เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 - การหาประสบการณ์

บทที่ 20 - การหาประสบการณ์

บทที่ 20 - หาประสบการณ์


บทที่ 20 - หาประสบการณ์

สามวันต่อมา

เมืองเฮยสือ

เด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังเดินทอดน่องไปตามถนน เขาสวมชุดคลุมยาวสีดำสนิท ปล่อยเส้นผมสีน้ำเงินทองให้สยายไปด้านหลัง บนใบหน้าสวมหน้ากากปิดบังครึ่งหน้า เผยให้เห็นเพียงนัยน์ตาสีน้ำเงินทองคู่หนึ่ง รูปร่างสูงโปร่งราวหนึ่งร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร เขาผู้นี้ก็คือเซียวหลิงที่เดินทางออกจากสถานศึกษาเจียหนานเพื่อมาหาประสบการณ์นั่นเอง

ฟิ้ว!

ทันใดนั้น เด็กชายอายุราวสิบเอ็ดสิบสองปีคนหนึ่งก็พุ่งพรวดออกมาจากฝูงชนวิ่งตรงมาทางนี้ ท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนกำลังหนีใครมา แต่ทิศทางการวิ่งนั้นกลับจงใจพุ่งเข้ามาชนตัวเซียวหลิงอย่างเห็นได้ชัด

ปัง!

ยังไม่ทันที่เด็กคนนั้นจะเข้าใกล้เซียวหลิงในระยะหนึ่งเมตร เขาก็ถูกตบกระเด็นปลิวออกไปอย่างแรง ทรวงอกยุบลงไปเล็กน้อยราวกับถูกกระแทกอย่างจัง เขากระอักเลือดออกมาหลายคำ ดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นสองสามทีก่อนจะสลบเหมือดไป อาการบาดเจ็บสาหัสขนาดนี้ หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก็คงไม่พ้นต้องจบชีวิตลง ในขณะเดียวกัน ถุงเงินเล็กๆ สองสามใบก็ร่วงหล่นลงมาจากอกเสื้อ บ่งบอกถึงตัวตนที่แท้จริงของเด็กคนนี้ได้เป็นอย่างดี

เซียวหลิงชักฝ่ามือที่เพิ่งปัดออกไปกลับมา นัยน์ตาทอประกายเย็นเยียบ เขาใช้ฝ่ามือดูดซับดึงถุงเงินเหล่านั้นมาตกในมือ แล้วเก็บเข้าเข็มขัดสะพานยี่สิบสี่แสงจันทร์กระจ่างไป

ในเงามืดของตรอกซอกซอย สายตาที่ซ่อนเร้นหลายคู่ก็ค่อยๆ ลอบถอนตัวกลับไปเช่นกัน

นี่ก็เข้าสู่วันที่สามแล้วนับตั้งแต่เขาเดินทางออกจากสถานศึกษาเจียหนาน เนื่องจากเซียวหลิงใช้ทักษะ "อำพราง" ของกระดูกวิญญาณส่วนลำตัวจักรพรรดิหญ้าเงินครามแสนปี เพื่อจำแลงระดับพลังให้อยู่แค่โต้วซือห้าดาว ระหว่างทางที่มาเมืองเฮยสือ พวกยอดฝีมือระดับต้าโต้วซือขึ้นไปก็ไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา ส่วนพวกที่อยู่ต่ำกว่าระดับโต้วซือก็ไม่กล้าเข้ามาแหยม

คนที่กล้าเข้ามาหาเรื่องเซียวหลิงก็มีแต่พวกโต้วซือกับต้าโต้วซือเท่านั้น ซึ่งสุดท้ายก็โดนเซียวหลิงตลบหลังปล้นเรียบ

เขายังจำได้ดีว่ามีต้าโต้วซือห้าดาวสองคนสะกดรอยตามเขามา พอเดินเข้าไปในตรอกแคบๆ เขาก็ถูกทั้งสองดักหน้าดักหลัง เซียวหลิงแกล้งทำเป็นยอมจำนน พอหนึ่งในนั้นเดินเข้ามาใกล้ เขาก็ลอบโจมตีทีเถอะ จากนั้นก็ดวลเดี่ยวกับอีกคนไม่กี่กระบวนท่าก็จัดการได้สำเร็จ

