เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 36: ห้ามตั้งแผงอีกแล้วเหรอ?

ตอนที่ 36: ห้ามตั้งแผงอีกแล้วเหรอ?

ตอนที่ 36: ห้ามตั้งแผงอีกแล้วเหรอ?


ตอนที่ 36: ห้ามตั้งแผงอีกแล้วเหรอ?

เศรษฐกิจแผงลอยริมกำแพงเหมืองนับวันยิ่งรุ่งเรือง ฝูงชนที่มาเดินเที่ยวชิมช้อปเยอะจนเบียดเสียดไหล่ชนไหล่ พื้นที่ริมกำแพงสั้นๆ เพียงร้อยเมตรเริ่มไม่พอวางแผงค้าทั้งหมด คนที่มาใหม่จึงทะเล่อทะล่าขยับแผงไปวางใกล้ๆ ประตูใหญ่ จนในที่สุดก็ดึงดูดความสนใจจากเหล่าผู้นำเหมืองหนึ่งเข้าอีกครั้ง

เจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยคนเดิม กับคำพูดที่แสนจะคุ้นเคย "ไปๆๆ ตรงนี้ห้ามตั้งแผงลอยนะ"

หลิวเยี่ยนกำลังถือกล่องข้าวจะยื่นให้คนงานที่มารับพอดี พอได้ยินแบบนั้นเธอก็มองเฮ่อหมิงจูด้วยความกังวล แต่เธอก็ไม่ได้ขยับหนี และไม่ได้เกลี้ยกล่อมให้เฮ่อหมิงจูถอยกลับเหมือนคราวก่อน เฮ่อหมิงจูยังคงนิ่งสงบ ยิ้มตาใสแล้วพูดว่า: "คุณคะ พวกเราไม่ได้ตั้งแผงลอยนะคะ แค่มาส่งอาหารตามสั่งเฉยๆ ค่ะ"

เธอก้มลงหยิบกล่องข้าวอะลูมิเนียมที่มีชื่อเขียนติดไว้มาจากตะกร้า ยื่นให้เจ้าหน้าที่ที่เป็นหัวหน้าทีม "นี่คืออาหารที่ท่านสั่งไว้เมื่อวานค่ะ รับไปก่อนสิคะ"

หัวหน้าเจ้าหน้าที่รับกล่องข้าวไปอย่างเขินๆ เขาเองก็เป็นลูกค้าประจำที่แวะมาสั่งอาหารอยู่บ่อยๆ

เฮ่อหมิงจูถามต่อ: "คุณคะ ตอนนี้ตำแหน่งที่หนูอยู่ก็ห่างจากประตูใหญ่มากแล้ว ทำไมยังจะมาไล่กันอีก ล่ะคะ? ครั้งนี้มีเหตุผลอะไรอีกเหรอ?"

หัวหน้าเจ้าหน้าที่เก็บกล่องข้าวลงในกระเป๋าสะพายข้างแล้วตอบว่า: "อะแฮ่ม... พวกเธอมาตั้งแผงกันเยอะเกินไปแล้ว ลามมาถึงรอบๆ ประตูใหญ่ มันกระทบต่อการทำงานปกติของเหมืองน่ะ พวกเธอทนฝืนใจหน่อยนะ ช่วยร่วมมือกับงานของพวกเราเถอะ"

พอสิ้นคำพูดนี้ บรรดาเจ้าของแผงลอยก็พากันโวยวายขึ้นมาทันที

"ไม่ให้ขายอีกแล้วเหรอ?"

"มีสิทธิ์อะไรมาห้าม! แล้วต่อไปข้าจะเอาเงินที่ไหนใช้!"

"นี่มันหาเรื่องแกล้งกันชัดๆ!"

"พวกข้าราชการวันๆ นั่งแต่อยู่ในห้องแอร์ เอ๊ย ห้องทำงาน ไม่เห็นจะลงบ่อเหมืองบ้างเลย รู้ดีแต่เรื่องจุกจิกขี้หมูราขี้หมาพวกนี้แหละ..."

ฝั่งคนงานที่มาซื้อข้าวก็ไม่พอใจเหมือนกัน "ไม่ให้เขาขาย งั้นก็มีความสามารถทำโรงอาหารให้มันดีๆ หน่อยสิ! วันๆ เอาแต่เศษผักเน่ามาหลอกให้พวกเรากิน พ่อครัวน่ะอ้วนท้วนสมบูรณ์จนหน้าบาน แต่เงินค่าอาหารที่พวกเราจ่ายไปมันหายไปไหนหมด!"

"ข้าจะซื้อ! ดูสิว่าใครหน้าไหนจะกล้าขวาง!"

ในยุคนี้ คติ "พี่ใหญ่กรรมกร" หรือ "กรรมกรคือผู้มีเกียรติที่สุด" ยังคงเป็นกระแสหลัก คนงานเหมืองทำเงินได้เยอะเลยยืดอกได้เต็มที่ บวกกับงานใต้ดินมีความเสี่ยงสูงมาก นิสัยเลยแข็งกร้าว ต่อให้เป็นผู้นำก็โดนด่าเปิงมานักต่อนัก

เมื่อเห็นฝูงชนเริ่มเดือด หัวหน้าเจ้าหน้าที่ก็กลัวจะโดนรุมยำ เพราะคนของเขาแค่ไม่กี่คนสู้พวกเจ้าของแผงกับคนงานนับสิบไม่ไหวแน่ เลยรีบแก้ตัวว่า: "นี่เป็นคำสั่งของรองผู้จัดการวังนะ ไม่เกี่ยวกับพวกเราเลย..."

——แต่คำพูดนี้ไม่ได้ผล คนที่อยู่ใกล้ๆ แทบจะเงื้อหมัดใส่หน้าเขาอยู่แล้ว

เฮ่อหมิงจูตบมือเรียกความสนใจให้ทุกคนฟังเธอ เมื่อฝูงชนเริ่มเงียบลง เธอจึงพูดกับหัวหน้าเจ้าหน้าที่ว่า: "คุณคะ หนูรู้ค่ะว่านี่ไม่ใช่ความคิดของคุณเอง แต่คุณแค่ทำตามคำสั่งของผู้นำ"

หัวหน้าเจ้าหน้าที่พยักหน้าหงึกๆ: แม่สาวคนนี้ช่างมีเหตุผล พูดได้ถูกต้องที่สุด!

แค้นมีเจ้าของ หนี้มีเจ้าหนี้ มีเรื่องอะไรก็ไปหาผู้นำที่ห้องทำงานโน่น!

แต่ในวินาทีต่อมา เฮ่อหมิงจูกลับพูดว่า: "แต่มันมีปัญหาอยู่ข้อหนึ่งนะคะ——"

หัวหน้าเจ้าหน้าที่ถามไปตามสัญชาตญาณ: "ปัญหาอะไร?"

เฮ่อหมิงจูชี้มือไปยังกำแพงที่อยู่ไม่ไกล: "ข้างในกำแพงน่ะเป็นเขตของเหมืองหนึ่ง คุณในฐานะเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเหมืองหนึ่ง ขอบเขตงานของคุณคือภายในกำแพงนะคะ แต่นี่ทำไมคุณถึงใช้อำนาจเกินขอบเขตมาบังคับใช้กฎหมายนอกกำแพงล่ะคะ?"

หัวหน้าเจ้าหน้าที่ถึงกับอึ้งกิมกี่ "เอ่อ... คือว่า... แต่... ไม่ใช่สิ ผมหมายความว่า..."

