เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 - เข้าสู่หอสมุด

บทที่ 27 - เข้าสู่หอสมุด

บทที่ 27 - ป่าหมอกมายาอันน่าพิศวง


บทที่ 27 - ป่าหมอกมายาอันน่าพิศวง

จางหมิงและครูฝึกฉินออกจากลานประลองและบินมุ่งหน้าออกนอกเมือง

ครูฝึกหลานรับหน้าที่ฝึกซ้อมนักเรียนคนอื่นๆ ต่อไป

สวีหนานมองตามแผ่นหลังของทั้งสองคนที่จากไป ในใจรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก สายตาที่เย็นชาก็แฝงไปด้วยความเคียดแค้น

………

ในขณะนี้ เขากำลังขี่อยู่บนหลังของเทอโรซอร์เทพงูขนนก โบยบินอยู่บนท้องฟ้า

สายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง!

ในที่สุดก็สามารถเปิดเผยตัวตน สังหารสัตว์ดุร้ายและฟาร์มแต้มวิญญาณได้อย่างโจ่งแจ้งแล้ว!

แม้ว่าสมาพันธ์จะมอบทรัพยากรให้ไม่น้อย แต่มันจะไปสะใจเท่าการใช้ระบบเพาะเลี้ยงอสูรวิญญาณอัปเลเวลได้อย่างไร!

ขอเพียงแค่มีแต้มวิญญาณมากพอ การอัปเลเวลก็แค่ฟันฉับเดียวพุ่งกระฉูด!

ฟันฉับเดียว 999! (`)

ประจวบเหมาะกับที่สามารถใช้ข้ออ้างเรื่องทรัพยากรที่สมาพันธ์จัดหาให้ มาปกปิดความจริงเรื่องการเลื่อนระดับอย่างรวดเร็วได้พอดี

"ข้างล่างนั่นคือซากเมืองสิงโตที่เจ้าแอบหนีออกไปคราวก่อน ที่นั่นมีแต่สัตว์ดุร้ายระดับเงิน สัตว์ดุร้ายระดับทองหาได้ยากมาก"

เมื่อมองลงไปยังซากปรักหักพังเบื้องล่างจากความสูงหลายร้อยเมตร ทุกอย่างเงียบสงัดและว่างเปล่า สมแล้วที่ในตอนกลางวันแทบจะหาร่องรอยของสัตว์ดุร้ายไม่เจอเลย

"ครั้งนี้ข้าจะพาเจ้าไปที่ป่าหมอกมายา ที่นั่นมีหมอกปกคลุมตลอดทั้งปี เป็นรังของสัตว์ดุร้ายระดับทองจำนวนมาก สมาพันธ์พยายามจะกวาดล้างสัตว์ดุร้ายที่นั่นมาตลอด แต่น่าเสียดายที่ล้มเหลวกลับมาทุกครั้ง"

"ที่นั่นพลังของราดอนอาจจะถูกสภาพแวดล้อมกดข่มไว้ ทำให้ไม่สามารถแสดงพลังต่อสู้ออกมาได้อย่างเต็มที่เหมือนอสูรวิญญาณสายพันธุ์ภาคพื้นดิน แต่มันก็ยิ่งช่วยฝึกฝนทักษะการรับมือและพลิกแพลงในการต่อสู้ของราดอนได้เป็นอย่างดี"

"ตกลงครับ!" เขารับคำทันที

ป่าหมอกมายา หรืออีกชื่อหนึ่งคือ เขาวงกตหมอกมายา

หมอกสีขาวที่นี่หนาทึบถึงหลายสิบเมตร มันเริ่มปกคลุมมาตั้งแต่วันแห่งภัยพิบัติ รัศมีนับพันลี้ล้วนถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีขาวโพลน

ใครก็ตามที่หลงเข้าไปที่นั่น หากไม่มีอสูรวิญญาณประเภทบินได้ ก็มีแต่ตายสถานเดียว

ในชาติก่อน เขตหัวเซี่ยเคยส่งกองกำลังไปกวาดล้างที่นั่นหลายครั้ง แต่น่าเสียดายที่ต้องคว้าน้ำเหลวกลับมาทุกครั้ง

ในฐานะหน่วยขนส่งผู้บาดเจ็บ เขาเองก็เคยไปที่นั่นครั้งหนึ่ง และก็เพียงแค่ครั้งเดียวนั้นแหละ ที่บังเอิญไปจ๊ะเอ๋เข้ากับสัตว์ดุร้ายระดับเพชรดาราเข้าพอดี จนถึงตอนนี้เขาก็ยังจำได้ฝังใจ

ถ้าตอนนั้นไม่สังเกตเห็นแต่เนิ่นๆ และหนีได้เร็วพอ ป่านนี้ก็คงกลายเป็นปุ๋ยบำรุงดินไปแล้ว

บินมาได้ประมาณสองชั่วโมง

ทัศนียภาพเบื้องหน้าก็ค่อยๆ ถูกปกคลุมด้วยหมอกสีขาวโพลน หมอกมีความหนาถึงสี่สิบเมตร ทัศนวิสัยแทบจะเป็นศูนย์ เมื่อมองจากท้องฟ้าลงไป แทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย

มองเห็นเพียงแค่ยอดไม้ที่ยื่นพ้นหมอกขึ้นมา และเสียงร้องแปลกประหลาดที่ดังแว่วมาเป็นระยะ

ชวนให้ขนลุกขนพอง!

ในชาติก่อน สมาพันธ์เพื่อทวงคืนดินแดนที่ถูกสัตว์ดุร้ายยึดครองแห่งนี้ ถึงกับต้องตั้งหน่วยสืบสวนเฉพาะกิจที่ประกอบด้วยผู้ควบคุมอสูรระดับราชาขึ้นมา

ในที่สุดก็สืบพบความลับเบื้องหลังหมอกที่ปกคลุมป่าหมอกมายาตลอดทั้งปี!

ป่าหมอกมายาซุกซ่อนสัตว์ดุร้ายระดับราชันย์เอาไว้ตัวหนึ่ง!

อสูรภาพลวงตา!

เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังขึ้นรัวๆ กล่องข้อความอัดแน่นไปด้วยข้อความนับร้อยข้อความ

เมื่อสุ่มเปิดดูข้อความหนึ่ง ข้อมูลที่แสดงขึ้นมาล้วนเป็นข้อมูลของสัตว์ดุร้าย

【งูหลามคลั่งป่าดงดิบ】

【สายเลือด】: ชั้นยอด

【ระดับ】: สีทอง 2 ดาว

【ทักษะ】: รัดมรณะ, พ่นพิษร้ายแรง, งูหลามกลืนกิน

【คำอธิบาย】: งูยักษ์ที่อาศัยอยู่ในป่าดงดิบดึกดำบรรพ์ หลังจากวันภัยพิบัติ ลำตัวของมันก็ยาวถึงสามสิบเมตร สามารถกลืนเหยื่อที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวมันหลายเท่าได้สบายๆ พิษร้ายแรงที่พ่นออกมาจากเขี้ยวมีฤทธิ์กัดกร่อนอย่างรุนแรง จุดอ่อน: ดวงตาและช่วงเอว

"แค่งูหลามคลั่งระดับสีทอง 2 ดาวสายเลือดชั้นยอดตัวเดียวยังเก่งขนาดนี้ ป่าหมอกมายานี่มันน่ากลัวจริงๆ..."

เขาตรวจสอบหน้าต่างข้อความ อ่านข้อมูลของสัตว์ดุร้ายอย่างละเอียด จดจำระดับและจุดอ่อนของสัตว์ดุร้ายไว้

【พยัคฆ์ภูตผี】

【สายเลือด】: หายาก

【พรสวรรค์】: เร้นกาย (เข้าสู่สถานะล่องหนชั่วขณะ เป็นเวลา 12 วินาที เพิ่มความเร็ว 50%)

【ระดับ】: สีทอง 7 ดาว

【ทักษะ】: ฉีกกระชาก, ดื่มเลือด, ปลุกใจ

【คำอธิบาย】: เสือที่สามารถล่องหนได้ มักจะโผล่มาแบบไม่ให้ซุ่มให้เสียง และพร้อมจะตะปบคุณได้ทุกเมื่อ ถ้าเจอตัวมันล่ะก็ ภาวนาให้ตัวเองโชคดีก็แล้วกัน จุดอ่อน: หน้าท้องและหาง ข้อแม้คือคุณต้องมองเห็นมันให้ได้ซะก่อนนะ

"พยัคฆ์ภูตผี..."

ในชาติก่อน พยัคฆ์ภูตผีแทบจะเป็นตัวแทนฝันร้ายของผู้ควบคุมอสูรทุกคน มันไม่เพียงแต่มีความเร็วที่รวดเร็วอย่างยิ่ง ไม่ด้อยไปกว่าเสือดำรัตติกาล พรสวรรค์ของมันยังสามารถล่องหนเร้นกายได้ด้วย!

