- หน้าแรก
- เศษวันเวลาที่เหลือไว้ ณ ฉางอาน
- บทที่ 6 ตามล้างผลาญให้สิ้นซาก
บทที่ 6 ตามล้างผลาญให้สิ้นซาก
บทที่ 6 ตามล้างผลาญให้สิ้นซาก
เนิ่นนานผ่านไป ในที่สุดหลินจิ่นเหยียนก็คลานมาถึงปลายเท้าของฉู่เฉิงเย่า
นางเงยใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดและบาดแผลเหวอะหวะขึ้น ร่ำไห้วิงวอนว่า
ฉู่เฉิง...ฝ่าบาท หม่อมฉันขอร้องท่าน ท่านจะฆ่าหม่อมฉัน จะแล่เนื้อเถือหนังหม่อมฉันอย่างไรก็ย่อมได้ แต่หม่อมฉันขอร้องให้ท่านปล่อยท่านพ่อและพี่ชายของหม่อมฉันไป ท่านจะทำอย่างไรกับหม่อมฉันก็ได้ ขอเพียงปล่อยพวกเขาไป หม่อมฉันขอร้องท่าน หม่อมฉันขอร้องท่าน...
เมื่อไม่ได้รับการตอบรับ หลินจิ่นเหยียนก็เริ่มโขกศีรษะซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ขอร้องท่าน ฝ่าบาท หม่อมฉันขอร้องท่าน ปล่อยพวกเขาไปเถิด หม่อมฉันขอร้องท่าน...
นางโขกศีรษะจนหน้าผากมีเลือดซึม ถึงได้ยินเสียงของฉู่เฉิงเย่าดังมาจากเหนือศีรษะ
หลินจิ่นเหยียน คนที่หยิ่งยโสเช่นเจ้าก็มีเวลาที่ต้องโขกศีรษะขอร้องคนอื่นเหมือนกัน หากตอนที่ข้าขอร้องเจ้า เจ้าไปขอร้องตระกูลกู้และตระกูลหลินเช่นนี้ เรื่องราวคงไม่ลงเอยเช่นนี้ เมื่อวานเจ้าอ้อนวอนข้าเช่นนี้อาจจะยังพอมีประโยชน์ แต่สำหรับวันนี้...
หลินจิ่นเหยียนรีบถามอย่างร้อนรน วันนี้เป็นเช่นไร
ฉู่เฉิงเย่าถอยหลังไปหนึ่งก้าวแล้วย่อตัวลง ยื่นมือไปทัดปอยผมที่ปรกหน้าหลินจิ่นเหยียนไว้ทัดหู แววตาของเขาแฝงไปด้วยความอ่อนโยนที่หลินจิ่นเหยียนเคยคุ้นชิน ราวกับกำลังกระซิบกระซาบกับหญิงคนรักด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
เมื่อเช้านี้ พี่ชายของเจ้าได้ยินข่าวร้ายของตระกูลหลิน จึงใช้มีดจับองค์หญิงอวิ๋นซีเป็นตัวประกัน เตรียมจะมาช่วยเจ้า แต่กลับถูกองครักษ์ยิงธนูสังหาร ก่อนจะมาที่นี่ ได้ยินมาว่าท่านพ่อของเจ้ากระอักเลือด เกรงว่าคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน
หลินจิ่นเหยียนเบิกตากว้าง ลมหายใจหยุดชะงัก ผ่านไปครู่หนึ่งนางก็หอบหายใจแรงหลายครั้ง คว้าแขนเสื้อของฉู่เฉิงเย่าไว้แล้วเอ่ยเสียงสั่น
ไม่จริง! ท่านโกหกข้าใช่หรือไม่ ท่านเพียงแค่อยากเห็นข้าเจ็บปวดใช่หรือไม่ พวกเขาไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่
ฉู่เฉิงเย่ายิ้มมุมปาก ก่อนหน้านี้ที่ข้าต้องโกหกเจ้าเป็นเพราะสถานการณ์บังคับ แต่ตอนนี้ข้าไม่จำเป็นต้องโกหกเจ้าอีกต่อไปแล้ว
พูดจบ ฉู่เฉิงเย่าก็ลุกขึ้นยืนแล้วสั่งการว่า เด็กๆ ไปพาตัวหลินซือหย่วนมา
