- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1413 - เทพสวรรค์ไม่สามารถเปรียบเทียบปรมาจารย์สวรรค์ได้
1413 - เทพสวรรค์ไม่สามารถเปรียบเทียบปรมาจารย์สวรรค์ได้
1413 - เทพสวรรค์ไม่สามารถเปรียบเทียบปรมาจารย์สวรรค์ได้
1413 - เทพสวรรค์ไม่สามารถเปรียบเทียบปรมาจารย์สวรรค์ได้
เทพสวรรค์น้อยแสดงสีหน้าที่ไม่พออย่างชัดเจน สถานะของเขาสูงส่งเป็นถึงเทพสวรรค์ ไม่เคยมีใครปฏิบัติต่อเขาเช่นนี้มาก่อน
“ข้ารู้ว่าเจ้าต้องการทำอะไร เจ้าต้องการรวบรวมศรัทธาของผู้คนทั่วโลกเพื่อผลักดันให้ตัวเองก้าวเข้าสู่อาณาจักรแห่งความเป็นอมตะหรือ น่าเสียดายที่คุณสมบัติของเจ้ายังไม่เพียงพอและพวกเราเซียนอมตะแห่งเผิงไหลจะไม่ยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้น”
“เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร ถึงกล้ากล่าวเช่นนั้นกับอาจารย์ของข้า” หลงเซียวเชวียกล่าวอย่างเย็นชา
“ในโลกนี้มีจักรพรรดิสวรรค์เพียงคนเดียวก็พอแล้ว หากเจ้าต้องการสร้างวังสวรรค์ขึ้นมาเจ้าจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากเราก่อน!” ชายที่อยู่บนบนกำแพงเมืองกล่าวด้วยความเย็นชา
หัวใจของเย่ฟ่านกระตุกเล็กน้อย ต้องมีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากลที่นี่ อาจะเกี่ยวข้องกับการต่อสู้เพื่อศร้ทธา ดูเหมือนว่าเผิงไหลก็มุ่งเน้นในเส้นทางนี้เช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจะไม่อนุญาตให้ใครทำสิ่งเหล่านี้อย่างเด็ดขาด
“ข้าคิดว่าสมองของเจ้าจะต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน โลกใบนี้กว้างใหญ่ไพศาลใครจะตั้งนิกายใดๆ ก็ได้ มีความจำเป็นอะไรที่เราต้องขออนุญาตจากเจ้า?” จางชิงหยางตะโกน
“เจ้าพูดถูก การต่อตั้งนิกายไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากเรา ยกเว้นวังสวรรค์เท่านั้น หากเจ้าต้องการใช้ชื่อนี้เจ้าต้องทำลายเราเทพอมตะแห่งเผิงไหลให้สิ้นซากก่อน” เทพสวรรค์บนกำแพงกล่าวอย่างเย็นชา
แม้แต่เทพธิดาเผิ่งหวงที่ยิ้มแย้มยังรู้สึกเคืองจากคำพูดของฝ่ายตรงข้าม นางก้าวไปข้างหน้าและกล่าวว่า
“เผิงไหลเป็นเพียงดินแดนลับแลของโลกใบนี้ ไม่มีผู้ใดรู้จักพวกเจ้าอีกต่อไป เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครจึงกล้ามาเหยียบเท้าวังสวรรค์ของเรา?”
“เผิงไหลเป็นดินแดนแห่งสวรรค์ตั้งแต่สมัยโบราณ เราเป็นผู้นำในด้านการบ่มเพาะเต๋าของโลกใบนี้ พวกเจ้าเป็นเพียงผู้บ่มเพราะรุ่นหลังจะรู้อะไร” ชายที่อยู่บนกำแพงกล่าว
โหยวเว่ยอวี้ได้ยินแบบนั้นก็กล่าวขึ้นว่า “ข้ามาจากเขาคุนหลุนซึ่งได้ชื่อว่าเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งความเป็นอมตะ ในโลกนี้มีเพียงเขาคุนหลุนเท่านั้นจึงจะเป็นที่สิงสถิตของเทพ เผิงไหลของเจ้าซุกซ่อนอยู่ในทะเลแบบนี้ผู้คนจะมองเห็นความยิ่งใหญ่ได้อย่างไร?”
“คุนหลุน?” ชายที่อยู่บนกำแพงส่ายหน้าด้วยความดูถูก “ในสมัยโบราณจะบอกว่าคุนหลุนเป็นดินแดนแห่งความอมตะย่อมไม่มีใครคัดค้านอย่างแน่นอน แต่ปัจจุบันมันไม่สามารถเทียบกับเผิงไหลและหลี่โจวได้แล้ว”
“ไม่ต้องไปสนใจเรื่องไร้สาระนั่น ให้ข้าฆ่าเจ้าหนูนี่เลยดีกว่า”
อาชาเพลิงกล่าวด้วยความโกรธ ในฐานะอสูรราชาผู้ยิ่งใหญ่มันไม่อาจปล่อยให้เด็กน้อยคนหนึ่งทำตัวหยิ่งผยองต่อหน้ามันได้
“เป็นถึงราชาผู้ยิ่งใหญ่สายเลือดมังกรแต่กลับยินยอมเป็นข้าทาสผู้อื่น ช่างเสียศักดิ์ศรีนัก” เทพสวรรค์เผิงไหลหัวเราะเยาะ
“อาจารย์ข้าอยากทำลายเมืองนี้” จางชิงหยางกล่าว
เย่ฟ่านพยักหน้า
“ทำลายเมืองศักดิ์สิทธิ์ ฮ่าๆๆ”
เทพสวรรค์น้อยหัวเราะออกมา ปรากฏร่องรอยการเสียดสีที่มุมปากดูหน้าชิงชังยิ่งนัก
“เมื่อหลายปีก่อนเจ้าพ่ายแพ้ข้าจากการโจมตีเพียงกระบวนท่าเดียวเท่านั้น หลายปีให้หลังข้ายังคงสามารถฆ่าเจ้าได้อย่างง่ายดาย”
เมื่อกล่าวเช่นนี้แล้ว เขาจึงกระโดดลงมาจากกำแพงและกดฝ่ามือเข้าหาจารย์ชิงหยางทันที
“วันนี้ข้าจะหักกระดูกเจ้าออก เพื่อให้เจ้าเข้าใจเจตจำนงของเผิงไหลที่ไม่อาจปฏิเสธได้!”
ฝ่ามือของเขาเปล่งประกายด้วยแสงหลากสีสัน จากนั้นภูเขาขนาดใหญ่ได้ตกลงมาจากท้องฟ้าและกดทับเข้าหาจางชิงหยางอย่างรวดเร็ว
จางชิงหยางคำรามด้วยความโกรธ พลังศักดิ์สิทธิ์ระเบิดออกมาจากร่างของเขากลายเป็นมังกรขนาดใหญ่ที่ต่อต้านการโจมตีจากภูเขาเบื้องบน
ปลูกมังกรตัวนี้เกิดขึ้นจากพลังแห่งศรัทธาที่รวบรวมเข้าสู่วังสวรรค์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เย่ฟ่านไม่เห็นนด้วยกับการทำเช่นนี้ เขารู้สึกว่าสุดท้ายแล้วทุกอย่างต้องพึ่งพาตัวเองการหยิบยืมพลังจากผู้อื่นนั้นเป็นเพียงสิ่งที่ไร้สาระ
แต่อย่างไรก็ตาม จางชิงหยางนั้นให้ความสำคัญกับความศรัทธาของผู้คนอย่างมาก เขาเริ่มต้นเส้นทางนี้ไปแล้วและไม่อาจย้อนคืนได้ ด้วยเหตุนี้เขาจึงพยายามรวบรวมศรัทธาของผู้คนเข้าสู่วังสวรรค์อย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายเย่ฟ่านไม่ได้ปฏิเสธความคิดเห็นของจางชิงหยาง เขาได้หยิบยืมคัมภีร์โบราณมากมายจากวาติกันเพื่อให้ศิษย์คนนี้ได้เดินไปบนเส้นทางแห่งความศรัทธาจนถึงขีดสุด
แล้วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ฐานการบ่มเพาะของจางชิงหยางได้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เขารอดพ้นจากหายนะหลายครั้ง
หากในอดีตเขาถูกเรียกว่าปรมาจารย์สวรรค์น้อย ความแข็งแกร่งในปัจจุบันของเขาก็สามารถเรียกตัวเองว่าปรมาจารย์สวรรค์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ!
