- หน้าแรก
- ส่องทะลุสมบัติพันล้าน ด้วยดวงตาเทพระดับพระเจ้า
- ตอนที่ 62 ตราประทับราคาฟ้าถล่ม
ตอนที่ 62 ตราประทับราคาฟ้าถล่ม
ตอนที่ 62 ตราประทับราคาฟ้าถล่ม
ตอนที่ 62 ตราประทับราคาฟ้าถล่ม
ใบหน้าของหลี่ชิ่งอวิ๋นฉายแววเด็ดเดี่ยว แม้ตราประทับหยกนี้จะมีค่าควรเมืองเพียงใด แต่เมื่อเทียบกับชีวิตลูกชายของเขาแล้ว มันไม่มีค่าอะไรเลยสักนิด
เฉินหยางจ้องมองตราประทับในมืออย่างเหม่อลอย ตรงขาหน้าขวาของตัวชีหู่ (มังกรไร้เขา) มีอักษรตราสลักไว้ว่า "เว่ย" หรือว่านี่จะเป็นตราประทับของ "เว่ยจื่อฟู" ฮองเฮาในจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้?
หากพิจารณาจากยุคสมัย ตราประทับชิ้นนี้เป็นของในช่วงรัชสมัยจักรพรรดิฮั่นอู่ตี้จริงๆ
เฉินหยางครุ่นคิดในใจ ช่วงต้นราชวงศ์ฮั่นตะวันตกนั้น จีนต้องเผชิญกับการรุกรานจากพวกซงหนูอย่างต่อเนื่อง เส้นทางระหว่างแผ่นดินฮั่นกับดินแดนทางตะวันตก (ซีอวี้) ถูกตัดขาด หยกเหอเถียนจึงยังไม่ค่อยไหลเข้าสู่จงหยวนมากนัก
แต่ต่อมาฮั่นอู่ตี้ได้ยกทัพปราบซงหนูทางเหนือ และจางเชียนได้เปิดเส้นทางสู่ตะวันตก เชื่อมต่อเส้นทางสายไหมทางบก ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างฮั่นกับตะวันตกแน่นแฟ้นขึ้น หยกเหอเถียนจากแดนตะวันตกจึงเริ่มไหลเข้าสู่จักรวรรดิฮั่น การที่ฮั่นอู่ตี้จะสร้างตราประทับหยกฮองเฮาให้เว่ยจื่อฟูจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้โดยธรรมชาติ
หวังเทียนเจ๋อจ้องตาไม่กะพริบไปที่ตราประทับในมือเฉินหยาง น้ำลายแทบจะไหลออกมาจากมุมปาก ถึงเขาจะไม่รู้ว่าตราประทับนี้เป็นของใคร แต่แค่หยกขาวมันแพะคุณภาพชั้นยอดขนาดใหญ่เท่านี้ มูลค่าของมันก็เกินกว่าสองล้านหยวนไปไกลแล้ว
"อาหลี่ครับ ไอ้หนุ่มนี่ให้คุณแค่ล้านเดียวมันน้อยเกินไป ผมให้คุณ ห้าล้าน เลย!" หวังเทียนเจ๋อหันไปหาหลี่ชิ่งอวิ๋นทันที
ทุกคนมองหวังเทียนเจ๋อด้วยความตกตะลึง แต่แล้วก็เข้าใจได้ทันที เพราะไม่มีใครหรอกที่จะไม่หวั่นไหวกับของโบราณล้ำค่าระดับนี้
แม้จะรู้สึกดูแคลนการกระทำของเขา แต่ในใจทุกคนต่างก็อิจฉาตาร้อน ถ้าพวกเขามีเงินป่านนี้คงกระโดดเข้าร่วมวงแย่งชิงไปแล้ว
หลี่ชิ่งอวิ๋นมองหวังเทียนเจ๋อด้วยความประหลาดใจ ใจเริ่มสั่นคลอนเล็กน้อย แต่แล้วเขาก็ส่ายหน้า
หวังเทียนเจ๋อและเป่าเหอถังได้สูญเสียโอกาสทองไปแล้ว ถ้าตอนแรกพวกเขามีเมตตาสักนิด ยอมรับจำนำในราคา 3 แสนหยวน ตราประทับนี้คงตกอยู่ในมือพวกเขาไปนานแล้ว
"สิบล้าน!" หวังเทียนเจ๋อเห็นหลี่ชิ่งอวิ๋นยังนิ่งอยู่ จึงตะโกนอัปราคาขึ้นไปอีก
หลี่ชิ่งอวิ๋นตัวสั่นสะท้านขึ้นมาทันที พวกจีนมุงรอบข้างยิ่งส่งเสียงจ้อกแจ้กจอแจ สิบล้านหยวนคือตัวเลขมหาศาลที่แทบไม่มีใครต้านทานความเย้ายวนของมันได้
หลายคนเชียร์ให้หลี่ชิ่งอวิ๋นขายในราคาสิบล้านไปซะ บางคนถึงขนาดบอกให้เขาโก่งราคาขึ้นไปอีก
หลี่ชิ่งอวิ๋นชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วก็ยังส่ายหน้าอยู่ดี
หวังเทียนเจ๋อหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ ตะคอกว่า "หลี่ชิ่งอวิ๋น! นี่มันสิบล้านนะเว้ย ไม่ใช่ล้านเดียว เพิ่มขึ้นจากเดิมตั้งสิบเท่า!"
"เงินเท่านี้พอจะรักษาลูกชายแกให้หายจากโรคอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ!"
หลี่ชิ่งอวิ๋นปรายตามองเขาแล้วพูดนิ่งๆ "มัน... สายไปแล้ว!"
หวังเทียนเจ๋อรู้สึกอับอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนีไปชั่ววูบ แต่เขามันพวกหน้าด้าน ไม่แคร์อะไรอยู่แล้ว รีบปั้นยิ้มพูดต่อ "ไม่สายหรอก ไม่สาย! เขายังไม่ได้จ่ายเงินให้แกเลยนี่! อีกอย่าง ของแบบนี้มันต้องตกเป็นของผู้ที่ให้ราคาสูงกว่าสิวะ!"
เมื่อเห็นหลี่ชิ่งอวิ๋นยังไม่ไหวติง เขาก็โพล่งออกมาว่า "ยี่สิบล้าน!"
หลี่ชิ่งอวิ๋นถึงกับสะดุ้งสุดตัว
คนรอบข้างพากันหายใจติดขัดกระชั้นถี่
ผ่านไปครู่ใหญ่ มีคนตะโกนออกมาอย่างลำบากยากเย็น "ตาหลี่ ยี่สิบล้านแล้วนะทำไมแกยังไม่ขายให้เขาวะ?"
"ไอ้หนุ่มนั่นให้แกแค่ล้านเดียว! แกแยกไม่ออกหรือไงว่าอันไหนมากกว่า อันไหนน้อยกว่า?"
"ถึงไอ้หนุ่มนั่นจะเป็นคนเจอหยกซ่อนหยก มีบุญคุณกับแก แกก็แบ่งเงินให้เขาสักสามหมื่นห้าหมื่นเป็นการตอบแทนน้ำใจก็ได้นี่! แกคงไม่ได้โง่ดักดานจะให้เขาในราคาล้านเดียวจริงๆ หรอกนะ!"
"ไอ้หนุ่มนั่นที่อยากซื้อหยกตู๋ซานของแกมันก็หวังผลประโยชน์เหมือนกันนั่นแหละ มันต้องรู้ความลับตั้งแต่อยู่แล้ว แกให้เงินมันหน่อยก็ไม่ถือว่าเอาเปรียบมันหรอก"
"ยี่สิบล้านเชียวนะ ต่อให้รักษาลูกไม่หาย แกก็ยังมีเงินเหลืออีกตั้งเยอะ ซื้อวิลล่า ซื้อรถหรู ได้สบายๆ จะเอาไปแต่งเมียใหม่มีลูกใหม่อีกกี่คนก็ยังได้!"
เฉินหยางยังคงนิ่งเงียบ มองหลี่ชิ่งอวิ๋นด้วยรอยยิ้มจางๆ
หลี่ชิ่งอวิ๋นหันไปมองตราประทับในมือเฉินหยาง หวังเทียนเจ๋อกล้ายอมจ่ายถึงยี่สิบล้าน... แล้วจริงๆ ตราประทับนี้มันจะราคาสักเท่าไหร่กันแน่? เขารู้ดีว่าเรื่อง "เก็บลาภ" นั้น พอย้ายมือไปราคาก็อาจพุ่งขึ้นไป 10 เท่า 20 เท่า
ความคิดในใจของหลี่ชิ่งอวิ๋นแปรปรวนอยู่พักใหญ่ ก่อนจะกลับมาสงบนิ่งดังเดิม "ตราประทับนี้พ่อหนุ่มคนนี้เป็นคนค้นพบ เพราะฉะนั้นก็ต้องขายให้เขา!"
"ไอ้โง่!" หวังเทียนเจ๋อด่าทอในใจ แต่ไม่กล้าแสดงออกทางสีหน้า
เขากำลังจะอ้าปากพูดต่อ ตอนนั้นเองก็มีคน 7-8 คนเดินออกมาจากเป่าเหอถัง นำโดยผู้เฒ่าสวมชุดจงซาน ผมสีเงินขาวโพลน ใบหน้าดูใจดีราวกับพระสังกัจจายน์ เขาคือ "หวังอวี่หลง" ปรมาจารย์แพทย์แผนจีนนั่นเอง
ทีแรกเรื่องของหลี่ชิ่งอวิ๋นเขาไม่ได้ใส่ใจเลยสักนิด แต่เมื่อครู่พอเห็นเฉินหยางแกะตราประทับออกมาจากหยกตู๋ซานได้ เขาก็อยู่เฉยไม่ได้อีกต่อไป
"คุณหลี่ รีบลุกขึ้นเถอะครับ! รีบลุกขึ้น! ผมเพิ่งทราบเรื่องของลูกชายคุณ เดี๋ยวจะจัดการเจ้าพวกลูกศิษย์และหลานชายไม่เอาถ่านพวกนี้ให้ ที่พวกมันทำเรื่องแบบนี้ลงไปผมเพิ่งรู้นี่แหละครับ ช่างน่าละอายจริงๆ น่าละอายแท้ๆ!"
"เรื่องโรคของลูกชายคุณ ผมรับประกันว่าผมจะลงมือรักษาด้วยตัวเอง รับรองว่าหายขาดแน่นอน! ค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดจะยกเว้นให้ฟรี จนกว่าเขาจะหายเป็นปกติ!"
พูดพลางเขาก็ยื่นมือไปทำท่าจะพยุงหลี่ชิ่งอวิ๋นขึ้นมา
หลี่ชิ่งอวิ๋นไม่แม้แต่จะชายตามอง เขาหยัดยืนขึ้นด้วยตัวเอง
สำหรับคำลวงโลกพวกนี้ เขาไม่เชื่อแม้แต่คำเดียว
เขากับลูกชายอยู่ที่เป่าเหอถังมาเกือบเดือน ช่วงแรกหวังอวี่หลงก็มาตรวจด้วยตัวเองอยู่หรอก แต่หลังจากนั้นก็โยนให้ลูกศิษย์ พอสูบเงินทองไปจนเกือบหมด ท่าทีก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาทันที
หวังอวี่หลงไม่ได้รู้สึกกระดากอายแม้แต่น้อย เขายิ้มร่าหัวเราะหึๆ
"ตราประทับนั่น... ขายให้พวกเราดีไหม?"
หลี่ชิ่งอวิ๋นนิ่งเงียบ พูดจาไร้สาระมาตั้งนาน สุดท้ายเป้าหมายก็คือตราประทับชิ้นนี้อยู่ดี
"หลี่ชิ่งอวิ๋น เอาแบบคำเดียวจบ ผมให้คุณ ห้าสิบล้าน! เป็นไง?" หวังอวี่หลงชูมือขวา กางนิ้วทั้งห้าออกมาแกว่งไปมา
"ห้าสิบล้าน?!" ทุกคนถึงกับสูดหายใจเข้าลึกด้วยความโกรก
ทุกคนมองหวังอวี่หลงสลับกับหลี่ชิ่งอวิ๋น สายตาเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาแทบกระอักเลือด อยากจะเข้าไปตัดสินใจแทนเสียเองว่าให้รีบขายไปเดี๋ยวนี้
หลี่ชิ่งอวิ๋นโงนเงนไปมาคล้ายจะเป็นลม เขาหันไปมองหวังอวี่หลง แม้จะรังเกียจคนพรรค์นี้ แต่ตัวเลขนี้มันเย้ายวนใจเกินต้านทานจริงๆ
เขาหันไปมองเฉินหยาง แต่พบว่าเฉินหยางยังคงมีสีหน้ายิ้มแย้มสงบเงียบ ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
หลี่ชิ่งอวิ๋นเหลือบมองตราประทับในมือชายหนุ่ม แววตาสั่นระริก ริมฝีปากสั่นน้อยๆ จนได้ยินเสียงฟันกระทบกันเบาๆ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปมาไม่หยุด
ชัดเจนว่าในใจของเขากำลังต่อสู้กันอย่างรุนแรง
เฉินหยางปรายตามองเขาเงียบๆ เรื่องของคำมั่นสัญญา ข้อตกลง สัญญา หรือคำสาบานอะไรพวกนั้นน่ะ มันเชื่อถือไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอก ที่คนเรายังไม่ทรยศกัน ก็แค่เพราะผลประโยชน์ที่เสนอมามันยังไม่มากพอที่จะสั่นคลอนใจคนได้
ตราบใดที่มีผลประโยชน์มากพอ ใครๆ ก็ทรยศกันได้ทั้งนั้น
ตอนนี้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของหลี่ชิ่งอวิ๋นแล้ว
หลี่ชิ่งอวิ๋นลังเลอยู่นานนับสิบนาที จนในที่สุดสีหน้าก็ค่อยๆ กลับมาสงบนิ่ง เขาจ้องมองเฉินหยางแล้วพูดนิ่งๆ ว่า "ตราประทับนี้เป็นของเขาตั้งนานแล้ว! พวกคุณควรไปถามเขามากกว่า ว่าเขาจะขายหรือเปล่า?"
เฉินหยางลอบยิ้มในใจ นับว่าหลี่ชิ่งอวิ๋นเลือกได้ถูกต้อง เพราะถ้าเขากลับคำล่ะก็ เฉินหยางยอมทำลายตราประทับนี้ทิ้งเสียดีกว่าจะคืนให้คนพรรค์นั้น
ตามกฎที่รู้กันในวงการของเก่า การซื้อขายระหว่างเขากับหลี่ชิ่งอวิ๋นถือว่าเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงขั้นตอนการจ่ายเงินเท่านั้น
ใบหน้าของหวังอวี่หลงมืดครึ้มลงทันควัน ตะคอกลั่น "หลี่ชิ่งอวิ๋น แกมันโง่หรือเปล่าวะ? ให้ห้าสิบล้านไม่ขาย แต่จะขายให้มันราคาล้านเดียว?"
จบตอนที่ 62