เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1369 - เสี่ยวซงเผชิญทัณฑ์สวรรค์

1369 - เสี่ยวซงเผชิญทัณฑ์สวรรค์

1369 - เสี่ยวซงเผชิญทัณฑ์สวรรค์


1369 - เสี่ยวซงเผชิญทัณฑ์สวรรค์

ทิเบตนั้นเป็นดินแดนลึกลับและบริสุทธิ์ที่หายากในโลกปัจจุบัน เย่ฟ่านและคนอื่นๆ มาถึงวัดโบราณที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง

นี่คือดินแดนของเสี่ยวซงที่เคยอาศัยอยู่ ในตอนนี้มันไม่ได้เกิดความเศร้าโศกเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ตรงกันข้ามมันกำลังวิ่งไปยังหลุมศพแม่และพี่น้องของตัวเองพร้อมกับกำลังบอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

เอี๋ยนเสี่ยวอวี้เห็นท่าทางที่น่ารักของมันจึงตามมันไปและมองดูหลุมศพของครอบครัวกระรอกน้อยด้วยความเวทนา

“ถ้ำแห้งสะอาดมาก”

เสี่ยวซงเป็นสัตว์ที่บรรลุเต๋ามันจึงมีชีวิตยืนยาวอย่างมาก มันฟ้าใสอยู่ที่นี่มาเกือบยี่สิบปีแล้ว จนกระทั่งติดตามเย่ฟ่านออกสู่โลกภายนอก ดังนั้นสถานที่แห่งนี้จึงมีความสำคัญกับเสี่ยวซงเป็นอย่างมาก

“สถานที่แห่งนี้จะต้องมีผู้ยิ่งใหญ่บางคนเคยนั่งสมาธิอยู่อย่างแน่นอน”

จางชิงหยางสำรวจไปทั่วถ้ำและมองเห็นเสื่อสมาธิที่ทำจากแผ่นหิน เขาค่อนข้างมั่นใจว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อนจะต้องมีผู้ยิ่งใหญ่บางคนเคยบรรลุเต๋าอยู่ที่นี่

ด้วยพลังแห่งเต๋าที่กระจายอยู่ทั่วถ้ำหิน เสี่ยวซงซึ่งถือกำเนิดอยู่ที่นี่ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จในการบรรลุเต๋าเบื้องต้นทำให้มันมีชีวิตยืนยาวมากกว่ากระรอกทั่วไปหลายเท่า

“หวือ”

กระรอกตัวน้อยกระโดดขึ้นลงเป็นแสงสีม่วงพุ่งข้ามภูเขาหิน เข้าไปในรอยแตกตรงพื้นดินจากนั้นก็กวักมือเรียกให้ทุกคนติดตามไป

ภายในรอยแตกนั้นมีหม้อหินเล็กๆ ถูกทิ้งไว้ ภายในหม้อหินนี้มีของเหลวที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งกระจายออกมา

“นี่คือเหตุผลว่าทำไมกระรอกตัวนี้จึงสามารถอยู่รอดและเติบโตขึ้นมาอย่างผิดปกติได้” เย่ฟ่านกล่าวเบาๆ

เสี่ยวซงวิ่งไปหยิบหม้อดินขึ้นมาอย่างระมัดระวัง และบอกให้เย่ฟ่านดื่มน้ำที่อยู่ข้างใน ท่าทีของมันมีความแน่วแน่เป็นอย่างมาก

“นี่คือการยกน้ำชาเพื่อทำพิธีกราบอาจารย์หรือ?” เย่ฟ่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม

กระรอกพยักหน้าด้วยท่าทางคาดหวัง

เย่ฟ่านไม่ได้ปฏิเสธ เขาดื่มของเหลวที่อยู่ในหม้อพร้อมกับมองเสี่ยวซงด้วยความรักและเอ็นดู

กระรอกสีม่วงดีใจกระโดดขึ้นๆลงๆ และค่อยๆเดินไปยังถ้ำหินเล็กๆ

นี่คือหลุมศพของแม่กระรอกที่เสียสละชีวิตตัวเองเพื่อปกป้องลูก

หลังจากที่ได้เดินทางไปรอบโลกมันก็ได้เข้าใจอะไรมากมาย แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังคงยืนอยู่ด้านหน้าหลุมศพนี้เป็นเวลากว่าครึ่งชั่วยาม

หลายคนมองหน้ากัน เย่ฟ่านเองก็ถอนหายใจเบาๆไม่ได้พูดอะไรออกมา จากนั้นเขาจึงปล่อยให้กระรอกน้อยอยู่ตามลำพังก่อน

เสียงสะอื้นที่ดังมาจากกระรอกตัวน้อยทำให้ทุกคนรู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก

เอี๋ยนเสี่ยวอวี้และคนอื่นๆ สัมผัสได้ถึงจิตวิญญาณของเสี่ยวซงในตอนนี้และคนที่จะเห็นใจมันไม่ได้