‘บูม’
จางชิงหยางเคลื่อนไหวอย่างอิสระ พลังจิตที่บริสุทธิ์ระเบิดออกมาจากความว่างเปล่ากลายเป็นมังกรแปดสิบเอ็ดตัวพุ่งเข้าโจมตีเทพสวรรค์น้อยอย่างบ้าคลั่ง
“ช่างสวยงามจริงๆ แต่ยังไม่เพียงพอที่จะจัดการกับข้า!” เทพสวรรค์น้อยตะโกน
จางชิงหยางอ้าปากพ่นดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ออกมา นี่คือผลไม้เต๋าที่เขาสร้างขึ้นเมื่อก้าวเข้าสู่อาณาจักรผู้สูงสุด ในปัจจุบันมันเป็นอาวุธประจำชีวิตของเขาไปแล้ว
สี่ปีที่แล้วจางชิงหยางถูกโจมตีด้วยผนึกขุนเขาของฝ่ายตรงข้ามและทำให้กระดูกแตกหักทั้งหมด หากเย่ฟ่านไม่ให้ความช่วยเหลือทันเวลาป่านนี้เขาคงกลายเป็นคนพิการตั้งแต่แรก
คลื่นพลังที่สง่างามกวาดไปทั่วท้องฟ้า ม่านพลังหลากสีสันปะทะกับมังกรแปดสิบตัวอย่างบ้าคลั่ง และทำให้คลื่นที่เกิดจากการระเบิดกวาดไปรอบทิศทางพร้อมกับบดขยี้กำแพงเมืองจนแหลกละเอียดทันที
“โจมตี!”
เทพสวรรค์แห่งเผิงไหลตะโกนอีกครั้ง มือของเขาประสานอินอย่างต่อเนื่องพร้อมกับเรียกภูเขาหลายสิบลูกให้ตกลงมาจากท้องฟ้า
จางชิงหยางมีสีหน้าสงบนิ่ง เขาผ่านการบ่มเพาะจนไม่มีสิ่งใดสามารถสร้างผลกระทบต่อจิตใจได้อีกแล้ว
ในขณะนี้อาวุธแห่งชีวิตของเขาระเบิดปราณปฐพีต้นกำเนิดที่เย่ฟ่านมอบให้ออกมาพร้อมกับสกัดกั้นการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“นั่นมันอะไร?”
เทพสวรรค์น้อยตกใจและรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ไม่กี่ปีที่ผ่านมาชายที่อยู่ตรงหน้าเขายังคงเป็นเพียงปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น หลายปีให้หลังฐานการบ่มเพาะของเขาไม่มีความเปลี่ยนแปลงแต่กลับแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าเดิมนับร้อยเท่า
นี่เป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถทำความเข้าใจได้?
‘บูม’
พลังของปราณปฐพีต้นกำเนิดบดขยี้ร่างกายของเทพสวรรค์น้อยจนตกลงมาจากท้องฟ้า สภาพของเขายังเลวร้ายมากกว่าจางชิงหยางเมื่อสี่ปีที่แล้วด้วยซ้ำ
เทพสวรรค์น้อยดิ้นรนอย่างทุกข์ทรมาน ในขณะนี้จางชิงหยางก้าวไปข้างหน้าและเหยียบใบหน้าของเขากดลงกับพื้นโดยตรง
“อาจารย์ของข้าไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะเปรียบเทียบได้ และไม่ว่าเราต้องการจะสร้างสำนักใดขึ้นมามันก็ไม่จำเป็นต้องขอความเห็นจากเผิงไหล?”
“เจ้า…”
เทพสวรรค์น้อยมองดูเท้าที่อยู่บนปากของตนด้วยความโกรธ ในชีวิตของเขาไม่เคยประสบกับความอัปยศเช่นนี้มาก่อน
ข้างหลังจางชิงหยางคือหวงเทียนหนี่ที่กำลังยิ้มแย้ม นางจ้องมองเทศบาลน้อยที่นอนอยู่บนพื้นและกล่าวว่า
“เทพสวรรค์น้อยจากความแข็งแกร่งที่เจ้าแสดงออกมา ดูเหมือนว่าเผิงไหลของเจ้าก็ไม่เท่าไหร่เลยนี่”
เทพสวรรค์กัดฟันและมองกลุ่มคนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความโกรธ แต่เท้าของศัตรูยังคงเหยียบย่ำอยู่บนปากของเขาทำให้เขาไม่สามารถพูดอะไรได้
“ดูเหมือนว่าเทพสวรรค์แห่งเผิงไหลจะด้อยกว่าปรมาจารย์สวรรค์ของเราอยู่มาก”
แม้แต่คนที่มีนิสัยรักความสงบอย่างจ้านปี้ฟ่านก็ยังอดที่จะเสียดสีเล็กน้อยไม่ได้
“เจ้าเป็นใคร เจ้าต้องการอะไร?”
ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามด้วยที่แก่ชราดังมาจากประตูเมือง หญิงชราและชายชราคู่หนึ่งปรากฏตัวขึ้น
…………