เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1413 - เทพสวรรค์ไม่สามารถเปรียบเทียบปรมาจารย์สวรรค์ได้

1413 - เทพสวรรค์ไม่สามารถเปรียบเทียบปรมาจารย์สวรรค์ได้

1413 - เทพสวรรค์ไม่สามารถเปรียบเทียบปรมาจารย์สวรรค์ได้


1413 - เทพสวรรค์ไม่สามารถเปรียบเทียบปรมาจารย์สวรรค์ได้

เทพสวรรค์น้อยแสดงสีหน้าที่ไม่พออย่างชัดเจน สถานะของเขาสูงส่งเป็นถึงเทพสวรรค์ ไม่เคยมีใครปฏิบัติต่อเขาเช่นนี้มาก่อน

“ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการทำอะไร เจ้าต้องการรวบรวมศรัทธาของผู้คนทั่วโลกเพื่อผลักดันให้ตัวเองก้าวเข้าสู่อาณาจักรแห่งความเป็นอมตะหรือ น่าเสียดายที่คุณสมบัติของเจ้ายังไม่เพียงพอและพวกเราเซียนอมตะแห่งเผิงไหลจะไม่ยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้น”

“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร ถึงกล้ากล่าวเช่นนั้นกับอาจารย์ของข้า” หลงเซียวเชวียกล่าวอย่างเย็นชา

“ในโลกนี้มีจักรพรรดิสวรรค์เพียงคนเดียวก็พอแล้ว หากเจ้าต้องการสร้างวังสวรรค์ขึ้นมาเจ้าจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากเราก่อน!” ชายที่อยู่บนบนกำแพงเมืองกล่าวด้วยความเย็นชา

หัวใจของเย่ฟ่านกระตุกเล็กน้อย ต้องมีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลที่นี่ อาจะเกี่ยวข้องกับการต่อสู้เพื่อศร้ทธา ดูเหมือนว่าเผิงไหลก็มุ่งเน้นในเส้นทางนี้เช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจะไม่อนุญาตให้ใครทำสิ่งเหล่านี้อย่างเด็ดขาด

“ข้าคิดว่าสมองของเจ้าจะต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน โลกใบนี้กว้างใหญ่ไพศาลใครจะตั้งนิกายใดๆ ก็ได้ มีความจำเป็นอะไรที่เราต้องขออนุญาตจากเจ้า?” จางชิงหยางตะโกน

“เจ้าพูดถูก การต่อตั้งนิกายไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากเรา ยกเว้นวังสวรรค์เท่านั้น หากเจ้าต้องการใช้ชื่อนี้เจ้าต้องทำลายเราเทพอมตะแห่งเผิงไหลให้สิ้นซากก่อน” เทพสวรรค์บนกำแพงกล่าวอย่างเย็นชา

แม้แต่เทพธิดาเผิ่งหวงที่ยิ้มแย้มยังรู้สึกเคืองจากคำพูดของฝ่ายตรงข้าม นางก้าวไปข้างหน้าและกล่าวว่า

“เผิงไหลเป็นเพียงดินแดนลับแลของโลกใบนี้ ไม่มีผู้ใดรู้จักพวกเจ้าอีกต่อไป เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครจึงกล้ามาเหยียบเท้าวังสวรรค์ของเรา?”

“เผิงไหลเป็นดินแดนแห่งสวรรค์ตั้งแต่สมัยโบราณ เราเป็นผู้นำในด้านการบ่มเพาะเต๋าของโลกใบนี้ พวกเจ้าเป็นเพียงผู้บ่มเพราะรุ่นหลังจะรู้อะไร” ชายที่อยู่บนกำแพงกล่าว

โหยวเว่ยอวี้ได้ยินแบบนั้นก็กล่าวขึ้นว่า “ข้ามาจากเขาคุนหลุนซึ่งได้ชื่อว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งความเป็นอมตะ ในโลกนี้มีเพียงเขาคุนหลุนเท่านั้นจึงจะเป็นที่สิงสถิตของเทพ เผิงไหลของเจ้าซุกซ่อนอยู่ในทะเลแบบนี้ผู้คนจะมองเห็นความยิ่งใหญ่ได้อย่างไร?”

“คุนหลุน?” ชายที่อยู่บนกำแพงส่ายหน้าด้วยความดูถูก “ในสมัยโบราณจะบอกว่าคุนหลุนเป็นดินแดนแห่งความอมตะย่อมไม่มีใครคัดค้านอย่างแน่นอน แต่ปัจจุบันมันไม่สามารถเทียบกับเผิงไหลและหลี่โจวได้แล้ว”

“ไม่ต้องไปสนใจเรื่องไร้สาระนั่น ให้ข้าฆ่าเจ้าหนูนี่เลยดีกว่า”

อาชาเพลิงกล่าวด้วยความโกรธ ในฐานะอสูรราชาผู้ยิ่งใหญ่มันไม่อาจปล่อยให้เด็กน้อยคนหนึ่งทำตัวหยิ่งผยองต่อหน้ามันได้

“เป็นถึงราชาผู้ยิ่งใหญ่สายเลือดมังกรแต่กลับยินยอมเป็นข้าทาสผู้อื่น ช่างเสียศักดิ์ศรีนัก” เทพสวรรค์เผิงไหลหัวเราะเยาะ

“อาจารย์ข้าอยากทำลายเมืองนี้” จางชิงหยางกล่าว

เย่ฟ่านพยักหน้า

“ทำลายเมืองศักดิ์สิทธิ์ ฮ่าๆๆ”

เทพสวรรค์น้อยหัวเราะออกมา ปรากฏร่องรอยการเสียดสีที่มุมปากดูหน้าชิงชังยิ่งนัก

“เมื่อหลายปีก่อนเจ้าพ่ายแพ้ข้าจากการโจมตีเพียงกระบวนท่าเดียวเท่านั้น หลายปีให้หลังข้ายังคงสามารถฆ่าเจ้าได้อย่างง่ายดาย”

เมื่อกล่าวเช่นนี้แล้ว เขาจึงกระโดดลงมาจากกำแพงและกดฝ่ามือเข้าหาจารย์ชิงหยางทันที

“วันนี้ข้าจะหักกระดูกเจ้าออก เพื่อให้เจ้าเข้าใจเจตจำนงของเผิงไหลที่ไม่อาจปฏิเสธได้!”

ฝ่ามือของเขาเปล่งประกายด้วยแสงหลากสีสัน จากนั้นภูเขาขนาดใหญ่ได้ตกลงมาจากท้องฟ้าและกดทับเข้าหาจางชิงหยางอย่างรวดเร็ว

จางชิงหยางคำรามด้วยความโกรธ พลังศักดิ์สิทธิ์ระเบิดออกมาจากร่างของเขากลายเป็นมังกรขนาดใหญ่ที่ต่อต้านการโจมตีจากภูเขาเบื้องบน

ปลูกมังกรตัวนี้เกิดขึ้นจากพลังแห่งศรัทธาที่รวบรวมเข้าสู่วังสวรรค์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เย่ฟ่านไม่เห็นนด้วยกับการทำเช่นนี้ เขารู้สึกว่าสุดท้ายแล้วทุกอย่างต้องพึ่งพาตัวเองการหยิบยืมพลังจากผู้อื่นนั้นเป็นเพียงสิ่งที่ไร้สาระ

แต่อย่างไรก็ตาม จางชิงหยางนั้นให้ความสำคัญกับความศรัทธาของผู้คนอย่างมาก เขาเริ่มต้นเส้นทางนี้ไปแล้วและไม่อาจย้อนคืนได้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงพยายามรวบรวมศรัทธาของผู้คนเข้าสู่วังสวรรค์อย่างต่อเนื่อง

สุดท้ายเย่ฟ่านไม่ได้ปฏิเสธความคิดเห็นของจางชิงหยาง เขาได้หยิบยืมคัมภีร์โบราณมากมายจากวาติกันเพื่อให้ศิษย์คนนี้ได้เดินไปบนเส้นทางแห่งความศรัทธาจนถึงขีดสุด

แล้วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฐานการบ่มเพาะของจางชิงหยางได้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เขารอดพ้นจากหายนะหลายครั้ง

หากในอดีตเขาถูกเรียกว่าปรมาจารย์สวรรค์น้อย ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขาก็สามารถเรียกตัวเองว่าปรมาจารย์สวรรค์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ!

