เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1296 - บรรพชนจระเข้ตัวจริง

1296 - บรรพชนจระเข้ตัวจริง

1296 - บรรพชนจระเข้ตัวจริง 


1296 - บรรพชนจระเข้ตัวจริง

กลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ดวงตาทะเลสีดำสนิทเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

แม้ว่าแสงที่ถูกปลดปล่อยออกมาจะเป็นสีทองแต่มันไม่ได้ให้ความรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์แม้แต่น้อย นี่เป็นพลังที่ชั่วร้ายอย่างสุดแสนซึ่งเย่ฟ่านรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างมาก

ท่ามกลางแสงสีทองที่ปกคลุมทั่วทั้งท้องฟ้าจนยากจะจ้องมองออกไปตรงๆได้ เย่ฟ่านมองเห็นเพียงดวงตาสีแดงคู่หนึ่งที่มีขนาดใหญ่โตราวกับดวงอาทิตย์และดวงจันทร์

เย่ฟ่านรู้ดีว่าเจ้าของดวงตาคู่นี้เป็นใคร

บรรพชนจระเข้!

“ข้าใช้ความอดทนอย่างยาวนานมากกว่ายี่สิบปีเพื่อยึดเอาแก่นแท้ของนักบวชเหล่านั้นและรอคอยโชควาสนาแห่งสวรรค์พิภพ หากทำสำเร็จข้าจะกลายเป็นสิ่งมีชีวิตอมตะอย่างแน่นอน แต่สุดท้ายเจ้ากลับทำลายแผนการของข้า ซากศพของนักบวชทั้งหมดถูกดวงตาแห่งทะเลกลืนกินไปแล้ว เจ้าจะต้องชดใช้!”

เสียงคำรามแห่งความโกรธทะลุท้องฟ้า พลุ่งพล่านระหว่างสวรรค์พิภพราวกับโลกทั้งใบจะพังทลายลง

แม้ว่าบรรพชนจระเข้จะโกรธมาก แต่สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉยคล้ายกับไม่มีความผันผวนทางอารมณ์แม้แต่น้อย

“ปีศาจเฒ่าวันนี้จะเป็นวันตายของเจ้า”

เย่ฟ่านคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด ในตอนแรกเขาคิดจะหลบหนีไปแล้ว แต่หลังจากพบใบหน้าของอีกฝ่ายความคิดของเขาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

“ปราณปฐพีต้นกำเนิด... ช่างเป็นโชคชะตาที่ยิ่งใหญ่จริงๆ เป็นไปได้ไหมว่าสวรรค์ต้องการชดเชยสิ่งนี้จากความทุกข์ทรมานตลอดสองพันห้าร้อยปีของข้า”

นี่คือเซียนปีศาจที่แท้จริง เย่ฟ่านโกรธแค้นเป็นอย่างมากอย่างไรก็ตามเขาไม่ได้เลือกที่จะวิ่งหนีแต่ต้องการที่จะต่อสู้กับศัตรูคู่อาฆาตคนนี้อยากตรงไปตรงมา

“กว่ายี่สิบปีผ่านไปไม่คิดว่าเจ้าจะรอดชีวิตกลับมาได้จริงๆ”

จระเข้โบราณหัวเราะเยาะ จากนั้นร่างกายที่ใหญ่โตกว่าหนึ่งหมื่นวาของมันก็ปรากฏตัวออกมาจากท้องฟ้าพร้อมกับปลดปล่อยคลื่นพลังที่เต็มไปด้วยความชั่วร้ายให้แผ่ซ่านไปทั่วโลก

“บรรพชนจระเข้เจ้าทำร้ายเพื่อนของข้า เจ้าทำสิ่งนั้นไปเพื่ออะไร?” เย่ฟ่านตะโกน

บรรพชนจระเข้มองลงมาด้านล่างพร้อมกับหัวเราะเบาๆ “ก็แค่แมลงไม่กี่ตัวเท่านั้น ต่อให้ฆ่าพวกเจ้าทั้งหมดข้าก็ไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายแต่อย่างใด”

สิ่งที่เขากล่าวเป็นความจริง ในระดับของเขามนุษย์ธรรมดาเป็นเพียงมดปลวกเท่านั้น การที่เขาจะฆ่ามดปลวกไม่กี่ตัวย่อมไม่จำเป็นต้องถามหาเหตุผล

“แล้วเหตุใดตัวเจ้าจึงไม่ขึ้นโลงศพไปที่ดาวดวงอื่นพร้อมกันกับเรา”

“เจ้าหมายถึงเรือโบราณลำนั้นหรือ ข้าจะไปเพื่ออะไรในเมื่อศากยมุนีอยู่ที่นั่น เหตุผลที่สองก็เพราะข้ากำลังรอที่จะช่วงชิงโชคชะตาของดาวดวงนี้อยู่”