เรื่องนี้มันอยู่นอกเหนือความรู้ความเข้าใจของเขา หัวหน้าเจ้าหน้าที่อึกอัก พูดจาวนไปวนมาเรียบเรียงประโยคไม่ถูก

เฮ่อหมิงจูพูดต่ออย่างใจเย็น: "คุณดูสิคะ ก่อนหน้านี้บอกว่าหน้าประตูห้ามตั้งแผง พวกเราก็เคารพหน้าตาของเหมืองหนึ่งและไม่ได้ตั้งแผงตรงนั้นอีก แต่ตำแหน่งที่หนูอยู่ตอนนี้ มันไม่ได้อยู่ในเขตอำนาจการดูแลของเหมืองหนึ่งนะคะ"

"คุณคะ ถึงคุณจะเป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเหมืองหนึ่ง แต่คุณก็คงก้าวก่ายเรื่องนอกเหมืองไม่ได้ใช่ไหมคะ?"

หัวหน้าเจ้าหน้าที่ตาค้าง มองกำแพงที มองเฮ่อหมิงจูที หาเหตุผลมาโต้แย้งไม่ได้เลยสักนิด

บรรดาเจ้าของแผงพากันหัวเราะลั่น: "ดี! พูดได้ดีมาก!" "มันต้องอย่างนี้สิ!"

"ผู้นำเหมืองหนึ่งจะสั่งสอนคนงานตัวเองก็พอว่า แต่นี่จะมาลามปามถึงคนข้างนอก ฝันไปเถอะ!"

"กลับไปได้แล้ว! พวกเราจะทำมาหากิน!"

หลิวเยี่ยนเองก็หัวเราะออกมาด้วย ใจชื้นขึ้นเยอะและเริ่มแจกจ่ายกล่องข้าวให้ลูกค้าที่มารับต่อไป

หัวหน้าเจ้าหน้าที่ถูกล้อมอยู่กลางวงล้อมของฝูงชน ดูน่าสงสาร ตัวเล็ก และไร้ที่พึ่งสุดๆ

แต่เขาจะกลับไปเฉยๆ แบบนี้ไม่ได้ เจ้าของแผงน่ะไม่กลัวอะไรหรอก แต่ความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของเขาต้องพึ่งพาสั่งของผู้นำนะ "ต่อให้ตัวเธอจะอยู่นอกกำแพงเหมืองหนึ่ง แต่ของของเธอขายให้พนักงานเหมืองหนึ่งของเรา ฝ่ายรักษาความปลอดภัยย่อมมีสิทธิ์ดูแล!"

หัวหน้าเจ้าหน้าที่หัวใส หัวเราะร่าหาเหตุผลใหม่มาจนได้ แต่ไม่ทันที่เฮ่อหมิงจูจะได้โต้กลับ ก็มีคนงานเหมืองคนหนึ่งใช้ไหล่กระแทกเขาออกไปอย่างไม่เกรงใจ พร้อมตะโกนลั่น: "ข้าใช้เงินตัวเองสั่งข้าว ใครจะทำไม!"

"ใช่! อย่ามาแส่เรื่องชาวบ้าน!"

"เงินที่ข้าเอาชีวิตไปเสี่ยงใต้ดินมาได้ ข้าจะใช้อย่างไรก็เรื่องของข้า!"

พวกคนงานเหมืองรีบมารับข้าว เสื้อผ้ายังไม่ได้เปลี่ยน หน้ายังไม่ได้ล้าง ทั้งตัวเต็มไปด้วยฝุ่นถ่านหิน

พวกเขารับกล่องข้าวแล้วแกล้งเดิน "ไม่ระวัง" ไปชนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ทิ้งรอยดำปื้อจากถ่านหินไว้บนเสื้อโค้ททหารของเจ้าหน้าที่เหล่านั้น

หัวหน้าเจ้าหน้าที่โดนชนบ่อยที่สุด เสื้อโค้ททหารตัวใหม่เลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปหมด แถมเกือบจะโดนชนล้มลงตั้งหลายรอบ

เขาโมโหจนตัวสั่นแต่ไม่กล้ามีเรื่องกับคนงานเหมือง เลยชี้หน้าเฮ่อหมิงจูแล้วบอกว่า: "พวกเธอตั้งแผงผิดกฎหมาย! ฉันจะไปแจ้งตำรวจจับพวกเธอ!"

พอได้ยินคำนี้ เฮ่อหมิงจูก็ขำออกมาทันที: "ไปแจ้งเลยค่ะ หนูมีใบอนุญาตประกอบกิจการรายย่อย!"

——หลังจากตัดสินใจตั้งแผงได้ไม่นาน เฮ่อหมิงจูก็ไปจดทะเบียนที่สำนักงานอุตสาหกรรมและพาณิชย์   เมืองอูเฉิง และได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจรายย่อย มาเรียบร้อยแล้ว

แม้ทุกเดือนจะต้องเสียภาษี 5% และค่าธรรมเนียมการจัดการ 1% แต่เมื่อเห็นสีหน้าอึ้งจนพูดไม่ออกของหัวหน้าเจ้าหน้าที่คนนั้น เฮ่อหมิงจูรู้สึกว่า... เงินที่จ่ายไปนี่มันช่างคุ้มค่าจริงๆ!

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกลับไปแบบเสียหน้าสุดๆ แต่ในวันต่อมา เหมืองหนึ่งก็ได้ออกกฎระเบียบใหม่——

"สั่งห้ามพนักงานในเหมืองออกไปซื้ออาหารนอกพื้นที่ในช่วงเวลาปฏิบัติงาน"

พอกฎใหม่ออกมา คนที่ร้อนใจคนแรกไม่ใช่เฮ่อหมิงจูหรือพวกพ่อค้าแม่ค้า แต่เป็นพนักงานของเหมืองหนึ่งเอง

"มีสิทธิ์อะไรมาห้ามไม่ให้พวกเราออกไปซื้อข้าว!"

"ผู้นำเหมืองจะคุมฟ้าคุมดินแล้วยังจะมาคุมเรื่องกินเรื่องถ่ายของข้าอีกเหรอ?! ถ้าว่างนักทำไมไม่เอาเวลาไปดูแลเรื่องความปลอดภัยกับยอดการผลิต!"

"ข้าว่าพวกมันอิ่มจนเบื่อมากกว่า! พวกผู้นำน่ะวันๆ กินอาหารจานพิเศษในโรงอาหาร อิ่มหมีพีมัน แต่ให้พวกเราไปเคี้ยวขนมปังเปรี้ยวๆ ใต้ดิน คงจะทนเห็นพวกเรากินของดีๆ ไม่ได้ล่ะสิ!"

"ไม่ให้พวกเราออกไปซื้อข้าวก็ได้ งั้นก็เอาอาหารจานพิเศษที่พวกผู้นำกินมาให้พวกเราชิมบ้างสิ!"

"ใช่! ให้พวกคนเถื่อนอย่างพวกเราดูหน่อยสิว่าผู้นำเขากินของดีอะไรกันบ้าง!"

โรงอาหารของเหมืองหนึ่งเปิดขายตามเวลาเท่านั้น แต่คนงานเหมืองทำงานกะวน ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้ากะไม่ตรงเวลาอาหาร พอเลิกงานไปโรงอาหารก็เหลือแต่เศษอาหารที่เย็นชืด

โรงอาหารก็ไม่ยอมส่งข้าวไปให้คนงานใต้ดิน อาหารระหว่างกะที่แจกให้มีแค่ขนมปังรสเปรี้ยว จะมีแค่ช่วง "แคมเปญเร่งยอดถ่านหิน" เท่านั้นที่จะแถมไข่ให้หนึ่งฟองกับสแปมอีกสามแผ่น

คนงานเหมืองแม้จะไม่พอใจมาก แต่เหมืองหนึ่งเป็นแบบนี้มาตลอด ตั้งแต่รุ่นปู่สมัยตั้งประเทศ รุ่นพ่อ จนมาถึงรุ่นพวกเขา พอเวลาผ่านไปก็จำใจต้องชินไปเอง

ไปทำงานกินไม่อิ่มก็ช่างมันเถอะ ทนเอาหน่อย เดี๋ยวกลับบ้านค่อยไปหาอะไรกินประทังท้อง

แต่หลังจากที่ได้ลิ้มรส "มันฝรั่งบดกระดูกหมู" ที่ร้อนๆ หอมฉุยแล้ว คนงานเหมืองก็ไม่อยากจะทนหิวทำงานอีกต่อไป พูดกันตามตรง ใครจะรู้ว่าวันไหนจะเกิดอุบัติเหตุใต้ดิน ถ้าเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆ จะมาตายเป็นผีหิวโซไม่ได้นะ!

เมื่อก่อนไม่มีทางเลือกเลยต้องทน แต่ตอนนี้มีทางเลือกแล้วจะทนไปทำไม เอาความลำบากมาเป็นเกียรติยศงั้นเหรอ?

พวกคนงานหนุ่มๆ ที่เลือดร้อนถือกล่องข้าวเดินตรงไปที่ประตูใหญ่ทันที: "ข้าจะซื้อ! ดูสิว่าใครจะกล้าขวาง!"

"ใช่! ใครก็ขวางพวกเราไม่ได้!"

จางเยว่จิ้นแอบอยู่ในฝูงชน ในกระเป๋ามีกล่องข้าวเตรียมพร้อม เขามองดูพวกรุ่นน้องเลือดร้อนเดินไปยื้อยุดฉุดกระชากกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ยืนขวางประตูอยู่

เขาแอบวางแผนในใจว่า พอแนวกั้นของฝ่ายรักษาความปลอดภัยแตกเขาก็จะเนียนตามออกไปซื้อข้าวด้วย

คนเยอะขนาดนี้กฎหมายเอาผิดไม่ได้หรอก ไม่เชื่อหรอกว่าผู้นำเหมืองจะลงโทษพนักงานทุกคนได้หมด

พวกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเองก็ขวางไปงั้นๆ ไม่ได้จริงจังอะไรนัก ถ้าไม่ใช่เพราะผู้นำจ้องอยู่ พวกเขาก็อยากออกไปซื้อข้าวเหมือนกันนั่นแหละ

อาหารในโรงอาหารมันรสชาติเหมือนอาหารหมูชัดๆ ไม่มีน้ำมันไม่มีเกลือ กินเข้าไปรสชาติเหมือนน้ำล้างจาน สงสัยจริงๆ ว่าห้องครัวเอาผักที่ขายไม่หมดของเมื่อวานมาผัดใหม่หรือเปล่า

ถุย! ไม่อร่อยเลย!

ตั๋วอาหารที่แจกให้แต่ละเดือนเอามาซื้อไอ้ของพวกนี้ สู้เอาไปซื้อแกงมันฝรั่งบดดีกว่า ตั๋วที่เหลือเอาไว้ซื้อหมั่นโถว ยังประหยัดตั๋วเสบียงที่บ้านได้อีกด้วย

ฝั่งหนึ่งตั้งใจจะพุ่ง อีกฝั่งไม่ตั้งใจจะขวาง ไม่กี่นาทีฝูงชนก็เหมือนทำนบแตก พุ่งทะลักออกนอกประตูใหญ่ไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อหัวหน้าฝ่ายรักษาความปลอดภัยรายงานเหตุการณ์ที่ประตูใหญ่ให้ผู้นำทราบ ผู้นำเหมืองถึงกับโกรธจนควันออกหู ตบโต๊ะดังปัง!:

"มันจะมากเกินไปแล้ว! ข้าไม่เชื่อหรอกว่าจะคุมพวกมันไม่ได้!"

จบตอนที่ 36

จบบทที่ ตอนที่ 36: ห้ามตั้งแผงอีกแล้วเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว