- หน้าแรก
- ส่องทะลุสมบัติพันล้าน ด้วยดวงตาเทพระดับพระเจ้า
- ตอนที่ 89 สมบัติชาติถูกโจรกรรม
ตอนที่ 89 สมบัติชาติถูกโจรกรรม
ตอนที่ 89 สมบัติชาติถูกโจรกรรม
ตอนที่ 89 สมบัติชาติถูกโจรกรรม
"นี่คุณไปทำเรื่องอะไรมากันแน่? ถึงได้ไปขัดใจพวกเดนตายพวกนี้? วันนี้ถือว่าคุณโชคดีนะที่รอดมาได้แบบไร้รอยขีดข่วน วันหลังน่ะหัดอยู่ห่างๆ พวกที่ชอบอยู่ในเงามืดนั่นไว้หน่อย! ส่วนผู้หญิงที่ชื่อฟางหรูเยียนคนนั้น..."
ถังปิงปิงกระแอมไอขึ้นขัดจังหวะ พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงเข้มงวด "ระเบียบ! ซุนรุ่ย คุณลืมเรื่องระเบียบวินัยไปแล้วหรือไง!"
ซุนรุ่ยหน้าเจื่อนลงทันที เขารีบหุบปากไม่กล้าพูดต่อ
คำพูดเมื่อกี้ของเขาถือว่าล้ำเส้นไปจริงๆ ตามกฎแล้วเรื่องบางเรื่องในสำนวนคดีห้ามเปิดเผยต่อคนนอก
เฉินหยางยิ้มเล็กน้อยพลางพยักหน้าขอบคุณซุนรุ่ย
"ขอบคุณครับหัวหน้าซุน!"
เขาก้าวเท้ากำลังจะเดินออกจากโถงสถานี ทันใดนั้นก็มีกลุ่มชายวัยกลางคน 5-6 คนเดินสวนเข้ามา ทุกคนแต่งกายภูมิฐานด้วยชุดสูทสากล และคนที่เดินนำหน้ามาก็คือ หลี่ฉงโหลว
พอหลี่ฉงโหลวเห็นเฉินหยางเขาก็แปลกใจมาก "เฉินหยาง? เธอมาทำอะไรที่นี่?"
เฉินหยางยิ้มขื่น
"ท่านผู้อำนวยการหลี่ มีเรื่องนิดหน่อยครับ!"
หลี่ฉงโหลวเห็นท่าทางเฉินหยางกำลังจะกลับ และรู้ว่าเรื่องคงคลี่คลายแล้ว จึงไม่ได้ซักไซ้ต่อว่าเกิดอะไรขึ้น
"เฉินหยาง มานี่สิ ฉันจะแนะนำเพื่อนร่วมวงการให้รู้จัก!"
เขาหันไปแนะนำชายอีก 5 คนให้เฉินหยางรู้จัก เฉินหยางแอบประหลาดใจเล็กน้อย เพราะคนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินของเก่าที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองปินไห่ แม้ฝีมือจะยังห่างชั้นจากเจ้าซิงเหอและหลี่ฉงโหลวอยู่พอสมควร แต่พวกเขาก็ถือเป็นยอดฝีมือแถวหน้าที่พึ่งพาตัวเองได้แล้ว
ทว่าชายทั้ง 5 คนนั้นกลับมีท่าทีโอหังอยู่บนใบหน้า พวกเขามองเหยียดเฉินหยางและทักทายแบบขอไปที
เฉินหยางเห็นท่าทีแบบนั้น เขาก็คร้านจะสนใจคนพวกนี้เหมือนกัน
ทันใดนั้น หลี่ฉงโหลวตาเป็นประกาย รีบเดินเข้าไปหาถังปิงปิงในโถง "ผู้กองถังครับ..." เขาหันไปมองเฉินหยางที่อยู่ด้านนอก
ถังปิงปิงลุกขึ้นต้อนรับตั้งแต่พวกเขาก้าวเข้ามาแล้ว แต่เธอแอบสงสัยที่เห็นหลี่ฉงโหลวเข้าไปทักทายเฉินหยางก่อน เธอจึงมองตามหลังเฉินหยางไปด้วยความสนใจ
"ท่านอาจารย์หลี่ มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ?"
หลี่ฉงโหลวกระซิบเสียงเบา "ผู้กองถังครับ พ่อหนุ่มคนนี้ชื่อเฉินหยาง เขาคือนักประเมินระดับปรมาจารย์ตัวจริง ฝีมือของเขาเหนือกว่าพวกคนแก่อย่างพวกเราไปไกลมาก! ต่อให้พวกเราทุกคนที่นี่รวมหัวกัน ก็เกรงว่าจะสู้เขาคนเดียวไม่ได้!"
"ถ้าเรื่องนั้นคุณลองเชิญเขามาร่วมมือด้วย ฉันเชื่อว่าคดีจะคลี่คลายได้โดยง่ายและปิดคดีได้เร็วแน่นอน!"
ถังปิงปิงมองเฉินหยางด้วยความฉงน
"เขาคือนักประเมินระดับปรมาจารย์งั้นเหรอ?" เธอนึกขึ้นได้ว่าครั้งแรกที่เฉินหยางถูกทำร้าย เขาก็กำลังวุ่นอยู่กับการหาของเก่าจริงๆ
"ปรมาจารย์นักประเมินที่อายุน้อยขนาดนี้เนี่ยนะ?"
ถังปิงปิงรีบส่ายหัวทันที "ไม่ได้ค่ะ! ไม่ได้! เรื่องสำคัญระดับนี้ จะให้เขาเข้ามาเกี่ยวพันได้ยังไง?"
เฉินหยางดูเด็กเกินไปจริงๆ ไม่ว่าใครเห็นก็คงไม่มีทางเชื่อ
หลี่ฉงโหลวพยายามจะกล่อมต่อ แต่ถังปิงปิงยิ้มแล้วบอกว่า "ท่านอาจารย์หลี่ ฉันรู้ว่าคุณหวังดี แต่เรื่องนี้อย่าพูดถึงอีกเลยค่ะ!"
หลี่ฉงโหลวรีบสวน "ผู้กองถัง คุณรู้ไหม? เรื่องไหนที่ผมกับซิงเหอตัดสินใจไม่ได้ สุดท้ายต้องไปหาเขาให้ช่วยประเมินนะ! แม้แต่ 'คัมภีร์เต้าเต๋อจิงบนกลองหิน' 6 ใบที่พิพิธภัณฑ์ของซิงเหอเพิ่งค้นพบ ก็เป็นเขาเนี่ยแหละที่เป็นคนดูออก!"
"หือ?" สีหน้าของถังปิงปิงเปลี่ยนไปทันที เธอมองตามหลังเฉินหยางด้วยความอยากรู้อยากเห็น
เธอนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ย "อาจารย์หลี่ ช่างมันเถอะค่ะ! ฉันเชื่อว่าพวกเราจัดการกันเองได้!"
หลี่ฉงโหลวพยักหน้าอย่างจนใจเขารู้ว่าถังปิงปิงยังคงไม่เชื่อมั่นในตัวเฉินหยางอยู่ดี
เขาเดินกลับออกมาที่ลานสถานี แล้วยิ้มแห้งๆ เชิงขอโทษให้เฉินหยาง
"เฉินหยาง ขอโทษทีนะ เดิมทีฉันกะว่าจะให้เธอช่วยเรื่องอะไรหน่อย แต่ว่า..."
เฉินหยางพยักหน้าเข้าใจ "ไม่เป็นไรครับ"
หลี่ฉงโหลวเดินเข้ามาใกล้แล้วกระซิบเบาๆ "มีข่าวกรองที่เชื่อถือได้ว่า มีขบวนการผลิตของปลอมและลักลอบค้าโบราณวัตถุจากต่างถิ่น ขนสมบัติจำนวนมหาศาลเข้ามาในเมืองปินไห่ของเราแล้ว!"
"ของพวกนี้ล้วนเป็นสมบัติชาติที่หาได้ยากยิ่ง แม้แต่ 'หน้ากากสัมฤทธิ์จากซานซิงตุย' ของมณฑลซีหนานยังถูกขโมยมาด้วย!"
เฉินหยางถึงกับตกใจ
"ขบวนการนี้ฝีมือไม่ธรรมดาเลยนะ! ขนาดของจากซานซิงตุยยังขโมยออกมาได้!"
หลี่ฉงโหลวพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม
"เบื้องลึกเบื้องหลังเป็นยังไงเราไม่รู้ แต่ข่าวนี้เป็นเรื่องจริงแน่นอน ขบวนการนี้ยังแอบขุดสุสานโบราณแถวซานซิงตุยและกวาดสมบัติระดับท็อปออกมานับไม่ถ้วน ตอนนี้ส่วนใหญ่หลุดเข้ามาในบ้านเราแล้ว เพื่อเตรียมจะขนลงเรือส่งขายไปต่างประเทศ!"
"ทางกองบัญชาการได้รับสายด่วนจากมณฑล คดีนี้ท่านผู้บัญชาการลงมาดูแลเอง และมีผู้กองถังเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง"
"แต่พวกตำรวจไม่สันทัดเรื่องการประเมินของเก่า เลยต้องเชิญซิงเหอกับฉันมาช่วย แต่ซิงเหอดันไปศึกษากลองหินที่พิพิธภัณฑ์มณฑล เหลือฉันแค่คนเดียว ฉันเลยต้องรวบรวมนักประเมินมือหนึ่งในเมืองมาช่วยกัน"
เฉินหยางยิ้มแบบมีเลศนัย
"ในเมื่อพวกคุณไม่มีเบาะแสของขบวนการนั้นเลย และไม่รู้ว่าของพวกนั้นอยู่ที่ไหน จะประเมินยังไงครับ? อย่าบอกนะว่าใช้วิธีสุ่มตรวจ? เจอของหน้าตาเก่าหน่อย ไม่ว่าจริงหรือปลอมก็จับมาประเมินให้หมดงั้นเหรอ?"
หลี่ฉงโหลวสีหน้ากระอักกระอ่วนอย่างยิ่ง
"วันนี้เราเจอรถจากต่างถิ่นก็สั่งสกัดหมด บางคันมีของเก่าจริงๆ บางคันเป็นของปลอม แต่ทั้งหมดไม่มีชิ้นไหนที่เกี่ยวข้องกับขบวนการนั้นเลย"
"การทำแบบนี้ไม่ต่างจากงมเข็มในมหาสมุทร กำลังตำรวจก็ไม่พอ แถมยังพลาดได้ง่ายมาก มันไม่สมจริงเลย แถมจะทำให้ชาวบ้านด่าเอาเปล่าๆ แต่มันเป็นวิธีเดียวที่เหลืออยู่เพราะผู้กองถังเองก็มืดแปดด้าน"
"เมื่อกี้ฉันเลยเสนอชื่อเธอให้มาช่วย แต่เธอกลับปฏิเสธเสียงแข็ง..."
เฉินหยางแอบขำในใจ ถังปิงปิงปฏิเสธน่ะดีแล้ว สถานการณ์แบบนี้ผมก็ช่วยอะไรไม่ได้เหมือนกัน
อีกอย่าง งานแบบนี้ทำไปก็เหนื่อยเปล่าแถมไม่ได้อะไร แถมเสียเวลาหาเงินของตัวเองด้วย อยู่ห่างๆ ไว้ดีที่สุด
"ท่านอาจารย์หลี่ คุณให้เกียรติผมสูงเกินไปแล้วครับ! ระดับปรมาจารย์อย่างพวกคุณยังไงก็แก้ปัญหาได้ง่ายๆ อยู่แล้ว เด็กเมื่อวานซืนอย่างผมจะมีปัญญาอะไรไปช่วยล่ะครับ!"
เฉินหยางหัวเราะร่า "ท่านอาจารย์หลี่ ไว้ว่างๆ ผมเลี้ยงเหล้านะครับ!"
เขาขึ้นไปนั่งในรถ สตาร์ทเครื่องยนต์แล้วค่อยๆ ขับออกไป
หลี่ฉงโหลวยิ้มขื่น พลางส่ายหัวอย่างจนใจ เขาดูปราดเดียวก็รู้ว่าเจ้าเด็กแสบนี่ไม่อยากเอาตัวไปพัวพันกับเรื่องยุ่งๆ เขาเองก็ไม่อยากทำหรอก แต่มันถอนตัวไม่ได้นี่สิ
เฉินหยางขับรถไปได้ประมาณสิบกว่านาที ก็มองเห็นศาลเจ้าเฉิงหวง (ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง) อยู่ไกลๆ เขาจำได้ว่าแถวศาลเจ้าจะมีตลาดนัดของเก่าเล็กๆ อยู่แห่งหนึ่ง
เขาจอดรถแล้วเดินเข้าไปในถนนสายของเก่า เสียงพ่อค้าแม่ค้าและผู้คนดังอื้ออึง เขาเดินดูไปเรื่อยๆ แม้จะมีของวางขายเต็มไปหมด แต่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นของเก๊ทั้งนั้น
เฉินหยางลองเดินเข้าไปดูในร้านใหญ่ๆ สองสามร้าน แม้จะเจอของแท้อยู่บ้าง แต่มูลค่าไม่สูงนัก เขาจึงไม่ได้ตัดสินใจซื้อ
เฉินหยางเริ่มหมดสนุกและเตรียมจะเดินออกจากถนนสายนี้ ทันใดนั้นในมุมสงบมุมหนึ่งของศาลเจ้าเฉิงหวง เขาเห็นแผงลอยเล็กๆ แผงหนึ่ง วางของเก่าจุกจิกไว้หลายอย่างแต่ดูแล้วไม่มีราคาค่างวดอะไรเลย
ทว่า สายตาของเฉินหยางกลับหยุดกึกอยู่ที่ดอกไม้สีเหลืองหน้าตาประหลาดต้นหนึ่ง ดอกของมันมีสีเหลืองอ่อน ใบสีเขียวสดใส แต่ทั่วทั้งต้นกลับส่งกลิ่นเหม็นตุๆ ออกมาจางๆ
"ดอกชิงหลวน!" (ดอกนกยูงเขียว) รูม่านตาของเฉินหยางหดเกร็งทันที
นี่คือดอกไม้พิสดารที่มีบันทึกไว้ใน "ตำราถุงเขียว" (ชิงหนางซู) ของหมอเทวดาฮัวโต๋ สรรพคุณทางยาของมันมหัศจรรย์ยิ่งกว่าบัวหิมะเทียนซาน โสมร้อยปี หรือเห็ดหลินจือพันปีเสียอีก แม้มันจะมีพิษ แต่ในสมัยโบราณมันคือ "ยาวิเศษ" ที่ใช้รักษาโรคเรื้อรังที่รักษายากๆ ได้ชะงัดนัก!
จบตอนที่ 89