เมื่อฉู่เฉิงเย่าลุกขึ้น หลินจิ่นเหยียนก็ล้มพับลงไปกองกับพื้นอีกครั้ง นางจ้องเขม็งไปที่ประตู
ในใจนางเฝ้าสวดภาวนาอย่างแรงกล้า ขอให้ครั้งนี้ฉู่เฉิงเย่าโกหกนาง ท่านพ่อและพี่ชายของนางยังคงปลอดภัยดี
ฉู่เฉิงเย่านั่งลงบนเก้าอี้ที่เตรียมไว้ให้โจวเย่ว์เสวี่ย โจวเย่ว์เสวี่ยใช้ผ้าเช็ดหน้าเช็ดรอยเปื้อนที่ข้อมือเสื้อของเขาซึ่งเกิดจากหลินจิ่นเหยียน ปากก็พร่ำบอกด้วยความห่วงใยสารพัด ทำให้ฉู่เฉิงเย่าคลายหัวคิ้วลงได้
ไม่นานนักก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอก หลินจิ่นเหยียนพยุงตัวขึ้นจ้องมองไปที่ประตู เห็นหลินซือหย่วนผมเผ้ายุ่งเหยิง บริเวณหน้าอกเต็มไปด้วยเลือด สลบไสลไม่ได้สติ ถูกองครักษ์สองคนหิ้วปีกเข้ามา
หลินจิ่นเหยียนร้องเรียกเสียงหลง ท่านพ่อ ท่านพ่อ...
ฉู่เฉิงเย่าส่งสายตาให้องครักษ์ องครักษ์จึงโยนร่างของหลินซือหย่วนลงตรงหน้าหลินจิ่นเหยียน
หลินจิ่นเหยียนคลานเข้าไปหา เขย่าไหล่ของหลินซือหย่วนพลางร้องไห้คร่ำครวญ
ท่านพ่อ! ท่านพ่อ! ข้าเหยียนเอ๋อร์เอง ท่านพ่อลืมตามาดูข้าสิ ข้าเหยียนเอ๋อร์ไง...ท่านพ่อ...
ใบหน้าของหลินซือหย่วนซีดเผือดราวกับคนตาย เมื่อได้ยินเสียงเรียกก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น หายใจรวยรินเอ่ยว่า
เหยียนเอ๋อร์...
หลินจิ่นเหยียนคว้ามือของหลินซือหย่วนที่ค่อยๆ ยกขึ้นมาแล้วตอบรับ
ท่านพ่อ ข้าเอง
เมื่อหลินซือหย่วนมองเห็นใบหน้าของหลินจิ่นเหยียนชัดเจน ก็รู้สึกปวดใจอย่างสุดซึ้ง
เหยียนเอ๋อร์...ทำไม...ถึงบาดเจ็บเช่นนี้ เจ็บหรือไม่...ท่านพ่อไม่ได้...ปกป้องเจ้าให้ดี...
หลินจิ่นเหยียนจับมือของหลินซือหย่วนที่พยายามจะลูบบาดแผลของนางไว้แน่น ส่ายหน้าพลางร้องไห้กล่าวว่า
ไม่ใช่ความผิดของท่านพ่อ เป็นความผิดของข้าเอง เป็นเพราะลูกหลงเชื่อคนชั่ว ทำให้ท่านพ่อต้องเดือดร้อน ทำให้ตระกูลหลินและตระกูลกู้ต้องเดือดร้อน ทั้งหมดเป็นความผิดของลูกเอง
หลินซือหย่วนเอ่ยอย่างกระท่อนกระแท่น ไม่ใช่...ความผิดของเจ้า...ไม่มี...ใครโทษเจ้า...จงมีชีวิต...อยู่ต่อไป...
ท่ามกลางเสียงร้องไห้คร่ำครวญสำนึกผิดของหลินจิ่นเหยียน หลินซือหย่วนก็ขาดใจตายไปในที่สุด เบิกตากว้างอ้าปากค้าง ไร้ซึ่งลมหายใจ
หลินจิ่นเหยียนจ้องมองดวงตาของหลินซือหย่วน ความรู้สึกสิ้นหวังค่อยๆ แปรเปลี่ยนจากเสียงแผ่วเบาเป็นการร้องตะโกนอย่างบ้าคลั่ง
ท่านพ่อ...ท่านพ่อ...ท่านพ่อ!!!
หลังจากร้องไห้คร่ำครวญอยู่นาน หลินจิ่นเหยียนก็ยื่นมือออกไป ค่อยๆ ปิดตาให้หลินซือหย่วน
จบตอน