เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1322 - สุสานเซียน

1322 - สุสานเซียน

1322 - สุสานเซียน


1322 - สุสานเซียน

เย่ฟ่านมั่นใจว่าชายคนนี้ตายอย่างแน่นอนแล้ว เพราะต่อให้เป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ก็ยังเป็นเรื่องยากที่จะมีอายุยืนยาวนับหมื่นปีได้

“ตอนที่เขาถูกขังอยู่ที่นี่ เป็นไปได้ไหมว่ามีคนบังคับให้เขาบอกถึงความลับบางอย่าง?”

ที่นี่เป็นสถานที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยโบราณ เย่ฟ่านมีความมั่นใจอย่างมากว่าชายคนนี้จะต้องถูกรีดเอาหนึ่งในเก้าญาณวิเศษลึกลับอย่างแน่นอน

เย่ฟ่านอยู่ในจิ่วเจียงมณฑเจียงซู เขายังไม่รีบร้อนที่จะกลับบ้านเพราะต้องการค้นหาความลับของสถานที่แห่งนี้ต่อไป

อย่างไรก็ตามในขณะนั้นได้มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น มันเป็นเสียงโทรศัพท์ที่ขัดขวางการเดินทางของเขา แล้วทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องออกไปข้างนอก

ซูฉงไม่สบายใจและขอความช่วยเหลือจากเย่ฟ่าน เพราะหยางเซียงสามีของเธอกำลังเดินทางไปที่ภูเขาปาหลิงในภาคใต้เพื่อสำรวจสุสานโบราณแห่งหนึ่ง

“คุณบอกเขาไม่ให้ไปไม่ได้หรือ?”

“ฉันบอกแล้ว แต่เขาตัดสินใจอย่างเด็ดขาดที่จะทำมันด้วยตัวเอง เรื่องนี้เป็นคำสั่งของเบื้องบน นอกจากเขาต้องการลาออกจากงานไม่อย่างนั้นเขาก็ต้องลงไปข้างล่างอยู่ดี”

เย่ฟ่านพยักหน้าเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอพูด เขาบอกให้เธอสบายใจได้เพราะเขาจะออกเดินทางไปที่มณฑลเจียงหลิงเพื่อเข้าสำรวจสถานที่แห่งนี้เช่นกัน

ในช่วงเวลานี้มีสิ่งที่เหนือธรรมชาติเกิดขึ้นมากมายในสุสานโบราณแห่งนี้ เหตุการณ์นั้นทำให้ผู้คนมากมายตื่นตระหนก ทางการได้ออกคำสั่งอย่างเด็ดขาดห้ามเปิดเผยความลับนี้ออกไป

จากนั้นพวกเขาได้ส่งผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากเข้าไปสำรวจสถานที่

ภูเขาปาหลิงประกอบด้วยสันเขาแปดสัน มีลักษณะคล้ายมังกร ในสมัยโบราณมันถูกเรียกว่าภูเขามังกร ว่ากันว่ามีสุสานของเทพหลายตนถูกฝังอยู่ที่นี่ แม้กระทั่งเซียนอมตะด้วย

ทันทีที่เย่ฟ่านมาถึง เขาสังเกตได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ สถานที่แห่งนี้ยังคงมีพลังปราณมังกรอันแข็งแกร่ง มันแตกต่างจากสภาพแวดล้อมอันแห้งแล้งของโลกใบนี้โดยสิ้นเชิง

เขาปาหลิงสง่างามอย่างมาก ป่าในบริเวณภูเขาแห่งนี้อุดมไปด้วยต้นสน มีหมอกธรรมชาติปกคลุมหนาแน่นและอบอวนไปด้วยกลิ่นอายของมังกร

เย่ฟ่านมองอย่างละเอียดพบว่า สุสานขนาดใหญ่แห่งนี้แปลกมาก ภูมิประเทศนั้นอัดแน่นไปด้วยพลังแห่งเต๋า มังกรทั้งแปดทำหน้าที่นำทางเพื่อดึงดูดปราณสวรรค์พิภพมาบำรุงเจ้าของสุสาน

ไม่ต้องบอกก็ทราบได้ว่านี่ไม่ใช่สุสานสำหรับคนตาย แต่เป็นสถานที่ที่คนเป็นใช้เพื่อรวบรวมปราณสวรรค์พิภพเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับฐานการบ่มเพาะของตัวเอง

ในขณะนี้มีการขุดหลุมฝังศพขนาดใหญ่ขึ้นมาแล้ว ดินและหินจำนวนมากกองรวมกันเป็นเนินเขา ในระยะไกลมีผู้คนจำนวนมากกระจัดกระจายอยู่ทุกทิศทาง

เหมือนกับที่หยางเซียงพูด ทางการได้ให้ความสนใจต่อเรื่องนี้อย่างจริงจัง พวกเขาส่งทั้งผู้คนและเครื่องไม้เครื่องมือเข้ามาขุดสุสานนี้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีความสูญเสียไม่น้อยแต่พวกเขาก็ต้องการเปิดเผยความลับที่อยู่ภายในให้ได้

นกจากรถขุดแล้วทางการยังได้เรียกตัวผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีหลายร้อยคนทั่วประเทศมาที่นี่ ยังมีทหารจำนวนมากที่คอยคุ้มกันความปลอดภัยอีกด้วย

“ยังคงเหมือนครั้งที่แล้ว มีผู้คนมากมายล้มตายลงโดยไม่อาจหาสาเหตุได้”

มีเสียงพูดคุยกันด้วยความกลัว ทางการได้ส่งผู้คนจำนวนมากลงไปสำรวจด้านล่าง แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับกลับเป็นความสูญเสียอย่างต่อเนื่อง

เย่ฟ่านมองปากทางเข้าสุสานจากระยะไกล มีซากศพของผู้คนมากมายถูกหามออกมาอยู่ตลอดเวลา

เย่ฟ่านถอนหายใจเมื่อเห็นสิ่งนี้ เขามาช้าเกินไปที่จะช่วยเหลือผู้คนจำนวนมาก ท้ายที่สุดกว่าที่เขาจะมาถึงก็มีผู้คนหลายร้อยคนเสียชีวิตจากการสำรวจสถานที่แห่งนี้แล้ว

“บูม”

มีการใชช้ระเบิดเพื่อเปิดประตูหิน ทันใดนั้นกลิ่นอายอันหนาวเย็นก็พลุ่งพล่านออกมาจากประตูสุสานแล้วทำให้ผู้คนจำนวนมากวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว

เย่ฟ่านแอบใช้พลังศักดิ์สิทธิ์ของเขาเพื่อหยุดคลื่นพลังหยินที่แผ่ซ่านออกมาข้างนอก

ไม่นานก็มีเสียงเพลงดังออกมาจากสุสาน เสียงเพลงนี้สร้างความหวาดหวั่นให้กับผู้คนอย่างยิ่ง แม้ว่าเสียงเพลงนี้จะเป็นเพลงที่ไพเราะแต่ไม่มีผู้ใดกล้าเดินทางเข้าไปสำรวจดินแดนที่เต็มไปด้วยความลึกลับนี้อีกแล้ว

“ใครเป็นคนสร้างสถานที่แห่งนี้ขึ้นมา…”

เย่ฟ่านกระซิบ จากนั้นเขาก็แฝงตัวเข้าไปภายในสุสานโดยไม่มีคนรู้ หลังจากที่เดินลึกเข้าไปเขาก็พบเห็นประตูหินขนาดใหญ่ที่มีอักขระโบราณสลักอยู่

“ตำหนักเซียนแห่งความเป็นนิรันดร์”

ที่ด้านล่างของตัวอักษรเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของจิ๋นซีฮ่องเต้

อาณาจักรฉินสามารถปราบปรามหกอาณาจักรและรวมดินแดนทั้งหมดเข้าด้วยกัน เหตุการณ์ครั้งนั้นผ่านมากกว่าสองพันปีแล้วแต่ความยิ่งใหญ่ของจิ๋นซีฮ่องเต้ยังคงอยู่ที่นั่น

เย่ฟ่านก้าวเข้าไปข้างในโดยไม่กังวล ในระหว่างทางยังมีซากศพของผู้คนจำนวนมากที่ยังไม่ถูกเก็บกู้กลับไป และยังมีผู้คนมากมายที่ยังคงสำรวจสุสานโบราณเพื่อค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่

เย่ฟ่านไม่ได้กังวลว่าผู้คนเหล่านี้จะเป็นหรือตาย สิ่งที่เขาสนใจมีเพียงสมบัติที่ถูกเก็บซ่อนไว้ภายในอาจถูกพวกเขาสร้างความเสียหายขึ้นโดยไม่รู้ตัว

“เจิ้ง”

แสงของกระบี่ส่องสว่างในสุสานโบราณอันมืดมิด มีคนพยายามฆ่าเขา นี่เป็นการโจมตีของผู้บ่มเพาะอย่างแน่นอน

เย่ฟ่านรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ผู้บ่มเพาะที่เข้ามาในสุสานแห่งนี้ไม่ต้องบอกก็ทราบได้ว่าล้วนทำงานให้กับทางการ พวกเขาพยายามกีดกันคนนอกซึ่งอาจเป็นคู่แข่งของพวกเขาทุกคน

“เฉียง”

เย่ฟ่านดีดนิ้ว กระบี่ที่คมกริบนั้นแตกออกเป็นชิ้นๆ ร่างกายของผู้ที่ลอบโจมตีกลายเป็นหมอกเลือดและเสียชีวิตโดยไม่มีโอกาสส่งเสียงกรีดร้องด้วยซ้ำ

ในเส้นทางการบ่มเพาะของเย่ฟ่าน เขาฆ่าคนมาแล้วมากมายนับไม่ถ้วน ดังนั้นต่อให้คนเหล่านี้เป็นเพื่อนร่วมชาติเขาก็ไม่ได้รู้สึกเศร้าโศกเสียใจจากการฆ่าอีกฝ่าย

เย่ฟ่านไล่ตามเสียงดนตรีที่ระเบิดออกมาจากส่วนลึกของสุสาน เขามั่นใจว่านี่จะต้องเป็นหนึ่งในความลับอันยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน บางทีมันอาจมีความเกี่ยวข้องกับเก้าญาณวิเศษลึกลับก็ได้

หลังจากที่เดินไปได้ระยะหนึ่งเย่ฟ่านก็เดินไปถึงด้านหน้าของบันไดหินหยกสีขาวที่นำไปสู่ส่วนลึกของพระราชวังใต้ดิน มันเป็นไปไม่ได้ที่มนุษย์จะใช้วัสดุประเภทนี้มาสร้างเป็นบันได

นั่นก็เพราะหยกเพียงชิ้นเล็กๆ ก็มีราคาหลายล้านหยวนแล้ว หยกที่มีขนาดใหญ่นั้นย่อมต้องเก็บไว้เพื่อสร้างเป็นวัตถุมงคลล้ำค่า ไม่มีใครเอามาใช้เป็นบันไดอย่างแน่นอน

เย่ฟ่านเดินไปตามบันไดหยกและมองเห็นสัญลักษณ์ที่มาจากยุคก่อนราชวงศ์ฉินมากมาย

ยุคก่อนราชวงศ์ฉินนั้นหมายความว่าเป็นยุคที่จิ๋นซีฮ่องเต้ยังไม่สามารถรวบรวมประเทศจีนเป็นหนึ่งเดียวได้ ยุคนั้นประกอบด้วยยุคชุนชิว ยุคของราชวงศ์ซาง ราชวงศ์โจวตะวันตก หรือแม้กระทั่งราชวงศ์เซี่ย

“เจิ้ง เจิ้ง...”

มีเสียงจากกระบี่ดังขึ้นอีกครั้ง เย่ฟ่านยังไม่ได้ติดตามเข้าไปเขาเพียงสำรวจกำแพงหินที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงซึ่งมีรอยของคมอาวุธพาดผ่านอย่างชัดเจน ดูเหมือนรอยอาวุธนี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

“มีการต่อสู้กันที่นี่!”

เย่ฟ่านประหลาดใจ นั่นก็เพราะหินในสุสานแห่งนี้มีความแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก การที่จะเกิดรอยอาวุธขึ้นนั้นย่อมแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ลงมือต่อสู้กันจะต้องเป็นยอดฝีมือผู้ทรงพลัง

มีซากศพสองสามซากถูกทิ้งไว้บนพื้น ภายในห้องโถงคนสี่คนกำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด อย่างไรก็ตามทันทีที่เย่ฟ่านเดินเข้ามาพวกเขาต่างรีบถอยห่างจากกันและถอนตัวออกจากที่นี่อย่างรวดเร็ว

เย่ฟ่านไม่ได้มีความสนใจที่จะไล่ตาม เขาก้าวไปข้างหน้าเพื่อตรวจสอบซากศพที่นอนตายอยู่บนพื้น พวกเขาล้วนเป็นผู้บ่มเพาะอาณาจักรสะพานวิญญาณทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตามแม้แต่ผู้บ่มเพราะระดับนี้ก็ยังถูกฆ่าตายจากการโจมตีในกระบวนท่าเดียว ผู้ที่ทำเช่นนี้ได้จะต้องอยู่ในอาณาจักรตำหนักเต๋าเป็นอย่างน้อย

นี่คือโศกนาฏกรรมแห่งยุคธรรมสิ้นสุดเต๋า ผู้คนจำนวนมากต่างหลั่งไหลเข้าไปในดินแดนโบราณเพื่อค้นหาสมบัติบางอย่างที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง

แน่นอนว่ามีผู้คนไม่น้อยที่คิดเหมือนกันกับพวกเขา นั่นทำให้เกิดการต่อสู้ขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และผู้ที่อ่อนแอย่อมกลายเป็นเพียงหินรองเท้าให้กับผู้อื่น

…….

จบบทที่ 1322 - สุสานเซียน

คัดลอกลิงก์แล้ว