหนือ คาร์เลน
บทที่ 1 - ผู้ว่าการแดนเหนือ คาร์เลน
บทที่ 1 - ผู้ว่าการแดนเหนือ คาร์เลน
ปีปฏิทินทางทะเล 1539 / ปีปฏิทินเก่า 1520
แกรนด์ไลน์
อาณาจักรอลาบาสตา
เมืองหลวง [อัลบาร์นา]
ภายในโถงประชุมพระราชวังอันโอ่อ่า ประตูและหน้าต่างถูกปิดสนิท บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยความรู้สึกกดดัน
เนเฟอร์ตาลี วีวี่ จ้องมองไปยังโคบร้าที่นั่งอยู่บนตำแหน่งประธานด้วยสายตาแน่วแน่ น้ำเสียงของเธอแฝงไปด้วยความร้อนรนและตั้งคำถาม
"ท่านพ่อ! ตอนนี้กลุ่มกบฏลุกฮือขึ้นทั่วประเทศ เมืองนับไม่ถ้วนถูกเผาทำลาย ประชาชนจำนวนมากต้องไร้ที่อยู่อาศัย กองกำลังป้องกันประเทศต้านทานเอาไว้ไม่อยู่แล้ว"
"แต่ว่า... แต่ทำไมท่านถึงยังไม่ยอมออกคำสั่งเรียกระดมกองทัพชั้นยอดจากแดนเหนือกลับมาปราบกบฏล่ะคะ? ท่านก็รู้ว่านั่นคือกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของอลาบาสตาเรานะ!"
"9 กองเรือรบ"
"3 กองทัพใหญ่"
"16 กองพลน้อยทหารอากาศ"
"13 อัศวินหมู่ดาว"
"ด้วยกองทหารชั้นยอดเหล่านี้... มันยังไม่พอที่จะปราบปรามกบฏในประเทศอีกงั้นเหรอคะ?"
วีวี่ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมผู้เป็นพ่อที่รักประชาชนดั่งลูกในไส้มาตลอด ถึงได้ลังเลในยามที่อาณาจักรอลาบาสตากำลังเผชิญกับความเป็นความตายเช่นนี้?
"ชั้นยอดงั้นเหรอ?"
โคบร้าแค่นหัวเราะ ดวงตาที่มักจะอ่อนโยนอยู่เสมอ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอย สีหน้าของเขาหนักอึ้งราวกับถูกภูเขาทั้งลูกกดทับเอาไว้
"วีวี่ ลูกยังเด็กเกินไป เด็กเกินกว่าที่จะเข้าใจถึงด้านมืดของโลกใบนี้"
"ลูกคิดว่าพ่อไม่อยากช่วยประชาชนงั้นเหรอ? ลูกคิดว่าพ่อไม่อยากปราบกบฏให้สงบลงเดี๋ยวนี้เลยหรือไง? แต่พ่อทำไม่ได้... พ่อจะเรียกกองทัพแดนเหนือมาปราบกบฏไม่ได้เด็ดขาด!"
"ทำไมถึงทำไม่ได้คะ?" วีวี่ก้าวเข้าไปใกล้พร้อมกับตั้งคำถามเสียงดัง
"เพราะคนที่กองทัพแดนเหนือสวามิภักดิ์ด้วย ไม่ใช่ราชวงศ์เนเฟอร์ตาลีของเรา แต่คนที่พวกเขาสวามิภักดิ์ด้วยคือ... คาร์เลน!"
ตอนที่โคบร้าเอ่ยชื่อนี้ออกมา น้ำเสียงของเขาก็แฝงไปด้วยความหนักใจที่ยากจะสังเกตเห็น
วีวี่ชะงักไปครู่หนึ่ง แน่นอนว่าเธอเคยได้ยินชื่ออันเป็นตำนานของคาร์เลนมาก่อน
ทาบลี คาร์เลน
อายุ 14 ปี สมัครเข้าเป็นทหาร
ปราบโจรทะเลทราย จับกุมโจรสลัด กวาดล้างแก๊งมาเฟีย ปราบปรามกบฏ สร้างผลงานทางทหารอันโดดเด่นมากมาย
อายุ 15 ปี ได้รับการเลื่อนยศเป็นผู้บัญชาการกองทัพ
อายุ 16 ปี ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้ว่าการแดนเหนือ
จากนั้นเขาใช้เวลาถึง 6 ปีเต็ม ในการพลิกโฉมแดนเหนือที่เคยแห้งแล้งและยากจนที่สุดของอาณาจักรอลาบาสตา ให้กลายเป็นพื้นที่ที่ร่ำรวยเป็นอันดับต้นๆ ของโลกในปัจจุบัน
ไม่ว่าจะเป็นด้านเทคโนโลยี ความแข็งแกร่งทางทหาร โครงสร้างพื้นฐาน หรือความเป็นอยู่ของประชาชน ล้วนเรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งแบบทิ้งห่าง
แม้กระทั่งทางรัฐบาลโลก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาก็ยังเพิ่มความร่วมมือกับเขาอย่างต่อเนื่อง
"ท่านพ่อ ผู้ว่าการคาร์เลนไม่ใช่ข้าราชบริพารของอาณาจักรอลาบาสตาหรอกเหรอคะ? การเรียกตัวเขามาปราบกบฏ ก็เป็นหน้าที่ที่เขาต้องทำอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง!"
"หน้าที่งั้นเหรอ?" โคบร้าโบกมือ "วีวี่ ลูกยังเด็กเกินไป ลูกมองเห็นแค่เปลือกนอก แต่ยังมองไม่เห็นสิ่งซ่อนอยู่ที่อยู่ลึกลงไปกว่านั้น!"
"ทาบลี คาร์เลน เป็นคนที่มีความทะเยอทะยานสูง เขารับฟังแต่คำสั่งที่ตัวเขาสนใจ แต่ไม่ยอมรับคำสั่งการอย่างเป็นทางการ เขาจ้องจะฮุบเมืองหลวงมาตั้งนานแล้ว"
"ตอนนี้ในประเทศเกิดกบฏขึ้นทุกหนแห่ง มีทั้งศึกในและภัยคอก สิ่งที่เจ้านั่นขาดไปในตอนนี้ ก็คือข้ออ้างที่ชอบธรรมในการนำทัพเข้าสู่เมืองหลวง"
"ทันทีที่พ่อออกคำสั่ง เรียกกองทัพแดนเหนือลงใต้มาปราบกบฏ ลูกเชื่อไหมว่าเขาจะต้องนำทัพมาด้วยตัวเองอย่างแน่นอน?"
"และเมื่อถึงเวลานั้น... สิ่งที่คาร์เลนจะปราบปราม ก็ไม่ใช่กลุ่มกบฏในประเทศหรอกนะ แต่เป็นรากฐานของราชวงศ์เนเฟอร์ตาลีของเราต่างหาก!"
สีหน้าของวีวี่ซีดเผือดลงทันที "ท่านพ่อ... ท่านหมายความว่า?"
"เขาจะใช้ข้ออ้างในการปราบกบฏเข้าควบคุมกองกำลังป้องกันของอัลบาร์นา กักบริเวณราชวงศ์ รวบรวมกองทัพจากทั่วทุกสารทิศ แล้วสุดท้ายก็กลืนกินอลาบาสตาทั้งประเทศไปในคราวเดียว"
โคบร้าพยักหน้า "ลูกพูดถูก เมื่อถึงเวลานั้น... พวกเราไม่ได้ตายด้วยน้ำมือของกองทัพกบฏหรอก แต่จะตายเพราะการก่อกบฏของกองทัพต่างหาก และทั้งอาณาจักรก็จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่อาจหวนคืนได้อีกต่อไป!"
"คาร์เลนรอคอยวันนี้มานานเกินไปแล้ว หากกองทัพแดนเหนือชั้นยอดพวกนั้นเหยียบย่างเข้ามาในเมืองหลวงเมื่อไหร่ เกรงว่าพวกเขาจะไม่มีวันจากไปอีกเลย!"
นี่มัน...
จะเป็นไปได้ยังไง...
วีวี่เซถอยหลังไปหนึ่งก้าว เธอเอามือปิดปากด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เธอไม่เคยคิดเลยว่า การที่ผู้เป็นพ่อไม่ยอมเคลื่อนทัพ ไม่ใช่เพราะความขี้ขลาด หรือความเย็นชา แต่เขากำลังใช้ชะตากรรมของราชวงศ์เนเฟอร์ตาลีทั้งราชวงศ์เป็นเดิมพัน เพื่อปกป้องปราการด่านสุดท้ายเอาไว้อย่างสุดชีวิต
ด้านหนึ่งคือความวุ่นวายที่ยากจะควบคุม
อีกด้านหนึ่งคือกลุ่มทหารแดนเหนือที่จ้องตะครุบเหยื่อและพร้อมจะแว้งกัดเจ้านายได้ทุกเมื่อ
จะเดินหน้าหรือถอยหลังก็มีแต่ตาย
โคบร้าหลับตาลงด้วยความเหนื่อยล้า ใบหน้าที่เหี่ยวย่นเต็มไปด้วยความหมดหนทาง
เขาเดิมพันไม่ได้ และไม่มีสิทธิ์เดิมพัน
การเรียกกลุ่มอำนาจทหารแดนเหนือมาปราบกบฏ ก็ไม่ต่างอะไรกับการดื่มยาพิษเพื่อดับกระหาย
ต่อให้อาณาจักรจะวุ่นวายแค่ไหน ราชวงศ์เนเฟอร์ตาลีจะตกอยู่ในอันตรายเพียงใด ก็จะให้เหตุผลในการนำทัพเข้าเมืองหลวงแก่ไอ้คนมักใหญ่ใฝ่สูงนั่นไม่ได้แม้แต่นิดเดียว
ภายในโถงประชุมเงียบกริบ เสียงพายุทรายพัดคำรามอยู่ด้านนอกหน้าต่าง เปรูผู้เงียบขรึมมาตลอดก็ส่ายหัว เขาก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าวแล้วพูดเกลี้ยกล่อมทันที
"องค์หญิงวีวี่ อย่าหลงกลชื่อเสียงจอมปลอมของคาร์เลนเลยครับ เจ้านั่นเบื้องหลังมันก็แค่คนเลวทรามต่ำช้าคนหนึ่งเท่านั้น!"
