เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1373 - เยรูซาเลม

1373 - เยรูซาเลม

1373 - เยรูซาเลม


1373 - เยรูซาเลม

เมื่อเหล่าศิษย์เห็นว่าที่นี่มีสมบัติมากมายในบริเวณนี้พวกเขาก็เริ่มขุดค้นอย่างกระตือรือร้น ในโลกยุคสิ้นสุดธรรมทรัพยากรบ่มเพาะคือสิ่งที่มีค่ามากที่สุดดังนั้นพวกเขาจะไม่ปล่อยให้มันสูญเปล่าแม้แต่น้อย

พวกเขาเดินทางต่อไป มีภูเขาและแม่น้ำตลอดทาง ความพยามหลายครั้งพวกเขาประสบความสำเร็จอย่างมาก ในบางดินแดนพวกเขาสามาถขุดกระดูกเซียนออกมาได้ด้วยซ้ำ

สำหรับผู้บ่มเพาะอาณาจักรแปลงมังกรที่ขาดแคลนเต๋า กระดูกเซียนมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะพวกเขาสามารถเรียนรู้เต๋าจากสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในซากศพได้

ระหว่างทางผู้คนจากตะวันตกปรากฏขึ้นหลายครั้ง แต่สุดท้ายทุกคนก็ถูกกวาดล้างออกไปโดยเย่ฟ่าน ดังนั้นการเดินทางจึงค่อนข้างราบรื่น

พวกเขาจะสามารถเดินทางไปถึงตะวันตกได้ในอีกไม่นาน

“อาจารย์ ทางสำนักของข้าส่งข่าวมาว่า มีนักรบศักดิ์สิทธิ์ผู้ยิ่งใหญ่ส่งสารท้ารบมายังดินแดนตะวันออก เขาบอกว่ากำลังรอเราอยู่ในดินแดนตะวันตก”

“เมื่อได้รับสารท้ารบนี้ทางสำนักของเราและสำนักเต๋าอื่นๆ ในดินแดนตะวันออกต่างระดมกำลังเตรียมทำสงครามครูเสดกับศัตรู ดังนั้นพวกเขาจึงสอบถามความเห็นของอาจารย์ในเรื่องนี้”

“ข้าได้ยินมาว่า พระเจ้าของพวกเขาจะเข้าร่วมสงครามครั้งนี้ด้วยตัวเอง” หลงอวี่เสวียนและคนอื่นๆกล่าวเบาๆ

“เผ่าพันธุ์โบราณของโลกนี้ยังมีชีวิตอยู่อีกหรือ?” เย่ฟ่านถามไม่ต้องการคำตอบ

พวกเขามาถึงกรุงเยรูซาเล็ม แต่แทนที่จะเข้าไปข้างใน พวกเขากลับเดินรอบๆ และหายตัวไปในอากาศ

เพราะกรุงเยรูซาเล็มมีค่ายกลโบราณขนาดใหญ่ถูกวางไว้ มันเป็นค่ายกลสังหารระดับจักรพรรดิ มนุษย์ธรรมดาไม่สามารถมองเห็นได้ แต่เย่ฟ่านจะไม่เดินเข้าไปติดกับอย่างแน่นอน

“ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเมืองโบราณที่งดงามขนาดนี้อยู่!” เหล่าศิษย์ต่างตกตะลึง

หลังจากที่เย่ฟ่านเปิดความว่างเปล่าขึ้นพวกเขาก็สามารถเล็ดลอดเข้าสู่ค่ายกลขนาดใหญ่และทัศนียภาพเบื้องหน้าของพวกเขาก็คือโลกใบเล็กซึ่งเป็นสถานที่พักอาศัยของกลุ่มผู้บม่เพาะจากดินแดนตะวัน

ด้านหน้าของพวกเขาเป็นเมืองสีทองสว่างสดใส ด้านหน้าของเมืองมีต้นไม้สูงตระหง่าน ในขณะเดียวกันป่าโบราณที่ปลูกรอบเมืองสีทองนี้ก็เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตโบราณที่น่าจะสูญพันธุ์ไปแล้วหลายประเภท

นี่คือเมืองศักดิ์สิทธิ์มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ผู้คนที่เข้าออกประตูเมืองล้วนแต่เป็นผู้บ่มเพาะ ไม่ใช่คนธรรมดา หลายคนมีสัตว์อสูรเป็นพาหนะ ท่าทางของพวกเขาคงอาจสง่างามอย่างยิ่ง

“ข้ารู้สึกเหมือนอยู่ในโลกเทพนิยาย หญิงสาวคนนั้นงดงามราวกับนางอัปสร พวกนางมีกลิ่นอายแตกต่างจากมนุษย์โดยสิ้นเชิง”

แน่นอนว่านี่คือโลกของผู้บ่มเพาะ เรียกได้ว่าเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ที่มีมาตั้งสมัยโบราณ นับเป็นปาฏิหารย์จริงๆ ที่ยังมีเมืองเช่นนี้อยู่ในโลก

“เมืองนี้เป็นเมืองของผู้บ่มเพาะที่ดำรงมาอย่างยาวนานมากที่สุดในโลก เป็นธรรมดาที่มันจะมีความยิ่งใหญ่แบบนี้” เย่ฟ่านกล่าวกับตัวเอง

กรุงเยรูซาเลมเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ของสามศาสนาหลักที่มีผู้คนนับถือมากที่สุดในโลก

ทุกๆ ปีจะมีผู้คนจำวนนับไม่ถ้วนจากศาสนายิว ศาสนาอิสลาม และศาสนาคริสต์เดินทางมาแสวงบุญ เพราะเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางศาสนามาตั้งแต่สมัยโบราณ

สิ่งที่เย่ฟ่านเห็นคือเมืองโบราณที่ไม่สามารถเห็นได้ในโลก มันไม่เคยถูกทำลายในสงคราม ตั้งตระหง่านมาตั้งแต่สมัยโบราณ

เมืองทองเปล่งประกายด้วยแสงความแวววาวของโลหะ บรรยากาศเต็มไปด้วยความผันผวนและความศักดิ์สิทธิ์ นี่คือเมืองแห่งเทพและที่พำนักของผู้บ่มเพาะซึ่งมีหน้าที่รับใช้เทพเหล่านั้น

ความยิ่งใหญ่ของเมืองนี้อยู่เหนือจินตนาการ เป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์จะสร้างกำแพงเมืองที่สูเกือบถึงท้องฟ้า กำแพงนี้มีความยาวหลายร้อยลี้

เมื่อผ่านประตูเมืองที่กว้างใหญ่จะเห็นว่ามีวิหารโบราณ ภูเขาสูง ต้นไม้โบราณ โรงฝึกที่ใช้ในการบ่มเพาะฝีมือ

พื้นที่นอกเมืองกว้างขวาง ภูเขาและแม่น้ำยาวทอดสุดลูกหูลูกตา ยาอายุวัฒนะที่เติบโต เถาวัลย์โบราณที่มีความหนามาก เสียงของลิงและเสือคำรามดังไปทั่วป่า

ที่นี่มีผู้บ่มเพาะมากมายไม่ว่าจะอยู่ในเมืองหรือนอกเมืองไม่มีคนธรรมดาแม้แต่คนเดียว เย่ฟ่านคาดคำนวนว่าภายในเมืองแห่งนี้อาจมีผู้บ่มเพาะอยู่ถึงครึ่งล้านคน

การปรากฏตัวของเย่ฟ่านดึงดูดความสนใจของผู้คนอย่างมาก เป็นเวลาหลายวันที่ข่าวลือเรื่องอสูรจากโลกกลางจะมาเยือนดินแดนตะวันตก ตลอดเส้นทางนี้เขาสังหารผู้คนไปหลายหมื่นคนแล้ว

อสูรจากโลกกลางกำลังมาที่ตะวันตกเพื่อสังหารผู้คนอีกครั้ง มีข่าวลือว่าบางคนกำลังรอคอยที่จะสังหารอสูรตัวนี้ พวกเขาทุกคนล้วนเป็นวีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่เมื่อพันปีก่อน

“ในที่สุดชายผู้นี้ก็ปรากฏตัว เขาเอาชนะพวกนักรบของเราได้ด้วยตัวเองหรือ?” มีบางคนกล่าว

ที่กำแพงเมืองและนอกเมืองเต็มไปด้วยผู้คนจากทุกเชื้อชาติ ในกลุ่มพวกเขาหลายคนมาที่นี่เพื่อชมความสนุกสนานเพียงอย่างเดียว แล้วไม่ได้มีเจตนาจะเข้าร่วมสงครามด้วย

“อาจารย์ เราไม่ควรเข้าไปข้างในมากกว่านี้ รอศัตรูอยู่ข้างนอกดีกว่า” หวงเทียนหนี่กล่าว

ในคืนนั้นนางกล้าที่จะปั่นหัวเย่ฟ่าน แต่เมื่อเขาไม่ตอบสนองนางจึงแสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น และยังคงแสดงความเคารพต่อเย่ฟ่านเหมือนเดิม

“ไม่ต้องกังวล ไม่มีใครทำอะไรพวกเจ้าได้”

เย่ฟ่านส่ายหน้า เมื่อต้องเผชิญกับเมืองโบราณ เขามองดูอย่างระมัดระวังและคิดว่า เขาจะสามารถทำลายเมืองด้วยลูกเกาทัณฑ์สีดำได้หรือไม่

หากผู้คนจากสามศาสนาหลักรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ คงจะโกรธแค้นเป็นอย่างมากแน่นอน

อย่างไรก็ตามเย่ฟ่านมาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อจะทำลายดินแดนโบราณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก เพราะเขาคิดถึงผลที่ตามมาที่อาจเกิดขึ้น นั่นก็คือค่ายกลจักรพรรดิซึ่งซุกซ่อนอยู่ใต้ดินของเมืองนี้นั่นเอง

“ข้ามีเหตุผลในการมาที่นี่ ข้าแค่อยากมารับสมบัติของบรรพชนกลับคืนไป มันไม่มีเหตุผลที่เราจะทำสงครามกัน” เย่ฟ่านกล่าว

“ไม่มีอะไรที่เจ้าต้องการที่นี่ ไสหัวไปได้แล้ว!” คนในเมืองกล่าวอย่างเย็นชา

“กระดูกและมรดกของบรรพชนจากประเทศจีนถูกจัดแสดงให้ผู้คนของดินแดนตะวันตกเข้าชมตลอดหลายร้อยปีที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่น่าเศร้าสำหรับลูกหลานอย่างเรา วันนี้ข้ามารับพวกมันกลับคืนแล้ว” เย่ฟ่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ในทันใดนั้นบนท้องฟ้าได้มีม้าสีขาวตัวหนึ่งควบขับเข้ามาอย่างรวดเร็ว บนหลังของม้าขาวมีหญิงสาวผู้งดงามซึ่งสวมชุดเกราะแข็งแกร่งนั่งอยู่

นี่คือม้าเลือดบริสุทธิ์ มีสีขาวสว่างไร้ขนบนตัว เขาเกลียวบนหัวหมุนวนด้วยแสงสีม่วง

หญิงสาวด้านหลังที่สวมชุดเกราะสีน้ำเงิน มีรูปร่างผอมเพรียว สง่างาม ดวงตาสีฟ้าราวกับน้ำทะเล ถือเจดีย์เล็กๆไว้ในมือ นางไม่พูดอะไรมากและควบคุมเจดีย์ให้เริ่มโจมตีทันที

เจดีย์ขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว ในชั่วพริบต มันมีขนาดที่สูงถึงหลายร้อยวา มันตกลงมาพร้อมเสียงคำรามราวกับอุกกาบาตสั่นสะเทือนโลก ทำให้เย่ฟ่านและคนอื่นๆที่อยู่ด้านล่างจมอยู่ในฝุ่นผงที่กระจัดกระจายขึ้นสู่ท้องฟ้า

“นี่ก็เป็นอาวุธในตำนานของเราเช่นกัน” จ้านอี้ฝานกล่าว

เย่ฟ่านที่ยืนอยู่ยื่นมือออกไปเล็กน้อย มีแสงที่ลุกโชนพุ่งออกไป ทำให้เจดีย์เงินไม่สามารถขยับได้ ด้วยการโบกมือเบาๆ เจดีย์ขนาดเล็กก็ลอยเข้าสู่ฝ่ามือของเขาทันที

เย่ฟ่านโยนเจดีย์นี้ให้เหล่าศิษย์อย่างไม่ตั้งใจ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะเห็นาวุธวิเศษในยุคนี้ อาวุธของผู้มีอำนาจในสมัยโบราณจำนวนมากยังคงอยู่ แม้ว่าเจ้าของอาวุธเดิมจะตายไปแล้วก็ตาม

“เอาของของข้าคืนมา”

หญิงสาวตะโกนนางกระตุ้นม้าพุ่งเข้าหาเย่ฟ่านพร้อมกับดึงทวนสีทองออกมาจากความว่างเปล่า

ปัง!

เย่ฟ่านชี้นิ้วไปข้างหน้าและทำให้ม้าสีขาวกลายเป็นหมอกเลือดอย่างง่ายดาย ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงจากนั้นเสื้อเกราะของนางก็พังทลายลงพร้อมกับมีปีกสีดำคู่หนึ่งปรากฏขึ้นจากหลังของนาง

“บุรุษในเมืองนี้ตายไปหมดสิ้นแล้วหรือไม่ เหตุใดจึงส่งเด็กหญิงตัวเล็กๆ ออกมาทดสอบความอดทนของข้า หากพวกเจ้ายังทำตัวไร้สาระอยู่อีก ข้าจะฆ่านางก่อนจากนั้นค่อยตามหาพวกเจ้าอีกที”

ปัง!

เย่ฟ่านพูดเบาๆ และปลดปล่อยกสายฟ้าฟาดลงมาที่ร่างกายของหญิงสาวทำให้นางไม่สามารถหลบหนีไปที่ใดได้

เมื่อถึงขั้นตอนนี้ในที่สุดหญิงสาวผู้งดงามคนนั้นก็ตระหนักได้ว่าความแข็งแกร่งของนางและเย่ฟ่านกว้างใหญ่ราวกับระยะห่างของสวรรค์พิภพ ไม่ว่าอย่างไรมันก็ไม่สามารถย่นระยะเข้ามาได้

“ข้าจะรอให้เจ้าเข้าเมืองก่อน!”

เสียงเย็นชาของหญิงสาวเต็มไปด้วยความโกรธ จากนั้นนางก็ตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืนและหลบหนีเข้าไปในเมือง

…………

จบบทที่ 1373 - เยรูซาเลม

คัดลอกลิงก์แล้ว