- หน้าแรก
- ส่องทะลุสมบัติพันล้าน ด้วยดวงตาเทพระดับพระเจ้า
- ตอนที่ 63 เก้าเข็มชิงเหนิง
ตอนที่ 63 เก้าเข็มชิงเหนิง
ตอนที่ 63 เก้าเข็มชิงเหนิง
ตอนที่ 63 เก้าเข็มชิงเหนิง
หลี่ชิ่งอวิ๋นแค่นหัวเราะ "แล้วที่ผ่านมาพวกคุณมัวไปมุดหัวอยู่ที่ไหนกันล่ะ?"
พวกหวังอวี่หลงถึงกับน้ำท่วมปากพูดไม่ออก พวกเขาเองก็คาดไม่ถึงว่าในมือของหลี่ชิ่งอวิ๋นจะมีของล้ำค่าขนาดนี้ ถ้ารู้แต่แรกคงจะทำตัวสุภาพกับเขามากกว่านี้ไปแล้ว
แต่พวกเขากลับเลือกที่จะมองข้ามความจริงที่ว่า ถ้าไม่มีเฉินหยาง พวกเขาก็ยังมองหยกตู๋ซานก้อนนี้เป็นแค่ขยะและไม่ยอมรับจำนำอยู่ดี
"พ่อหนุ่มครับ ตอนนี้ช่วยรักษาลูกชายผมทีเถอะ" หลี่ชิ่งอวิ๋นเดินมาหาเฉินหยาง
เฉินหยางพยักหน้า ทั้งคู่กำลังจะก้าวเท้าเดินออกไป
หวังเทียนเจ๋อก้าวออกมาขวางพลางตะคอกลั่น "จะไปก็ได้! แต่ต้องทิ้งตราประทับนั่นไว้!" เขาสะบัดมือส่งสัญญาณ หมอ 7-8 คนกับชายชุดดำอีกสิบกว่าคนก็กรูเข้าล้อมเฉินหยางไว้ตรงกลางทันที
เฉินหยางกวาดสายตามองอย่างดูแคลน "โอ้โห! นี่เปิดสำนักหมอหรือเปิดซุ้มโจรกันแน่วะ?"
หวังอวี่หลงหน้าถอดสี รีบตวาดสั่ง "พวกแกจะทำอะไร? ถอยไป!"
ทุกคนจึงยอมสลายตัวออกไป
หวังอวี่หลงก้าวเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มหยัน
"ไอ้หนู แกจะรักษาลูกชายเขาได้จริงๆ เหรอ? ขนาดฉันเองยังไม่กล้าคุยโวขนาดนี้เลย!"
เฉินหยางยิ้มตอบนิ่งๆ
"ตาแก่หวัง ถ้าผมรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวหาย คุณยอมปิดสำนักหมอเป่าเหอถังนี่ทิ้งไหมล่ะ?"
หวังอวี่หลงหน้ามืดครึ้มลงทันที
"สำนักหมอของพวกคุณน่ะมันมีไว้เพื่อหลอกลวงต้มตุ๋น รีดไถเงินชาวบ้านชัดๆ ไม่ได้ตั้งใจจะรักษาคนจริงๆ หรอก! ไอ้โฆษณาในทีวีในหนังสือพิมพ์ที่อวยตัวเองว่าเป็นหมอเทวดาจนคนจะอายุยืนเป็นหมื่นปีนั่นน่ะ..."
"พวกคุณมันก็แค่พวกต้มตุ๋น ควรจะปิดร้านไปตั้งนานแล้ว!"
ฝูงชนเริ่มกระซิบกระซาบกัน ต่างพากันเห็นด้วยกับคำพูดของเฉินหยาง
หวังอวี่หลงเดือดดาล "ไอ้หนุ่ม อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลย ระวังหายนะจะมาเยือน!"