“นี่คือการแสดงความรักและภักดี พวกเราไปกันเถอะ” หลงเสี่ยวเชวียกล่าว

กระรอกตัวน้อยที่ร่าเริงตัวนี้ บางเวลาก็ทำให้ผู้คนมีความสุข แต่บางเวลาก็ทำให้ผู้คนรู้สึกเศร้าไปด้วยกัน

“ไปกันเถอะ” เย่ฟ่านกล่าว

เสี่ยวซงสะอื้นสองสามที จากนั้นมันก็วิ่งออกมาข้างนอกและติดตามกลุ่มเขาเย่ฟ่านไปด้วยความมุ่งมั่น

ไม่มีใครพูดอะไรในตอนนี้ พวกเขาทำได้แค่ปล่อยให้กระรอกน้อยปรับตัวได้ด้วยตัวเอง

ต้องบอกว่า เสี่ยวซงมีจิตวิญญาณสูงมาก ทุกคนสัมผัสได้ถึงจิตใจอันแข็งแกร่งของมัน

ในความเป็นจริงเต๋าของมันทรงพลังมากพอแล้ว ขอบเขตของมันในปัจจุบันอยู่ที่จุดสูงสุดของอาณาจักรตำหนักเต๋า ดังนั้นตลอดการเดินทางครั้งนี้มันจริงเอาแต่นั่งสมาธิไม่หยอกล้อกับใครทั้งสิ้น

วันนี้มันเจอเรื่องที่สะเทือนใจ ความทุกข์ทำให้ในที่สุดมันก็ตระหนักถึงสัจธรรมของโลก ดังนั้นมันจึงต้องการแข็งแกร่งขึ้นแข็งแกร่งจนเพียงพอที่จะปกป้องทุกคนที่มันรัก

ค่ำคืนของวันนั้นในขณะที่กระรอกน้อยนั่งสมาธิอยู่ก็มีสายฟ้าสีครามก่อตัวขึ้นบนท้องฟ้า ระยะของสายฟ้านี้กว้างไกลมากกว่าหมื่นวาดูน่ากลัวและน่าหวาดหวั่นเป็นอย่างมาก

“ทัณฑ์สวรรค์ ในโลกนี้ยังมีทัณฑ์สวรรค์อยู่?”

“มันไม่น่าจะเป็นไปได้ ทัณฑ์สวรรค์หายสาบสูญไปจากโลกหลายหมื่นปีแล้ว มันจะปรากฏขึ้นอีกครั้งได้อย่างไร?”

จ้านปี้ฟ่านกล่าวคนอื่นๆ ต่างตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในยุคปัจจุบันสภาพแวดล้อมเกิดความเปลี่ยนแปลงไปแล้ว

มันเป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่แม้แต่ผู้คนจะบ่มเพาะให้มีเมฆทัณฑ์สวรรค์ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า นับประสาอะไรกับกระรอกตัวหนึ่ง

ไม่มีใครรู้ว่าเสี่ยวซงต้องต่อสู้อย่างหนักเมื่อเข้าสู่อาณาจักรลับสี่สุดขั้ว พรสวรรค์ของมันยิ่งใหญ่อย่างมากเนื่องจากมันเกิดขึ้นมาท่ามกลางพลังแห่งเต๋าและของวิเศษ

ดังนั้นมันจึงถูกจับตามองโดยผู้ยิ่งใหญ่ที่ควบคุมทัณฑ์สวรรค์ตั้งแต่แรกแล้ว

กระรอกน้อยปรับอารมณ์ของมันอย่างรวดเร็ว ดึงสติกลับมาเพื่อเริ่มต่อสู้กับภัยพิบัติครั้งใหญ่นี้

อาจจะพูดได้ว่าการฝึกฝนกับเย่ฟ่านก่อนหน้านี้มีความสำคัญอย่างมาก เขาได้ใช้สายฟ้าโจมตีมันอย่างต่อเนื่องและทำให้ในปัจจุบันมันไม่ได้เกรงกลัวต่อสายไฟอีกต่อไป

จางชิงหยางและคนอื่นๆ เข้าใจแล้วว่า ทำไมเย่ฟ่านใส่ใจกระรอกตัวนี้ แท้ที่จริงแล้วพรสวรรค์ของมันอาจสูงส่งมากกว่าพวกเขาทุกคนด้วยซ้ำ

นี่คืออสูรตัวน้อยที่ท้าทายสวรรค์และมีโอกาสได้เผชิญหน้ากับเมฆทัณฑ์สวรรค์หมื่นวา หากมันประสบความสำเร็จความแข็งแกร่งของมันจะพุ่งทะยานไปข้างหน้าโดยไม่มีใครสามารถขวางกั้นได้

ตามบันทึกโบราณแล้ว ทัณฑ์สายฟ้าแห่งสวรรค์จะเริ่มต้นเมื่อผู้บ่มเพาะต้องการเข้าสู่อาณาจักรลับสี่สุดขั้ว อย่างไรก็ตามการจะเรียกเมฆสายฟ้าให้ปรากฏขึ้นมาพวกเขาจะต้องมีความรู้แจ้งในเต๋าถึงขอบเขตที่กำหนดเสียก่อน

