- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1357 - ไร้ผู้ต่อต้าน
1357 - ไร้ผู้ต่อต้าน
1357 - ไร้ผู้ต่อต้าน
1357 - ไร้ผู้ต่อต้าน
“เผ่างูสวรรค์จากภูเขาฉางไป๋ไม่ส่งใครมาเลยหรือ?”
“เผ่างูสวรรค์แห่งฉางไป๋ไม่ติดต่อกับโลกภายนอกมานับร้อยปีแล้ว ว่ากันว่าพวกเขากำลังไม่ต้องการให้ปราณสวรรค์พิภพของดินแดนบรรพชนรั่วไหลออกมาภายนอก”
เมื่อผู้บ่มเพาะคร่ำครวญถึงความอัศจรรย์ของหลงเสี่ยวเชวียพวกเขายังกล่าวถึงบุคคลสำคัญอีกคนหนึ่งจากเผ่าอสูร
ผู้บ่มเพาะจำนวนมากรู้สึกผิดหวังไม่น้อยที่ไม่ได้เห็นร่างศักดิ์สิทธิ์แห่งเผ่างูสวรรค์คนนั้น
“หลงเสี่ยวเชวียไม่เพียงมีทักษะเต๋าลึกซึ้งเท่านั้น สติปัญญาของเขายังสูงล้ำยากจะหาใครเทียบได้ เห็นได้ชัดจากการที่เขาสามารถโจมตีไปที่จุดอ่อนของอีกฝ่ายและจบการต่อสู้อย่างรวดเร็วเสมอ”
“เจ้าเห็นหรือไม่? สิ่งที่เขาเพิ่งแสดงออกมาดูเหมือนจะเป็นภาพธรรมของวิหคมังกร ปราณสีม่วงอันน่าสะพรึงกลัวนั้นทำให้ท้องฟ้าสั่นสะเทือนได้!”
เวทีประลองปรากฏภาพธรรมของวิหคมังกรโบราณ ผิวของมันเป็นสีทองแดง รูปร่างที่ดูสง่างาม ดวงตาของมันแวววราวกับสายฟ้า
ปราณสีม่วงของวิหคมังกรแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณราวกับทะเลสีม่วงที่กำลังเดือดพล่าน ทุกครั้งที่หลงเสี่ยวเชวียจู่โจมออกไปคู่ต่อสู้ของเขาก็จับพ่ายแพ้ทันที
ชายหนุ่มคนนี้มีความแข็งแกร่งอย่างที่ไม่มีผู้ใดเท่าเทียม เย่ฟ่านคิดว่าหากเขาเกิดในเป่ยโต้วชายหนุ่มคนนี้มีโอกาสสูงมากที่จะช่วงชิงโชควาสนาในการเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่กับเขา
เย่ฟ่านเฝ้าดูเงียบๆ และพยักหน้า เขาจ้องมองดูผู้แข็งแกร่งจากเผ่าอสูรหนุ่มคนนี้ด้วยความรู้สึกที่พิเศษมากขึ้นเรื่อยๆ
ปราณสีม่วงนั้นยิ่งใหญ่แผ่ซ่านไปทุกทิศทุกทาง ศัตรูทั้งสิบสามคนถูกปราบปรามโดยหลงเสี่ยวเชวีย เขาร่อนลงมาจากท้องฟ้าอย่างสง่างามพร้อมเศษเสื้อผ้าที่โบกสะบัดจากกระแสลม
หญิงสาวหลายคนจากนิกายต่างๆ อุทานด้วยความประหลาดใจ ดวงตาของพวกนางแวววาวราวกับเห็นสมบัติล้ำค่าอยู่ตรงหน้า
อย่างไรก็ตามสายตาที่เย็นชาของหลงเสี่ยวเชวียได้จับจ้องเย่ฟ่านพร้อมด้วยจิตสังหารอันเข้มข้น จากนั้นเขาก้าวมาข้างหน้าและกล่าวว่า
“ข้าต้องการประลองฝีมือกับเจ้า”
เย่ฟ่านส่ายหน้า มันเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะตกลง สาเหตุแรกคือเขาไม่อยากเปิดเผยตัวเองออกไป อีกประการคือคนผู้นี้ยังไม่คู่ควรให้เขาแสดงฝีมือ
ดวงตาของหลงเสี่ยวเชวียเปล่งประกายด้วยแสงที่น่าอัศจรรย์ เขาก้าวไปข้างหน้าและหมายจะโจมตีเย่ฟ่านในฝูงชนโดยตรง
ในขณะที่เขาโจมตีใส่เย่ฟานพลังโลหิตสีม่วงได้โหมกระหน่ำขึ้นสู่ท้องฟ้า สายเลือดของเทพอสูรผู้ยิ่งใหญ่ถูกปลุกขึ้น การโจมตีครั้งนี้ยังแข็งแกร่งมากกว่าตอนที่เขาต่อสู้กับอัจฉริยะสิบสามคนบนเวทีหลายสิบเท่า!
เย่ฟ่านสะดุ้งเล็กน้อย ชายคนนี้เป็นผู้สูงสุดแล้วเขาปิดบังตัวเองว่ายังเป็นเพียงผู้บ่มเพาะอาณาจักรแปลงมังกรเท่านั้น แต่หลังจากที่เขาโจมตีเข้ามาเย่ฟ่านก็ตระหนักได้ทันทีว่าคนผู้นี้ยังปิดบังความแข็งแกร่งของตัวเองอยู่
รัศมีพลังที่ดุร้ายพุ่งเข้าหาเย่ฟ่าน เย่ฟ่านนึกถึงสหายเก่าอย่างราชาเผิงน้อยปีกทอง พวกเขาล้วนมีความดุร้ายอยู่ในตัว
น่าเสียดายที่ราชาเผิงน้อยปีกทองได้เสียชีวิตไปแล้ว เขาพ่ายแพ้ให้กับเย่ฟ่าน ดังนั้นเขาจึงมีความต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว สุดท้ายเขากลับต้องตายเพราะความมุ่งมั่นนี้
เลือดสีม่วงพลุ่งพล่านเหมือนคลื่นทะเล มันพุุ่งตรงมาที่เย่ฟ่านทันที การโจมตีของวิหคมังกรเข้าใกล้มาเรื่อยๆ
อย่างไรก็ตามเย่ฟ่านไม่ได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขาเพียงจี้ดรรชนีออกไปยางแผ่วเบาก็ทำลายภาพธรรมที่แข็งแกร่งและทำให้ปราณสีม่วงกระจัดกระจายออกไปรอบทิศทางไม่สามารถรวมตัวกันได้อีกต่อไป
ปัง!
หลงเสี่ยวเชวียปลิวกระเด็นออกไปจากแรงโจมตี ร่างของเขากระแทกกับขอบเวทีอย่างรุนแรงและทำให้ความวุ่นวายในสนามประลองทั้งหมดหยุดลงชั่วขณะ
หลายคนจ้องมองเข้ามาด้วยความตกใจ ชายที่สามารถเอาชนะอัจฉริยะจากเผ่าวิหคมังกรได้ด้วยการโจมตีเพียงกระบวนท่าเดียวเป็นใครกันแน่?
ข่าวที่เย่ฟ่านสังหารอสูรผู้ยิ่งใหญ่แห่งภูเขาฉางไป๋ยังไม่แพร่กระจายออกมา ไม่เช่นนั้นผู้คนอาจจะตระหนักถึงตัวตนของเขาได้อย่างรวดเร็ว
“พวกเจ้าอยากฆ่าข้าหรือ?”
เย่ฟ่านกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชาและจ้องมองไปยังผู้คนของเผ่าวิหคมังกรแห่งต้าเซี่ย
“สหายเข้าใจผิดแล้ว เราเพียงต้องการอยากรู้ว่าเจ้าคือคนที่ปรากฏตัวในจิ่วเจียงหรือไม่ เราไม่ได้มีเจตนาจะแก้แค้นอย่างเด็ดขาด” ผู้อาวุโสเผ่าวิหคมังกรรีบกล่าวด้วยความกลัว
“เราเพียงอยากรู้ว่าเจ้าแข็งแกร่งมากน้อยเพียงใด?”
หลงเสี่ยวเชวียประคองตัวเองลุกขึ้นจากพื้นและกล่าวอย่างรวดเร็ว
เย่ฟ่านพบว่าสิ่งที่คนเหล่านี้กล่าวเป็นความจริง แม้ว่าพวกเขาจะมีความเป็นศัตรูกัน แต่ต่อให้เป็นคนปัญญาอ่อนก็รู้ดีว่าหลงเสี่ยวเชวียไม่สามารถต่อเย่ฟ่านได้
ดังนั้นพวกเขาย่อมไม่วางแผนสังหารเย่ฟ่านเพื่อให้ถูกตอบโต้กลับมาอย่างโหดร้ายแน่นอน
“ก็ได้ ข้าจะแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของข้า”
เย่ฟ่านเปล่าอย่างเย็นชาจากนั้นเขาก็อนุญาตให้หลงเสี่ยวเชวียโจมตีเข้ามาอย่างสุดกำลัง ในขณะที่เย่ฟ่านเพียงตอบโต้กลับไปด้วยนิ้วเดียวเท่านั้น
ผู้บ่มเพาะจำนวนมากในปัจจุบันรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่ง สิ่งที่เย่ฟ่านแสดงออกมาตอนนี้พวกเขาไม่รู้ว่ามันแข็งแรงมากเพียงใด แต่รู้ว่ามันจะต้องไปไกลกว่าอาณาจักรผู้สูงสุดอย่างเทียบกันไม่ได้
ผู้คนในเผ่าหลงเชวีย(วิหคมังกร)ต่างหวาดกลัวว่าเย่ฟ่านจะสังหารหลงเสี่ยวเชวียลงที่นี่
“เฉียง”
ปราณกระบี่ที่แข็งแกร่งฟาดฟันเข้ามาทางด้านหลัง จ้านปี้ฟ่านลงมือช่วยเหลือหลงเสี่ยวเชวียอย่างรวดเร็ว การร่วมมือกันของพวกเขาค่อนข้างมีระเบียบแบบแผนเห็นได้ชัดว่าเคยฝึกฝนเช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วน
ในเวลาเดียวกัน ดวงตาที่งดงามของหวงเทียนหนี่ก็เต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง นางทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว และปลดปล่อยเพลิงสีทองให้เผาผลาญร่างกายของเย่ฟ่านจากอีกทางด้านหนึ่ง
ชั่วครู่ต่อมา สำนักคุนหลุนก็ลงมือเช่นกัน ภาพธรรมของปลามังกรโผล่ออกมาจากท้องฟ้า เขาประสานอินด้วยมือสองข้างและควบคุมปลามังกรให้โจมตีเย่ฟ่านจากระยะไกล
โดยธรรมชาติแล้ว เย่ฟ่านย่อมโจมตีทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน เขาใช้ปราณกระบี่ฉือซ่งจื้อจากนิ้วชี้และนิ้วกลางในมือข้างขวาโดยไม่เคยแสดงทักษะที่ทรงพลังมากกว่านั้น
ทุกคนตกตะลึง เขาต้านทานการโจมตีของปรมาจารย์ทั้งห้าได้อย่างไร ฐานการบ่มเพาะของเย่ฟ่านทรงพลังมากแค่ไหน เขาเป็นเซียนโบราณในตำนานหรือไม่?
แต่ในช่วงเวลาที่เย่ฟ่านและอัจฉริยะรุ่นเยาว์ทั้งห้าต่อสู้กันอย่างดุเดือด กลับมีทวนสังหารสีดำสนิทเล่มหนึ่งพุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า
ในขณะเดียวกันค้อนสีม่วงดำขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นในความว่างเปล่าและทุบเข้าหาเย่ฟ่านจากอีกทิศทางอย่างรวดเร็วเช่นกัน
อาวุธต้องห้ามเหล่านี้สามารถใช้ได้เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น หากมีฐานการบ่มเพาะไม่เพียงพอ มันจะส่งผลกระทบต่อพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
พลังของอาวุธต้องห้ามทั้งสองแม้แต่ปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ก็ยังต้องรับมือด้วยความระมัดระวัง
ปัง!
ปัง!
นัยต์ดวงตาของเย่ฟ่านแสดงออกอย่างเย็นชา ในตอนนี้เขากดฐานการบ่มเพาะของตัวเองอยู่ในอาณาจักรการแปลงมังกรเท่านั้น
อย่างไรก็ตามด้วยความแข็งแกร่งทางร่างกายที่ไม่มีผู้ใดเทียบได้ เขายังคงทุบตีอาวุธต้องห้ามเหล่านั้นจนกลายเป็นเศษเหล็กอย่างง่ายดาย
ทุกคนตะลึงเป็นอย่างมาก พวกเขาไม่คิดว่าในช่วงสำคัญของการต่อสู้จะมีใครบางคนสอดมือเข้ามาเช่นนี้!
“พวกเจ้ามาที่นี้เพื่อฆ่าข้า โอหังยิ่งนัก ข้าจะตามล่าพวกเจ้าไปสุดขอบโลก!” เย่ฟ่านกล่าวโดยไม่แยแส
………