เฉินหยางแค่นเสียงหึ ไม่สนใจคำขู่ ทันใดนั้นเขาก็หันไปยิ้มให้หวังเทียนเจ๋อ "เกือบลืมไปเลย เงินสิบหมื่นที่เขาค้างไว้ ถือว่าเจ๊ากันไปแล้วนะ!"
"แก..." หวังเทียนเจ๋อหน้าเสียสุดๆ แต่ก็เถียงไม่ออก
ส่วนหลี่ชิ่งอวิ๋นนั้นตื่นเต้นจนเนื้อเต้น เฉินหยางแค่ใช้ไหวพริบนิดเดียวก็ช่วยเขาประหยัดเงินไปได้ตั้งแสนหยวน ทำให้เขาเริ่มมีความมั่นใจในตัวเฉินหยางมากขึ้นไปอีก
เฉินหยางปรายตามองเขา หลี่ชิ่งอวิ๋นพยักหน้าแล้วนำทางเดินข้ามไปฝั่งตรงข้าม
เฉินหยางชะงักไปครู่หนึ่ง หลี่ชิ่งอวิ๋นจึงอธิบายว่า "ถ้าตรวจแผนจีนจะตรวจที่เป่าเหอถังครับ แต่ถ้าตรวจแผนปัจจุบันจะอยู่ที่โรงพยาบาลเป่าเหอเหรินอ้ายฝั่งโน้น!"
เฉินหยางมองไปที่โรงพยาบาลสูง 5-6 ชั้นฝั่งตรงข้ามที่มีป้ายชื่อ "โรงพยาบาลเป่าเหอเหรินอ้าย" เด่นหรา เขาเข้าใจทันทีว่าหวังอวี่หลงเนี่ยหน้าเงินจนถึงขั้นเสียสติไปแล้วจริงๆ
เฉินหยางกับหลี่ชิ่งอวิ๋นเดินข้ามถนนไปที่โรงพยาบาล โดยมีพวกจีนมุงตามไปดูจุดจบของเรื่องนี้ด้วย
หลี่ชิ่งอวิ๋นพาเฉินหยางขึ้นไปชั้น 5 เขาผลักประตูห้องคนไข้ห้องริมสุดเข้าไป เห็นชายหนุ่มคนหนึ่งนอนซูบซีดอยู่บนเตียง อายุประมาณยี่สิบต้นๆ โกนหัวจนโล้น ผอมแห้งจนเห็นกระดูก
"พ่อ..." เขาเรียกหลี่ชิ่งอวิ๋นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ลูคีเมียน่ะรักษาไม่หายหรอกครับ พอกันทีเถอะ เงินที่บ้านหมดเกลี้ยงแล้ว..."
"ผมคงอยู่ได้อีกไม่กี่วัน ผมอยากกลับบ้าน ไปใช้ชีวิตช่วงสุดท้ายอย่างเงียบๆ ไม่อยากนอนรอความตายบนเตียงนี้แล้ว"
หลี่ชิ่งอวิ๋นใจสลาย แต่ยังพยายามปั้นยิ้มตอบลูกชาย
"เสี่ยวเจี๋ย อย่าคิดมากลูก ลูกต้องหาย พ่อพายอดหมอเทวดามาช่วยลูกแล้ว!"
หลี่เจี๋ยพยายามเอียงคอหันมามองเฉินหยาง พอเห็นว่าอีกฝ่ายดูเด็กกว่าตัวเองเสียอีก เขาก็ไม่เชื่อน้ำหน้าเลยสักนิด
เฉินหยางเดินเข้าไปข้างเตียง ใช้นิ้วแหวกเปลือกตาเขาดู เห็นจ้ำเลือดเล็กๆ กระจายอยู่ทั่วไป จ้ำเลือดพวกนี้ถ้ามันแตกออก เลือดจะไหลไม่หยุด ถึงตอนนั้นต่อให้เทวดาก็ช่วยไม่ได้
เฉินหยางเปิดกล่อง หยิบเข็มเงินออกมาเล่มหนึ่ง รวบรวมลมปราณ แล้วแทงลงไปที่จุดชีพจรบนหน้าอกของหลี่เจี๋ยอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ การเคลื่อนไหวของเฉินหยางรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนเห็นเป็นภาพติดตา เพียงพริบตาเดียว บนร่างของหลี่เจี๋ยก็มีเข็มปักอยู่กว่ายี่สิบเล่ม
หลี่เจี๋ยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดพรายบนหน้าผากเฉินหยาง เขาหอบหายใจแรง
นึกไม่ถึงเลยว่าการใช้ "เก้าเข็มชิงเหนิง" ของท่านหมอฮัวโต๋ จะสูบพลังกายไปมหาศาลขนาดนี้
ผ่านไปสิบกว่านาที หลี่เจี๋ยรู้สึกเหมือนมีมดไต่ตามตัว ยิบๆ ยับๆ ผ่านไปอีกสักพัก สีหน้าของเขาก็เริ่มกลับมามีเลือดฝาด และมีเหงื่อซึมออกมาตามตัว
หลี่ชิ่งอวิ๋นดีใจจนตัวสั่น "คุณเฉิน ลูกชายผมเขา..." ตั้งแต่ลูกชายเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว ผิวพรรณก็ไม่เคยมีสีเลือดแบบนี้มาก่อนเลย
เฉินหยางไม่พูดอะไร
"เสี่ยวเจี๋ย ลูกรู้สึกยังไงบ้าง?"
"พ่อครับ... ตอนนี้ผมรู้สึกว่า ร่างกายมันเริ่มมีเรี่ยวแรงขึ้นเยอะเลย!" เสียงของหลี่เจี๋ยฟังดูหนักแน่นกังวาน ไม่ได้แหบแห้งไร้พลังเหมือนเมื่อกี้
หลี่ชิ่งอวิ๋นหันไปมองเฉินหยาง น้ำตาแห่งความซาบซึ้งไหลพราก "คุณ... คุณเฉิน! คุณคือหมอเทวดาจริงๆ! คุณคือผู้ให้กำเนิดพวกเราใหม่!"
เขาคุกเข่าลงเสียงดัง "ปึ้ก"
เฉินหยางรีบพยุงเขาขึ้นมา
"ทำอะไรน่ะครับ? ผมรับของของคุณมาแล้ว ผมก็ต้องรับผิดชอบรักษาลูกชายคุณให้หายสิ!"
หลี่ชิ่งอวิ๋นเช็ดน้ำตาไม่หยุด ร้องไห้ด้วยความดีใจ
"ตราประทับนั่น ในใจผมมันไม่มีค่าเท่าชีวิตลูกชายเลยสักนิดครับ"
เขารู้ดีว่ามีหมออีกตั้งมากมายที่ต่อให้เอาตราประทับไปให้ ก็รักษาลูกชายเขาไม่ได้
ทันใดนั้น เสียงประตูถูกกระแทกเปิดดัง "ปัง!" หวังอวี่หลง, หวังเทียนเจ๋อ และหลิวเฟยพากันกรูเข้ามา พร้อมกับฝูงชนที่ออกันอยู่เต็มทางเดิน
"พวกแกไม่ได้หลบมาอยู่ในห้องนี้เพื่อหาทางต้มตุ๋นพวกเราหรอกนะ?" หวังเทียนเจ๋อจ้องเขม็งไปที่ทั้งสามคน
แต่สีหน้าของหวังอวี่หลงและหลิวเฟยกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาเคยตรวจอาการหลี่เจี๋ยด้วยตัวเอง ย่อมรู้ดีว่าอาการหนักแค่ไหน อยู่ไม่ถึงเดือนแน่นอน
แต่ตอนนี้ สีหน้าของคนป่วยกลับดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แถมยังมีท่าทางกระปรี้กระเปร่า
"ไม่... เป็นไปไม่ได้!"
หวังอวี่หลงส่ายหน้าหวืด ไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ถึงนิสัยจะทราม แต่ฝีมือการแพทย์ของเขาก็ไม่ได้กระจอกจนดูไม่ออก
เฉินหยางเดินไปข้างเตียงหลี่เจี๋ย ยื่นมือไปถอนเข็มเงินออกมาทีละเล่ม
เขาใช้ปลายนิ้วชี้ขวากดนวดไปที่จุดชีพจร 6 จุดบนแผ่นหลังของหลี่เจี๋ย หลี่เจี๋ยรู้สึกคลื่นไส้อย่างรุนแรงจนอยากจะอาเจียน หลี่ชิ่งอวิ๋นเห็นท่าไม่ดีรีบคว้ากะละมังมาวางรอง
หลี่เจี๋ยสำลักเลือดเสียสีดำคล้ำออกมาคำโต
ทันทีที่คายออกมา เขาก็รู้สึกเบาสบายไปทั้งตัว
หวังอวี่หลงมองภาพนั้นด้วยสีหน้าปั้นยาก เขาเอื้อมมือไปจับชีพจรของหลี่เจี๋ย รู้สึกได้ถึงการเต้นของหัวใจที่หนักแน่นทรงพลัง ไม่เหมือนคนป่วยใกล้ตายเลยสักนิด
เขาร้องโวยวายออกมา "เป็นไปไม่ได้!" ก่อนจะทรุดฮวบลงกับพื้นอย่างหมดแรง
เฉินหยางแค่นเสียงหึ "นั่นน่ะ เพราะคุณมันกากเอง!"
"ดูจากท่าทางของหวังอวี่หลงแล้ว ไอ้หนุ่มนี่รักษาลูคีเมียหายจริงๆ เหรอเนี่ย?" ฝูงชนพากันช็อก
"หมอหวังถึงกับรับความจริงไม่ได้จนจะเป็นลมไปเลย!"
"มะเร็งเม็ดเลือดขาวก็รักษาให้หายขาดได้ด้วยเหรอ? ไอ้หนุ่มนี่ไม่ได้โม้จริงๆ ว่ะ!" ทุกคนทั้งอึ้งทั้งตื่นเต้น
"เมื่อกี้ข้ายังสงสัยในตัวเขาอยู่เลย ละอายใจจริงๆ ขอโทษนะพ่อหนุ่ม!"
"ข้าด้วย! ไม่ควรไปดูถูกเขาเลย นี่แหละคือหมอเทวดาตัวจริง!"
"ไอ้พวกเป่าเหอถังที่ชอบสูบเลือดชาวบ้านแบบนี้ น่าจะโดนจับให้หมด!"
"คุณหมอเทวดาครับ เพื่อนผมก็เป็นลูคีเมีย ช่วยไปดูหน่อยได้ไหมครับ?"
"คุณหมอครับ ผมเป็นโรคไต ช่วยตรวจให้หน่อยได้ไหม?"
เฉินหยางนึกหมั่นไส้ในใจ พวกจีนมุงพวกนี้เปลี่ยนข้างไวยิ่งกว่ากิ้งก่า น่ารำคาญสิ้นดี
เขาไม่สนใจเสียงเซ็งแซ่เหล่านั้น ยื่นมือไปจับชีพจรให้หลี่เจี๋ยอีกครั้ง
"โดยรวมไม่มีอะไรน่าห่วงแล้ว! คุณอาพาลูกชายไปตรวจด้วยเครื่องมือแพทย์แผนปัจจุบันซ้ำอีกรอบก็ได้ครับ เดี๋ยวผมจะเขียนใบสั่งยาไว้ให้ เอาไปต้มกินบำรุงอีกหนึ่งเดือน ลูกชายคุณอาจะกลับมาแข็งแรงเหมือนคนปกติร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอน!"
จบตอนที่ 63