มันมักจะดักซุ่มโจมตีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการอยู่เป็นประจำ!

ทุกที่ที่มีพยัคฆ์ภูตผีปรากฏตัว จะต้องมีคนเฝ้ายามพร้อมกันสามคนโดยห้ามหลับตลอดทั้งคืน ไม่อย่างนั้นแค่เผลอหาวทีเดียว มันก็จะคาบคุณไปกินแล้ว..

ครูฝึกฉินสังเกตเห็นสีหน้าของจางหมิงที่เดี๋ยวซีดเดี๋ยวเผือด ดูมีอะไรผิดปกติ

"เป็นอะไรไป? นึกเสียใจขึ้นมาแล้วสิ?"

"รู้สึกว่าที่นี่มันน่ากลัวเกินไปล่ะสิ" ครูฝึกฉินแกล้งพูดยั่วเย้า

"เปล่าครับ ข้าแค่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของพยัคฆ์ภูตผีเมื่อกี้เอง"

"พยัคฆ์ภูตผี?" ครูฝึกฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย

"ถึงพยัคฆ์ภูตผีจะเป็นแค่สัตว์ดุร้ายระดับสีทอง แต่มันก็สร้างความคุกคามให้พวกเราได้ไม่น้อยไปกว่าสัตว์ดุร้ายระดับเพชรดารา หรือแม้แต่ระดับราชาเลย เจ้านี่มันล่องหนเร้นกายได้ และอาจจะโผล่มาเมื่อไหร่ก็ได้"

"ข้าเองก็กังวลเรื่องนี้เหมือนกัน เพราะเมื่อผู้ควบคุมอสูรแยกกับอสูรวิญญาณ ตัวผู้ควบคุมอสูรเองนั้นอ่อนแอมาก และเสี่ยงต่อการถูกสัตว์ดุร้ายลอบโจมตีจนถึงแก่ชีวิตได้ง่ายๆ"

"อืม พวกเราลงจอดกันก่อนเถอะ เดี๋ยวข้าจะเรียกมังกรเกราะเหล็กหนามปฐพีออกมาคุ้มกันพวกเรา แบบนี้ต่อให้พยัคฆ์ภูตผีโผล่มา มังกรเกราะเหล็กก็จะคอยปกป้องพวกเราได้ทันท่วงที"

พวกเขาพุ่งผ่านหมอกสีขาวหนาทึบลงมา เบื้องล่างคือกิ่งก้านสาขาของต้นไม้ที่มีรูปร่างแปลกประหลาด และรากไม้โบราณที่พันกันยุ่งเหยิง

เมื่อทั้งสองคนยืนนิ่งแล้ว ครูฝึกฉินก็เก็บเทอโรซอร์กลับไป และเรียกมังกรเกราะเหล็กหนามปฐพีออกมา

ทันทีที่กลิ่นอายระดับราชาของมังกรเกราะเหล็กหนามปฐพีแผ่ซ่านออกไป ก็ทำให้เหล่านกและสัตว์ดุร้ายพากันแตกตื่นส่งเสียงร้องระงม

ดูท่าทางจะมีสัตว์ดุร้ายซ่อนตัวอยู่รอบๆ เป็นจำนวนมาก และมีตัวที่เล็งเป้าหมายมาที่พวกเขาไม่น้อยเลย!

"ที่นี่มีหมอกปกคลุม ทัศนวิสัยไม่เกินสิบเมตร เจ้าอย่าอยู่ห่างข้าเกินไปนัก และต้นไม้ที่นี่ก็เยอะมาก ทำให้วิสัยทัศน์ของราดอนถูกจำกัด ไม่สามารถดึงความได้เปรียบทางอากาศออกมาใช้ได้เต็มที่"

"หากเจออันตราย สิ่งแรกที่เจ้าต้องทำคือเรียกราดอนให้บินขึ้นฟ้า ทิ้งระยะห่างให้ปลอดภัย แล้วค่อยหาจังหวะโจมตี เข้าใจไหม"

"เข้าใจครับ!"

