เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 253 การประลองคัดออกบนเวที

บทที่ 253 การประลองคัดออกบนเวที

บทที่ 253 การประลองคัดออกบนเวที


บทที่ 253 การประลองคัดออกบนเวที

ชั่วพริบตา ลูกแก้วผลึกเริ่มหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง แสงสีพุ่งพล่านกระจายไปทั่ว

"คุณชายชิงหลง ปะทะ โม่ฉางคง, เวทีประลองหมายเลขหนึ่ง"

"เย่จื่อหวง ปะทะ ฉินซวง, เวทีประลองหมายเลขสอง"

"ธิดาเทพหลิงเตี๋ย ปะทะ ซือคงหมิง, เวทีประลองหมายเลขสาม"

...

"ซือคงฉางเฟิง ปะทะ ทาสดาบ, เวทีประลองหมายเลขสี่"

"เย่เสวียน ปะทะ โม่เฉียน, เวทีประลองหมายเลขยี่สิบแปด"

"หมัวอู๋ฉิง ปะทะ หมิงฮ่าว, เวทีประลองหมายเลขห้าสิบ"

"เหล่าอัจฉริยะทุกท่าน โปรดขึ้นเวทีประลองของตน!"

อู๋เทียนจ้องมองรายชื่อที่ปรากกฎบนลูกแก้วผลึกทีละชื่อ เสียงทุ้มกึกก้องกังวานไปทั่วทั้งลานประลองอัจฉริยะ

"ฮ่าๆๆๆ คุณชายอย่างข้านี่ดวงดีจริงๆ ที่เจอเข้ากับไก่อ่อน ขอเพียงชนะเจ้าได้ แล้วชนะอีกแค่นัดเดียว ข้าก็จะติดสามสิบอันดับแรกของทำเนียบอัจฉริยะแล้ว ฮ่าๆๆๆ!"

คุณชายจากตระกูลใหญ่ผู้หนึ่งที่มีพลังขอบเขตหวนคืนสู่ต้นกำเนิดขั้นเจ็ด เมื่อเห็นว่าคู่ต่อสู้เป็นเพียงเด็กหนุ่มบ้านนอกท่าทางป่าเถื่อน ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะด้วยความลำพองใจ

"เหะๆ ข้าหมานซานก็นับว่าโชคดีไม่เลว ขอเพียงไม่เจอพวกสัตว์ประหลาดพวกนั้น ก็ยังพอมีลุ้นชิงอันดับดีๆ ได้ ท่านหัวหน้าหมู่บ้าน รอข้ากลับไปอย่างสง่างามเถอะ ข้าจะกินมังกรเจียวโลหิตให้หนำใจสักแปดตัวเลย!"

ชายหนุ่มผิวคล้ำท่าทางซื่อๆ ซึ่งก็คือคู่ต่อสู้คนก่อนของเย่เสวียน พึมพำกับตัวเองด้วยดวงตาเป็นประกาย

"โชคร้าย... โชคร้ายเหลือเกิน รอบแรกก็ต้องมาเจอปีศาจอย่างคุณชายชิงหลง สวรรค์ ท่านช่างไร้เมตตายิ่งนัก!"

"ข้าก็ไม่ได้ดีไปกว่าเจ้าหรอก สตรีนางนี้ช่างกดดันรุนแรงยิ่งนัก ยังไม่ทันก้าวขึ้นเวที แข้งขาข้าก็อ่อนแรงจนแทบไม่ฟังคำสั่งแล้ว เสียโอกาสไปเปล่าๆ ครั้งหนึ่งจริงๆ"

"วันนี้ออกจากบ้านไม่ได้ดูฤกษ์ยามหรืออย่างไรกัน ช่างซวยซ้ำซวยซ้อน!"

ท่ามกลางเสียงโห่ร้องด้วยความยินดี ย่อมมีเสียงคร่ำครวญด้วยความสิ้นหวังระงมไปทั่ว

"คุณชายชิงหลง... ข้ายอมแพ้"

บนเวทีประลองหมายเลขหนึ่ง โม่ฉางคงจ้องมองคุณชายชิงหลงที่กำลังหลับตาพักผ่อนอย่างสงบอยู่เบื้องหน้า เพียงแค่เห็นกลิ่นอายที่แผ่ออกมา เขาก็ไร้ซึ่งความกล้าที่จะลงมือ จึงตัดสินใจประกาศยอมแพ้ในทันที

"นับว่าเจ้ารู้ความ"

คุณชายชิงหลงแค่นเสียงเย็นชา ดวงตาที่ลืมขึ้นฉายแววหยิ่งทะนงอย่างปิดไม่มิด

ส่วนคนอื่นๆ ที่เฝ้าดูอยู่รอบเวที ต่างก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจกับการยอมแพ้ของโม่ฉางคงเลยแม้แต่น้อย เพราะระดับพลังของทั้งคู่นั้นห่างชั้นกันราวฟ้ากับเหว

"เย่จื่อหวง... คุณชายอย่างข้ารู้ดีว่ามิใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า แต่ถึงกระนั้น ข้าก็ยังอยากจะขอประลองฝีมือกับคุณหนูสักกระบวนท่า!"

โครม!

เย่จื่อหวงเพียงสะบัดแขนเสื้อเบาๆ เงาหงส์เพลิงพลันปรากฏขึ้นเบื้องหลัง อัจฉริยะนามว่าฉินซวงผู้นั้นรู้สึกราวกับมีหงส์เทวะโบราณผู้สง่างามพุ่งเข้าใส่ พลังในกายของเขาถูกแรงกดดันมหาศาลบดขยี้จนไม่สามารถโคจรพลังออกมาได้แม้แต่น้อย

ร่างของเขาปลิวละลิ่วตกจากเวทีประลองด้วยความเจ็บปวด

"เย่จื่อหวง เข้ารอบ!"

ดวงตาของอู๋เทียนสว่างวาบด้วยความชื่นชม สตรีนางนี้แข็งแกร่งเกินตัว ภายหน้าต้องกลายเป็นจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่ที่สั่นสะเทือนปฐพีอย่างแน่นอน

"นั่นมัน... คัมภีร์เทพอวี้หวาง!"

"ธิดาเทพหลิงเตี๋ย เข้ารอบ!"

"ซือคงฉางเฟิง เข้ารอบ!"

"หมัวอู๋ฉิง เข้ารอบ!"

"ไป๋อวี้จิง เข้ารอบ!"

...

เสียงประกาศชัยชนะดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายเวทีจบลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากความต่างของพลังที่มากเกินไป เป็นการบดขยี้อย่างไร้ปรานีฝ่ายเดียว เหล่ายอดอัจฉริยะต่างเดินหน้าเข้ารอบด้วยท่าทีที่ไร้เทียมทาน

"เคล็ดวิชาเทพอุดร!"

คู่ต่อสู้ของเย่เสวียนเป็นผู้บำเพ็ญเพียรมารที่มีเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวและลงมืออย่างโหดเหี้ยม ทุกกระบวนท่าล้วนพุ่งเป้าไปที่จุดตายของเย่เสวียนโดยไม่ลังเล

เย่เสวียนเองก็หาได้ออมมือไม่ เขาใช้วิชาเทพอุดรออกมาโดยตรง ดูดกลืนพลังฝีมือของอีกฝ่ายจนแห้งเหือด

"พลังขอบเขตหวนคืนสู่ต้นกำเนิดขั้นเจ็ด... น่าจะเพียงพอที่จะส่งให้ข้าทะลวงเข้าสู่ขอบเขตหวนคืนสู่ต้นกำเนิดขั้นเจ็ดได้เสียที"

เย่เสวียนครุ่นคิดในใจ ก่อนหน้านี้เขาติดอยู่ที่คอขวดของขอบเขตหวนคืนสู่ต้นกำเนิดขั้นหกมาพักใหญ่ เมื่อได้พลังของขอบเขตหวนคืนสู่ต้นกำเนิดขั้นเจ็ดมาเติมเต็ม ย่อมทะลวงผ่านได้อย่างแน่นอน

"เป็นวิชามารที่พิลึกพิลั่นอีกแล้ว ช่างวิปริตนัก"

"วิชามารปะทะวิชามาร เย่เสวียนผู้นี้เอาแต่ดูดพลังคนอื่นมาเป็นของตน ดีแต่เปลือกนอกเท่านั้นแหละ ไม่ช้าก็เร็วต้องได้รับผลกรรม"

"วิชาดูดดาวงั้นรึ? เย่เสวียน... คุณชายอย่างข้าเคยประเมินเจ้าไว้สูงเกินไปจริงๆ คนมักง่ายเช่นเจ้า ชั่วชีวิตนี้ก็ไม่มีวันคู่ควรจะนำมาเปรียบเทียบกับข้าได้"

คุณชายชิงหลงลอบส่ายหน้าด้วยความรังเกียจ วิธีการได้มาซึ่งพลังที่น่าดูถูกเช่นนี้ สำหรับเขาแล้วมันช่างน่าอัปยศยิ่งนัก

"ความมักง่ายเพียงชั่วคราว ย่อมต้องชดใช้ด้วยราคาที่แสนแพงในภายหลัง เดิมทีข้าคิดว่าเย่เสวียนผู้นี้จะเป็นอัจฉริยะที่ควรค่าแก่การเจียระไน แต่ดูเหมือนข้าผู้เป็นเทพจะมองคนผิดไปเสียแล้ว"

เทพศักดิ์สิทธิ์เฝ้ามองทุกเหตุการณ์บนลานประลองอัจฉริยะผ่านทางลูกแก้วผลึกอย่างละเอียด

ก่อนหน้านี้ เขามองว่าคุณชายชิงหลงมีพรสวรรค์โดดเด่นที่สุดและมีศักยภาพพอจะเป็นบุตรแห่งเทพได้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เขากลับพบว่าวาสนาของคุณชายชิงหลงเริ่มเสื่อมถอยลงเรื่อยๆ จนไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดอีกต่อไป

ทว่าการปรากฏตัวของเย่เสวียนเคยทำให้เขาเห็นความหวังใหม่ แต่เมื่อเห็นว่าพลังของอีกฝ่ายได้มาจากการดูดกลืนผู้อื่น ความคาดหวังนั้นก็พังทลายลงในทันที

เขาล้มเลิกความสนใจในตัวเย่เสวียนทันควัน

"ไป๋อวี้จิง เย่จื่อหวง... หวังว่าพวกเจ้าทั้งสองจะไม่ทำให้ข้าต้องผิดหวังอีกนะ"

เทพศักดิ์สิทธิ์หันไปให้ความสนใจกับคนทั้งสองแทน ในใจเริ่มวางแผนการบางอย่าง

รายชื่อของไป๋อวี้จิงและเย่จื่อหวงถูกเขาควบคุมให้หมุนวนอีกครั้ง คู่ต่อสู้คนถัดไปของพวกเขาจะถูกกำหนดโดยเจตจำนงของเขาเอง

"ทะเลรองรับร้อยสายธารา จึงกว้างใหญ่ไพศาลได้ถึงเพียงนี้ พวกเจ้าไม่มีวันเข้าใจแก่นแท้ของเคล็ดวิชาเทพอุดรหรอก"

เย่เสวียนหาได้ใส่ใจต่อสายตาเหยียดหยามรอบข้างไม่ เขาเริ่มหลับตาหลอมรวมพลังที่เพิ่งได้มาเข้ากับร่างกายอย่างเงียบเชียบ

"หมัดเทพเถื่อน!"

หมานซานซัดหมัดที่เปี่ยมไปด้วยพลังแห่งฟ้าดินออกไปอีกครั้ง คลื่นหมัดอันดุดันซัดคู่ต่อสู้จนกระเด็นตกเวทีไปในพริบตา

บัดนี้ การต่อสู้ในทั้งหนึ่งร้อยเวทีได้สิ้นสุดลงอย่างสมบูรณ์แล้ว

"ขอแสดงความยินดีกับทุกท่านที่สามารถเอาชนะและยืนหยัดอยู่บนเวทีได้สำเร็จ พวกเจ้าคือห้าสิบอันดับแรกของทำเนียบอัจฉริยะ! ส่วนผู้ที่พ่ายแพ้อยู่เบื้องล่างก็จงอย่าเพิ่งท้อแท้ พวกท่านยังมีโอกาสอีกหนึ่งครั้งที่จะท้าทายห้าสิบคนข้างบนนี้ ภายในเวลาสองชั่วยาม หากผู้ใดชนะ ก็จะได้สิทธิ์ครองตำแหน่งแทนที่ทันที!"

อู๋เทียนประกาศกร้าวต่อหน้าฝูงชน

"ขอบพระคุณท่านเจ้าเมือง! ข้าหลินจือฉีไม่ยอมพ่ายแพ้เช่นนี้ ข้าขอท้าประลองกับหนานกงสยง!"

"ข้าก็ไม่ยอม! ข้าจะสู้กับเป่ยไห่หลงเซวียน!"

"ตำแหน่งบนทำเนียบอัจฉริยะ ข้าต้องคว้ามาให้ได้!"

เหล่านักสู้ที่เดิมทีหมดหวังต่างลุกฮือขึ้นอีกครั้ง พวกเขาเริ่มเลือกท้าทายคนที่คิดว่าจุดอ่อนเยอะที่สุดเพื่อหวังจะช่วงชิงตำแหน่งมา

การต่อสู้ผลัดเปลี่ยนดำเนินไปอย่างดุเดือด บางคนรักษาตำแหน่งไว้ได้ บางคนถูกโค่นล้ม และผู้ที่มาแทนก็อาจถูกผู้ท้าชิงคนใหม่เอาชนะไปอีกทอดหนึ่ง บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดัน เมื่อเวลาเริ่มงวดเข้ามา ทุกคนต่างก็ต้องทุ่มสุดตัวเพื่อโอกาสสุดท้าย

ทว่ารอบเวทีของเย่เสวียน คุณชายชิงหลง และเย่จื่อหวง กลับเงียบเหงาไร้ผู้คนกล้าเข้ามาท้าทาย เพราะทุกคนต่างรู้ดีว่า หากพวกเขามีพลังมากพอจะโค่นคนเหล่านี้ได้ ก็คงไม่พ่ายแพ้จนตกรอบมาตั้งแต่แรกแล้ว

สองชั่วยามผ่านไปเพียงชั่วพริบตา

เมื่อเสียงปะทะครั้งสุดท้ายบนเวทีเงียบลง ผู้ชนะต่างยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางสายตาชื่นชม

ส่วนผู้แพ้ได้แต่เดินถอยออกจากสนามด้วยสีหน้าขมขื่น นับจากนี้พวกเขาทำได้เพียงเป็นผู้ชมอยู่ข้างสนาม ดูการประลองที่เหลือต่อในฐานะคนธรรมดาเท่านั้น

"หมิงเอ๋อร์ เจ้าทำเต็มที่แล้ว ในเมื่อฝีมือยังเป็นรองก็ต้องยอมรับเสียแต่เนิ่นๆ ครั้งหน้ายังมีโอกาสในการประลองอัจฉริยะครั้งถัดไป ข้าเชื่อว่าด้วยพรสวรรค์ของเจ้า เจ้าต้องติดอันดับบนทำเนียบอัจฉริยะได้อย่างแน่นอน"

ผู้อาวุโสจากสำนักหนึ่งเอ่ยปลอบศิษย์รักที่ยังคงเสียใจกับความพ่ายแพ้

การประลองอัจฉริยะในครั้งนี้ดุเดือดกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา การที่สามารถก้าวมาถึงจุดนี้ได้ก็นับว่าประสบความสำเร็จมากแล้ว

"ขอรับท่านผู้อาวุโส การประลองครั้งหน้า ข้าจะเข้าสู่ห้าอันดับแรกให้ได้!"

ศิษย์หนุ่มผู้พ่ายแพ้ได้รับกำลังใจจนจิตวิญญาณการต่อสู้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง

จบบทที่ บทที่ 253 การประลองคัดออกบนเวที

คัดลอกลิงก์แล้ว