- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1374 - เทวทูตของพระเจ้า
1374 - เทวทูตของพระเจ้า
1374 - เทวทูตของพระเจ้า
1374 - เทวทูตของพระเจ้า
“ทรงพลังจริงๆ ไม่น่าแปลกใจเลยที่เจ้าสังหารอัศวินศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่ไม่ว่าเจ้าจะกล้าหาญเพียงใด ก็ไม่ควรดูหมิ่นพระเจ้า”
ชายชราที่สวมเสื้อคลุมสีทองเดินออกมา ในมือของเขาคือคทาศักดิ์สิทธิ์ ทั่งทั้งร่างของเขามีแสงสว่างอันศักดิ์สิทธิ์ปกคลุมอยู่
ข้างหลังของเขามีนักรบผู้ทรงพลังสวมชุดเกราะเหล็กมากกว่าสิบคน กำลังควบสัตว์อสูรทรงพลังปกป้องชายชราไว้ตรงกลาง
“นั่นคืออาจารย์เหวินโถว เขามีเวทย์มนต์ที่ลึกซึ้งและเชี่ยวชาญภาษาศักดิ์สิทธิ์โบราณ เป็นผู้ใช้เวทมนต์ที่น่าสะพรึงกลัว” ใครบางคนกล่าวเบาๆ
แต่เย่ฟ่านและคนอื่นๆ ได้ยินภาษาเหล่านี้ก็พยักหน้าด้วยความเข้าใจ แม้ว่าภาษาที่พวกเขาจะแตกต่างกัน แต่เจตจำนงแห่งจิตใจนั้นไม่สามารถปิดบังได้
“ข้าไม่อยากพูดเรื่องไร้สาระ คืนอาวุธบรรพชนของข้าขึ้นมาและข้าจะกลับไปทันที ไม่เช่นนั้นผู้บ่มเพาะทุกคนที่อยู่ที่นี่จะต้องตาย” เย่ฟ่านกล่าว
“ข้าไม่รู้เรื่องอาวุธของบรรพชนของเจ้า อย่างไรก็ตามความผิดที่เจ้าสังหารอัศวินศักดิ์สิทธิ์ห้าร้อยคนก่อนหน้านี้มีเพียงความตายเท่านั้นที่รอเจ้าอยู่” อาจารย์เหวินโถวตะโกน
“มันขึ้นอยู่กับข้าที่จะตัดสินเจ้า”
เย่ฟ่านไม่อยากกล่าวอะไรไปมากกว่านี้ ชายผู้นี้แข็งแกร่งและมีพลังที่ยิ่งใหญ่ แต่ไม่สามารถเปรียบเทียบกับเขาได้
“พระเจ้าผู้เป็นเจ้าของทุกสรรพสิ่ง โปรดลงโทษคนบาปที่อยู่ตรงหน้า” ชายชรากล่าว
คลื่นพลังลูกใหญ่ซัดเข้ามา ค่ายกลที่ปกคลุมบริเวณแห่งนี้มีความชัดเจนขึ้น ไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์เปล่งแสงทำให้พลังของค่ายกลแข็งแกร่งขึ้นหลายเท่า พวกมันสอดประสานกันอย่างลงตัว
เย่ฟ่านยืนดูอย่างเงียบๆ เขารอจนกระทั่งชายชราแสดงพลังจนเสร็จสิ้นแล้วเขาจึงเหยียดนิ้วไปข้างหน้าพร้อมกับยิงแสงศักดิ์สิทธิ์สีทองให้ทะลวงผ่านหน้าผากของชายชราอย่างรวดเร็ว
ปัง!
ศีรษะของอาจารย์เหวินโถวกลายเป็นหมอกเลือดที่กระจัดกระจายไปทั่วพื้น เสียงผู้คนกรีดร้องด้วยความตกใจดังก้องเมืองศักดิ์สิทธิ์
“อาจารย์เหวินโถวตายแล้ว ปีศาจจากภาคกลางสังหารเขาด้วยการเคลื่อนไหวเเพียงครั้งเดียว!”
ทุกคนทั้งในและนอกเมืองต่างอุทานด้วยความตกใจอย่างมาก หลายคนหน้าซีดมองดูอย่างไม่เชื่อสายตา
อาจารย์เหวินโถวมีชีวิตอยู่มานานกว่าเก้าร้อยปีและมีความแข็งแกร่งที่ลึกซึ้ง เขาเป็นปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่ ในดินแดนตะวันตกนี้เขาเป็นหนึ่งในผู้ที่มีอายุยืนยาวมากที่สุด
อย่างไรก็ตามคนที่แข็งแกร่งเช่นนี้กลับถูกฆ่าตายอย่างง่ายดาย หากไม่ใช่ว่าพวกเขาเห็นเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยตาของตัวเองจะไม่มีใครยอมเชื่ออย่างเด็ดขาด
ด้านหลังเย่ฟ่านคือหวงเทียนหนี เอี๋ยนเสี่ยวอวี้ และคนอื่นๆ พวกเขาไม่รู้ว่าชายชราผู้นี้อยู่ระดับใด แต่การที่เขามีอายุยืนยาวระดับนี้เห็นได้ชัดว่าจะต้องมีความแข็งแกร่งไม่เป็นรองปรมาจารย์ลัทธิเต๋าอย่างแน่นอน
ผู้ยิ่งใหญ่ระดับนี้ล้มตายลงในมือของเย่ฟ่านอีกครั้ง สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือเขาแทบไม่ได้ออกแรงอะไรเลย
“ปีศาจจากภาคกลางทรงพลังจริงๆ…”
ผู้คนมากมายกระซิบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ เย่ฟ่านเดินไปข้างหน้า ทุกคนต่างถอยห่างออกไป ไม่มีใครกล้าที่จะหยุดเขา
เหล่าศิษย์ของเย่ฟ่านก็ติดตามอยู่ด้านหลังของเขาเช่นกัน
“นักรบผู้กล้าหาญที่หลับไหลมาอย่างยาวนานโปรดฟื้นคืนชีพ ทำลายล้างปีศาจจากภาคกลางและเผามันด้วยไฟศักดิ์สิทธิ์” มีบางคนกำลังอธิษฐาน
“ปีศาจได้รับอนุญาตให้เข้าสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างไร?”
ถึงแม้จะมีเสียงตะโกนดังออกมา แต่ก็ไม่มีใครกล้าก้าวออกไปข้างหน้า
เมืองนี้เต็มไปด้วยรัศมีของพลัง มีต้นไม้โบราณสูงตระง่าน ภูเขาลูกใหญ่ วิหารโบราณ มันเป็นโลกที่เหมาะสมสำหรับการบ่มเพาะอย่างแท้จริง
“เขากล้าไปเข้ามาในเมืองที่พระเจ้าอยู่ได้อย่างไร!”
ผู้คนมากมายคำรามด้วยความโกรธ อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่มีใครกล้ากระโดดออกมาขัดขวางความเคลื่อนไหวของเย่ฟ่าน
“พระเจ้าโปรดสังหารปีศาจร้ายตัวนี้!”
หลังจากเงียบไปชั่วครู่ เมืองก็เดือดพล่าน ผู้คนจำนวนมากต่างตะโกนเพื่อเรียกร้องให้พระเจ้าของพวกเขาปราบปรามเย่ฟ่าน
“เมื่อพระเจ้าของเราตื่นขึ้น เจ้าจะต้องตายอย่างแน่นอน!”
ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์บางคนรู้ดีว่าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่ฟ่าน แต่พวกเขาก็ยังมีความกล้าอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าพวกเขายังมีที่ถือดีเช่นกัน
“เช่นนั้นก็เรียกพระเจ้าของเจ้าออกมา..”
เย่ฟ่านพูดโดยไม่แสดงท่าทีใดๆ ก่อนจะกล่าวอย่างเย็นชาว่า
“ข้าไม่สนว่านั่นเป็นพระเจ้าจริงๆหรือไม่ แต่หากพวกเจ้าไม่คืนสมบัติบรรพชนของข้ากลับคืนมา พวกเจ้าทุกคนจะต้องตายอย่างไร้ที่กลบฝัง”
“แสงของพระเจ้าส่องสว่างบนโลก บรรดาผู้ที่หันหลังต่อพระเจ้าจะต้องถูกเผาด้วยไฟศักดิ์สิทธิ์ เผาวิญญาณและร่างที่สปกรกของเจ้า!”
ทันใดนั้นแสงศักดิ์สิทธิ์ก็พุ่งขึ้นไปปกคลุมท้องฟ้า ส่องสว่างออกไปหลายพันวา
“ผู้ที่ดูหมิ่นพระเจ้าจงกลับตัวกลับใจเสียก่อนที่เจ้าจะไม่มีโอกาสอีกต่อไป”
มีเสียงเย็นชาของใครบางคนดังก้องไปทั่วทั้งเมืองศักดิ์สิทธิ์
“เจ้ากำลังบังคับให้ข้าสังหารพระเจ้าหรือ?”
เยฟ่านกล่าวเบาๆ ด้วยรอยยิ้ม อย่างไรก็ตามเสียงของเขายังเขย่าเมืองศักดิ์สิทธิ์ให้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงมากกว่าเสียงที่กล่าวเมื่อครู่ด้วยซ้ำ
เย่ฟ่านเดินทางมาตะวันตก เข้ามาในเมืองศักดิ์สิทธิ์ ความแข็งแกร่งของเขาทำให้ผู้คนในสถานที่แห่งนี้ได้รับความกดดันอย่างมาก
แน่นอนว่าในโลกใบนี้ต่อให้มีพระเจ้าจริงๆ พระเจ้าคนนั้นก็ไม่มีทางนอนหลับอยู่ในเมืองแห่งนี้อย่างแน่นอน เย่ฟ่านคาดคำนวณว่าพระเจ้าที่ชาวตะวันตกพูดถึงอย่างมากสุดก็เป็นเพียงผู้บ่มเพาะอาณาจักรราชาผู้ยิ่งใหญ่เท่านั้น
ซึ่งบุคคลระดับนี้เขาเคยสังหารมามากมายนับไม่ถ้วนแล้ว
ในขณะนั้นท้องฟ้าเบื้องบนปกคลุมไปด้วยแสงสีทอง พลังศักดิ์สิทธิ์กวาดไปรอบทิศทางสร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วโลก
“ในโลกใบนี้ยังมีผู้ที่แข็งแกร่งจริงๆอาศัยอยู่”
เย่ฟ่านพูดเบาๆ และขอให้เหล่าศิษย์ถอยออกไปเพื่อหลีกเลี่ยงสิ่งที่จะเกิดขึ้น เพราะนี่จะเป็นการต่อสู้ที่รุนแรงที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
“ตั๊ง”
เสียงที่ดังกึกก้องเหมือนกับระฆังสีทองสั่นสะเทือนไปทั้งสวรรค์พิภพ ในเวลาต่อมาแสงสว่างพุ่งเข้ามาหาพวกเขา เมื่อแสงหยุดลงที่ด้านหน้าของเมืองทุกคนจึงมองเห็นว่านางเป็นเทวทูตสตรีที่มีปีกสีขาว ใบหน้าของนางงดงามอย่างมาก
“เทวทูตได้โปรดสังหารปีศาจจากภาคกลางผู้นี้ เขาดูหมิ่นพระผู้เป็นเจ้าของเรา”
“นี่คือทูตผู้ส่งสารแห่งพระเจ้าซึ่งมีชีวิตอยู่มานานหลายพันปี ไม่คิดว่านางจะยังมีชีวิตอยู่”
นี่เป็นสิ่งมีชีวิตที่แตกต่างจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ แม้ว่าผู้คนจะยกย่องว่านางเป็นอัครเทวทูต แต่เย่ฟ่านตระหนักดีว่าหญิงสาวคนนี้เป็นเพียงหนึ่งในสิ่งมีชีวิตโบราณเท่านั้น
เย่ฟ่านไม่ได้กลัว นี่คือหญิงสาวคนเดียวกันกับหญิงสาวที่ปรากฏตัวขึ้นในตอนแรก ก่อนหน้านี้นางมาที่นี่ด้วยร่างแยกของตัวเองเท่านั้น
“เทวทูตเจ้ามาจากเผ่าพันธุ์โบราณใด?”
เย่ฟ่านจ้องมองหญิงสาวคนนี้อย่างเย็นชา เขาตระหนักได้ว่าพลังโลหิตของนางแข็งแกร่งอย่างมาก แต่ยังเทียบไม่ได้กับทายาทของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่หลายคนที่เขารู้จัก
“ในนามของพระเจ้า ข้าจะเผาวิญญาณสกปรกของเจ้าด้วยเพลิงโลกันต์”
เทวทูตตะโกน ร่างกายนางเปล่งประกายด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ ปีกสีขาวทั้งสี่เริ่มโบกสะบัดพร้อมกับปลดปล่อยเครื่องหมายเต๋าสีทองออกมา
“พระเจ้าหรือ? สำหรับข้าที่นี่ไม่มีพระเจ้า และเผ่าพันธุ์โบราณเช่นเจ้าข้าก็ฆ่าทิ้งมาไม่น้อยแล้ว” เย่ฟ่านกล่าวไม่แยแส
“หากไม่เคารพต่อพระเจ้า เจ้าจะต้องถูกสังหาร!”
วงแหวนศักดิ์สิทธิ์ปกคลุมร่างกายเทวทูตที่งดงาม ปีกทั้งสี่สั่นสะเทือนพร้อมกับปลดปล่อยแสงสีทองนับล้านเส้นให้ฟาดฟันเข้าหาเย่ฟ่าน
พลังนั้นเปรียบเสมือนทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาล ผู้คนมากมายที่อยู่บริเวณนั้นตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ในยุคนี้สิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังเช่นนี้หาได้ยากนัก
“นี่คือพลังศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นอมตะ ไม่ใครสามารถท้าทายพระเจ้าได้!” มีบางคนอุทานออกมา
อย่างไรก็ตามเย่ฟ่านเพียงเฝ้ามองดูคมมีดเหล่านั้นกระแทกเท่ากับร่างกายของตัวเองด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาไม่ได้ปกป้องตัวเองด้วยซ้ำ
“บูม!”
เย่ฟ่านสะบัดฝ่ามือไปข้างหน้าพร้อมกับปลดปล่อยใบมีดสีทองให้ฟาดฟันเข้าหาเทวทูต ใบมีดสีทองของเขาพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วที่ไม่แตกต่างจากสายฟ้าและหั่นร่างกายของเทวทูตออกเป็นสองส่วนทันที
…….