เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 90 หมอเทวดาน้อยจอมโอหัง

ตอนที่ 90 หมอเทวดาน้อยจอมโอหัง

ตอนที่ 90 หมอเทวดาน้อยจอมโอหัง


ตอนที่ 90 หมอเทวดาน้อยจอมโอหัง

ในบันทึกของฮัวโต๋ระบุว่าสมุนไพรชนิดนี้ได้สูญพันธุ์ไปแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าผ่านไปเกือบสองพันปีเขายังจะได้เห็นมันอีกครั้ง

"พี่ชาย ดอกไม้นี่ขายยังไงครับ?"

เจ้าของแผงเป็นชายวัยประมาณสี่สิบปี ท่าทางเป็นชาวชนบท สวมชุดสีน้ำเงินทั้งเสื้อและกางเกง เขาเผยรอยยิ้มจางๆ บนใบหน้า

"นายหมายถึง 'หญ้าเจ็ดดาว' นี่เหรอ? แสนนึง!"

"นี่เรียกว่าหญ้าเจ็ดดาวเหรอ?" เฉินหยางแปลกใจเล็กน้อย บนใบหน้าใบแต่ละใบมีจุดดำเจ็ดจุดลักษณะคล้ายดาวอยู่จริงๆ

"แสนนึง?" ในใจเขาเริ่มสงสัย ที่หมอนี่เรียกราคาแพงขนาดนี้ หรือว่าจะรู้มูลค่าที่แท้จริงของดอกชิงหลวน?

"แสนนึงนี่แพงไปหน่อยมั้งพี่? ต่อให้เป็นหญ้าเซียนก็ไม่น่าถึงราคานี้หรอก! ผมว่ามันสวยดี กะว่าจะเอาไปปลูกเล่น สักไม่กี่ร้อยผมก็เอาแล้ว!"

เจ้าของแผงเหลือบมองเขาพลางยิ้มตาหยี

"แสนนึงไม่แพงเลยขอบอก! ฉันจะบอกให้นะ หญ้าเจ็ดดาวต้นนี้ขึ้นอยู่บนภูเขาที่สูงที่สุดแถวบ้านฉัน ฉันอุตส่าห์ปีนขึ้นไปขุดมาแทบตาย เกือบเอาชีวิตไม่รอด นายว่าแสนนึงคุ้มค่าเสี่ยงไหมล่ะ?"

"แถมฉันจะบอกความลับอะไรให้" เขาชะโงกหน้ามองซ้ายมองขวา เมื่อเห็นว่าไม่มีใครสนใจก็กระซิบต่อ "ดอกไม้นี่ถึงจะมีกลิ่นเหม็น แต่มันเป็นของดีนะ มันเหมือนจะขับไล่พวกแมลงกับงูได้ ตอนที่ฉันขุดมันมาเนี่ย รอบตัวมันในรัศมีร้อยเมตรไม่มีมดแมลงหรือแม้แตงูสักตัวเลย"

"พอฉันย้ายมันมาปลูกที่บ้าน ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะมีงูเข้าบ้านอีกเลย"

"แสนนึงนี่คุ้มค่าตัวมันแน่นอน! ถ้าไม่ใช่เพราะฉันร้อนเงินนะ ไม่มีทางขายเด็ดขาด!"

'หมอนี่พอจะรู้สรรพคุณของดอกชิงหลวนอยู่บ้างจริงๆ ด้วย! ถ้าแบบนี้คงต่อราคาลงยากแล้ว' เฉินหยางพลันถามขึ้น "พี่ชาย แล้วที่บ้านเกิดพี่ยังมีหญ้าเจ็ดดาวแบบนี้อีกไหม?"

ชายคนนั้นส่ายหัว "ไม่มีแล้ว! ฉันอยู่ที่บ้านเกิดมาเกือบสี่สิบปี ไม่เคยเห็นมาก่อนเลย! เจอแค่ต้นนี้ต้นเดียวที่นี่แหละ ที่อื่นก็หาไม่เจอแล้ว!"

"แสนนึงก็แสนนึง!"

เฉินหยางโอนเงินให้เขาทันที พร้อมจดที่อยู่ของชายคนนี้ไว้ เขาตัดสินใจว่าถ้ามีเวลาจะลองไปสำรวจที่บ้านเกิดของชายคนนี้ด้วยตัวเองดูสักครั้ง

เขาอุ้มกระถางดอกชิงหลวนไปวางที่ท้ายรถอย่างอารมณ์ดี

เฉินหยางเดินอ้อมไปทางหน้าซ้ายของรถ เตรียมจะเปิดประตูฝั่งคนขับ ทันใดนั้นเขาก็เห็นคุณยายวัยหกสิบกว่าปีคนหนึ่งบนทางเท้าเกิดอาการชักกระตุกอย่างรุนแรง ก่อนจะล้มฟุบกองกับพื้นและหมดสติไปทันที

ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างรีบกรูเข้ามามุงดู

"เป็นอะไรน่ะ? เป็นอะไร? ฮีทสโตรกหรือว่าโรคประจำตัวกำเริบ?"

"รีบโทรเรียก 120 (กู้ภัย) เร็ว!"

เฉินหยางปรายตามองคุณยายคนนั้นแล้วขมวดคิ้วมุ่น ถ้าขืนรอรถพยาบาลมาถึง คงจะไม่ทันการณ์แน่

"ขอดูหน่อย! ขอดูหน่อย!" เขากำลังจะก้าวเข้าไป ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงกังวานหนึ่งดังแทรกขึ้นมา

เขาเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเด็กหนุ่มอายุประมาณ 17-18 ปี สวมเสื้อยืดแบรนด์เนมราคาแพง หน้าตาหล่อเหลาดูภูมิฐาน แต่กลับย้อมผมสีน้ำเงินเด่นสะดุดตา ท่าทางดูโอหังเล็กน้อย เขาเดินเชิดหน้าอกยืดตรงเข้ามาพลางบอกว่า "ให้ผมดูเอง!"

"เอ๊ะ! นั่นมัน หลี่เค่อหมิง หลานชายของท่านปรมาจารย์หมอหลวงหลี่นี่นา? ที่เขาเรียกกันว่า 'หมอหลวงน้อย' น่ะ!" ใครบางคนจำฐานะของเขาได้จึงร้องตะโกนขึ้นมา

"มีหมอเทวดาน้อยหลี่อยู่ตรงนี้ คุณยายคนนี้รอดตายชัวร์!"

"นั่นสิ! ได้ยินว่าหมอเทวดาน้อยหลี่สืบทอดวิชาแพทย์มาจากท่านผู้เฒ่าแบบหมดเปลือกเลยนะ! หมอเทวดาอีกท่านแห่งคลินิกหุยชุนถังกำลังเจิดจรัสแล้ว!"

เฉินหยางมองเด็กหนุ่มคนนั้นด้วยความประหลาดใจ หมอนี่คือคนของ 'หมอเทวดาหลี่' งั้นเหรอ?

เขาเคยได้ยินชื่อเสียงของ หลี่เฮ่อเหนียน มานานจนหูชา แทบจะทุกคนที่ป่วยหนักรักษาไม่หายมักจะอ้างถึงชื่อนี้เสมอ

หลี่เค่อหมิงเมื่อได้ยินคำชมเชยจากฝูงชนก็เผยยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ

เขาเดินเข้าไปหาคุณยายอย่างรวดเร็ว คุกเข่าลงแล้วยื่นมือไปจับชีพจรที่ข้อมือซ้าย

ผ่านไปไม่กี่สิบวินาที เขาก็สลับไปจับชีพจรที่ข้อมือขวา

คิ้วของเขาขมวดเข้าหากัน "คุณยายคนนี้มีความดันสูง โรคหัวใจ และเบาหวาน แต่โรคพวกนี้ยังไม่ใช่เรื่องใหญ่! ที่น่ากลัวที่สุดคือเธอมีเนื้องอกในสมอง ซึ่งทำให้เสียชีวิตได้ง่ายมาก!"

"แม้จะเป็นเนื้องอกชนิดไม่ร้ายแรง แต่ก็รักษาให้หายขาดไม่ได้ ต่อให้ผ่าตัดทิ้งไป ไม่เกินครึ่งปีมันก็จะโตขึ้นมาใหม่จนมีขนาดเท่าเมล็ดถั่วปากอ้า ถึงตอนนั้นมันก็จะไปกดทับเส้นประสาทและหลอดเลือด ทำให้หมดสติบ่อยๆ เหมือนในวันนี้ ถ้าไม่มีคนคอยดูแลอยู่ข้างๆ ถือว่าอันตรายถึงชีวิต!"

"เธอเพิ่งผ่าตัดมาเมื่อครึ่งปีก่อน ครั้งนี้ต่อให้ผ่าตัดอีกก็คงไม่ได้ผลดีอะไรมาก แถมผู้สูงอายุมีโรคประจำตัวรุมเร้า ร่างกายอ่อนแอมาก ขืนลงมีดอีกครั้งเกรงว่าจะเกิดโรคแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา!"

"เคสของเธอ ต่อให้คุณปู่ของผมมาเองก็คงรักษาให้หายขาดไม่ได้! ทำได้แค่ให้ดื่มยาต้มและฝังเข็มเพื่อชะลอการเติบโตของเนื้องอกเท่านั้น แต่ไม่สามารถถอนรากถอนโคนตัวโรคได้!"

"ทางรอดเดียวตอนนี้คือต้องไปโรงพยาบาลผ่าตัดเพื่อยื้อชีวิตไว้ก่อน! ตอนนี้ต่อให้ปู่ของผมมาอยู่ที่นี่ การฝังเข็มก็ไม่ทันการณ์แล้ว!"

เฉินหยางมองเขาด้วยความแปลกใจ นึกไม่ถึงว่าหมอนี่จะมีวิชาแพทย์สูงส่งขนาดนี้ วินิจฉัยได้ตรงเป๊ะกับที่เขามองเห็นไม่มีผิดเพี้ยน

เด็กหนุ่มคนนี้เป็นอัจฉริยะจริงๆ ถึงจะดูขี้เก๊กไปหน่อยแต่ก็ไม่ได้น่ารังเกียจ

ผู้คนรอบข้างเริ่มถอนหายใจ ในเมื่อหมอเทวดาน้อยหลี่พูดขนาดนี้ คุณยายคนนี้ก็คงต้องไปผ่าตัดเสี่ยงดวงอีกรอบแล้วล่ะ

เฉินหยางเดินออกมาจากฝูงชน "หลี่เค่อหมิง ถึงสิ่งที่คุณพูดจะถูกทั้งหมด แต่มีจุดหนึ่งที่ผมไม่เห็นด้วย ผมคิดว่าผมรักษายายเขาได้!"

หลี่เค่อหมิงปรายตามองเขาอย่างพิจารณา

"ขนาดผม 'หมอเทวดาน้อยหลี่' ยังรักษาไม่ได้ แล้วนายจะมารักษาได้ยังไง? อาการของเธอตอนนี้ ต่อให้ปู่ผมจะช่วยยื้อชีวิตไว้ได้ เธอก็ต้องกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่ดี!"

เฉินหยางยิ้มจางๆ

"ที่คุณพูดมามันก็ถูก! แต่คุณควรรู้ไว้อย่างนะว่า เหนือฟ้ายังมีฟ้าน่ะ!"

ผู้คนรอบข้างเริ่มส่งเสียงเหยียดหยามทันที

"ไอ้หมอนี่มันใครกัน? กล้าพูดจาอวดดีว่าเก่งกว่าหมอเทวดาหลี่!"

"วัยรุ่นสมัยนี้ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริงๆ! ดูจากอายุแล้วก็น่าจะเป็นแค่นักศึกษาแพทย์ที่ไหนสักแห่งล่ะมั้ง?"

"กล้ามาท้าทายท่านปรมาจารย์หลี่เลยเหรอ? แค่จะถือกะละมังล้างเท้าให้หมอเทวดาน้อยยังไม่คู่ควรเลย! ถึงหมอเทวดาน้อยจะอายุน้อยกว่าเขา แต่เรียนรู้วิชาแพทย์มากับปู่ตั้งแต่เด็ก พื้นฐานครอบครัวแน่นปึ้ก ไอ้หมอนี่จะเอาอะไรมาเทียบ?"

"ดูซิว่าแถวนี้มีกล้องไหม? ไอ้คนนี้มันจงใจมาสร้างกระแสถ่ายคลิปหรือเปล่า?"

ผู้คนพากันมองหาไปทั่ว แต่ก็ไม่เห็นกล้องวิดีโอหรือมือถือที่กำลังถ่ายทำอยู่เลย

เฉินหยางทำเป็นหูทวนลมต่อคำถากถางเหล่านั้น

หลี่เค่อหมิงเมื่อเห็นว่าเฉินหยางกล้าเอาตัวเองไปเทียบกับคุณปู่ของเขา สีหน้าเขาก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยและพูดอย่างขุ่นเคืองว่า

"นายชื่ออะไร?"

"ผมชื่อเฉินหยาง เป็นแค่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าคนหนึ่ง!"

"นายชื่อเฉินหยาง? นายคือเฉินหยางงั้นเหรอ!" รูม่านตาของหลี่เค่อหมิงหดเกร็งทันที

เฉินหยางแปลกใจ "คุณรู้จักผมด้วย?"

หลี่เค่อหมิงตอบแบบไม่สบอารมณ์ "อาการโรคโลหิตเป็นพิษของท่านผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์มณฑล ต่งไห่หยาง นายเป็นคนสะกดอาการไว้ใช่ไหมล่ะ?"

เฉินหยางถึงกับบางอ้อ เพิ่งนึกได้ว่าวันนั้นต่งไห่หยางเคยเล่าว่าเคยไปขอให้หลี่เฮ่อเหนียนรักษาแต่ไม่สำเร็จ นึกไม่ถึงว่าต่งไห่หยางจะเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้หลี่เฮ่อเหนียนฟังจริงๆ

"นึกไม่ถึงว่านายจะคุมอาการโรคโลหิตเป็นพิษไม่ให้ทรุดหนักลงได้!" หลี่เค่อหมิงพูดด้วยสีหน้าไม่ยอมแพ้ แต่ก็ต้องยอมรับความจริงในข้อนี้

เฉินหยางยิ้ม "ในเมื่อคุณรู้เรื่องนั้นแล้ว คุณก็น่าจะรู้ว่า ผมอาจจะมีวิธีรักษาเนื้องอกในสมองของคุณยายคนนี้ให้หายขาดได้จริงๆ!"


จบตอนที่ 90

จบบทที่ ตอนที่ 90 หมอเทวดาน้อยจอมโอหัง

คัดลอกลิงก์แล้ว