‘บูม’

จางชิงหยางเคลื่อนไหวอย่างอิสระ พลังจิตที่บริสุทธิ์ระเบิดออกมาจากความว่างเปล่ากลายเป็นมังกรแปดสิบเอ็ดตัวพุ่งเข้าโจมตีเทพสวรรค์น้อยอย่างบ้าคลั่ง

“ช่างสวยงามจริงๆ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะจัดการกับข้า!” เทพสวรรค์น้อยตะโกน

จางชิงหยางอ้าปากพ่นดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ออกมา นี่คือผลไม้เต๋าที่เขาสร้างขึ้นเมื่อก้าวเข้าสู่อาณาจักรผู้สูงสุด ในปัจจุบันมันเป็นอาวุธประจำชีวิตของเขาไปแล้ว

สี่ปีที่แล้วจางชิงหยางถูกโจมตีด้วยผนึกขุนเขาของฝ่ายตรงข้ามและทำให้กระดูกแตกหักทั้งหมด หากเย่ฟ่านไม่ให้ความช่วยเหลือทันเวลาป่านนี้เขาคงกลายเป็นคนพิการตั้งแต่แรก

คลื่นพลังที่สง่างามกวาดไปทั่วท้องฟ้า ม่านพลังหลากสีสันปะทะกับมังกรแปดสิบตัวอย่างบ้าคลั่ง และทำให้คลื่นที่เกิดจากการระเบิดกวาดไปรอบทิศทางพร้อมกับบดขยี้กำแพงเมืองจนแหลกละเอียดทันที

“โจมตี!”

เทพสวรรค์แห่งเผิงไหลตะโกนอีกครั้ง มือของเขาประสานอินอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเรียกภูเขาหลายสิบลูกให้ตกลงมาจากท้องฟ้า

จางชิงหยางมีสีหน้าสงบนิ่ง เขาผ่านการบ่มเพาะจนไม่มีสิ่งใดสามารถสร้างผลกระทบต่อจิตใจได้อีกแล้ว

ในขณะนี้อาวุธแห่งชีวิตของเขาระเบิดปราณปฐพีต้นกำเนิดที่เย่ฟ่านมอบให้ออกมาพร้อมกับสกัดกั้นการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“นั่นมันอะไร?”

เทพสวรรค์น้อยตกใจและรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ไม่กี่ปีที่ผ่านมาชายที่อยู่ตรงหน้าเขายังคงเป็นเพียงปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น หลายปีให้หลังฐานการบ่มเพาะของเขาไม่มีความเปลี่ยนแปลงแต่กลับแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเดิมนับร้อยเท่า

นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถทำความเข้าใจได้?

‘บูม’

พลังของปราณปฐพีต้นกำเนิดบดขยี้ร่างกายของเทพสวรรค์น้อยจนตกลงมาจากท้องฟ้า สภาพของเขายังเลวร้ายมากกว่าจางชิงหยางเมื่อสี่ปีที่แล้วด้วยซ้ำ

เทพสวรรค์น้อยดิ้นรนอย่างทุกข์ทรมาน ในขณะนี้จางชิงหยางก้าวไปข้างหน้าและเหยียบใบหน้าของเขากดลงกับพื้นโดยตรง

“อาจารย์ของข้าไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะเปรียบเทียบได้ และไม่ว่าเราต้องการจะสร้างสำนักใดขึ้นมามันก็ไม่จำเป็นต้องขอความเห็นจากเผิงไหล?”

“เจ้า…”

เทพสวรรค์น้อยมองดูเท้าที่อยู่บนปากของตนด้วยความโกรธ ในชีวิตของเขาไม่เคยประสบกับความอัปยศเช่นนี้มาก่อน

ข้างหลังจางชิงหยางคือหวงเทียนหนี่ที่กำลังยิ้มแย้ม นางจ้องมองเทศบาลน้อยที่นอนอยู่บนพื้นและกล่าวว่า

“เทพสวรรค์น้อยจากความแข็งแกร่งที่เจ้าแสดงออกมา ดูเหมือนว่าเผิงไหลของเจ้าก็ไม่เท่าไหร่เลยนี่”

เทพสวรรค์กัดฟันและมองกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความโกรธ แต่เท้าของศัตรูยังคงเหยียบย่ำอยู่บนปากของเขาทำให้เขาไม่สามารถพูดอะไรได้

“ดูเหมือนว่าเทพสวรรค์แห่งเผิงไหลจะด้อยกว่าปรมาจารย์สวรรค์ของเราอยู่มาก”

แม้แต่คนที่มีนิสัยรักความสงบอย่างจ้านปี้ฟ่านก็ยังอดที่จะเสียดสีเล็กน้อยไม่ได้

“เจ้าเป็นใคร เจ้าต้องการอะไร?”

ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามด้วยที่แก่ชราดังมาจากประตูเมือง หญิงชราและชายชราคู่หนึ่งปรากฏตัวขึ้น

…………

จบบทที่ 1413 - เทพสวรรค์ไม่สามารถเปรียบเทียบปรมาจารย์สวรรค์ได้

คัดลอกลิงก์แล้ว