ตอนนั้นพวกมันทั้งสองคนถึงกับหน้าเหวอ เซียวหลิงทำเพียงแค่พูดทิ้งท้ายไว้ประโยคเดียวว่า "พวกแกสองคนก็ฝีมือไม่เลวนี่ ไปเป็นพี่น้องในธงหมื่นวิญญาณด้วยกันต่อเลยแล้วกัน" จากนั้นเขาก็จับวิญญาณของพวกมันทั้งสองยัดลงธงหมื่นวิญญาณไป

เซียวหลิงเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งที่ดูหรูหราพอสมควร เขาสาวเท้าเดินตรงไปที่หน้าเคาน์เตอร์ แล้วเอ่ยกับชายร่างท้วมที่ยืนอยู่ด้านหลังว่า "ขอเปิดห้องพักหนึ่งห้อง"

ชายร่างท้วมที่กำลังนอนงีบหลับอยู่หลังเคาน์เตอร์ เมื่อเห็นว่ามีลูกค้าเข้ามา เขาก็ลอบสำรวจเซียวหลิงอย่างละเอียด ประกายแสงสีทองวาบผ่านดวงตาตี่เล็กของเขา

เซียวหลิงโยนถุงเงินใบเล็กที่บรรจุเหรียญทองจนตุงออกมา เสียงเหรียญทองกระทบกันดังกริ๊งๆ

ประกายความโลภฉายชัดในดวงตาของชายร่างท้วม เขาหยิบถุงเงินขึ้นมาประเมินน้ำหนัก สายตาเหลือบไปเห็นแหวนมิติบนนิ้วและเข็มขัดที่เอวของเซียวหลิง รอยยิ้มบนใบหน้าก็ยิ่งฉายแววละโมบมากขึ้นไปอีก ทว่าปากกลับพูดจาทำทีเป็นรังเกียจ "โรงเตี๊ยมของข้าเป็นโรงเตี๊ยมที่ดีที่สุดในเมืองนี้นะ เงินแค่นี้ไม่พอหรอก"

"ต้องเพิ่มอีกอย่างน้อยสิบ... เอ้ย ไม่สิ ยี่สิบเหรียญทองต่างหาก"

ภายใต้เสื้อคลุมสีดำ นัยน์ตาของเซียวหลิงหรี่ลง เขาไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดๆ ตอบกลับ เพียงแค่โยนถุงเงินไปให้อีกใบ

เมื่อเห็นท่าทีใจป้ำของเซียวหลิง ชายร่างท้วมก็เหมือนเห็นลูกแกะตัวอ้วนพีมาประเคนถึงที่ ท่าทางของเขาก็ยิ่งกระตือรือร้นขึ้น "ได้เลยขอรับ ท่านลูกค้าโปรดรอสักครู่ ข้าจะรีบจัดเตรียมห้องพักให้เดี๋ยวนี้"

ในขณะเดียวกัน เขาก็ลอบเสียดายอยู่ในใจ เมื่อกี้เรียกไปน้อยเกินไปหน่อย แต่ไม่เป็นไร ไว้ค่อยลงมือตอนกลางคืนก็แล้วกัน ฟันกำไรได้อีกเหนาะๆ... เป็นแค่โต้วซือกระจอกๆ แท้ๆ แต่กลับมีไอเทมเก็บของถึงสองชิ้น หมอนี่ต้องกระเป๋าหนักน่าดู

เมื่อเดินเข้าไปในห้องพักที่จองไว้ เซียวหลิงก็กวาดสายตาสำรวจรอบๆ แม้จะไม่ได้หรูหราอลังการอะไรนัก แต่เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เก้าอี้ และเตียงนอนก็มีครบครัน

เขาเดินไปนั่งขัดสมาธิบนเตียง แล้วหยิบใบประกาศจับแผ่นหนึ่งออกมาจากเข็มขัดสะพานยี่สิบสี่แสงจันทร์กระจ่าง

เมื่อพิจารณาดูอย่างละเอียด ก็จะเห็นว่าภาพวาดบนใบประกาศจับนั้น เป็นใบหน้าของชายร่างท้วมที่อยู่ชั้นล่างเมื่อครู่นี้เอง พร้อมกับข้อมูลพื้นฐานบางส่วน

【ถังรื่อเทียน ถนัดใช้ทักษะยุทธ์ประเภทค้อน ระดับพลังต้าโต้วซือแปดดาว เปิดโรงเตี๊ยมในเมืองเฮยสือ มักจะลอบสังหารลูกค้าที่มาพักอยู่บ่อยครั้ง】

เซียวหลิงเก็บใบประกาศจับลงไป แล้วรำพึงกับตัวเอง "นักล่าที่แท้จริงมักจะปรากฏตัวในคราบของเหยื่อเสมอ หวังว่าคืนนี้จะปิดจ๊อบได้เลยนะ จะได้ลองทดสอบพลังของทักษะยุทธ์ที่เลียนแบบมาดูซะหน่อย"

เขาเลิกคิดฟุ้งซ่าน นั่งขัดสมาธิ ประสานอินเริ่มบ่มเพาะพลัง ร่างกายเริ่มดูดซับปราณยุทธ์ ในขณะที่พลังสัมผัสวิญญาณก็คอยจับตาดูความเคลื่อนไหวรอบๆ ห้องอยู่ตลอดเวลา

เวลาล่วงเลยเข้าสู่ตีสาม พระจันทร์ส่องสว่างดวงดาวเบาบาง

ขณะที่กำลังบ่มเพาะพลัง เซียวหลิงก็สัมผัสได้ว่ามีเงาร่างสายหนึ่งกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ห้องของเขา

เขาเพ่งสัมผัสวิญญาณตรวจสอบ ก็พบว่าเป็นถังรื่อเทียนจากชั้นล่างนั่นเอง ในเวลานี้ ในมือของเขากำลังถือค้อนเหล็กสีดำทมิฬขนาดใหญ่ นัยน์ตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความละโมบ

เมื่อเห็นเช่นนั้น เซียวหลิงก็รีบถอนตัวออกจากการบ่มเพาะ อันดับแรกเขาใช้ทักษะ "อำพราง" เพื่อปกปิดกลิ่นอายของตนเอง จากนั้นก็เรียกเพลิงอสูรจากหมาป่าเพลิงโหมและเพลิงอสูรเจียวทะเลลึกออกมา นำเพลิงทั้งสองชนิดมาหลอมรวมเข้าด้วยกัน เมื่อพลังงานของเพลิงทั้งสองเข้าสู่จุดสมดุล มันก็ก่อตัวเป็นดอกบัวเพลิงรูปร่างแปลกตาขึ้นมาดอกหนึ่ง

สัมผัสวิญญาณจับจ้องไปที่หน้าประตู ทันทีที่ถังรื่อเทียนเปิดประตูห้องเข้ามา เซียวหลิงก็ไม่รอช้า ซัดบงกชเพลิงพิโรธเข้าใส่ร่างของถังรื่อเทียนอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ

เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังงานมหาศาลที่พุ่งเข้าใส่ ถังรื่อเทียนก็รีบเงื้อค้อนยักษ์ขึ้นมาป้องกัน พร้อมกับตะโกนลั่น "เป็นไปได้ยังไงกัน ทำไมถึงแข็งแกร่งขนาดนี้ รับกระบวนท่าไม้ตายค้อนมหาซวีหนีของข้าไปซะ" ทว่ายังไม่ทันที่ค้อนจะถูกเหวี่ยงออกไป บงกชเพลิงก็พุ่งเข้าประชิดตัวและระเบิดตูมขึ้นตรงหน้าเขา โชคดีที่เขากระตุ้นเกราะปราณยุทธ์ขึ้นมาป้องกันได้ทันท่วงที ไม่อย่างนั้นก็คงโดนระเบิดแหลกเป็นผุยผงไปแล้ว

"ตูมมม!"

