- หน้าแรก
- รักแท้หรือแค่ข่าวลือ ฮูหยินใหญ่ขอทลายจวนให้สิ้นซาก
- บทที่ 13: พาฟูจวินมาฟังเรื่องซุบซิบ คนรุ่นก่อนนี่ช่างหาทำกันเสียจริง
บทที่ 13: พาฟูจวินมาฟังเรื่องซุบซิบ คนรุ่นก่อนนี่ช่างหาทำกันเสียจริง
บทที่ 13: พาฟูจวินมาฟังเรื่องซุบซิบ คนรุ่นก่อนนี่ช่างหาทำกันเสียจริง
บทที่ 13: พาฟูจวินมาฟังเรื่องซุบซิบ คนรุ่นก่อนนี่ช่างหาทำกันเสียจริง
ขณะที่โจวอวิ๋นเซินกำลังเหม่อลอย เจียงซูเยว่ก็มุดตัวลงจากรถม้า มุ่งหน้าตรงไปยังประตูจวนซ่างซู
"คุณหนูใหญ่ ท่านต้องไปทางนี้เจ้าค่ะ"
หมัวมัวนางหนึ่งเดินออกมาจากประตูข้าง พลางยอบกายเคารพเจียงซูเยว่ด้วยสีหน้าเรียบเฉย
เจียงซูเยว่: [นี่มันหวังหมัวมัว บ่าวรับใช้ทำงานหนักของท่านแม่ไม่ใช่หรือไง? วันนี้เป็นวันกลับบ้านเดิมของข้า แต่นางกลับให้ข้าเข้าทางประตูข้าง นี่มันจงใจเหยียบหน้าข้าให้จมดินชัดๆ!]
มือที่กำลังเลิกม่านรถม้าของโจวอวิ๋นเซินชะงักไป
นี่คือวิธีที่จวนซ่างซูปฏิบัติต่อฮูหยินของเขาอย่างนั้นหรือ? ดี ดีจริงๆ
หวังหมัวมัวกล่าวด้วยน้ำเสียงรำคาญใจ "คุณหนูใหญ่ ฮูหยินเฒ่ากับเจียงฮูหยินกำลังรออยู่นะเจ้าคะ ท่านรีบหน่อยเถิด อย่าให้เสียฤกษ์งามยามดี"
"แล้วถ้าเปิ่นโหวจะทำให้เสียฤกษ์เล่า?"
โจวอวิ๋นเซินก้าวลงจากรถม้า เดินมาเคียงข้างเจียงซูเยว่ก่อนจะตวัดวงแขนโอบเอวบางไว้ เจียงซูเยว่จึงถือโอกาสซุกตัวเข้าสู่อ้อมอกของเขา
"ท่านโหว โปรดอย่าโมโหไปเลยเจ้าค่ะ เป็นความผิดของข้าเองที่ท่านแม่ไม่โปรดปราน ทำให้ท่านต้องมาพลอยเข้าประตูข้างไปกับข้าด้วย ข้าขออภัยแทนท่านแม่ด้วยนะเจ้าคะ"
เจียงซูเยว่: [นังคนลำเอียง เตะโดนตอเข้าแล้วสิ! มหาตัวร้ายขึ้นชื่อเรื่องเจ้าคิดเจ้าแค้นอยู่ด้วย จัดการเลย จัดการพวกนางให้หนัก! ไม่ต้องไว้หน้าข้า!]
นัยน์ตาเย็นเยียบของโจวอวิ๋นเซินหรี่ลง ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาถูกปกคลุมไปด้วยไอสังหาร
"ดูเหมือนว่าหลังจากเจียงอันได้เป็นซ่างซูแล้วจะกำเริบเสิบสานขึ้นไม่น้อย ถึงขั้นกล้าให้เปิ่นโหวเข้าทางประตูข้าง นี่มันจงใจเอาหน้าเปิ่นโหวไปถูไถกับพื้นดินชัดๆ"
เจียงซูเยว่กะพริบตาปริบๆ: [ระบบ เจ้าได้ยินไหม? คำพูดของมหาตัวร้ายเหมือนกับที่ข้าคิดไว้เป๊ะเลย!]
ระบบ: [ว่ากันตามตรง ความเข้ากันได้ของพวกท่านก็ถือว่าสูงเอาเรื่องอยู่นะ]
โจวอวิ๋นเซินอารมณ์ดีขึ้นมาถนัดตา เขากุมมือนางไว้แล้วคลึงเบาๆ ในฝ่ามือ
หวังหมัวมัวตกใจจนวิญญาณแทบหลุดออกจากร่างไปแล้ว
เจียงซูเยว่บอกแค่ว่าจะกลับมาเยี่ยมบ้านเดิม ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าท่านโหวจะมาด้วย
บุรุษผู้นี้คือพระสหายร่วมศึกษาของฮ่องเต้ ทั้งสองสนิทสนมประดุจพี่น้องมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ซ้ำเขายังถือครองอำนาจสั่งการทหารนับล้านนาย เป็นถึงเทพแห่งการสังหารผู้เลื่องชื่อ
หากนางรู้ว่าเขาจะมาด้วยล่ะก็ ต่อให้มีสักร้อยความกล้า นางก็ไม่มีทางกล้าให้เขาเดินเข้าทางประตูข้างเด็ดขาด!
หวังหมัวมัวรีบก้มหัวปะหลกๆ "บ่าวชราตาบอด ไม่ทราบว่าท่านโหวเสด็จมา โปรดอภัยให้บ่าวด้วยเถิดเจ้าค่ะ! บ่าวชราจะไปเปิดประตูใหญ่ให้เดี๋ยวนี้เลย"
"หากไม่รู้ว่าเปิ่นโหวมา เจ้าก็เปิดประตูข้าง แต่ถ้ารู้ เจ้าถึงจะเปิดประตูใหญ่อย่างนั้นหรือ? ฟังดูแล้ว เหมือนเจ้าจงใจกลั่นแกล้งฮูหยินของข้าโดยเฉพาะเลยนะ?"
หวังหมัวมัวตัวสั่นเทา "มะ ไม่ใช่เจ้าค่ะ เป็นเพราะประตูใหญ่กำลังซ่อมแซม บ่าวชราจึงขอให้คุณหนูใหญ่ใช้ประตูข้างแทน"
เจียงซูเยว่: [เหอะ ตั้งแต่ข้าแต่งออกไป ข้ายังไม่เคยได้ใช้ประตูใหญ่เลย นี่ก็ยังซ่อมไม่เสร็จอีกงั้นหรือ? ต่อให้ประตูทำด้วยทองคำ ป่านนี้ก็ควรจะสร้างเสร็จตั้งนานแล้วไหม?]
โจวอวิ๋นเซิน: "เด็กๆ"
"ขอรับท่านโหว"
"ในเมื่อประตูใหญ่ของจวนซ่างซูพังแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้ พังมันทิ้งซะ"
ฉีเย่ยื่นเท้าเตะออกไป เสียงดังโครมครามสนั่นหวั่นไหว บานประตูกระเด็นหลุด กระดอนไปตามพื้นสองสามครั้งก่อนจะล้มแผ่หลาอยู่บนพื้นหินสีเขียว
โจวอวิ๋นเซิน: "เอาล่ะ ทีนี้พวกเจ้าก็ค่อยๆ ซ่อมมันไปเถอะ"
หวังหมัวมัวตกใจจนแทบสิ้นสติ นั่นมันประตูบานเขื่องน้ำหนักกว่าร้อยชั่งเชียวนะ เขาแค่เตะทีเดียวก็กระเด็นไปแล้วหรือ?
เจียงซูเยว่: [ลูกเตะของฉีเย่เมื่อครู่โดนใจสุดๆ! เท่มาก! ไม่รู้ว่าถ้าเทียบกับมหาตัวร้ายแล้วใครจะหล่อกว่ากันนะ?]
ระบบ: [ตามการตั้งค่าแล้ว พลังการต่อสู้ของมหาตัวร้ายจัดอยู่ในอันดับหนึ่ง หากเขาไม่ถูกลอบกัด เขาคงไม่มีจุดจบแบบนั้นหรอก]
เจียงซูเยว่: [นั่นก็แปลว่าเขาสมองทึบไงล่ะ!]
ฉีเย่ซึ่งอยู่ด้านหลังต้องกลั้นขำอย่างยากลำบาก
มีคนมากมายบอกว่านายท่านเป็นคนไร้หัวใจ แต่ฮูหยินเป็นคนแรกที่กล้าบอกว่าเขาสมองทึบ
เจียงซูเยว่: [แต่ไม่เป็นไร ข้ามีสมองล้นเหลือ เติมเต็มกันได้อย่างสมบูรณ์แบบพอดี!]
"พี่หญิง ท่าน... ท่านทำเช่นนี้ได้อย่างไร?"
เจียงหลิวลี่ในชุดกระโปรงยาวสีน้ำทะเลวิ่งออกมาจากด้านในพร้อมกับประคองเจียงฮูหยิน
นางเห็นโจวอวิ๋นเซินกุมมือเจียงซูเยว่ ประกายความอาฆาตพาดผ่านดวงตาของนาง ทว่าในพริบตาเดียว นางก็ปรับสีหน้าให้กลับมาอ่อนโยนดังเดิม
"พี่หญิง ท่านกลับมาเยี่ยมบ้านเดิมควรจะเป็นเรื่องน่ายินดีแท้ๆ ท่านแม่กับข้าเตรียมอาหารจานโปรดของท่านไว้รอตั้งแต่เนิ่นๆ แต่ท่านกลับยุยงให้ท่านโหวมาพังประตูจวนได้อย่างไร? หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไปคงได้กลายเป็นเรื่องขบขันแน่"
เจียงซูเยว่บีบน้ำตา นัยน์ตาฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำใสขณะที่ซุกตัวเข้าสู่อ้อมอกของโจวอวิ๋นเซิน
"เป็นความผิดของข้าเอง ตอนที่หวังหมัวมัวบอกให้ข้าใช้ประตูข้าง ข้าควรจะรีบดึงท่านโหวให้รีบเดินเข้าไป เรื่องพวกนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น"
"ท่านโหว เป็นความผิดของข้าทั้งหมดที่ทำให้ท่านต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ได้โปรดลงโทษข้าเถิดเจ้าค่ะ"
เจียงหลิวลี่ถึงกับอึ้งงัน
หากเป็นเมื่อก่อน เจียงซูเยว่คงร้อนรนจนกระทืบเท้า ยิ่งอธิบายก็ยิ่งวุ่นวาย จนท้ายที่สุดก็กลายเป็นที่น่ารังเกียจของทุกคน
แต่วันนี้ นางกลับแสดงท่าทีผิดแผกไปจากเดิม เปลี่ยนวิธีรับมือไปตั้งแต่เมื่อใดกัน?
โจวอวิ๋นเซินตบไหล่นางเบาๆ "ยามข้าเข้าวังหลวง ข้ายังเดินเข้าทางประตูใหญ่ จวนซ่างซูลบหลู่เกียรติเปิ่นโหว การพังประตูทิ้งสักบานก็ถือว่าไว้หน้าฮูหยินของข้ามากแล้ว เจ้ามีความผิดอันใดกัน?"
"ในมุมมองของข้า ฮูหยินไม่เพียงแต่ไม่มีความผิด ทว่าจวนซ่างซูสมควรจะต้องขอบคุณนางเสียด้วยซ้ำ"
โจวอวิ๋นเซินกวาดสายตาเย็นเยียบไปทางเจียงฮูหยิน "ฮูหยินซ่างซู ท่านคิดเห็นเช่นไร?"
เจียงฮูหยินโกรธจนตัวสั่น
นับตั้งแต่สามีของนางได้เลื่อนขั้นเป็นซ่างซู ใครๆ ต่างก็ให้ความเคารพนาง ไม่เคยมีใครกล้าพูดจากับนางเช่นนี้มาก่อน
แต่บุรุษผู้นี้คือเจิ้นหนานโหว นางไม่มีปัญญาไปล่วงเกินเขาได้
เจียงฮูหยินพยักหน้าพร้อมกับฝืนยิ้ม "ท่านโหวกล่าวได้ถูกต้อง เรื่องในวันนี้เป็นเพราะพวกเราขาดความรอบคอบเอง แต่ก็เป็นเพราะซูเยว่ที่เอาแต่ใจเกินไป เจ้ากลับบ้านเดิมทั้งที จะดึงดันลากท่านโหวมาด้วยได้อย่างไร? ไม่รู้หรือว่าท่านโหวมีราชการรัดตัว?"
เจียงซูเยว่: [จะให้ข้ากลับมาคนเดียวเพื่อให้พวกท่านรังแกอย่างนั้นน่ะหรือ?]
[อีกอย่าง ใครเขาก็กลับบ้านเดิมกันเป็นคู่ทั้งนั้น ถ้าข้ากลับมาคนเดียว มันจะไม่เป็นการยืนยันข่าวลือที่ว่าข้าไม่เป็นที่โปรดปราน ทำให้พวกท่านรังแกข้าได้ง่ายขึ้นไปอีกหรอกหรือ?]
เจียงฮูหยินชะงักไป ใครพูดอะไรเมื่อครู่นี้?
นางหันซ้ายแลขวา ไม่เห็นมีใครขยับปากพูด แต่เสียงนั้น...
สายตาของเจียงฮูหยินจับจ้องไปที่เจียงซูเยว่
เจียงซูเยว่แค่นหัวเราะในใจ: [ระบบ นางกำลังถลึงตาใส่ข้าล่ะ! ข้าอยากจะถลึงตากลับใจแทบขาด แต่น่าเสียดายที่ต้องรักษาภาพลักษณ์ไว้ ช่างน่าเวทนาแท้ๆ!]
ระบบ: [ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งโมโหไป มาฟังเรื่องซุบซิบกันดีกว่า ความจริงแล้ว หลิวหรูหลาน มารดาแท้ๆ ของท่านกับท่านพ่อของท่านแอบมีความสัมพันธ์กันตอนเมา ท่านพ่อของท่านเลยไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องแต่งงานกับนาง]
เจียงซูเยว่: [อะไรนะ? คนรุ่นก่อนเขาเล่นกันแรงขนาดนี้เลยหรือ?]
ใบหน้าของเจียงฮูหยินแดงก่ำขึ้นมาในทันที
เรื่องนี้ในตอนนั้นมีเพียงผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายเท่านั้นที่รู้ แม้แต่น้องสาวแท้ๆ ของนางยังไม่รู้เลย แล้วนังเด็กคนนี้กับระบบอะไรนั่นรู้ได้อย่างไร?
ระบบ: [แต่ว่า มารดาของท่านเคยมีคุณชายที่หมายปองอยู่แล้ว ซ้ำคุณชายท่านนั้นก็มีใจให้นางเช่นกัน]
[ท่านพ่อของท่านเป็นเพียงขุนนางเล็กๆ ขั้นเจ็ดที่เพิ่งเข้ารับราชการ ไม่มีทั้งเงินทอง ไม่มีทั้งเส้นสาย ใครจะไปรู้ว่าต้องใช้เวลาอีกกี่ปีถึงจะไต่เต้าขึ้นมาได้]
เจียงซูเยว่หูผึ่ง: [ข้ารู้สึกว่างานนี้มีเรื่องเมาท์มอยครั้งใหญ่ซ่อนอยู่แน่!]
ระบบหัวเราะอย่างชั่วร้าย: [ถูกต้องแล้ว! ท่านพ่อของท่านวางยานางไงล่ะ!]
[ตอนนั้นท่านตาของท่านเป็นถึงรองเสนาบดีกรมฮู่ปู้ ส่วนท่านลุงก็เป็นขุนนางดูแลเสบียงขั้นสี่ ทั้งจวนมีบุตรสาวที่ยังไม่ออกเรือนเพียงคนเดียวเท่านั้น]
[ท่านพ่อของท่านคิดไม่ซื่อ เขาวางยานางในงานชุมนุมบทกวี รวบรัดตัดตอนจนข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก และหลังจากที่มารดาของท่านตั้งครรภ์พี่ชายคนโต นางก็ต้องแต่งงานกับท่านพ่อของท่านอย่างเสียไม่ได้]
[ท่านพ่อของท่านนี่เก่งกาจเสียจริง! ยาแค่ห่อเดียว ไม่เพียงแต่จะได้ทั้งภรรยาและลูกชาย แต่ยังได้ตำแหน่งหน้าที่การงานที่พุ่งพรวด รุ่งโรจน์จนฉุดไม่อยู่อีกด้วย!]
เจียงซูเยว่ปรบมือรัวๆ ในใจ: [ตาเฒ่านั่นดูเป็นบัณฑิตผู้ดีมีชาติตระกูล ไม่นึกเลยว่าจะเถื่อนดิบถึงเพียงนี้ ร้ายกาจจริงๆ!]