“เสี่ยวซงคือหนึ่งในผู้ที่มีความรู้แจ้งในเต๋ามากที่สุดในโลกตั้งแต่ยุคอดีตจนถึงปัจจุบันอย่างแน่นอน”

จ้านอี้ฟ้าน โหย่วเหวยอวี้และคนอื่นๆ ต่างอิจฉาและตกใจ อย่างไรก็ตามนี่เป็นเหตุการณ์ที่ใครบางคนต้องต่อสู้กับทัณฑ์สวรรค์เป็นครั้งแรก ดังนั้นพวกเขาจึงเฝ้ามองด้วยความตื่นเต้น

คลื่นสายฟ้าที่รุนแรงท่วมท้นไปทั้งโลก เสียงระเบิดที่ไม่มีสิ้นสุดสั่นสะเทือนทั้งสวรรค์พิภพ เสี่ยวซงทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าเผชิญหน้ากับการโจมตีของสวรรค์โดยไม่มีความลังเล

เย่ฟ่านพยักหน้าให้ศิษย์รักของเขา เขาเชื่อมั่นว่ามันจะสามารถเอาชนะภัยพิบัติครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน สาเหตุก็เพราะนับตั้งแต่มันเกิดมาได้เผชิญหน้ากับภัยพิบัติมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว

“อาจารย์ไปช่วยเขาเร็ว” ศิษย์หลายคนขอให้เย่ฟ่านช่วยเหลือศิษย์น้องเล็ก

“เขาจะต้องเอาชนะด้วยตัวเอง”

เย่ฟ่านมีท่าทีเฉยชาและบอกกับเสี่ยวซงว่ามันจะต้องสู้ด้วยตัวเองเท่านั้น ตัวเขาจะไม่เข้าไปช่วยเหลืออย่างเด็ดขาดต่อให้มันต้องตายก็ตาม

มีเสียงกรีดร้องดังออกมาอยู่ตลอดเวลา แม้แต่คนที่มีจิตใจเย็นชามากที่สุดอย่างหลงเสี่ยวเชวียก็อยู่เฉยไม่ได้อีกต่อไป แต่เขาถูกเย่ฟ่านห้ามไว้เพราะหากเขาเข้าไปช่วยเหลือมันจะทำให้สายฟ้าทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น

ร่างของกระรอกน้อยไหม้เกรียมไปทุกตารางนิ้ว อย่างไรก็ตามมันยังคงกรีดร้องและต่อสู้อย่างบ้าคลั่งโดยไม่สนใจความเป็นความตายของตัวเองแต่อย่างใด

ทัณฑ์สายฟ้าแห่งสวรรค์นั้นนั้นน่ากลัวจริงๆ ร่างสีม่วงร่วงหล่นลงมาคร่ำครวญและดิ้นรน อยู่ตรงกลางทะเลสายฟ้าอันกว้างใหญ่

เย่ฟ่านเพียงให้คำแนะนำการเอาชนะภัยพิบัติและยังปฏิเสธที่จะช่วยเหลือเช่นเดิม

เสี่ยวซงพยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยชีวิตตัวเอง มันไม่ได้สนใจว่าเสียงกรีดร้องของตัวเองจะบาดหูคนฟังมากแค่ไหน มันยังคงใช้ทักษะจักรพรรดิอสูรเก้าบาดแผลฟาดฟันกับสายฟ้าอย่างต่อเนื่อง

ในตอนนี้หลงอวี้เสวียน หวงเทียนหนีและคนอื่นๆดูเหมือนว่าพวกเขาจะเห็นพลังระเบิดออกมาจากร่างของเสี่ยวซงมากขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดพวกเขาก็ตระหนักถึงเจตนาของเย่ฟ่าน

“อาจารย์ท่านตระหนักถึงเรื่องนี้อยู่แล้วใช่หรือไม่?”

ร่างของเสี่ยวซงแม้จะยังมีบาดแผลกระจัดกระจายอยู่ทั่ว แต่กลับมีรัศมีแห่งความอมตะสีทองเปล่งประกายมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันพลังของมันก็ทวีความแข็งแกร่งมากขึ้นเช่นกัน

“นั่นคือศักยภาพที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวของเขา ศักยภาพในการเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่”

เย่ฟ่านกล่าวเบาๆ เขารู้ดีอยู่แล้วว่าเด็กน้อยคนนี้มีศักยภาพที่จะเป็นจักรพรรดิอสูรผู้ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน

“อาจารย์ข้าเคยได้ยินมาว่าทุกยุคทุกสมัยจะมีจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เพียงคนเดียวเท่านั้น?”

จ้านปี้ฟ่านกล่าวด้วยความสงสัย อาจารย์ของพวกเขาก็มุ่งมั่นที่จะเป็นจักรพรรดิเช่นกัน หากอาจารย์เป็นจักรพรรดิเสี่ยวซงจะมีความหวังอยู่อีกหรือ

“ในอดีตไม่มีก็ใช่ว่าในอนาคตจะไม่มี…”

เย่ฟ่านกล่าวเบาๆและไม่ได้สนใจเรื่องนี้อีก

…………..

จบบทที่ 1369 - เสี่ยวซงเผชิญทัณฑ์สวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว