เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 บทสรุป

บทที่ 38 บทสรุป

บทที่ 38 บทสรุป


บทที่ 38 บทสรุป

พระจันทร์สว่างแขวนลอยสูงเด่น รอบด้านเงียบสงัดไร้สรรพเสียง

ภายในห้องหนังสือของตระกูลกู้

แสงเทียนวูบไหว สาดส่องกระทบใบหน้าที่ซีดเผือดของขงเจี๋ย

การปรากฏตัวอย่างกะทันหันของฉู่อวิ๋นเกอ ทำให้สายลมยามวิกาลหนาวเหน็บขึ้นกว่าเดิม

ขงเจี๋ยฝืนข่มอาการใจสั่นเอาไว้ ทว่าปลายพู่กันกลับไม่หยุดชะงัก

เดิมทีฉู่อวิ๋นเกอรู้สึกเคียดแค้นต่อการทรยศของขงเจี๋ยเป็นอย่างมาก แทบอยากจะสับร่างของมันให้แหลกเป็นหมื่นๆ ชิ้น

ทว่าในยามนี้เขากลับเยือกเย็นเป็นอย่างยิ่ง เพียงแค่มองดูมันจารึกแผ่นหยกบันทึกอยู่อย่างเงียบๆ

ทั้งสองคนต่างนิ่งเงียบไม่เอื้อนเอ่ยคำใด มีเพียงเสียงสลักแผ่นหยกบันทึกดังก้องอยู่ในห้องที่เงียบสงัดแห่งนี้

คลื่นลมสงบก่อนพายุใหญ่จะมาเยือน...

ผ่านไปเนิ่นนาน

ขงเจี๋ยจรดพู่กันเขียนอักษรตัวสุดท้ายเสร็จสิ้น ก็วางพู่กันหยกในมือลงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นด้วยสีหน้าราบเรียบ

"ในเมื่อใต้เท้าฉู่สามารถมาปรากฏตัวอยู่ในตระกูลกู้ได้ คงจะเป็นเพราะท่านผู้สืบทอดอนุญาตให้มาเอาชีวิตของข้าน้อยแล้วสินะ"

ฉู่อวิ๋นเกอไร้ซึ่งอารมณ์บนใบหน้า เขาพยักหน้ารับอย่างไม่แยแส

เปลวเทียนวูบไหว เสียงลมพัดนอกหน้าต่างยิ่งโหมกระหน่ำแรงขึ้น

ฉู่อวิ๋นเกอมองดูอีกฝ่าย

คนที่กำลังจะตายด้วยน้ำมือของตนผู้นี้ บนใบหน้ากลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว ไม่มีการอ้อนวอนขอชีวิต และไม่มีแม้แต่ความหวั่นไหวใดๆ

ขงเจี๋ยนั่งตัวตรงแหน่วอยู่หลังโต๊ะหนังสือเช่นนั้น

ปลายนิ้วที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อของขงเจี๋ยงอเข้าหากันเล็กน้อย กลางฝ่ามือมีเหงื่อเย็นผุดซึม ทว่าสีหน้ากลับยังคงดูนิ่งสงบ

เขาช้อนตาขึ้นมองฉู่อวิ๋นเกอ น้ำเสียงราบเรียบไร้ระลอกคลื่น

"หากใต้เท้าฉู่มีข้อสงสัยใด ขงเจี๋ยผู้นี้พร้อมจะตอบทุกอย่างที่รู้"

"แต่หากไม่มีสิ่งใดสงสัยแล้ว ก็ลงมือได้เลย"

"ระหว่างเจ้ากับข้า ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีก"

"ตั้งแต่ตอนที่เจ้าเปิดโปงการมีอยู่ของวังเหมันต์จันทราให้ท่านผู้สืบทอดรู้ เคยคิดถึงจุดจบในวันนี้บ้างหรือไม่?"

เมื่อได้ยินประโยคนี้ ขงเจี๋ยก็รู้ทันทีว่าโอกาสพลิกสถานการณ์มาถึงแล้ว

แม้ภายในใจจะยังคงเคลือบแคลง ว่าท้ายที่สุดแล้วเสิ่นอี้เดาได้อย่างไรว่าวังเหมันต์จันทราคือผู้อยู่เบื้องหลัง?

ทั้งๆ ที่ตัวเขาเองก็ปลอมตัวได้แนบเนียนถึงเพียงนี้แล้วแท้ๆ

"ตั้งแต่ต้นจนจบ ข้าไม่เคยปริปากบอกเรื่องวังเหมันต์จันทราให้ใครในตระกูลกู้รู้เลยแม้แต่คนเดียว"

"หึ..."

"นั่นมันก็แค่คำแก้ตัวของเจ้าฝ่ายเดียวเท่านั้น"

ฉู่อวิ๋นเกอแค่นหัวเราะ

คิดจริงๆ หรือว่าข้าจะหลงกลเจ้าอีก?

ขงเจี๋ยไม่ได้รีบร้อนแก้ตัว

เขาเพียงถอนหายใจออกมาเบาๆ เงยหน้าขึ้น สบตากับฉู่อวิ๋นเกอตรงๆ แล้วเอ่ยทีละคำ

"ใต้เท้าฉู่ลองคิดดูสักนิด การเปิดโปงวังเหมันต์จันทรา มันมีผลประโยชน์อันใดต่อตัวข้ากัน?"

ฉู่อวิ๋นเกอไม่ได้ต่อบทสนทนา

ขงเจี๋ยจึงเอ่ยต่อไปด้วยจังหวะที่ไม่ช้าไม่เร็ว ทว่ามีเหตุมีผลชัดเจน

"การเปิดเผยเรื่องนี้ออกมา จะทำให้ข้าได้ผลประโยชน์อะไรหรือ?"

"หากจุดประสงค์ที่แท้จริงของวังเหมันต์จันทราถูกแฉออกไป"

"จุดจบก็มีเพียงตระกูลกู้ ตำหนักอมตะ และวังเหมันต์จันทราต้องสู้กันจนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่งเท่านั้น"

"แต่หากปิดบังเรื่องนี้เอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นกับตระกูลกู้ หรือวังเหมันต์จันทรา ล้วนยังมีทางหนีทีไล่ให้ทั้งสองฝ่าย"

"ใต้เท้าฉู่..."

"ท่านเป็นคนฉลาด ลองคิดดูสิว่า ข้ามีเหตุผลอะไรที่จะต้องเปิดโปงวังเหมันต์จันทรา?"

ภายในห้องหนังสือตกอยู่ในความเงียบงันถึงขีดสุด

ฉู่อวิ๋นเกอยืนนิ่งอยู่กับที่ หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

เขาจำใจต้องยอมรับว่า...

สิ่งที่ขงเจี๋ยพูดมานั้นมีเหตุผล

ตราบใดที่กู้ชิงเสวี่ยยังไม่รู้เรื่อง ด้วยความรู้สึกที่นางมีต่อวังเหมันต์จันทรา ย่อมไม่มีทางทอดทิ้งวังเหมันต์จันทราไปง่ายๆ แน่นอน

หากเป็นเช่นนั้น พวกเขาก็ยังคงสามารถเกี่ยวดองกับตำหนักอมตะต่อไปได้

"ดูเหมือนว่า ข้าจะเข้าใจเจ้าผิดไปสินะ?"

แววตาของฉู่อวิ๋นเกอสั่นไหว ฝ่ามือแอบรวบรวมพลังปราณอย่างเงียบเชียบ

พลังปราณกลางฝ่ามือรวมตัวกันฉับพลัน เปล่งประกายเจิดจ้า คลื่นพลังม้วนตัวดุจเกลียวคลื่น ทำเอาทั่วทั้งห้องหนังสือถึงกับสั่นสะเทือน

ปราณฝ่ามือเกรี้ยวกราดที่แฝงไปด้วยจิตสังหารเยือกเย็น พุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าของขงเจี๋ยอย่างจังด้วยพลังทำลายล้างที่น่าครั่นคร้าม

ขงเจี๋ยไม่แม้แต่จะหลบเลี่ยง กระทั่งดวงตาก็ไม่กะพริบเลยสักนิด...

เขากำลังเดิมพัน เดิมพันกับโอกาสที่จะได้พลิกสถานการณ์

ลมฝ่ามือหยุดชะงักลงห่างจากใบหน้าของขงเจี๋ยเพียงสองชุ่น ลมปราณที่ปะทะเข้ามาทำเอาเส้นผมของเขาปลิวไสว ทว่ากลับไม่ได้ทำอันตรายเขาเลยแม้แต่น้อย

ขงเจี๋ยลอบยิ้มอยู่ในใจ

ปลาติดเบ็ดแล้ว

"ขอบพระคุณใต้เท้าฉู่ที่ไว้ชีวิต"

ขงเจี๋ยมีสีหน้าราบเรียบ ค้อมตัวลงเล็กน้อย

ฉู่อวิ๋นเกอชักฝ่ามือกลับ พลางถอยหลังไปหนึ่งก้าว

จู่ๆ เขาก็ตระหนักถึงจุดหนึ่งที่ฟังไม่ขึ้น

"เจ้าไม่ได้หักหลังวังเหมันต์จันทราอย่างเห็นได้ชัด"

"เช่นนั้นการที่เจ้าอยู่ต่อหน้าเสิ่นอี้ ก็ถือว่ามีความดีความชอบไร้ซึ่งความผิด แล้วเหตุใดเขาถึงไม่ห้ามข้าไม่ให้มาฆ่าเจ้าเล่า?"

"ยิ่งไปกว่านั้น..."

"ยังยินยอมให้ข้าลงมืออีกต่างหาก?"

เรื่องนี้มันฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด

ด้วยนิสัยการกระทำของเสิ่นอี้ ตราบใดที่ขงเจี๋ยยังมีคุณค่าให้หลอกใช้

เขาย่อมไม่มีทางปล่อยให้ตนมาเอาชีวิตขงเจี๋ยไปง่ายๆ แน่นอน

เว้นเสียแต่ว่า...

เว้นเสียแต่ว่าเสิ่นอี้จะอยากให้ขงเจี๋ยตายอยู่แล้วตั้งแต่แรก

แต่เพราะเหตุใดกันล่ะ?

ขงเจี๋ยแสร้งยิ้มอย่างขมขื่น ก่อนจะจัดแจงเสื้อผ้าให้เข้าที่

"บางที..."

"อาจเป็นเพราะข้าไปล่วงเกินท่านผู้สืบทอดเข้ากระมัง"

ขงเจี๋ยถอดถอนหายใจ

ก่อนจะเริ่มอธิบายว่าตนเองยืมอำนาจของตำหนักอมตะและตระกูลเสิ่นมาหาผลประโยชน์ให้ตระกูลกู้ได้อย่างไร

"ไม่นึกเลยว่าสุดท้ายแล้วจะต้องมาจบเห่เช่นนี้"

"ท่านผู้สืบทอดต้องการจะกำจัดข้าทิ้ง แต่ไม่อยากลดตัวลงมาจัดการเอง จึงอยากจะยืมดาบฆ่าคน"

"ใต้เท้าฉู่ ท่านตกหลุมพรางของท่านผู้สืบทอดเข้าให้แล้ว"

ขงเจี๋ยรำพึงรำพันขึ้นมาอีกประโยคหนึ่ง ท่าทางดูเผินๆ เหมือนพูดลอยๆ คล้ายกับกำลังพึมพำกับตัวเอง

"หากข้ากับเสิ่นอี้มีจุดเริ่มต้นที่เหมือนกัน ข้าก็อาจจะประลองปัญญาหักเหลี่ยมเฉือนคมกับเขาได้สูสีทีเดียว"

"ที่เขาเก็บข้าไว้ไม่ได้ บางทีอาจเป็นเพราะกลัวว่าข้า..."

ผู้พูดเหมือนไร้เจตนา แต่ผู้ฟังกลับเก็บไปคิดเป็นตุเป็นตะ

ในใจของฉู่อวิ๋นเกอพลันเกิดความคิดหนึ่งผุดขึ้นมา...

หากให้ขงเจี๋ยทำสัญญาทาส...

ใช้พลังปราณเป็นสื่อนำ ใช้หยดเลือดบริสุทธิ์เป็นพันธสัญญา กุมชีวิตของขงเจี๋ยเอาไว้ในกำมือของตน

เพียงแค่พลิกฝ่ามือ ก็สามารถทำให้มันอยู่สู้ตายมิสู้เป็นได้

หากเป็นเช่นนี้ ก็ไม่ต้องกลัวว่ามันจะทรยศ และยิ่งไม่ต้องกลัวว่ามันจะเล่นตุกติกอะไรอีก

คนที่มีสติปัญญาไม่ด้อยไปกว่าเสิ่นอี้ หากสามารถดึงมาใช้ประโยชน์ได้...

ฉู่อวิ๋นเกอเกือบจะเอ่ยปากออกมาแล้ว...