"แม้ป่าหมอกมายาจะน่ากลัว แต่มันก็เป็นแหล่งกำเนิดของหญ้าใจม่วง นี่ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมเขตหัวเซี่ยถึงต้องการยึดที่ดินผืนนี้คืนมาให้ได้ กลุ่มทหารรับจ้างหลายกลุ่มก็มาเสี่ยงโชคที่นี่เหมือนกัน"

"หญ้าใจม่วงเป็นวัตถุดิบจำเป็นสำหรับการวิวัฒนาการอสูรวิญญาณขึ้นสู่ระดับเพชรดาราและระดับราชา ไม่ว่าจะวิวัฒนาการไปในทิศทางไหน ก็ล้วนแต่ต้องการหญ้าใจม่วงทั้งสิ้น"

"และยิ่งสายเลือดสูงเท่าไหร่ คุณภาพของหญ้าใจม่วงที่ต้องการก็ยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย"

"หญ้าใจม่วงคุณภาพระดับสีม่วงต้นหนึ่ง ขายกันในตลาดถึงสามล้านเหรียญวิญญาณเชียวนะ แถมยังมีแต่คนแย่งกันซื้ออีกต่างหาก"

สำหรับเรื่องราคาของวัตถุดิบวิวัฒนาการ เขารู้ซึ้งเป็นอย่างดี ผู้ควบคุมอสูรน่ะไม่เท่าไหร่ อย่างมากก็เสียเงินซื้อผลึกวิญญาณนิดหน่อย แต่อสูรวิญญาณนี่สิไม่เหมือนกัน

ทั้งค่ากิน ค่าอัปเลเวล ค่าวิวัฒนาการ ทุกอย่างล้วนต้องใช้เงินทั้งนั้น!

โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายสำหรับวัตถุดิบวิวัฒนาการ!

วัตถุดิบวิวัฒนาการหลายๆ อย่าง ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้!

ครูฝึกฉินเดินขนาบข้างจางหมิง พร้อมกับอธิบายสิ่งต่างๆ รอบตัวให้เขาฟัง

กฎการเอาชีวิตรอดในป่าคืออะไร วิธีแยกแยะพืชพรรณ วิธีประเมินระดับจากมูลของสัตว์ดุร้าย สภาพแวดล้อมแบบนี้ต้องระมัดระวังตัวอย่างไร และหากเจออันตราย จะต้องรับมืออย่างไรเป็นอันดับแรก

จางหมิงตั้งใจฟังอย่างจริงจัง แม้เขาจะเคยอยู่ในหน่วยรบมาก่อน แต่ส่วนใหญ่ก็แค่ปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนในเมือง การได้เข้าร่วมปฏิบัติการล่าสังหารในป่าจริงๆ นั้นแทบจะนับครั้งได้

ดังนั้น ประสบการณ์อันล้ำค่าเหล่านี้ สำหรับเขาแล้วมันจึงมีค่าประดุจทองคำ!

"ระวัง! อย่าขยับ!"

จู่ๆ ครูฝึกฉินก็หยุดฝีเท้า อุปกรณ์วิญญาณรูปร่างคล้ายโล่ปรากฏขึ้นบนแขนของเขา และยกขึ้นมาบังไว้ด้านหน้า

"ระบบสปอร์เป่ยโต่วเพิ่งจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นการพัฒนา ยังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าจะนำมาใช้งานจริงได้ ไม่อย่างนั้นพวกเราคงไม่ต้องมาตกเป็นฝ่ายรับแบบนี้หรอก!" ครูฝึกฉินระแวดระวังสิ่งรอบข้าง พร้อมกับกระซิบเบาๆ กับเขา

"หลังจากที่ผู้ควบคุมอสูรเลื่อนขั้นเป็นระดับปรมาจารย์ ประสาทสัมผัสทั้งห้าจะถูกยกระดับขึ้นอย่างครอบคลุมด้วยพลังวิญญาณ เมื่อกี้ข้าได้ยินเสียงเหมือนกิ่งไม้หักดังมาจากข้างหน้านี้เอง"

"เมื่ออยู่ในป่า ห้ามลดการป้องกันลงแม้แต่วินาทีเดียว สัตว์ดุร้ายมักจะโผล่มาในเสี้ยววินาทีก่อนที่เจ้าจะทันตั้งตัวเสมอ!"

จางหมิงพยักหน้าเงียบๆ กวาดสายตามองไปรอบๆ นิ้วมือซ้ายแตะที่แหวนพริบตาอยู่ตลอดเวลา เตรียมพร้อมที่จะใช้งานมันได้ทุกเมื่อ

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 27 - เข้าสู่หอสมุด

คัดลอกลิงก์แล้ว