เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 155 เป็นไปได้อย่างไร?!!!

บทที่ 155 เป็นไปได้อย่างไร?!!!

บทที่ 155 เป็นไปได้อย่างไร?!!!


บทที่ 155 เป็นไปได้อย่างไร?!!!

ลมปราณกรีดร้อง เมฆาฉีกขาด

เป่ยหานเฟิงโคจรปีกวายุอัคคีอย่างเต็มกำลัง ปีกคู่สีเขียวแดงลากลำแสงยาวเหยียด พุ่งทะยานอยู่ใต้ท้องฟ้าสีเทาตะกั่ว ปีกขวาเปลวเพลิงสีแดงฉานลุกโชน ปีกซ้ายม้วนพายุลมปราณสีเขียวขึ้นมา ทุกครั้งที่กระพือปีก ร่างของเขาก็ข้ามผ่านระยะทางได้หลายลี้ในชั่วพริบตา

เสิ่นเยว่หลีถูกแขนซ้ายของเขาโอบไว้แนบกาย ใบหน้าของนางซีดเผือดไร้สีเลือด เมื่อครู่นางรับการโจมตีเพียงนิ้วเดียวของเฒ่าผู้นั้นเข้าอย่างจัง ส่งผลให้เส้นชีพจรได้รับความเสียหายอย่างหนัก ในตอนนี้ทำได้เพียงโคจรพลังวิญญาณเพื่อปกป้องจุดศูนย์กลางชีวิตของตนไว้เท่านั้น

“สหายเต๋าลี่...” เสียงของนางอ่อนระโหย “ปล่อยข้าลงเถิด ท่านรีบหนีไปเอาชีวิตรอดคนเดียวเถอะ”

เป่ยหานเฟิงไม่ตอบคำถาม เขาเพียงกระพือปีกคู่ด้านหลังอีกครั้ง เร่งความเร็วเพิ่มขึ้นอีกสามส่วน

จิตสัมผัสแผ่ขยายไปด้านหลัง รุ้งสีเขียวสายนั้นยังคงไล่ตามมาไม่ลดละ ระยะห่างยังคงคงที่อยู่ที่ประมาณยี่สิบลี้

ความเร็วในการเหินเวหาของผู้บำเพ็ญระดับจินตัน ช่างน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้

“เจ้าหนู เจ้าหนีไม่พ้นหรอก!”

เสียงของเฒ่าผู้นั้นแทรกผ่านสายลมมาพร้อมกับเจตนาฆ่าอันเยือกเย็น

แววตาของเป่ยหานเฟิงยังคงสงบนิ่ง วิชาฉางชุนกงในร่างโคจรอย่างบ้าคลั่ง พลังวิญญาณไหลบ่าเข้าสู่ปีกวายุอัคคีราวกับเขื่อนแตก แม้ปีกคู่นี้จะเป็นศาสตราสมบัติระดับสุดยอด แต่ด้วยระดับพลังสร้างรากฐานขั้นสมบูรณ์แบบของเขา หากต้องหนีเพียงลำพังยังพอมีโอกาส แต่การพาคนหนีไปด้วยอีกหนึ่งคนนั้น ถือว่าถึงขีดจำกัดสูงสุดแล้ว

ต้องหาทางสลัดเฒ่าผีผู้นี้ให้หลุด

เขากวาดสายตามองภูมิประเทศเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว

ในตอนนี้พวกเขาบินออกจากเขตห้วงอัคคีปฐพีมาแล้ว เบื้องล่างคือเทือกเขาแห้งแล้งสีแดงฉานที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ภูเขาสูงชันสลับกับหุบเหวลึกซับซ้อน เป็นชัยภูมิที่เหมาะแก่การต่อสู้และหลบหลีกยิ่งนัก

เมื่อตัดสินใจได้ เป่ยหานเฟิงก็ดิ่งร่างลงอย่างรุนแรง

ปีกคู่หุบเข้าหาลำตัว กลายเป็นลำแสงสีเขียวแดงสายหนึ่ง พุ่งตรงไปยังหุบเขาแคบๆ เบื้องล่าง

“คิดจะอาศัยภูมิประเทศหนีรึ? ช่างฝันหวานนัก!” เฒ่าผู้นั้นแค่นหัวเราะ รุ้งสีเขียวพลันหักเลี้ยวตามลงไปทันที

หน้าผาสองฝั่งของหุบเขาแห่งนี้สูงชันและกว้างเพียงสิบกว่าจั้ง เป่ยหานเฟิงเคลื่อนที่อย่างรวดเร็วเลียบไปกับพื้นดิน ลมปราณที่เกิดจากปีกวายุอัคคีพัดพากรวดหินบนหน้าผาร่วงกราวลงมาไม่ขาดสาย

เฒ่าผู้นั้นตามมาติดๆ จิตสัมผัสล็อกเป้าหมายไปที่ลำแสงสีเขียวแดงเบื้องหน้าไว้อย่างแน่นหนา

ทว่าในวินาทีนั้นเอง มือซ้ายของเป่ยหานเฟิงก็สะบัดออก

ยันต์สิบกว่าแผ่นพุ่งออกไปทางด้านหลัง

แต่มันไม่ใช่ยันต์โจมตี หากแต่เป็นยันต์ก่อกวนอย่าง “ยันต์หมอกลวงตา” และ “ยันต์เงามายา” ยันต์เหล่านั้นระเบิดออกกลางอากาศ กลายเป็นหมอกขาวหนาทึบและเงามายาหลายสาย เติมเต็มหุบเขาในพริบตา

เฒ่าผู้นั้นขมวดคิ้วมุ่น ส่งจิตสัมผัสชอนไชเข้าไปในหมอกขาว

ทว่าในหมอกนี้มีส่วนผสมของวัตถุบางอย่างที่รบกวนจิตสัมผัส ด้วยระดับพลังจินตันของเขา กลับสำรวจได้ไกลเพียงสามสิบกว่าจั้งเท่านั้น อีกทั้งเงามายาหลายสายที่ปรากฏขึ้นยังแยกแยะจริงเท็จได้ยากยิ่ง เพราะกลิ่นอายเหมือนกับเป่ยหานเฟิงไม่มีผิดเพี้ยน

“ดิ้นรนเฮือกสุดท้าย!”

เฒ่าผู้นั้นโบกสะบัดแขนเสื้อ พลังวิญญาณมหาศาลพวยพุ่งออกมาสลายหมอกขาวไปกว่าครึ่ง

แต่เพียงชั่วขณะที่ล่าช้านี้ เบื้องหน้าก็ไร้ร่องรอยของเป่ยหานเฟิงไปเสียแล้ว

“หืม?” เฒ่าผู้นั้นแผ่จิตสัมผัสออกไปเต็มกำลัง กวาดสำรวจทุกตารางนิ้วในหุบเขา

ไม่มี!

กลิ่นอายสีเขียวแดงนั้นราวกับอันตรธานหายไปในอากาศธาตุ

สีหน้าของเขาเริ่มเคร่งขรึม ร่างหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศ สองตาหลับลงเล็กน้อย แผ่จิตสัมผัสที่ละเอียดราวกับเส้นไหมสำรวจร่องรอยอย่างถี่ถ้วน

ไม่ว่าจะเป็นรอยแยกบนหน้าผา หลังก้อนหิน หรือแม้แต่ใต้ดินลึกลงไปหลายจั้ง...

ก็ยังคงไร้วี่แวว

“เป็นไปได้อย่างไร...” ในดวงตาของเฒ่าผู้นั้นฉายแววประหลาดใจ

เพียงผู้บำเพ็ญระดับสร้างรากฐาน มิอาจหลบซ่อนจากการสำรวจด้วยจิตสัมผัสของเขาได้อย่างสมบูรณ์แน่ เว้นแต่ว่า...

เขาพลันฉุกใจคิดอะไรบางอย่างได้ จึงเงยหน้าขึ้นมองยอดหน้าผาอย่างกะทันหัน

เกือบจะพร้อมกันนั้น ลำแสงสีเขียวแดงสายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าจากยอดหน้าผา มุ่งหน้าไปยังทิศตะวันออกเฉียงเหนือด้วยความเร็วสูงสุด!

“เจ้าหนูเจ้าเล่ห์!” เฒ่าผู้นั้นตะโกนอย่างโกรธเกรี้ยว ร่างเปลี่ยนเป็นรุ้งสีเขียวไล่ตามไปทันที

ที่แท้เป่ยหานเฟิงอาศัยหมอกขาวบังตาเมื่อครู่ เขาไม่ได้บินต่อไปข้างหน้า แต่ใช้วิชา “เงาไม้หลบหนี” ปีนขึ้นไปบนหน้าผาและซ่อนตัวอยู่ในเงามืดบนยอดผา เมื่อจิตสัมผัสของเฒ่าผู้นั้นกวาดผ่านเบื้องล่างไปแล้ว เขาจึงสบโอกาสลงมืออย่างกะทันหัน

การหลอกล่อครั้งนี้ ทำให้ระยะห่างของทั้งสองถูกดึงออกไปไกลเกือบห้าสิบลี้

เป่ยหานเฟิงไม่กล้าผ่อนคลายแม้แต่น้อย ปีกวายุอัคคีถูกโคจรจนถึงขีดสุด บริเวณที่ไหม้เกรียมบนแขนขวาส่งความเจ็บปวดราวกับจะฉีกขาด พิษไฟที่หลงเหลืออยู่ในเส้นชีพจรยังคงกำเริบอยู่จางๆ แต่ก็ถูกเขาใช้เคล็ดวิชาฉางชุนกงกดข่มเอาไว้

เสิ่นเยว่หลีผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง นางหยิบโอสถออกมาจากถุงเก็บของแล้วกลืนลงไป ก่อนจะกล่าวเสียงเบา “สหายเต๋าลี่ หนีแบบนี้ต่อไปไม่ใช่ทางออก ผู้บำเพ็ญระดับจินตันมีพลังวิญญาณมหาศาล ไม่ช้าก็เร็วเราต้องถูกตามทันแน่”

มีหรือที่เป่ยหานเฟิงจะไม่รู้

แต่ในวินาทีนี้ เขาไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว

แม้ว่าน้ำเต้าเปลือกแดงจะสามารถข่มพิษไฟได้ แต่ก็ไม่สามารถเพิ่มพลังต่อสู้ให้เขาได้โดยตรง และแม้กระบี่ชิงหมิงจะคมกล้าเพียงใด แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับระดับจินตันย่อมยังห่างชั้นกันเกินไป

ตอนนี้เขาทำได้เพียงเดิมพันเท่านั้น

เสี่ยงกับความอดทนของเฒ่าผีผู้นั้น และเสี่ยงว่าหนทางเบื้องหน้าจะปรากฏทางรอดขึ้นมาหรือไม่

บินต่อไปอีกประมาณหนึ่งก้านธูป เบื้องหน้าก็ปรากฏทะเลสาบกว้างใหญ่สุดสายตา

น้ำในทะเลสาบนั้นเป็นสีเขียวเข้มลึกลับจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง

บนผิวน้ำมีหมอกสีเทาจางๆ ปกคลุมอยู่ จิตสัมผัสที่ส่งเข้าไปตรวจตรากลับจมหายไปราวกับโยนหินลงมหาสมุทร ไม่สามารถล่วงรู้ถึงสิ่งที่อยู่ภายในได้เลย

แววตาของเป่ยหานเฟิงแข็งกร้าวขึ้น

ทะเลสาบแห่งนี้มีบางอย่างผิดปกติ!

ร่างของเขาไม่หยุดชะงัก พุ่งตรงไปยังใจกลางทะเลสาบทันที

เฒ่าผู้นั้นที่อยู่ด้านหลังไล่ตามมาจนถึงระยะสี่สิบลี้แล้ว เมื่อเห็นดังนั้นเขาก็ตะโกนเสียงดังลั่น “เจ้าหนู! ข้างหน้าคือ ‘ทะเลสาบกลืนวิญญาณ’ หากเจ้ากล้าเข้าไป เจ้าต้องตายอย่างไร้ที่กลบฝังแน่นอน!”

ทะเลสาบกลืนวิญญาณรึ?

ในใจของเป่ยหานเฟิงสั่นไหวเล็กน้อย

เขาเคยเห็นชื่อนี้ผ่านตาในบันทึกโบราณเล่มหนึ่ง กล่าวกันว่าทะเลสาบแห่งนี้สามารถกลืนกินจิตวิญญาณได้ ผู้บำเพ็ญที่เข้าไปจะถูกจำกัดจิตสัมผัสจนไม่ต่างจากคนธรรมดา และยังมีข่าวลือว่าที่ก้นทะเลสาบมีอสูรร้ายบรรพกาลหลับใหลอยู่ ผู้ที่ย่างกรายเข้าไปไม่เคยมีใครได้กลับออกมาแม้แต่คนเดียว

เบื้องหน้าคือทะเลสาบมรณะ เบื้องหลังคือเพชฌฆาตที่ไล่ล่า

ในชั่วพริบตา เป่ยหานเฟิงก็ได้ตัดสินใจเด็ดขาด

เขาพลิกตัว พุ่งลงไปยังผิวน้ำโดยไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม!

“เจ้าหาที่ตายเองนะ!” สีหน้าของเฒ่าผู้นั้นเปลี่ยนไป ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นอย่างเฉียบพลัน

ในเสี้ยววินาทีที่ร่างจะสัมผัสผิวน้ำ มือซ้ายของเป่ยหานเฟิงก็เหวี่ยงร่างของเสิ่นเยว่หลีขึ้นไปด้านบนอย่างสุดแรง!

“สหายเต๋าเสิ่น ข้าจะล่อมันไปเอง... ท่านรีบไป!”

สิ้นเสียง ร่างของเขาก็ดิ่งลงสู่ผิวน้ำสีเขียวเข้มราวกับลูกศรที่พุ่งออกจากคันสาย

ผิวน้ำเกิดระลอกคลื่นเป็นวงกว้าง ก่อนจะกลับสู่ความสงบนิ่งดังเดิม

เสิ่นเยว่หลีทรงตัวอยู่กลางอากาศ มองดูผิวน้ำเบื้องล่างด้วยความรู้สึกซับซ้อน นางกัดฟันแน่น ก่อนจะเรียกกระบี่เงินออกมาจากกล่องกระบี่ กลายเป็นลำแสงพุ่งหนีไปทางทิศอื่น

เฒ่าผู้นั้นไล่ตามมาจนถึงเหนือน้ำทะเลสาบ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมจนแทบจะคั้นน้ำออกมาได้

เขาส่งจิตสัมผัสลงไปสำรวจ แต่ก็เป็นไปตามข่าวลือจริงๆ จิตสัมผัสของเขาสามารถชอนไชลงไปได้เพียงสิบกว่าจั้งก็ไม่สามารถไปต่อได้อีก

ใต้น้ำนั้นมืดมิดและเย็นยะเยือกจนไม่อาจรับรู้สิ่งใดได้เลย

“คิดว่าหนีเข้าไปใน ‘ทะเลสาบกลืนวิญญาณ’ แล้วจะรอดชีวิตไปได้รึ?” เฒ่าผู้นั้นแค่นเสียง “ข้าจะรอเจ้าอยู่ที่นี่! ดูสิว่าเจ้าจะทนอยู่ในนั้นได้นานแค่ไหน!”

เขานั่งขัดสมาธิอยู่กลางอากาศ หลับตาลงปรับลมปราณ แสงสีเขียวไหลเวียนทั่วร่าง แผ่รังสีข่มขวัญปกคลุมพื้นที่รอบบริเวณร้อยจั้ง

เวลาผ่านไปทีละน้อย

ผิวน้ำยังคงสงบนิ่งประหนึ่งไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

ครึ่งชั่วยามต่อมา เฒ่าผู้นั้นพลันลืมตาขึ้น จ้องเขม็งไปยังจุดหนึ่งบนผิวน้ำ

ที่นั่น ร่างหนึ่งค่อยๆ ลอยคอขึ้นมา

เป่ยหานเฟิงนั่นเอง

ทั่วร่างของเขาเปียกโชก ใบหน้าซีดขาวจนเห็นเส้นเลือด ลมหายใจอ่อนระทวย เห็นได้ชัดว่าระยะเวลาที่อยู่ในทะเลสาบทำให้อาการบาดเจ็บของเขาทรุดหนักลง

“ในที่สุดก็ทนไม่ไหวจนต้องโผล่หัวออกมาแล้วรึ?” เฒ่าผู้นั้นค่อยๆ ลุกขึ้นยืน ในดวงตาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าที่ฟุ้งกระจาย

เป่ยหานเฟิงเงยหน้าขึ้นมองเฒ่าผู้นั้นด้วยสายตาโรยแรง น้ำเสียงแหบพร่า “ผู้อาวุโส... เหตุใดท่านต้องฆ่าแกงกันถึงเพียงนี้...”

“อย่าพล่ามไร้สาระ!” โซ่วิญญาณสีเขียวสามสายพุ่งออกจากแขนเสื้อของเฒ่าผู้นั้น ราวกับอสรพิษที่หมายจะรัดร่างของเป่ยหานเฟิงไว้ “ส่งสมบัติออกมา แล้วข้าจะสงเคราะห์ให้เจ้าตายอย่างสบาย!”

ทว่าในวินาทีที่โซ่วิญญาณจะถึงตัว แววตาของเป่ยหานเฟิงพลันเปลี่ยนเป็นเจิดจ้าคมกล้า

กระบี่ชิงหมิงในมือซ้ายของเขาสว่างวาบขึ้นทันที!

มันไม่ใช่แสงวิญญาณสามสีอย่างที่เคยเป็น แต่เป็นแสงสีเขียวบริสุทธิ์ ตัวกระบี่สั่นสะเทือนส่งเจตกระบี่อันคมกล้าพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า

ในขณะเดียวกัน ปีกวายุอัคคีด้านหลังก็แผ่ออกอย่างแรง ร่างของเขาถอยรั้งไปด้านหลังอย่างรวดเร็ว!

โซ่วิญญาณสีเขียวทั้งสามสายกลับถูกเขาหลบหลีกได้อย่างหวุดหวิดด้วยวิชาตัวเบาอันเหนือชั้น

เฒ่าผู้นั้นตะลึงไปชั่วครู่ ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะอย่างโกรธเกรี้ยว “เจ้าเด็กนี่! ยังจะดิ้นรนเฮือกสุดท้ายอีกรึ!”

เขาไม่เก็บงำพลังอีกต่อไป พลังกดดันระดับจินตันระเบิดออกเต็มพิกัด สองมือประสานอิน ฝ่ามือยักษ์สีเขียวปรากฏขึ้นเหนือหัว ตบลงมาพร้อมกับพลังทำลายล้างที่หมายจะบดขยี้ทุกสิ่ง!

ฝ่ามือนี้ครอบคลุมพื้นที่ถึงห้าสิบจั้ง ปิดตายทุกเส้นทางหนีของเป่ยหานเฟิง

คราวนี้เป่ยหานเฟิงหลบหลีกไม่ได้อีกแล้ว

เขากัดฟันแน่น ชูกระบี่ชิงหมิงขึ้นฟ้า พลังวิญญาณทั้งหมดในร่างไหลเข้าไปในกระบี่อย่างบ้าคลั่ง แสงสีเขียวสว่างวาบจนตาพร่า กลายเป็นปราณกระบี่ยักษ์สามจั้งฟันสวนขึ้นไปประชันหน้า!

“เปรี้ยง——!!!”

ปราณกระบี่และฝ่ามือยักษ์ปะทะกันจนเกิดการระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวไปทั้งหุบเขา

เป่ยหานเฟิงถูกแรงกระแทกมหาศาลดีดจนกระเด็นถอยหลังไปไกล เขาไอเป็นโลหิตออกมาคำโต กระบี่ชิงหมิงหลุดจากมือร่วงหล่นลงสู่ทะเลสาบ

ร่างของเขากระแทกเข้ากับผิวน้ำอย่างแรง เขาพยายามจะชันกายลุกขึ้น แต่กลับกระอักเลือดออกมาอีกครั้ง

เฒ่าผู้นั้นลอยตัวลงมาอย่างใจเย็น มองลงมาที่เขาด้วยสายตาของผู้เหนือกว่า “คราวนี้ เจ้ายังมีลูกไม้อะไรอีกไหม?”

เป่ยหานเฟิงเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก แต่มุมปากของเขากลับค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่น่าขนลุก

“ผู้อาวุโส... ท่านรู้หรือไม่...” เสียงของเขาเบาหวิว แต่กลับดังชัดเจนในโสตประสาทของเฒ่าผู้นั้น “ข้าเห็นอะไรที่ก้นทะเลสาบกลืนวิญญาณแห่งนี้?”

หัวใจของเฒ่าผู้นั้นกระตุกวูบขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ

ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก น้ำทะเลสีเขียวเข้มเบื้องล่างก็พลันระเบิดออกอย่างรุนแรง!

กรงเล็บยักษ์สีดำสนิทพุ่งทะลุผิวน้ำออกมา บนกรงเล็บเต็มไปด้วยเกล็ดหนาที่ดูแข็งแกร่งประดุจโม่หิน

กรงเล็บยักษ์นั้นแผ่ไอสีดำทะมึนมหาศาล พุ่งเข้าตะปบใส่—

เฒ่าระดับจินตันที่กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศอย่างเหี้ยมเกรียม!

จบบทที่ บทที่ 155 เป็นไปได้อย่างไร?!!!

คัดลอกลิงก์แล้ว