ทว่าในพริบตาที่เกิดแสงสว่างวาบในหัว เขาก็นึกถึงคำพูดก่อนจากไปของเสิ่นอี้ขึ้นมาได้ เหงื่อเย็นเยียบพลันผุดพรายขึ้นมาทันที

"หากคิดจะฆ่าขงเจี๋ย ก็แค่ลงมือเสีย อย่าไปฟังมันพูดอะไรทั้งนั้น"

อย่าไปฟังมันพูดอะไรทั้งนั้น

อย่าไปฟังมันพูดอะไรทั้งนั้น

ฉู่อวิ๋นเกอรู้สึกได้เพียงความหนาวเหน็บสายหนึ่งที่พุ่งพล่านขึ้นมาจากแผ่นหลัง ลามเลียไปตามกระดูกสันหลังจนถึงท้ายทอย

เมื่อครู่นี้ตนเองกำลังทำอะไรอยู่?

ตนกำลังฟังขงเจี๋ยพูด

ตนกำลังถูกขงเจี๋ยจูงจมูกอยู่

ตั้งแต่คำว่า "ข้าไม่เคยหลุดปากเรื่องวังเหมันต์จันทรา" ไปจนถึงคำว่า "ท่านถูกเสิ่นอี้หลอกใช้แล้ว" และลามไปจนถึงประโยคที่ดูเหมือนไม่ได้ตั้งใจอย่าง "หากข้ากับเสิ่นอี้มีจุดเริ่มต้นที่เหมือนกัน"

ทุกย่างก้าว ล้วนถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี ทุกคำพูด ล้วนมีไว้เพื่อชักนำตนไปสู่ทิศทางที่มันต้องการ

ให้ขงเจี๋ยทำสัญญาทาสอย่างนั้นหรือ?

ขงเจี๋ยมันเป็นคนดีนักหรืออย่างไร?

คนที่สามารถปั่นหัวลูกหลานตระกูลใหญ่ให้อยู่ในกำมือได้ จะยอมถูกผูกมัดด้วยสัญญาเพียงแผ่นเดียวง่ายๆ งั้นหรือ?

จะยอมให้ใครมากุมชะตาชีวิตของตนเองงั้นหรือ?

ต่อให้ทำสัญญาไปแล้ว ด้วยเล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงของมัน มีหรือจะหาวิธีทำลายสัญญาไม่ได้? หาวิธีตลบหลังไม่ได้?

ฉู่อวิ๋นเกอรู้สึกว่าตัวเองช่างเหมือนหุ่นกระบอกชักใย

ที่ถูกสองคนฉลาดอย่างเสิ่นอี้และขงเจี๋ยดึงไปดึงมาจนเย็นวาบไปทั้งแผ่นหลัง

ความโกรธเกรี้ยวที่ถูกชักใยเช่นนี้ยิ่งกระตุ้นจิตสังหารของเขาให้รุนแรงขึ้น ทว่าสีหน้าของเขากลับไม่แสดงอาการใดๆ ออกมา

"เจ้าพูดถูก ฆ่าเจ้าไปก็คงน่าเสียดาย"

"หากเจ้ายอมทำสัญญาทาสล่ะก็..."

ขงเจี๋ยหลงคิดว่าแผนการสำเร็จ ภายในใจลอบดีใจว่าตนรอดตายแล้ว มุมปากถึงกับยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่ยากจะสังเกตเห็น

ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากตอบรับ กลับเห็นประกายแสงเย็นเยียบพาดผ่านดวงตาของฉู่อวิ๋นเกอ

เหตุไม่คาดฝันพลันบังเกิด...

ฉู่อวิ๋นเกอลงมืออย่างฉับพลัน ปราณฝ่ามือทะลวงผ่านหน้าอก สังหารอีกฝ่ายสิ้นชีพในพริบตาเดียว

พรวด…!

เลือดสดๆ ย้อมโต๊ะหนังสือจนกลายเป็นสีแดงฉาน

ขงเจี๋ยเบิกตากว้าง แววตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

ตนเองมีพรสวรรค์เป็นเลิศ ปั่นหัวลูกหลานตระกูลใหญ่ได้ตามใจชอบ วางแผนการไม่มีพลาด

เหตุใด... เหตุใดถึงต้องมาจบชีวิตลงเช่นนี้?

"ก็เพราะว่า..."

"คนฉลาดมักจะตายไวน่ะสิ"

ร่างของขงเจี๋ยอ่อนยวบ ทรุดฮวบลงกองกับพื้น สิ้นลมหายใจในทันที

ณ เงามืดตรงมุมกำแพง ดวงตาคู่หนึ่งได้จ้องมองเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบ

เงามืดนั้นค่อยๆ คืบคลาน เคลื่อนตัวมุ่งหน้าไปยังทิศทางของห้องนอนกู้ชิงเสวี่ยอย่างช้าๆ

จบบทที่ บทที่ 38 บทสรุป

คัดลอกลิงก์แล้ว