- หน้าแรก
- ผู้จัดการโรงแรมอาถรรพ์
- ตอนที่ 15 คนมาแทนที่
ตอนที่ 15 คนมาแทนที่
ตอนที่ 15 คนมาแทนที่
"พลิกโผทั้งหมด! ข้อสันนิษฐานก่อนหน้านี้ของพวกเรากลับตาลปัตรไปหมดเลย!"
จี้หลี่เผชิญหน้ากับผู้หญิงที่เผยร่างจริงของวิญญาณร้ายออกมาอย่างสมบูรณ์ พวกเขาสบตากันผ่านบานกระจกหน้าต่างที่ขวางกั้น
เขายังแอบเห็นแววตาเย้ยหยันซ่อนอยู่ในดวงตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชังของมัน!
"พวกเราเข้าใจผิดมาตั้งแต่แรก! ผีผู้หญิงตัวนี้ต่างหาก... ที่เป็นเจ้าของห้อง 701 ตัวจริง!"
ตอนที่บุคลิกที่สองโพล่งประโยคนี้ออกมา น้ำเสียงของมันก็สั่นสะท้าน มันไม่เคยคาดคิดเลยว่าเรื่องราวจะพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ถึงขนาดนี้!
"เป็นความผิดพลาดเพราะความเชื่อฝังหัว! ทุกคนต่างคิดว่าพฤติกรรมถ้ำมอง เป็นความวิปริตที่ผู้ชายกระทำต่อผู้หญิง แต่ในภารกิจครั้งนี้... มันกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง! เจ้าของห้อง 701 คือผู้หญิงโรคจิต! ไดอารี่ถ้ำมองของมันเต็มไปด้วยความรักอันบิดเบี้ยวที่มีต่อชายโสดห้อง 702! ของใช้ในห้องน้ำ เสื้อผ้าผู้ชายในตู้เสื้อผ้า ต้องเป็นของที่มันขโมยมาจากห้องของไอ้เสื้อกันฝนแน่ ๆ! ในไดอารี่เขียนไว้ว่า ตุ๊กตาหมีหน้าประตูห้อง 702 กับลายบนเคสมือถือเป็นของเข้าคู่กัน นี่แหละคือหลักฐานชิ้นสำคัญ! ไอ้เสื้อกันฝนถูกแทงบาดเจ็บได้ เลือดไหลได้ วิ่งหนีเป็น เขามีกุญแจห้อง 702 แต่กลับเข้ามาในห้อง 701 ไม่ได้… นั่นก็เพราะว่า... เขาคือมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ยังไงล่ะ! พวกเราถูกฉากฆาตกรรมนั่นหลอกตาเข้าอย่างจัง พาให้คิดไปว่าเหยื่อคือเจ้าของห้อง 702 ส่วนฆาตกรคือวิญญาณร้ายห้อง 701! แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่เราเห็น... ไม่ใช่ภาพฉายซ้ำที่มันสร้างขึ้นมาเลยสักนิด!"
บุคลิกที่สามอธิบายภาพรวมของเรื่องราวทั้งหมดออกมาท่ามกลางสายลม ยิ่งพูดยิ่งเสียงดังกังวาน!
"ผีผู้หญิง... ไม่มีทางถูกฆ่าตายได้
ดังนั้นไอ้เสื้อกันฝนซึ่งเป็นเหยื่อตัวจริง ถึงต้องพยายามฆ่ามันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อยุติการตามรังควานอันแสนสยดสยองนี่!
และนี่... คือความจริงของภารกิจในครั้งนี้!"
ไม่ต้องรอให้บุคลิกที่สามพูดจบ จี้หลี่ก็กระจ่างแจ้งในทุกสิ่งตั้งแต่ตอนที่เห็นเคสมือถือกับโฉมหน้าที่แท้จริงของผีผู้หญิงแล้ว
เขาพ่นลมหายใจออกมายืดยาว จ้องมองผีผู้หญิงที่ยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียงด้วยสายตาลึกล้ำ ก่อนจะค่อย ๆ ถดตัวดึงร่างกลับมาที่ขอบหน้าต่างห้อง 701!
ทันทีที่จี้หลี่ปีนกลับเข้ามา เขาก็เห็นอวี๋กัวกับฟางเซิ่นเหยียนนั่งเฝ้าอยู่ที่ช่องถ้ำมอง ส่วนเฉาหยวนกลับนั่งพิงอยู่ข้างเตียง มือสุมกุมหน้าอก ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด
"พี่... พี่จี้... ช่วยผมด้วย..."
พอเฉาหยวนเห็นจี้หลี่กลับมา ประกายความหวังที่กำลังจะมอดดับลงก็ลุกโชนขึ้นอีกครั้ง เขาพยายามยื่นแขนออกไป ร้องเรียกชื่อจี้หลี่อย่างน่าสงสาร
อ้อนวอนขอให้ช่วยชีวิต…
แต่จี้หลี่กลับไม่แยแสเลยสักนิด เขาเดินตรงดิ่งไปหาฟางเซิ่นเหยียน... ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้แทน!
"ตอนที่ฉันไม่อยู่ เกิดอะไรขึ้น"
อวี๋กัวเม้มปาก ชำเลืองมองฟางเซิ่นเหยียน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะปริปากพูด จึงเป็นคนเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพวกเขาทั้งสามคนให้ฟังจนหมดเปลือก
แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้องนอนใหญ่ของ 701 เงาของจี้หลี่ ฟางเซิ่นเหยียน และอวี๋กัวทาบทับรวมกัน ราวกับหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
มีเพียงเงาร่างที่ขดตัวคุดคู้ของเฉาหยวนเท่านั้นที่ทอดตัวอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนพื้น โดยที่ปลายเงาด้านหนึ่งถูกจี้หลี่เหยียบเอาไว้
…
"เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แหละ" อวี๋กัวเล่าจนคอแห้งผาก ใจจริงอยากจะหาน้ำดื่มสักอึก แต่คิดไปคิดมาก็ช่างมันเถอะ
"ไอ้เสื้อกันฝนต้องไม่ใช่ผีแน่ ๆ พฤติกรรมของเขาดูยังไงก็คือมนุษย์ชัด ๆ!"
จี้หลี่พยักหน้ารับคำ จากนั้นก็นั่งขัดสมาธิลงกับพื้น แล้วเริ่มเล่าสิ่งที่เขาเห็นในห้อง 702 ให้ฟังบ้าง
พอได้ยินว่าเรื่องราวมันพลิกผันไปไกลสุดกู่ อวี๋กัวก็เด้งตัวลุกพรวดขึ้นมาจากพื้นทันที
"เชี่ยเอ๊ย! ผีตัวนี้มันซ่อนซะเนียนเลยเว้ย!"
แม้แต่ฟางเซิ่นเหยียนเองก็ยังลอบตกใจ ความจริงแล้วถ้าก่อนหน้านี้พวกเขาไม่บ้าบิ่นไปยั่วโมโหไอ้เสื้อกันฝนเข้า ก็คงไม่มีทางได้เห็นความจริงที่พลิกตาลปัตรขนาดนี้แน่!
เรียกได้ว่า การที่เรื่องราวดำเนินมาถึงจุดนี้ได้ เป็นสิ่งที่พวกเขาทุกคนคาดไม่ถึงจริง ๆ
แววตาของจี้หลี่ลึกล้ำยากจะคาดเดา ราวกับกลมกลืนเป็นเนื้อเดียวกับบรรยากาศรอบกาย
"ตอนนี้ยืนยันได้แล้วว่าไอ้เสื้อกันฝนคือคนเป็น ๆ การที่เขาพยายามฆ่าผีผู้หญิง ก็เพราะสภาพจิตใจถูกมันทรมานจนใกล้จะพังทลายเต็มทีแล้ว! ถ้าอย่างนั้น... มาถึงขั้นนี้แล้ว ทางรอดก็ดูเหมือนจะชัดเจนขึ้นมาแล้วล่ะ..."
จี้หลี่ระบายลมหายใจออกมายาวเหยียด ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ สถานะของไอ้เสื้อกันฝนถือว่าพิเศษมาก
ตอนที่ผีผู้หญิงยังมีชีวิตอยู่ เขาคือเป้าหมายที่มัน "โปรดปราน" มากที่สุด และแม้กระทั่งตอนที่มันตายไปแล้ว ก็ยังคงตามรังควานเขาอย่างไม่หยุดหย่อน
ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ ทำไมไอ้เสื้อกันฝนถึงสามารถเผชิญหน้ากับผีได้โดยตรง แถมยังลงมือฆ่ามันได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า โดยที่ตัวเองก็ยังรอดชีวิตมาได้!
อวี๋กัวเริ่มเดินวนไปวนมาอยู่กับที่อีกครั้ง สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว
นอกจากเฉาหยวนแล้ว อีกสามคนที่เหลือล้วนเป็นคนหัวไว เมื่อมาสุมหัวรวมกันแบบนี้ พวกเขาก็ตระหนักได้ในทันที
กุญแจสำคัญของทางรอด... ต้องซ่อนอยู่ในความพิเศษของไอ้เสื้อกันฝนอย่างแน่นอน!
"ทำไมล่ะ... ทั้งที่ไอ้เสื้อกันฝนก็รู้ว่าห้อง 702 มีผี แต่ทำไมเขาถึงยังต้องกลับไปที่นั่นครั้งแล้วครั้งเล่า"
ฟางเซิ่นเหยียนที่เงียบไปพักใหญ่เอ่ยถามขึ้นมา
จี้หลี่ช้อนตาขึ้นมองเขา คำถามนี้ก็เป็นจุดที่เขาเองก็คิดไม่ตกมาตลอดเช่นกัน
ตามหลักตรรกะทั่วไป ถ้ารู้ทั้งรู้ว่าบ้านตัวเองมีผีสิง แถมยังคอยตามรังควานไม่เลิก แล้วทำไมถึงยังดึงดันที่จะกลับไปห้อง 702 ซ้ำซากอยู่ได้?
หลังจากล่วงรู้ความจริง จี้หลี่ก็ปรึกษาหารือกับบุคลิกที่สามในหัวอยู่นาน
เขาพบว่าแม้ปริศนาส่วนใหญ่จะคลี่คลายลงแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายจุดที่ไม่อาจอธิบายได้
พฤติกรรมประหลาดของไอ้เสื้อกันฝนคือหนึ่งในนั้น
และอีกเรื่องก็คือ... 'คนมาแทนที่' คนที่หกที่ยังไม่โผล่หน้ามาเสียที จี้หลี่เชื่อมาตลอดว่าคนเป็นที่ซ่อนตัวอยู่จนถึงวินาทีสุดท้ายคนนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการไขคำตอบทั้งหมด
แต่จนถึงป่านนี้ เขาก็ยังมืดแปดด้าน
จี้หลี่ค่อย ๆ หยัดกายลุกขึ้นยืน หันไปมองท้องฟ้ายามราตรีที่มีแสงจันทร์สาดส่องและหมู่ดาวประปราย
"ข้อผูกมัด..."
จู่ ๆ คำคำนี้ก็ผุดขึ้นมาในหัว และเริ่มวนเวียนอยู่ในความคิดของเขา!
"พวกเราถูกบังคับให้มาทำภารกิจที่ห้อง 701 ต้องจำใจติดแหง็กอยู่ที่นี่เพื่อรอให้ผีมาล่าหัว ส่วนไอ้เสื้อกันฝนคนนั้น ก็กลับไปที่ห้อง 702 ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ต้องจำใจเผชิญหน้ากับการตามรังควานของผีผู้หญิง... มันจะมีจุดเชื่อมโยงที่เหมือนกันบ้างหรือเปล่านะ!"
ความคิดที่แล่นปลาบเข้ามานี้ดูข้ามขั้นไปสักหน่อย แต่มันกลับเชื่อมโยงถึงกันได้อย่างน่าประหลาด!
คนที่หกที่ไม่เคยปรากฏตัว... ความจริงแล้วเขาอาจจะปรากฏตัวออกมาแล้วก็ได้!
เมื่อลองเชื่อมโยงกับสถานะ 'คนเป็น' ของไอ้เสื้อกันฝน ซึ่งเป็นมนุษย์เพียงคนเดียวที่พวกเขาพบเจอในคืนนี้!
พนักงานคนที่หก... ไอ้เสื้อกันฝนที่ถูกข้อผูกมัดบางอย่างรั้งตัวไว้... การรอคอยอยู่ในสถานที่ทำภารกิจ!
ในพริบตานั้น จี้หลี่ก็ปะติดปะต่อเบาะแสอันยุ่งเหยิงในหัวเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็นภาพรวมที่ชัดเจน!
"แต่... มีจุดหนึ่งที่ฟังไม่ขึ้น ในอีเมลระบุไว้ชัดเจนว่าสถานที่ทำภารกิจคือห้อง 701 ถ้าไอ้เสื้อกันฝนเป็นพนักงานคนใหม่จริง ๆ งั้นตำแหน่งที่เขารออยู่ มันก็อยู่นอกเหนือขอบเขตของภารกิจแล้วสิ..."
ครู่ต่อมา จี้หลี่ก็สูดลมหายใจเข้าลึก ราวกับนึกถึงความเป็นไปได้บางอย่างขึ้นมาได้ในฉับพลัน!
ภายในห้อง 701 มีเพียงเสียงหอบหายใจของคนเป็นที่ยังเหลือรอด
โฉมหน้าที่แท้จริงของวิญญาณร้ายถูกเปิดเผยแล้ว หลังจากนี้ทุกคนล้วนมีสิทธิ์ตกเป็นเป้าหมายการโจมตี
ทางรอด... อยู่ตรงหน้านี้เอง ขาดอีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น
แต่แค่เพราะยังกระชากหน้ากากชิ้นสุดท้ายนี้ออกไม่ได้ มันก็เพียงพอแล้วที่จะนำพามหันตภัยมาสู่พวกเขา!
และในวินาทีนั้นเอง จี้หลี่ก็หันขวับไปมองเฉาหยวนที่นอนพิงขอบเตียงรวยรินใกล้ตาย!
เขาสาวเท้าเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว จังหวะก้าวเดินแฝงไว้ด้วยความหนักแน่นและมั่นใจอย่างเหลือล้น
เมื่อสายตาสี่คู่ประสานกัน นัยน์ตาของจี้หลี่ก็ทอประกายลึกล้ำบางอย่าง เขามองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและเว้าวอนของเฉาหยวน
ก่อนจะเน้นเสียงถามทีละคำอย่างชัดเจน "นาย... อยากรอดตายไหม!"