- หน้าแรก
- ผู้จัดการโรงแรมอาถรรพ์
- ตอนที่ 4 พังพินาศ
ตอนที่ 4 พังพินาศ
ตอนที่ 4 พังพินาศ
"เสี่ยวอู๋? เสี่ยวอู๋!!"
ไอ้หัวทองทรุดฮวบพิงกำแพง สองมือตะกุยพื้น ปากแหกปากร้องเรียกชื่อเพื่อนรักที่เพิ่งถูกพรากชีวิตไปสุดเสียง สายตาเบิกโพลงจ้องมองขบวนแห่ศพมรณะที่ค่อยๆ เคลื่อนห่างออกไป!
แววตาบ้าคลั่งของจี้หลี่ลดทอนลง ทว่าความเหี้ยมเกรียมกลับเข้ามาแทนที่ในเสี้ยววินาที มือขวากำข้อมือซ้ายที่ขาดวิ่นไว้แน่น เลือดสดๆ พุ่งทะลัก บาดแผลที่ถูกตัดแหว่งเว้าไม่เรียบเนียน ซ้ำยังคลุกฝุ่นโคลนจนเกรอะกรัง
เขากัดฟันกรอด ไม่สนใจเสียงโหยหวนของไอ้หัวทอง ใช้มือขวาเพียงข้างเดียวรูดซิปกระเป๋าเป้ หยิบขวดน้ำสะอาดขึ้นมาราดล้างแผลสดๆ แล้วพันทับด้วยผ้าพันแผลอย่างลวกๆ
ทุกขั้นตอนเกิดขึ้นรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ดูเหมือน... นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาต้องตัดมือตัวเองทิ้งเพื่อเอาชีวิตรอด
"นี่นาย..." บุคลิกที่สามในหัวมองเห็นและสัมผัสได้ถึงทุกความเจ็บปวดของจี้หลี่ น้ำเสียงของมันเริ่มลุกลนทำอะไรไม่ถูก
"ช่างหัวเรื่องไร้สาระนั่นสิวะ! บาดแผลทุกอย่างที่ได้จากภารกิจ พอหอบสังขารกลับไปถึงโรงแรมเดี๋ยวก็รักษาหายเองแหละ! ตอนนี้เรื่องคอขาดบาดตายคือจะหาทางรอดจากการโจมตีครั้งหน้ายังไงต่างหาก! ไม่งั้นได้ตายห่าไปเฝ้ารากมะม่วงกันหมดนี่แหละ!" เสียงของบุคลิกที่สองแหกปากร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
จี้หลี่ปล่อยให้สองบุคลิกในหัวเถียงกันไป ส่วนสมองตัวเองก็เร่งประมวลผลข้อมูลสำคัญตรงหน้า
การปะทะกันครั้งที่สองนี้ ตอนแรกเขามั่นใจเต็มเปี่ยมว่าจะใช้ไอ้หัวทองกับเพื่อนเป็นหมากเบิกทาง เปิดโลงศพโดยที่ตัวเองไม่ต้องเปลืองแรงและรอดตัวแน่ๆ แต่ใครจะไปคิดว่าสถานการณ์จะพลิกผัน คนที่ยืนดูดายไม่ได้ลงมือทำอะไรเลยอย่างเขา กลับกลายเป็นเป้าหมายแรกที่โดนผีเล่นงาน!
การเสียมือซ้ายไปถือเป็นความสูญเสียที่หนักหนาเอาการ แต่เขาก็ไม่ได้จมปลักอยู่กับความสิ้นหวัง เพราะสิ่งที่แลกมาก็คือเบาะแสชิ้นโต!
เขาได้เห็น... ได้สัมผัสการจู่โจมของวิญญาณร้ายด้วยตัวเอง วิธีฆ่าของผีตนนี้คือการใช้พละกำลังเหนือธรรมชาติ กระชากเหยื่อลงไปสับเป็นชิ้นๆ ในโลงศพด้วยความเร็วเพียงชั่วพริบตา!
แต่วิธีการฆ่าไม่ใช่ประเด็นสำคัญเลยสักนิด! สิ่งสำคัญที่สุดคือ... เขาไปเผลอเหยียบ 'เส้นตาย' เข้าตอนไหนโดยไม่รู้ตัวต่างหาก!