เสียงระเบิดดังกึกก้อง โรงเตี๊ยมถูกระเบิดจนเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่ เปลวเพลิงเริ่มลุกลามไปทั่วทิศทาง

เซียวหลิงกระโดดออกทางหน้าต่าง ทิ้งระยะห่างออกมาแต่เนิ่นๆ จึงไม่ได้รับผลกระทบใดๆ แต่ทว่าถังรื่อเทียนที่รับบงกชเพลิงพิโรธเข้าไปเต็มๆ ตอนนี้แขนข้างหนึ่งแหลกเละไม่มีชิ้นดี ตามร่างกายก็มีแผลไฟลวกฉกรรจ์หลายแห่ง

เมื่อเห็นเซียวหลิงที่ไร้รอยขีดข่วนกำลังจ้องมองตนด้วยสายตาเย็นชา ถังรื่อเทียนก็ไม่สนอาการบาดเจ็บของตัวเอง เขารีบหันหลังวิ่งหนีสุดชีวิต

แต่เซียวหลิงมีหรือจะปล่อยให้เขาหนีรอดไปได้ ทันทีที่เห็นเงาร่างของถังรื่อเทียน เขาก็พุ่งไล่ตามไปติดๆ

เมื่อเห็นเกราะปราณยุทธ์บนร่างของเซียวหลิง ถังรื่อเทียนก็รู้ตัวว่าถูกตลบหลังเข้าให้แล้ว ยิ่งตอนนี้ตนเองได้รับบาดเจ็บสาหัส โอกาสหนีรอดแทบจะเป็นศูนย์ เขาจึงร้องขอชีวิตจากเซียวหลิงเสียงหลง "จอมยุทธ์น้อย เรื่องวันนี้เป็นความผิดของข้าเอง ข้ายอมเป็นวัวเป็นม้าให้ท่าน ขอท่านโปรดไว้ชีวิตสุนัขอย่างข้าด้วยเถิด"

ทว่าในแววตาที่วิงวอนนั้น กลับซ่อนเร้นความเคียดแค้นเอาไว้อย่างลึกล้ำ เขาสัมผัสได้ว่าเซียวหลิงเป็นเพียงต้าโต้วซือหนึ่งดาวเท่านั้น เขาจึงแสร้งทำเป็นยอมจำนน เพื่อรอจังหวะที่เซียวหลิงชะล่าใจ แล้วลอบโจมตี ด้วยระดับพลังต้าโต้วซือแปดดาวของเขา เขาจะต้องลงมือสำเร็จ และปลิดชีพเด็กนี่ได้ในกระบวนท่าเดียวแน่ๆ

แต่เซียวหลิงก็ไม่ปล่อยโอกาสให้เขาได้พูดต่อ เขาใช้วิชาก้าววายุเร่งรุด พุ่งพรวดเข้าประชิดตัวถังรื่อเทียน ภายใต้สายตาอันตื่นตระหนกของถังรื่อเทียน เซียวหลิงก็ซัดหมัดอัคคีชาดเข้าใส่ชีพจรหัวใจของเขา แม้ถังรื่อเทียนจะยกค้อนยักษ์ขึ้นมาป้องกันไว้ แต่ก็ยื้อได้เพียงสองวินาทีก็ถูกซัดกระเด็น ท่ามกลางสายตาอันหวาดหวั่นของถังรื่อเทียน หมัดของเซียวหลิงก็ทะลวงผ่านหน้าอกของเขาไปอย่างทะลุปรุโปร่ง

หลักการต่อสู้ของเซียวหลิงก็คือ ฉวยโอกาสตอนที่ศัตรูเพลี่ยงพล้ำ ตามไปซ้ำให้ตาย ตัวร้ายที่ตายเพราะมัวแต่พล่ามมีให้เห็นเยอะแยะไป เซียวหลิงไม่อยากกลายเป็นพวกตัวร้ายปัญญาอ่อนแบบนั้นหรอก

เขาชักหมัดกลับมา ใช้เพลิงอสูรเผาผลาญคราบเลือดบนหมัดจนสะอาดสะอ้าน จากนั้นก็รูดเอาแหวนมิติของถังรื่อเทียนมา ดูดวิญญาณของมันเข้าธงหมื่นวิญญาณ แล้วใช้หินบันทึกภาพถ่ายสภาพศพเก็บไว้ ก่อนจะสวมเสื้อคลุมสีดำ แล้วเร้นกายหายลับไปในความมืดมิดยามวิกาล

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 20 - การหาประสบการณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว