- หน้าแรก
- ส่องทะลุสมบัติพันล้าน ด้วยดวงตาเทพระดับพระเจ้า
- ตอนที่ 66 เล่ห์เหลี่ยมเล็กๆ ของเซียวชิงเหมย
ตอนที่ 66 เล่ห์เหลี่ยมเล็กๆ ของเซียวชิงเหมย
ตอนที่ 66 เล่ห์เหลี่ยมเล็กๆ ของเซียวชิงเหมย
ตอนที่ 66 เล่ห์เหลี่ยมเล็กๆ ของเซียวชิงเหมย
เฉินหยางรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย พวกเธอเป็นพี่น้องกันงั้นเหรอ?
ผู้คนที่ยืนมุงอยู่ด้านนอกต่างก็ทำหน้าบางอ้อไปตามๆ กัน
เซียวชิงเหมยไม่ใช่เจ้าน้องสาวแท้ๆ ของเซียวชิงเสวียน แต่เป็นลูกพี่ลูกน้องที่เป็นลูกของอาเธอนั่นเอง
"เซียวชิงเหมย เธอแอบอ้างชื่อฉันไปหลอกลวงต้มตุ๋น ทำลายชื่อเสียงของฉันแบบนี้ มันจะเกินไปหน่อยไหม?" แม้เซียวชิงเสวียนจะยังมีรอยยิ้มประดับใบหน้า แต่ดวงตากลับเย็นเยียบถึงขีดสุด
"เซียวชิงเสวียน ฉันก็แค่ใช้ชื่อ 'อัญมณีเซวียนเซวียน' สี่ตัวนี้เท่านั้น มันไม่เห็นจะเกี่ยวกับเธอตรงไหน!"
เซียวชิงเสวียนแค่นเสียงหึ
"แต่ 'อัญมณีเซวียนเซวียน' มันเป็นยี่ห้อเฉพาะของฉัน! คนนอกเขาไม่รู้ว่าเซวียนเซวียนคือใครก็พอเข้าใจได้ แต่นี่เธอจะไม่รู้จริงๆ เหรอกว่าคือใคร?"
เซียวชิงเหมยถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนิ่งคิดแล้วโพล่งออกมาว่า "เซียวชิงเสวียน เธออย่าหลงระเริงนึกว่าตัวเองเก่งนักหนาเลย! ถ้าไม่ใช่เพราะบารมีตระกูลเซียว เธอจะมีปัญญาปั้นธุรกิจใหญ่โตขนาดนี้ได้เหรอ? ทั้งหมดนี้ตระกูลเซียวเป็นคนประเคนให้เธอทั้งนั้นแหละ!"
ใบหน้าของเซียวชิงเสวียนมืดครึ้มลงทันที เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างยิ่ง "เซียวชิงเหมย ฉันอยากให้เธอเข้าใจอะไรไว้สักอย่าง ความสำเร็จทั้งหมดที่ฉันมีในวันนี้ ฉันสร้างมันมาด้วยสองมือของฉันเอง!"
"ฉันไม่เคยพึ่งพาเงินทอง อำนาจ หรือเส้นสายความสัมพันธ์ใดๆ ของตระกูลเซียวเลย!"
"ตอนเริ่มทำ ฉันก็บอกคุณปู่ชัดเจนแล้วว่า 'อัญมณีเซวียนเซวียน' ของฉัน ไม่อนุญาตให้คนในตระกูลเซียวคนไหนเข้ามาสอดทั้งนั้น!"
"แต่วันนี้เธอกลับขโมยชื่อเสียงของฉันไปทำเรื่องระยำแบบนี้ บอกเลยว่าฉันยอมไม่ได้เด็ดขาด!"
"ปิดร้านนี้เดี๋ยวนี้ แล้วเอาเงินที่เธอหลอกเขามาไปคืนให้หมด! ไม่อย่างนั้น อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจ!"
เซียวชิงเสวียนจ้องเขม็งไปที่เซียวชิงเหมย เน้นย้ำทีละคำ จนประโยคสุดท้ายน้ำเสียงของเธอนั้นดุดันและทรงพลังอย่างยิ่ง
เซียวชิงเหมยสัมผัสได้ถึงรังสีความเย็นที่แผ่ออกมาจากตัวพี่สาวจนเริ่มรู้สึกหวั่นใจ แต่ก็ยังแข็งใจเถียงกลับ "แล้วถ้าฉันบอกว่า... ไม่ล่ะ?"
"ก็ลองดูสิ!" เซียวชิงเสวียนตอบเสียงเรียบแต่เฉียบขาด
ในใจของเซียวชิงเหมยเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ แต่ด้วยทิฐิจึงไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว
"งั้นฉันขอรอดูหน่อยเถอะ ว่าเธอจะมีปัญญาทำอะไรฉันได้?"
เกิดมาในตระกูลเซียวเหมือนกันแท้ๆ ทำไมเซียวชิงเสวียนถึงได้เป็นอัจฉริยะฟ้าประทาน สร้างธุรกิจมูลค่านับหมื่นล้านได้?
พรสวรรค์ของเธออาจจะด้อยกว่านิดหน่อย แต่ทรัพย์สินของตระกูลเซียวก็ควรเป็นของคนในตระกูลทุกคนไม่ใช่เหรอ? เซียวชิงเสวียนควรจะยก "อัญมณีเซวียนเซวียน" ให้เธอด้วยซ้ำ!
เซียวชิงเหมยคิดในใจด้วยความริษยาอาฆาต
เซียวชิงเสวียนแค่นหัวเราะ เดินไปที่เคาน์เตอร์แล้วก้มมองสินค้า "เอาอาเกตธรรมดามาหลอกขายเป็นอาเกตหนานหง! ฉ้อโกงผู้บริโภค!"
"เอาไข่มุกน้ำจืดเพาะเลี้ยงมาหลอกว่าเป็นไข่มุกทะเลธรรมชาติ จิตใจแกมันช่างต่ำช้านัก!"
"หินทัวร์มาลีนแต่กล้าเอามาหลอกขายเป็นหยกมรกตแท้ จิตใจแกมันมืดบอดไปหมดแล้ว!"
"หน้าตาของตระกูลเซียวโดนเธอเอาไปทิ้งลงถังขยะจนหมด!"
"ถ้าเธอจะขายในนามของตัวเอง ฉันจะไม่ขอยุ่งเลย! แต่นี่เธอมาปลอมเป็นอัญมณีเซวียนเซวียนของฉัน บอกเลยว่าไม่ได้!"
"หู่จื่อ อัดวิดีโอไว้แล้วโพสต์ลงเน็ต! เตือนชาวเน็ตทุกคนว่าร้านนี้ไม่ใช่ร้าน 'อัญมณีเซวียนเซวียน' ของจริง!"
หู่จื่อรับคำ สั่งลูกน้องเตรียมอัดคลิป แต่พอหันไปดูก็พบว่าพวกจีนมุงห้าหกคนถ่ายคลิปกันไปตั้งแต่ตอนที่เซียวชิงเสวียนเริ่มโต้เถียงแล้ว
เซียวชิงเหมยแผดเสียงลั่น "พวกแกทำอะไรน่ะ? ใครสั่งให้ถ่าย? ลบทิ้งเดี๋ยวนี้!" เธอโกรธจนหน้าเบี้ยวเสียรูปทรง ถ้าเรื่องนี้หลุดไปในเน็ต ร้านเธอได้เจ๊งภายในวันเดียวแน่
แต่ทุกคนไม่มีใครสนใจคำขู่ของเธอเลย
"ไล่พวกมันออกไปให้หมด! แย่งมือถือมาลบข้อมูลทิ้งซะ!"
เซียวชิงเหมยสติแตก กวักมือเรียกผู้จัดการอ้วนและลูกสมุนรัวๆ
ผู้จัดการอ้วนและชายฉกรรจ์อีกสิบกว่าคนเริ่มเดินบีบเข้าหาฝูงชนจากทุกทิศทาง
"หู่จื่อ!" เซียวชิงเสวียนสะบัดมือ หู่จื่อนำพี่น้องสิบกว่าคนยืนเรียงแถวหน้ากระดานเดินเข้าปะทะทันที
แววตาของพวกเขาเด็ดเดี่ยว รัศมีรอบกายดูหนักแน่นมั่นคง มีกลิ่นอายความดุดันแผ่ออกมาซึ่งต่างจากคนทั่วไป ดูแล้วเหมือนพวกทหารอาชีพ
พวกเจ้าอ้วนตกใจจนหน้าถอดสี รีบก้าวถอยหลังรัวๆ
เซียวชิงเหมยโกรธจัด "เซียวชิงเสวียน เธอจะทำอะไร?"
เซียวชิงเสวียนแค่นเสียง "นั่นควรเป็นคำถามที่ฉันต้องถามเธอมากกว่า!"
"ยังไงเธอก็เป็นน้องสาวฉัน ฉันไม่อยากฉีกหน้ากันจนถึงที่สุด! ถ้าเธอยอมรับผิดแต่โดยดี ฉันก็อาจจะจบเรื่องแค่นี้! แต่ถ้าเธอยังดื้อดึงล่ะก็ ฉันคงต้องใช้มาตรการทางกฎหมายจัดการแล้วล่ะ!"
ถ้าเดินตามขั้นตอนกฎหมาย ข้อหาขายของปลอม ย้อมแมวขาย และแอบอ้างเครื่องหมายการค้า โทษมันไม่น้อยเลยทีเดียว ดีไม่ดีอาจจะส่งเซียวชิงเหมยเข้าคุกได้
แต่ถ้าไม่ถึงที่สุดจริงๆ เซียวชิงเสวียนก็ไม่อยากเดินหมากตานี้
เส้นเลือดบนหน้าผากของเซียวชิงเหมยเต้นตุบๆ เธอชี้หน้าเซียวชิงเสวียน "ดี! ดี! ดีมาก! เซียวชิงเสวียน ถือว่าเธอแน่!" เธอขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน อยากจะงับหัวพี่สาวให้ตายไปเลย
เดิมทีเธอคิดว่าจะแอบอ้างชื่อร้านเพื่อกอบโกยเงินก้อนโต แล้วค่อยโยนขี้ให้เซียวชิงเสวียนรับกรรมไป แต่นึกไม่ถึงว่าจะโดนจับได้เร็วขนาดนี้
และเซียวชิงเสวียนก็ไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิด
"อย่าลืมล่ะ เงินที่เธอหลอกเขามา ต้องชดใช้เป็นสองเท่า!"
"ต่อให้ฟ้องศาล เธอก็แพ้อยู่ดี!"
เซียวชิงเหมยจ้องเซียวชิงเสวียนตาเขม็ง แววตาแทบจะมีไฟพุ่งออกมา
ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเธอเริ่มติดใจในกำไรมหาศาลที่ไหลมาเทมา ถ้าต้องชดใช้เป็นสองเท่า ไม่เท่ากับว่าเธอต้องเสียเงินไปเป็นพันล้านเลยเหรอ?
เมื่อเห็นสีหน้าอันแน่วแน่ของเซียวชิงเสวียน เธอก็รู้ว่าไม่มีทางต่อรองได้อีก จึงกัดฟันพยักหน้า "ก็ได้! เซียวชิงเสวียน แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!"
เซียวชิงเสวียนแค่นเสียง "หวังว่าต่อไปเธอจะไม่ล้ำเส้นฉันอีก ความอดทนของฉันมีจำกัด! หู่จื่อ ฝากคนไว้เฝ้าที่นี่ด้วย ถ้าก่อนค่ำร้านนี้ยังไม่ปิด และลูกค้าที่โดนหลอกยังไม่ได้รับค่าชดใช้ ให้พังร้านแล้วแจ้งความทันที!"
หู่จื่อรีบพยักหน้ารับคำสั่ง
พวกลูกค้าที่โดนหลอกต่างพากันโห่ร้องเสียงดัง บีบให้เซียวชิงเหมยจ่ายเงินชดใช้คืนเดี๋ยวนี้
เซียวชิงเสวียนและเฉินหยางหันหลังเดินออกมา เธออธิบายสั้นๆ ว่าเซียวชิงเหมยเป็นลูกพี่ลูกน้องในตระกูลมหาเศรษฐี ซึ่งพวกบรรดาลูกหลานมักจะแก่งแย่งชิงสมบัติกันด้วยเล่ห์เหลี่ยมสารพัดอย่าง
เพราะเธอเป็นอัจฉริยะด้านธุรกิจและเป็นหลานรักของคุณปู่ จึงกลายเป็นหนามยอกอกของพี่น้องคนอื่นๆ อย่างเลี่ยงไม่ได้
เธอไม่อยากตกอยู่ในวังวนการแย่งชิงของตระกูล จึงออกมาสร้างตัวด้วยตัวเองจนมีธุรกิจหมื่นล้าน
นึกไม่ถึงว่าธุรกิจส่วนตัวของเธอก็ยังมิวายโดนคนพวกนี้จ้องจะฮุบหรือขัดขาด้วยวิธีการสกปรก
เฉินหยางเข้าใจดีว่าการแย่งชิงในตระกูลเศรษฐีนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าการชิงบัลลังก์ของเหล่าองค์ชายในสมัยก่อนเลย เล่ห์เหลี่ยมมันล้ำลึกเกินกว่าคนทั่วไปจะจินตนาการได้
เขามองเห็นว่าแม้ภายนอกเธอจะเป็นประธานสาวผู้เย็นชาดั่งภูเขาน้ำแข็ง แต่ลึกๆ แล้วเธอก็เหมือนนกตัวน้อยที่เปราะบางและไร้ที่พึ่ง เขาจึงรู้สึกเห็นใจและปลอบใจว่า "ชิงเสวียน คุณยังใจดีเกินไปหน่อยนะ!"
"การจัดการกับพวกพี่น้องพวกนี้ ไม่จำเป็นต้องเห็นแก่ความสัมพันธ์ทางสายเลือดเลยสักนิด!"
เมื่อได้ยินคำปลอบโยนที่แสนอ่อนโยนจากเขา หัวใจของเซียวชิงเสวียนก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา ดวงตาใสกระจ่างเป็นประกายราวกับดวงดาว เธอพยักหน้า "ต่อไปฉันจะไม่ใจอ่อนแบบนี้อีกแล้ว! ไปกินข้าวกันเถอะ"
ตอนนั้นเป็นเวลาสี่โมงเย็นกว่าๆ แล้ว เฉินหยางที่วุ่นวายมาทั้งวันจนท้องกิ่วจึงพยักหน้าตอบรับ "ไปครับ"
จบตอนที่ 66