'โลงศพ...'
คำคำนี้แล่นปลาบเข้ามาในหัวเป็นอันดับแรก เหยื่อทั้งสามคน... ต้นตอทั้งหมดล้วนมาจากโลงศพใบนั้น ลิ่วจื่อกับตัวเขาเองโดนเล่นงานเพราะกำลังเพ่งมองโลงศพอยู่ รวมไปถึงเสี่ยวอู๋ไอ้ผอมสูงที่ตายแทนไปอย่างปริศนานั่นด้วย…
ถึงตอนนั้นจะชุลมุนวุ่นวายแค่ไหน แต่จี้หลี่ยังจำเสียงกรีดร้องสุดท้ายของไอ้ผอมสูงได้ติดหู
"อย่าไปมองมันเด็ดขาด!"
คำว่า 'มัน' ย่อมหมายถึงโลงศพนั่นอย่างชัดเจน!
นี่คือข้อมูลล้ำค่าที่สุด ตอนนี้คนที่โดนเล่นงานทั้งสามคนมีจุดร่วมเดียวกันอยู่อย่างหนึ่ง... นั่นคือการ 'จ้องมอง' โลงศพ! เรื่องนี้เข้าใจไม่ยาก จี้หลี่ใช้เวลาแค่ชั่วอึดใจก็ปะติดปะต่อเรื่องราวได้
การที่ไอ้ผอมสูงกลายมาเป็นตัวตายตัวแทนไปอย่างงงๆ ในตอนที่เขาโดนเล่นงาน... พอมาถึงตอนนี้ จี้หลี่พอจะเดาสถานการณ์ออกแล้ว ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานที่เขากับไอ้หัวทองกำลังยื้อยุดฉุดกระชากเอาชีวิตรอด ไอ้ผอมสูงที่ยืนตัวสั่นอยู่เฉยๆ จะต้องกำลังเบิกตาโพลงจ้องมองโลงศพมรณะใบนั้นอยู่แน่ๆ!
แต่แค่ 'มอง' โลงศพจากภายนอกไม่น่าจะใช่เส้นตาย เพราะไอ้หัวทองก็เคยมองเหมือนกัน
จู่ๆ จี้หลี่ก็นึกขึ้นได้ว่า ตอนที่เหยื่อแต่ละคนโดนเล่นงาน จะมีเสียงฝาโลงเปิดดังกึกขึ้นแว่วๆ เสมอ หรือว่า... ไอ้ผอมสูงมันดันทะลึ่งไปเห็น 'อะไรบางอย่าง' ภายในโลงศพที่แง้มเปิดออก และไอ้การ 'สบตา' กับสิ่งนั้นนั่นแหละ... คือการจุดชนวนความตายอย่างสมบูรณ์!
นั่นก็แปลว่า... เส้นตายที่แท้จริง คือการจ้องมอง 'บางสิ่ง' ที่อยู่ภายในโลงศพ!
จี้หลี่พรูลมหายใจยาว ความปวดร้าวจากแขนที่ขาดสะบั้นยังคงทิ่มแทงเส้นประสาทไม่หยุดหย่อน แต่มันกลับยิ่งกระตุ้นสมองให้ตื่นตัวและบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิม! เขาค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนพิงกำแพง ทอดสายตามองไอ้หัวทองที่ทรุดกองอยู่บนพื้นด้วยสภาพขวัญหนีดีฝ่อ ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ
"ฉันต้องรู้ให้ได้ ว่าไอ้ของบัดซบในโลงที่คร่าชีวิตคน... มันคืออะไรกันแน่..."
"ตาย... ตายกันหมดแล้ว..." เสียงละเมอเพ้อพกของไอ้หัวทองดังก้องกังวานในตรอกอันเงียบงัน ผสมโรงกับเสียงลมหวีดหวิว ฟังดูวังเวงจับขั้วหัวใจ
จี้หลี่ถอนหายใจ ยกมือขวาตบไหล่อีกฝ่ายเบาๆ ทว่าสัมผัสนั้นกลับทำเอาร่างของไอ้หัวทองสะดุ้งเฮือก อาการหนักปานนกหวาดเกาทัณฑ์
"ตอนนี้ก็เหลือแค่แกกับฉัน ฉันขอถามประโยคเดียว... แกอยากรอดไหม!"
คำพูดของจี้หลี่ราวกับมีมนต์สะกด น้ำเสียงแหบพร่ากลับแฝงประกายแห่งความหวัง... ความหวังที่จะรอดชีวิต!
มุมปากของไอ้หัวทองกระตุก เขาช้อนตาขุ่นมัวขึ้นมองชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี ทว่าแผ่รังสีอำมหิตเย็นเยียบตรงหน้า เงียบงันไปครู่ใหญ่ ก่อนจะพยักหน้ารับแรงๆ!
จี้หลี่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของไอ้หัวทอง เอ่ยเสียงเรียบ "เอามือถือแกออกมา แล้วแอดวีแชตฉันมา เบอร์คือ..."
แม้บนใบหน้าของไอ้หัวทองจะเต็มไปด้วยความสับสนมึนงง แต่ในเวลานี้ตัวเขากลับยอมทำตามคำสั่งของจี้หลี่ทุกอย่างโดยไม่ปริปากบ่นอย่างว่าง่าย
เสียงฝีเท้าหนักทึบของขบวนแห่ศพดังแว่วมาจากที่ไกลๆ อีกครั้ง ดูเหมือนว่าการปะทะระลอกที่สาม... กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
ใบหน้าของจี้หลี่ยังคงราบเรียบไร้ร่องรอยความตื่นตระหนก มือขวาที่เปื้อนเลือดหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา กดรับแอดเพื่อนอย่างรวดเร็ว แล้วเปิดกล้องต่อสายวิดีโอคอลหาไอ้หัวทองทันที
"แผนที่สองที่ฉันกำลังจะบอก... จะช่วยรักษาชีวิตแกไว้"
เขาเหลือบมองกลุ่มคนชุดขาวที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ สายตาจดจ้องไปที่โลงศพซึ่งยังคงปิดสนิท ก่อนจะเอ่ยปากสั่งการ
"พอโลงศพนั่นขยับเข้ามาใกล้ แกต้องหลับตาให้แน่น ห้ามมองเด็ดขาด! หันหน้าเข้าหาโลง แล้วยกมือถือขึ้นมาตั้งไว้ตรงระดับหน้าอก"
ไอ้หัวทองชะงักไปนิด "แค่นี้เหรอ?"
จี้หลี่พยักหน้า "เออ แค่นี้แหละ!"
ถึงการลงมือครั้งก่อนจะล้มเหลว แต่ก็ถือว่ามีความสำเร็จปนอยู่!
อย่างน้อยเขาก็รู้แล้วว่า ไอ้ผีที่ซ่อนอยู่ในโลง มันจะโผล่หัวออกมาเอง! ขอแค่เขาหันหลังให้โลงศพ แล้วเปิดกล้องวิดีโอคอลกับไอ้หัวทอง เขาก็จะได้เห็นวินาทีที่ฝาโลงเปิดออก... จะได้รู้สักทีว่าคนเป็นนั้นตายเพราะเผลอไป 'สบตา' กับอะไรเข้า!
นี่คือวิธีเลี่ยงเส้นตายที่ปลอดภัยที่สุด!
ใกล้เข้ามาแล้ว... ใกล้เข้ามาทุกที…
กลุ่มคนชุดขาวใบหน้าไร้อารมณ์ยังคงเดินย่ำเท้าทื่อๆ ตามรอยเท้าคนข้างหน้า โลงศพที่รั้งท้ายแกว่งไกวไปมา น้ำหนักของมันดูจะเพิ่มขึ้นอีกหลังจากสูบเอาไอ้ผอมสูงเข้าไป
การปะทะกันครั้งที่สามระหว่างคนเป็นกับผีร้ายเริ่มต้นขึ้น!
สองครั้งก่อนเขาแพ้ราบคาบ แต่ครั้งนี้จี้หลี่ไม่มีทางยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยแน่!
จี้หลี่ยืนหันหน้าเข้าหากำแพง ยกมือถือขึ้นระดับสายตา นัยน์ตาจดจ้องหน้าจอไม่กะพริบ มองดูโลงศพมรณะที่ค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้ามาในเฟรม
ไอ้หัวทองตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า มือที่ถือโทรศัพท์สั่นระริกจนภาพในวิดีโอคอลสั่นไหวและพร่ามัวไปหมด
แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะเขามั่นใจว่า ขอแค่รู้ว่าไอ้ของในโลงคืออะไร เขาจะหาทางรอดเจอแน่!
จี้หลี่กำมือถือในมือแน่นจนเกิดเสียงดังลั่น หนทางรอดอยู่ห่างออกไปแค่เอื้อมเท่านั้น!
ภายใต้บรรยากาศที่กดดันจนแทบคลั่ง โลงศพมรณะเคลื่อนตัวมาถึงจุดหมาย มือของไอ้หัวทองยิ่งสั่นระรัว
อาศัยแสงไฟถนนที่สลัวราง จี้หลี่ได้ยินเสียงประหลาดที่คุ้นหู... เสียงฝาโลงกำลังถูกแง้มเปิด!
เป็นไปตามคาด... วิญญาณร้ายอดใจไม่ไหวแล้วจริงๆ!
บนหน้าจอสมาร์ตโฟนที่สั่นไหว ปรากฏรอยแยกแคบๆ ของฝาโลงศพ ภายในนั้นดำสนิทและแผ่กลิ่นอายเย็นเยียบ จี้หลี่เบิกตาแทบถลนออกจากเบ้า!
และเมื่อเขาได้เห็น 'สิ่งนั้น' ที่โผล่พ้นออกมาจากฝาโลง... นัยน์ตาของเขาก็เบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด!
สิ่งที่อยู่ในจอ... สิ่งที่อยู่ภายในโลงศพ คือกระจกเงาพื้นสีขาวขอบสีดำ ที่ขอบกระจกประดับด้วยริบบิ้นสีดำเอาไว้
มันคือกรอบรูปหน้าศพ! แต่ในนั้นกลับไม่มีรูปถ่าย มีเพียงกระจกเงาแผ่นหนึ่งเท่านั้น!
ทว่าสิ่งที่ทำให้จี้หลี่ขนหัวลุกซู่จนเสียวสันหลังวาบ คือ…
จู่ๆ บนกระจกเงาที่ว่างเปล่า กลับปรากฏเส้นตารางสีดำตวัดวาดขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อตัวเป็นโครงหน้าของคน!
นั่นมันใบหน้าของไอ้หัวทอง!
ไม่มีสีสันอื่นใดนอกจากขาวกับดำ... ราวกับว่า... ไอ้หัวทองได้กลายเป็นเจ้าของรูปหน้าศพในกรอบนั้น และกลายเป็นคนตายที่ต้องลงไปนอนในโลงใบนั้นไปแล้ว!
หนังหัวของจี้หลี่ชาหนึบ ในวินาทีที่ได้เห็นความจริง เขาก็ตระหนักได้ทันทีว่าตัวเองดันทุรังทำเรื่องผิดพลาดมหันต์ขนาดไหน!
"ของในโลงคือกรอบรูปเปล่า... แต่เส้นตายไม่ใช่การ 'จ้องมอง' กรอบรูป! แต่เป็น... ขอแค่ใบหน้าไปสะท้อนลงบนกระจกนั่น มันก็จะประทับตราสร้างรูปหน้าศพขึ้นมา... และนั่นหมายถึงความตายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้!"
จังหวะนั้นเอง เสียงกรีดร้องโหยหวนปานจะขาดใจของไอ้หัวทองก็ดังก้องมาจากด้านหลัง! ก่อนจะเงียบหายไปดื้อๆ!
จุดจบของเขา... ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าลงเอยยังไง
แต่เรื่องเลวร้ายนี้ไม่ได้จบลงแค่ความตายของไอ้หัวทอง!
โทรศัพท์มือถือที่หน้าจอยังสว่างโร่ของไอ้หัวทอง ดันไม่ได้ร่วงหล่นลงไปในโลงศพพร้อมกับศพอย่างปกติ
ทว่า... มันดันตกลงไปในมุมที่ 'บังเอิญ' สุดๆ หน้าจอหงายขึ้นท้องฟ้า!
และใบหน้าซีดเผือดไร้เลือดฝาดของจี้หลี่... ที่ยังคงอยู่ในสายวิดีโอคอลซึ่งยังไม่ถูกตัดทิ้ง... กำลังจะทาบทับสะท้อนลงบนกรอบรูปหน้าศพนั่นพอดี!