วีวี่ชะงักไปและเงยหน้ามองเปรู
"ท่านคิดว่าคาร์เลนเป็นวีรบุรุษที่ทุกคนเคารพยกย่องงั้นเหรอครับ?"
"ไม่เลย... ท่านคิดผิดแล้ว!"
"ตอนที่เขาเลื่อนยศเป็นผู้บัญชาการกองทัพ ไม่รู้ว่าเขาจ่ายเงินใต้โต๊ะไปกี่เบลี และส่งผู้หญิงไปให้พวกขุนนางเหล่านั้นตั้งเท่าไหร่"
"ถ้าไม่ใช่เพราะปีที่แล้วดยุกกอรีฟถูกจับกุมข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกบฏ แล้วเราค้นเจอหลักฐานการฮั้วกันของพวกมันจากในบ้านของเขา พวกเราก็คงถูกหลอกไปอีกนาน"
"ถ้าองค์หญิงวีวี่ไม่เชื่อ ตอนนี้ก็สามารถไปตรวจสอบแฟ้มคดีและข้อมูลที่เรารวบรวมมาได้ในช่วงหลายปีนี้ดูสิครับ"
"ฆ่าคนชิงทรัพย์ บังคับคนดีไปค้าประเวณี โจมตีเพื่อนร่วมงาน ค้ามนุษย์ ค้าอาวุธสงคราม ทดลองมนุษย์ ปล้นสะดมกองคาราวานสินค้าต่างแดน..."
"เรื่องพวกนี้มีเรื่องไหนบ้างที่ไม่มีร่องรอยให้สืบตาม?"
"กระหม่อมถึงขั้นสงสัยว่า เจ้านั่นอาจจะสมรู้ร่วมคิดกับคร็อกโคไดล์ด้วยซ้ำ เรื่องผงเต้นรำบางทีอาจจะมีเงาของเขาชักใยอยู่เบื้องหลังก็ได้!"
...
หลังจากพูดจบ เปรูผู้ใช้พลังผลนกเหยี่ยวก็ถอยกลับไปยืนตำแหน่งเดิมเงียบๆ
แม้เขาจะไม่สันทัดเรื่องการเมือง แต่การติดตามรับใช้กษัตริย์โคบร้า ทำให้เขาซึมซับเรื่องราวสกปรกเบื้องลึกเบื้องหลังในประเทศมาไม่น้อย
เมื่อก่อนเปรูก็เคยคิดว่าคาร์เลนเป็นเสาหลักที่ค้ำจุนอาณาจักรอลาบาสตา เป็นแม่ทัพที่มีชื่อเสียงดีงามขนาดนี้ จะเป็นขุนนางกังฉินไปได้อย่างไร?
แต่เมื่อค้นพบสมุดบัญชี หอยทากสื่อสารบันทึกเสียง... และหลักฐานการทุจริตร่วมกันระหว่างคาร์เลนกับบรรดาขุนนางจากบ้านของดยุกกอรีฟ โลกทัศน์ของเขาก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
จิตใจของคนเรา... มันจะมืดบอดได้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ?
ทั้งขุนนาง เจ้าหน้าที่ พ่อค้า มาเฟีย และกองทัพของอาณาจักรอลาบาสตา ล้วนมีเงาของคาร์เลนคอยชักใยอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น
กว่าที่พวกเราจะรู้ตัว ประเทศนี้ก็ถูกพวกปลิงดูดเลือดพวกนั้นกัดกินจนกลวงดั่งไม้ผุไปเสียแล้ว
ถ้าขยับเพียงนิดเดียวก็อาจพังครืนลงมาทั้งระบบ ไม่ใช่ว่ากษัตริย์โคบร้าไม่อยากจัดการพวกปลิงเหล่านั้น
แต่เขาทำไม่ได้ และขยับตัวไม่ได้เลย
แม้กระทั่งคนในพระราชวัง ก็ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่แอบรับสินบนและฟังคำสั่งของทาบลี คาร์เลนอย่างลับๆ