เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1307 - ไล่ตามพระพุทธะ

1307 - ไล่ตามพระพุทธะ

1307 - ไล่ตามพระพุทธะ


1307 - ไล่ตามพระพุทธะ

จุดแสงสีทองรอบปลายนิ้วเหมือนกับผีเสื้อสีทองกำลังบินอย่างสง่างามบินขึ้นไปบนท้องฟ้า

เย่ฟ่านตกใจเป็นอย่างมาก แสงสีทองเท่ากำปั้นเด็กมีขนาดเล็กลง กลายเป็นฝนแห่งแสงที่แผ่กระจายไปทั่วทุกทิศ

“นี่...การกลับชาติมาเกิดหรือเปล่า?” จู่ๆ หัวใจของเย่ฟ่านเต้นระรัว

ในช่วงที่ผ่านมา เขาอยู่ในภวังค์และความสับสน เดินทางอย่างไร้จุดหมาย จมอยู่กับความโศกเศร้า

การกลับชาติมาเกิด การคืนชีพ... ยังคงอยู่ในใจเป็นครั้งคราว และนี่คือเหตุผลว่าทำไมเขาถึงนึกถึงโลงศพเก้าสวรรค์

ผู้บ่มเพาะให้ความสำคัญกับโลงศพที่นี้อย่างมาก นั่นก็เพราะมันเป็นตัวแทนแห่งการมีชีวิตที่เป็นนิรันดร์

เย่ฟ่านตกอยู่ในอาการงุนงง เขาต้องการพบพ่อแม่อีกครั้งและเผลอหยิบโลงศพกับกระดูกเต๋าของนักบวชผู้เฒ่าออกมาโดยไม่รู้ตัว

อย่างไรก็ตามสิ่งนี้ทำให้เขาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ไม่อย่างนั้นเขาอาจตกอยู่ในภวังค์เป็นเวลาหลายวันก็ได้

โลงศพเก้าสวรรค์ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่กระดูกชิ้นนั้นคือสิ่งที่เปล่งประกายทั้งยังกระจัดกระจายไปทั่วท้องฟ้า

เย่ฟ่านเร่งเร้าพลังวิญญาณจนถึงขีดสุด เขาจ้องมองมันไม่กระพริบตา กลุ่มเปลวไฟลอยอยู่ระหว่างคิ้วของเขา!

แม้ว่าเขาไม่เชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิด แต่เขาก็ยังหวังว่าจะมีปฏิหารณ์เกิดขึ้น

กระดูกเต๋าชิ้นนั้นเปลี่ยนเป็นระลอกคลื่นสีทอง แผ่ออกไปอย่างงดงามราวกับเวทมนต์

“ว้าว คุณลุงกำลังใช้เวทมนตร์อยู่หรือเปล่า” เด็กชายคนหนึ่งวิ่งเข้ามาดูการกระทำของเย่ฟ่านด้วยความตื่นเต้น

“สวยมาก คุณลุงสอนผมหน่อยสิ มันน่าทึ่งจริงๆ” เด็กน้อยที่ไม่รู้อะไรขอร้องให้เย่ฟ่านสอนทำในสิ่งแปลกๆ และน่ามหัศจรรย์นี้

“ทำไมคิ้วของคุณลุงถึงมีแสงเปล่งประกาย มันเจ็บหรือเปล่า” เด็กน้อยเต็มไปด้วยความกระตือรือร้นและยื่นมือไปสัมผัสกับเปลวไฟที่เปล่งประกายออกมาจากคิ้วของเย่ฟ่าน

“โอ้ย มันเจ็บมาก” ก่อนที่มือน้อยๆ จะสัมผัสกับเปลวไฟเขาก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“คุณลุงไม่เป็นอะไรใช่ไหม แสงนี้ร้อนมาก” เด็กน้อยยังคงสอบถามด้วยความเป็นห่วง

เย่ฟ่านเมินเฉยต่อคำถามมากมาย เขาเพียงจ้องมองไปยังแสงที่เปล่งประกายออกมาจากกระดูกเต๋า ในเวลาต่อมาพวกมันบินไปทาตะวันตก เย่ฟ่านตื่นขึ้นแล้วไล่ตามไปอย่างรวดเร็ว

ภายใต้สายลมกระโชกแรง ชายหนุ่มและหญิงสาวทั้งหลายต่างตกตะลึง

กระดูกเต๋าเปล่งประกายแวววาวและมุ่งหน้าไปในทิศตะวันตกอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าสีทอง เย่ฟ่านก็เป็นเหมือนสายลมที่ไล่ตามไปติดๆ

จุดแสงเหล่านี้เคลื่อนไหวเหมือนกับผีเสื้อ แม้ว่าความเร็วของมันจะน่าทึ่งอย่างยิ่งแต่บางครั้งมันก็หยุดเพื่อรอเย่ฟ่าน และทำให้เขาไม่ได้ถูกทอดทิ้งออกไป

“ไม่มีพลังวิญญาณผันผวนออกมา นี่คือพลังศักดิ์สิทธิ์ที่บริสุทธิ์อย่างยิ่ง”

เย่ฟ่านค้นพบได้อย่างรวดเร็วว่าสิ่งนี้ไม่มีพลังวิญญาณใดๆ และมันทำให้เขาเกิดความผิดหวังเล็กน้อย แท้ที่จริงแล้วกระดูกเต๋าชิ้นนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับการกลับชาติมาเกิด

“นักบวชผู้เฒ่ากล่าวว่าหากข้าเชื่อมั่นว่าการเกิดใหม่มีจริงมันก็จะมีจริง หากไม่เชื่อมันก็จะไม่มี”

สิ่งเดียวที่เย่ฟ่านไม่เข้าใจคือทำไมนักบวชผู้เฒ่าที่กลายร่างเป็นเต๋าแล้วเหตุใดจึงต้องการให้เขานำกระดูกชิ้นนี้กลับมายังโลก

เย่ฟ่านยังผิดหวังแต่ยังตามแสงสีทองไป เขาต้องการค้นหาให้ได้ว่ามันจะพาเขาไปที่ไหน แม้ว่าแสงสีทองนั้นจะเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็วแต่ก็ยังใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าที่จะไปถึงจุดหมาย

ทางข้างหน้าระดับเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ท้องฟ้าสีใสเหมือนไพลินที่ถูกพัดพาไปตามสายน้ำ เมฆสีขาวลอยผ่านเหนือศีรษะ กลายเป็นทัศนียภาพที่งดงามอย่างมาก

ความธรรมชาติเช่นนี้หาไม่ได้ในปัจจุบัน มันเป็นที่ๆประชากรที่เบาบาง แหล่งอุสาหกรรมที่มนุษย์ยังเข้าไม่ถึง ในท้ายที่สุดจุดแสงก็บินหายไปอย่างสมบูรณ์

เย่ฟ่านจ้องมองฝนแห่งแสงที่โปรยปรายครั้งสุดท้าย พวกมันบินไปได้ไม่ไกลและตกลงบนโขดหินท่ามกลางหญ้าและต้นไม้ กลายเป็นความว่างเปล่า

เขาถอนหายใจยาว แม้ว่าเขาจะรู้ดีว่าการกลับชาติมาเกิดนั้นไม่มีอยู่จริง แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ยังคงทำให้เขาเกิดความหวังอยู่เล็กน้อย

เซียนโบราณหายไปจากโลก แม้กระทั่งจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ยังไม่อาจกลับชาติมาเกิดอีกครั้ง นับประสาอะไรกับคนธรรมดา

เย่ฟ่านรู้ดีว่าเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะได้พบพ่อแม่กลับมาจากความตาย เมื่อตระหนักได้ดังนั้นเขายิ่งเกิดความเศร้าถึงขีดสุด

เขายืนนิ่งแทบกลายเป็นหิน สับสน ไร้จุดมาย รู้สึกว่าทุกสิ่งที่เขาทำไปทุกสิ่งนั้นไร้ความหมายโดยสิ้นเชิง

เย่ฟ่านยืนนิ่งอยู่ในตำแหน่งเดิมหลายชั่วโมง สุดท้ายเขาก็เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าเพราะสัมผัสได้ถึงคลื่นที่แผ่วเบาแผ่มาจากทิศตะวันตกอีกครั้ง

“นั่นคือ…”

ดวงตาของเขาเป็นประกายขณะที่สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของศากยมุนี นี่เป็นความผันผวนที่ลึกลับอย่างแท้จริง

เย่ฟ่านกลายเป็นเส้นแสงและพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเเร็ว

เขาเข้าไปในส่วนลึกของดินแดนที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่

ในตอนนนี้เขารู้สึกถึงคลื่นพลังลูกใหญ่ราวกับมหาสมุทร มันเป็นคลื่นพลังของศากยมุนีอย่างแน่นอน เย่ฟ่านตกตะลึงกับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างมาก

อย่างไรก็ตามในขณะที่เขาไล่ตามไปอีกครั้งกลิ่นอายอันยิ่งใหญ่และท่วมท้นนั้นก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย

“มันมาจากไหน?”

เย่ฟ่านสำรวจไปทั่วภูเขา แต่เขาไม่พบอะไรเลย สถานที่แห่งนี้ดูลึกลับและยากที่จะค้นหาสิ่งที่ซ่อนอยู่ได้

“จริง ๆ แล้วมีความลึกลับมากมายในบริเวณแห่งนี้ แต่มันกลายเป็นดินแดนอันบริสุทธิ์ มีอะไรซ่อนอยู่ในนั้นหรือเปล่า?” เย่ฟ่านยืนอยู่บนภูเขามองลงไปข้างล่าง

เขาเคลื่อนตัวไปข้างหน้า ผ่านสถานที่หลายแห่ง เดินเพียงลำพังผ่านพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ไม่มีคนอาศัยอยู่

ในที่สุดก็มาถึงด้านหน้าของแอ่งทาริมซึ่งเป็นชายแดนที่กั้นระหว่างประเทศจีนกับทิเบต และที่ด้านหน้าของเขาตอนนี้คือเทือกเขาคุนหลุนอันยิ่งใหญ่

ภูเขาคุนหลุนเป็นภูเขาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในอาณาจักรจีนโบราณ เง็กเซียนฮ่องเต้ จักรพรรดินีตะวันตก(ซีหวังหมู่) และเทพสวรรค์คนอื่นๆ ล้วนมาจากสถานที่แห่งนี้ มันถือเป็นภูเขาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศจีนอย่างไร้ข้อกังขา

เย่ฟ่านหันกลับไปเพราะไม่สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของศากยมุนีได้อีกแล้ว อย่างไรก็ตามในเมื่อเขามาถึงที่นี่เขาก็ต้องสำรวจมันสักครั้ง

เย่ฟ่านมุ่งหน้าต่อไปอีกหลายชั่วยามจนในที่สุดเขาก็ไปถึงพระราชวังโปตาลาที่ถูกสร้างขึ้นบนภูเขา มันเป็นสถานที่ยิ่งใหญ่และเศักดิ์สิทธิ์มาตั้งแต่ยุคโบราณ

เย่ฟ่านเข้าออกจากอาคารหลายแห่งแต่เขากลับเต็มไปด้วยความผิดหวังเพราะไม่สามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งพุทธะใดๆเลย

จากนั้นเย่ฟ่านก็เดินทางไปที่วัดโจคัง และวัดราโมเช ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญของศาสนาพุทธแต่ก็ยังไม่สามารถค้นพบร่องรอยอะไรเลย

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็เข้าไปในวัดเซเจี๋ย วัดเยปา วัดจาซัง วัดซัมเย และสถานที่อื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งหมดนี้เป็นวัดโบราณศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด แต่ก็ทำได้เพียงจุดธูปขอพรต่อทวยเทพและไม่ได้รับอะไรกลับมาแม้แต่น้อย

เย่ฟ่านท้อแท้ผิดหวังเป็นอย่างมาก เขาเดินผ่านดินแดนอันกว้างใหญ่ที่ไม่มีมนุษย์อาศัยอยู่ แต่สุดท้ายสิ่งที่ชักนำเขามาที่นี่กลับไม่มีอะไรเลย

อย่างไรก็ตามเมื่อเย่ฟ่านเดินผ่านวัดเก่าแก่ที่ผุพังไปแล้ว แต่เขากลับสัมผัสได้ถึงความผันผวนของพลังศักดิ์สิทธิ์อันแข็งแกร่งปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน

“มีบางอย่างผิดปกติ!”

มีบางอย่างที่แตกต่างออกไปในดินแดนนี้

เขาอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและพูดกับตัวเองว่า “นี่คือภูเขาหลิงซานหรือภูเขาคุนหลุน? ฉันจะต้องค้นหาความลับที่ซุกซ่อนอยู่ภายในให้ได้”

อย่างไรก็ตาม เมื่อเขาคิดว่าในปัจจุบันเขาแทบจะกลายเป็นเซียนไปแล้ว แต่ไม่สามารถรักษาชีวิตของพ่อแม่ได้ เย่ฟ่านก็เกิดความเศร้าโศกอย่างหนัก การค้นพบสถานที่ลึกลับแห่งนี้จะมีประโยชน์อะไร

หนทางสู่ความเป็นอมตะนั้นเต็มไปด้วยอันตราย หากบรรลุความรู้แจ้งไม่ได้เขาก็จะถูกเต๋าสะท้อนกลับและกลับคืนสู่เต่าผู้ยิ่งใหญ่ทันที

อย่างไรก็ตามความปรารถนาที่จะบรรลุเต๋าในอดีตของเขาได้ดับสูญไปแล้ว เย่ฟ่านมีเพียงความท้อแท้และเศร้าโศกเท่านั้นที่กัดกินหัวใจของเขา

เย่ฟ่านเลิกให้ความสนใจต่อวัดโบราณและกำลังออกจากสถานที่แห่งนี้ อย่างไรก็ตามเขากลับสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่ามีบางสิ่งบางอย่างกำลังจ้องมองมาที่เขา

เย่ฟ่านตกตะลึงเป็นอย่างมาก ในยุคที่โลกเข้าสู่สมัยใหม่กลับมีอสูรบางตัวที่สามารถบรรลุมรรคผลได้?

ด้านหลังพระพุทธรูปหิน มีแสงสีม่วงพุ่งเข้ามาหายเข้าไปในภูเขาหิน

เย่ฟ่านเงยหน้าขึ้นและจ้องมองไปยังถ้ำหินกลางหน้าผา ที่นั่นมีพระพุทธรูปหินสูงเท่าฝ่ามือตั้งอยู่ที่ด้านหน้าของถ้ำ

พระพุทธรูปหินนี้คือสิ่งที่ต้องมองเขา?

จบบทที่ 1307 - ไล่ตามพระพุทธะ

คัดลอกลิงก์แล้ว