เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 การเข่นฆ่าซ้ำรอย

ตอนที่ 12 การเข่นฆ่าซ้ำรอย

ตอนที่ 12 การเข่นฆ่าซ้ำรอย


"ปัง... ปังปัง... ปังปังปัง!"

จังหวะการทุบประตูดังเป็นระเบียบ สิ่งที่อยู่ข้างนอกนั่นไม่รู้ว่าเป็นตัวอะไร ดูเหมือนว่านอกจากจะลงน้ำหนักมือรุนแรงแล้ว มันกลับไม่ได้แสดงท่าทีร้อนรนเลยสักนิด

เสียงประหลาดนี้เปรียบเสมือนตัวโน้ตมรณะท่ามกลางบรรยากาศอันแสนอึดอัด คอยกระชากลากถูเส้นประสาทของคนเป็นในห้องให้ตึงเครียดจนแทบขาดผึง

เผชิญหน้ากับแรงกดดันทางจิตใจอันมหาศาลขนาดนี้ จี้หลี่กลับไม่มีท่าทีลุกลนเลยแม้แต่น้อย

ดวงตาของเขาจ้องเขม็งไปที่เข็มนาฬิกาบนข้อมือ คอยจับเวลาทุกวินาที

"หลังจากผู้หญิงห้อง 702 ตายครบ 5 นาที เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น... ตรงเวลาเป๊ะเลย!"

ฟางเซิ่นเหยียนคอยจับตาดูปฏิกิริยาของจี้หลี่มาตลอด เขาขมวดคิ้วถาม "ทำไมนายถึงไม่รู้สึกกังวลเลยล่ะ"

จี้หลี่ส่ายหน้าเบา ๆ เขายืดหลังตรง มองดูสีหน้าย่ำแย่ของแต่ละคน ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ

"เส้นตาย... ปะทุขึ้นแล้วจริง ๆ แต่ฉันไม่คิดว่ามันจะปะทุแบบกวาดล้างหรอกนะ

ตามปกติแล้ว ภารกิจเพิ่งจะเริ่มมาได้แค่ชั่วโมงเดียว ต่อให้มันจะฆ่าคน โอกาสที่จะมีคนตายก็คงมีแค่คนเดียวเท่านั้น!

ที่สำคัญที่สุดคือ มันเอาแต่เคาะประตู จนถึงตอนนี้ก็เกือบจะ 2 นาทีแล้ว แต่กลับไม่ยอมเข้ามาข้างในเสียที…

ไม่ใช่ว่ามันเข้ามาไม่ได้ ก็แปลว่ามันกำลังรออะไรบางอย่างอยู่..."

"โอกาสหนึ่งในห้า..." มือที่ดันกรอบแว่นตาของฟางเซิ่นเหยียนสั่นเทาเล็กน้อย

ขนาดเขายังเป็นถึงขั้นนี้ ไม่ต้องพูดถึงเฉาหยวนและคนอื่น ๆ ที่ยิ่งตื่นตระหนกจนทำอะไรไม่ถูก

"นี่... แล้วมันรออะไรอยู่วะ" อวี๋กัวถามด้วยความกระวนกระวายใจ

จี้หลี่ลังเลไปครู่หนึ่ง ทว่าท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน เขากลับลุกพรวดขึ้นยืน แล้วเดินตรงดิ่งไปที่ประตู!

"คุณจะทำอะไรน่ะ"

จี้หลี่โบกมือปัดโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เขาสาวเท้าเข้าไปหาประตูเหล็กดัดสีดำทมิฬบานนั้น

สูบลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะแนบใบหน้าเข้ากับช่องตาแมว

ความรู้สึกในครั้งนี้คล้ายคลึงกับก่อนหน้านี้ ความเย็นเยียบแล่นวาบผ่านพวงแก้ม ภาพผ่านช่องตาแมวที่เคยพร่ามัวค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น

และในขณะเดียวกัน เสียงเคาะประตูกลับเงียบหายไปดื้อ ๆ ทันทีที่เขาเดินเข้าไปใกล้

และสิ่งที่จี้หลี่มองเห็นผ่านช่องตาแมว คือร่างของใครบางคนที่สวมเสื้อกันฝนสีทึบ…

ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู นิ่งสนิทไม่ไหวติง ราวกับว่ามีตาทิพย์มองทะลุเข้ามาเห็นจี้หลี่ที่กำลังถ้ำมองอยู่ด้านใน!

ฮู้ดของเสื้อกันฝนบดบังใบหน้าไปกว่าครึ่ง จี้หลี่ไม่อาจแยกแยะหน้าตาของคนคนนั้นได้ แต่จากรอยตอหนวดเคราหรอมแหรมบริเวณปลายคาง ก็พอจะดูออกว่า... เป็นผู้ชาย!

ภายใต้การจ้องมองของจี้หลี่ ใบหน้าครึ่งซีกนั้นค่อย ๆ ขยับเขยื้อน…

ทีละนิด ทีละนิด จนแสยะยิ้มที่ดูเร้นลับและลึกซึ้งออกมา

จี้หลี่ไม่เคยเห็นรอยยิ้มของใครที่ดูวิปริตและบิดเบี้ยวได้ขนาดนี้มาก่อน ผิวหนังบนใบหน้าราวกับถูกพลังที่มองไม่เห็นดึงทึ้ง บีบเค้นจนเกิดเป็นรอยยิ้มที่ฉีกขาดและฝืนธรรมชาติสุดขีด!

เขายิ่งมั่นใจมากขึ้นไปอีก ว่าผู้ชายข้างนอกนั่นสามารถมองทะลุบานประตูเข้ามาได้จริง ๆ!

เพราะหลังจากที่จี้หลี่เดินมาที่ประตู มันก็หันหลังกลับไปเปิดประตูห้อง 702 แล้วเดินเข้าไปหน้าตาเฉย!

จี้หลี่ค่อย ๆ ผละใบหน้าออกจากช่องตาแมว ขมวดคิ้วก้มหน้า นิ่งอึ้งจนพูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

"นายเห็นอะไร" เลนส์แว่นของฟางเซิ่นเหยียนสะท้อนแสงวาบ เขาถามคำถามที่ทุกคนกำลังตั้งตารอฟังคำตอบ

"ฉันเห็นผู้ชายคนหนึ่ง… มันน่าจะเป็นผี แต่กลับหันหลังเดินเข้าห้อง 702 ไปแล้ว..."

ทว่าพูดยังไม่ทันจบประโยค ลำคอของจี้หลี่ก็ตีบตันกะทันหัน!

ร่างกายของเขาแข็งทื่อไปชั่วขณะ ก่อนจะพุ่งพรวดไปกลางห้องนั่งเล่น แล้วใช้สองมือคว้าตัวติงเมี่ยวซินที่นอนกองอยู่บนพื้นขึ้นมา!

แต่ทว่าในเวลานี้ ร่างกายของติงเมี่ยวซินกลับอ่อนปวกเปียกราวกับเส้นบะหมี่ เขาแทบไม่ต้องออกแรงเลยด้วยซ้ำก็กระชากร่างของเธอขึ้นมาจากพื้นได้!

กระดูกทั่วร่างราวกับถูกบดขยี้จนแหลกละเอียด สิ่งที่จี้หลี่กำลังกำไว้ในมือ... คือซากศพที่เหลวเป๋วและไร้โครงค้ำจุน…

ติงเมี่ยวซิน... ตายแล้ว!

ฟางเซิ่นเหยียน อวี๋กัว และเฉาหยวน รีบกรูกันเข้ามามุงดู ไม่มีใครเตรียมใจรับมือกับการตายของติงเมี่ยวซินเลยสักนิด

ยิ่งตอนที่จี้หลี่บอกว่าผู้ชายข้างนอกนั่นเดินจากไปแล้ว พวกเขายังแอบลอบดีใจอยู่ลึก ๆ ด้วยซ้ำที่ไม่มีใครต้องมาตาย

แต่…

"ไม่มีแม้แต่เสียง ไม่โผล่เข้ามาในห้องด้วยซ้ำ แต่ติงเมี่ยวซินกลับตายไปดื้อ ๆ อย่างนี้นะ!" อวี๋กัวหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธแค้น เขาเตะโต๊ะกระจกจนล้มระเนระนาด!

ฟางเซิ่นเหยียนก้มหน้าสูบบุหรี่เงียบ ๆ ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือด

เฉาหยวนยิ่งแล้วใหญ่ ขอบตาของเขาแดงก่ำ เขาอยากจะก้าวไปรับร่างไร้วิญญาณของติงเมี่ยวซินมาอุ้มไว้ แต่กลับไม่มีความกล้าพอ

ในความคิดของเขา คนที่อยู่ใกล้ผีมากที่สุดตั้งแต่แรก... ควรจะเป็นเขาสิถึงจะถูก

ตอนที่เสียงเคาะประตูดังขึ้น เขาเอาแต่หนีเอาตัวรอด ไม่แม้แต่จะดึงติงเมี่ยวซินที่อยู่ข้าง ๆ ให้ลุกตามมาด้วยซ้ำ!

อวี๋กัวเป็นเพียงคนเดียวที่ก้าวเข้าไปรับร่างไร้วิญญาณนั้น เขาค่อย ๆ วางร่างของติงเมี่ยวซินลงบนโซฟา ก่อนจะหันขวับกลับมามองจี้หลี่

"ซองจดหมายกฎของผีที่คุณส่งให้พวกเรา ระบุประเภทของภารกิจไว้อย่างชัดเจนว่านี่คือภารกิจเอาตัวรอด แต่ในห้องที่กว้างไม่ถึงร้อยตารางเมตรแค่นี้... เป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะเอาชีวิตรอดผ่านคืนนี้ไปได้!"

หลังจากได้เห็นเพื่อนร่วมทีมตายไปต่อหน้าต่อตา ความทีเล่นทีจริงที่เคยมีก็อันตรธานหายไปจนสิ้น น้ำเสียงของเขาเจือความท้อแท้อย่างเห็นได้ชัด

จี้หลี่ขมวดคิ้วแน่น ไม่ปริปากพูดอะไรออกมา ความจริงแล้วในหัวของเขากำลังสับสนวุ่นวายถึงขีดสุด

มีหลายเรื่องเหลือเกินที่คิดไม่ตก เขารู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในห้อง 701 และ 702 นี้ มันมีความผิดปกติบางอย่างแฝงอยู่... เป็นความผิดปกติที่อธิบายเป็นคำพูดไม่ได้

ตอนนี้มั่นใจแล้วว่าไอ้โรคจิตนั่นก็คือผี แต่ทำไมมันถึงไม่ยอมเข้ามาในห้อง!

ทั้งที่มันเองก็เป็นเจ้าของห้องนี้ ย่อมต้องมีวิธีเปิดประตูเข้ามาได้อย่างแน่นอน แล้วทำไมถึงต้องใช้วิธีอ้อมค้อมซ่อนเงื่อนแบบนี้ในการฆ่าคนด้วย?

และอีกเรื่องที่ยังคงค้างคาอยู่ในใจของเขามาตลอด... สมาชิกคนที่หก!

ภารกิจเริ่มต้นมาเป็นชั่วโมงแล้ว แต่จนป่านนี้ 'คนมาแทนที่' อยู่ที่ไหนกันแน่!

ท่ามกลางความสิ้นหวังของอวี๋กัว ความเงียบงันของฟางเซิ่นเหยียน และความลุกลนของเฉาหยวน จี้หลี่ไม่มีทางเลือกอื่นใดที่จะพลิกสถานการณ์นี้ได้เลย

เขาลังเลอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยปากทำลายความเงียบ "ฉันว่าภารกิจครั้งนี้... ความจริงแล้วน่าจะมีพวกเราคนที่หกอยู่อีกคน..."

อวี๋กัวและเฉาหยวนขยับเข้ามาใกล้ ใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยความตกตะลึง

จี้หลี่เงยหน้าขึ้น ก่อนจะอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างที่เขารู้ออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

อวี๋กัวเดินวนไปวนมาอยู่กับที่ เขาครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะพึมพำออกมา "บางที... คนที่หกนี่อาจจะเป็นกุญแจสำคัญให้พวกเรารอดไปได้..."

จี้หลี่ล้วงหยิบบุหรี่ออกมาจากอกเสื้ออีกครั้ง สิ่งนี้จะช่วยจุดประกายความคิดให้กับเขาได้

ภายในห้องตอนนี้เหลือเพียงพนักงานชายสี่คน ท่ามกลางควันบุหรี่ที่ลอยคละคลุ้ง อวี๋กัวอ้าปากเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง

ทว่าทันใดนั้นเอง! ทุกคนกลับได้ยินเสียงกระแทกทึบ ๆ ดังลั่น... คล้ายกับมีของหนักบางอย่างถูกจับเหวี่ยงฟาดเข้ากับกำแพง!

"ห้องนอนใหญ่!"

จี้หลี่ได้สติเป็นคนแรก เขาสะบัดก้นบุหรี่ทิ้งแล้วพุ่งพรวดไปยังทิศทางของห้องนอนใหญ่ เขามั่นใจเต็มร้อยว่าเสียงนั้นดังมาจากห้อง 702 ที่อยู่ติดกันอย่างแน่นอน!

พนักงานชายทั้งสี่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในห้องนอนใหญ่ สายตาทุกคู่พุ่งเป้าไปที่กำแพงทิศตะวันออกโดยไม่ได้นัดหมาย

รูถ้ำมองรูนั้น... มีลำแสงสว่างวาบลอดออกมาอีกครั้ง! ชัดเจนว่าฝั่งห้อง 702 ถูกเปิดไฟขึ้นมาใหม่!

"ทำไม! ทำไม!"

"ฮืออ..."

จี้หลี่ได้ยินเสียงตวาดกร้าวของผู้ชาย สลับกับเสียงสะอื้นไห้ของผู้หญิง ยิ่งทำให้เขาสับสนจนแทบเป็นบ้า

ทว่าเวลาไม่คอยท่า เขาไม่มีเวลามานั่งคิดไตร่ตรองให้มากความ จี้หลี่ควักโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วจ่อเลนส์กล้องแนบเข้ากับรูถ้ำมองเหมือนคราวก่อน

ภาพที่ปรากฏในครั้งนี้คมชัดและสมบูรณ์กว่ารอบที่แล้วมาก ราวกับว่าเหตุการณ์เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

ภายใต้เลนส์ที่ให้โทนสีเย็นยะเยือก ท่ามกลางภาพที่สั่นไหว... เขาเห็นชายในชุดเสื้อกันฝนสีดำสนิท กำลังขึ้นคร่อมร่างหญิงสาวในชุดกระโปรงยาว สองมือซีดเผือดราวกับศพของมันกำลังบีบรัดลำคอเรียวระหงนั้นไว้อย่างเอาเป็นเอาตาย!

"เอาอีกแล้วเหรอ? ฆ่าซ้ำฆ่าซากเนี่ยนะ!"

อวี๋กัวหนังตากระตุกยิก เขายกมือขึ้นขยี้ตาแรง ๆ รู้สึกราวกับว่าภาพสยดสยองตรงหน้าเป็นเพียงภาพหลอน

ฟางเซิ่นเหยียนหันขวับมามองจี้หลี่ซึ่งตอนนี้สีหน้าดูปั้นยาก เขาเอ่ยเสียงเครียด "ไม่ถูกแล้ว! ทฤษฎีเมื่อกี้ของนายมันผิด!"

ในขณะเดียวกัน บุคลิกที่สามก็ตะโกนลั่นขึ้นมาในหัวของจี้หลี่!

"ข้อสันนิษฐานเรื่องเส้นตาย... พวกเราเดาถูกแค่ครึ่งเดียว! ภาพการฆาตกรรมไม่ได้เกิดขึ้นแค่หนเดียว แต่มันจะวนลูปเกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมา! เงื่อนไขการฆ่าของมันคือฆ่าคนได้ทีละคน... และจะต้องฆ่าหลังจากที่มันลงมือสังหารผู้หญิงคนนั้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า!"

เสียงตะโกนของทั้งคู่ดังก้องสะท้อนไปมาในหัว จี้หลี่ก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ ก่อนจะตัดสินใจเด็ดขาดว่าจะไม่ดูภาพสยองนั่นอีก

เขากระชากโทรศัพท์มือถือกลับมาเก็บ พุ่งพรวดทะยานไปยังหน้าต่างด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ จี้หลี่ชะโงกหน้าออกไปด้านนอก เพื่อกะระยะห่างระหว่างบานหน้าต่างห้อง 701 กับ 702

จากนั้นจึงหันขวับกลับมาจ้องหน้าฟางเซิ่นเหยียนและอวี๋กัว น้ำเสียงอันเด็ดเดี่ยวของเขาดังกังวานทำลายความเงียบงันของยามราตรี!

"ทุกอย่างกำลังฉายซ้ำรอยเดิม! พอไอ้เสื้อกันฝนนั่นฆ่าผู้หญิงเสร็จ... อีก 5 นาทีมันก็จะกลับมาที่ห้อง 701 เพื่อฆ่าพวกเราทีละคน!"

เฉาหยวนสติแตกไปแล้วอย่างสมบูรณ์ เขาไม่อาจทำความเข้าใจได้เลยว่า... คนที่ถูกฆ่าตายไปแล้ว จะฟื้นคืนชีพกลับมาให้โดนฆ่าซ้ำอีกรอบได้อย่างไร!

"ถ้าอิงตามเงื่อนไขการฆ่านี้... หากพวกเราสามารถขัดขวางไม่ให้ไอ้เสื้อกันฝนฆ่าผู้หญิงคนนั้นได้สำเร็จ ก็เท่ากับว่าเราจะสามารถประวิงเวลาไม่ให้เส้นตายมาถึงได้อย่างไม่มีกำหนดใช่ไหม!

และนั่น... ก็คือทางรอด!"

จบบทที่ ตอนที่ 12 การเข่นฆ่าซ้ำรอย

คัดลอกลิงก์แล้ว