เมื่อกล่าวถึงสิ่งนี้ ดวงตาที่เปื้อนเลือดของบรรพชนจระเข้ก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เขากำลังจะช่วงชิงโชคชะตาแห่งดวงดาวรวมทั้งแก่นแท้แห่งชีวิตของอรหันต์ทั้งห้าร้อยคนได้แล้ว แต่สุดท้ายเย่ฟ่านกลับทำลายโชควาสนาของเขาไป

จากนั้นร่างขนาดใหญ่ของบรรพชนจระเข้ก็ย่อขนาดเล็กลงจนกลายเป็นชายหนุ่มที่สวมชุดเกราะสีทองซึ่งมีความสูงประมาณหนึ่งวา (2 เมตร)

เขายืนอยู่ต่อหน้าเย่ฟ่านอย่างสงบ ความกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของเขานั้นน่าสะพรึงกลัวไม่เป็นรองเสมือนจักรพรรดิอย่างแน่นอน

ชุดเกราะสีทองของเขาเปล่งประกายแวววาว ชุดเกราะนั้นห่อหุ้มร่างกายทั้งตัวของเขาไว้อย่างแน่นหนา มีเพียงใบหน้าที่สง่างามเท่านั้นที่ปรากฏออกมาข้างนอก

“เจ้าหลุดออกจากการควบคุมมานานแล้วเหตุใดจึงไม่เดินทางไปที่โลก?”

แม้เย่ฟ่านจัดเต็มไปด้วยความเกลียดชังแต่เขาก็ยังไม่เข้าใจความคิดของบรรพชนจระเข้

นั่นก็เพราะบรรพชนจระเข้มีพลังเทียบเท่าเสมือนจักรพรรดิ ต่อให้เขาเดินทางไปที่โลกชั่วคราวเขาก็สามารถกลับมาที่นี่ได้อย่างง่ายดาย มันมีเหตุผลอะไรที่เขาต้องอยู่ในดาวอังคารอันเงียบเหงานี้เพียงลำพัง

“เมื่อสองพันห้าร้อยปีก่อนข้าทำงานหนักและข้ามท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวไปที่ดาวสีฟ้าดวงนั้นเพื่อแสวงหาความเป็นอมตะ แต่สุดท้ายข้ากลับถูกศากยมุนีปราบปรามอยู่ที่นี่”

ดวงตาของบรรพชนจระเข้เย็นลงเมื่อเขาเอ่ยถึงอดีต แต่คำพูดของเขายังคงมีทีท่าไม่แยแสเช่นเดิม

“เจ้ารู้ไหมว่าทำไมดวงดาวสีฟ้านั้นจึงไม่มีผู้บ่มเพาะเลย?”

แม้ว่าเย่ฟ่านต้องการกินเลือดกินเนื้อของบรรพชนจระเข้แต่เขาก็ยังสอบถามในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ออกไป

“ข้าพบกับถนนโบราณในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวและแสวงหาความเป็นอมตะมาโดยตลอด ข้ามาที่นี่เพื่อไล่ตามความลับของผู้อมตะ แต่ข้ากลับถูกปราบปราม”

จิตสังหารในดวงตาของบรรพชนจระเข้พุ่งสูงขึ้น เขาสูญเสียความสงบนิ่งเป็นครั้งแรก

“เจ้ารู้ไหมว่าความลับที่แท้จริงของมังกรเก้าตัวที่ลากโลงศพนั้นคืออะไร?” เย่ฟ่านสอบถาม

เป็นเรื่องยากสำหรับเย่ฟ่านที่จะได้สนทนากับเซียนโบราณที่มีความรู้มากมายเช่นนี้ ดังนั้นเขาจึงต้องการรู้ทุกสิ่งทุกอย่าง

“เจ้าหนูเจ้าพูดมากเกินไปแล้ว ข้าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องอธิบายเรื่องทั้งหมดให้เจ้าฟัง”

กลิ่นอายสังหารของบรรพชนจระเข้เต็มท้องฟ้า ร่างกายของเขาปลดปล่อยคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวและเตรียมที่จะจัดการเย่ฟ่านทันที!

“ช้าก่อน รู้ไหมว่าข้ากลับมาโลกอื่นได้อย่างไร ข้ารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับศากยมุนี ถ้าเจ้าบอกความลับออกมา ข้าจะบอกความลับนี้เพื่อแลกเปลี่ยนกับเจ้า”

เย่ฟ่านตะโกนอย่างเร่งรีบ เขาไม่ได้หวาดกลัวต่อบรรพชนจระเข้มากนัก นั่นก็เพราะในมือของเขายังมีไพ่ลับที่สามารถต่อสู้กับอีกฝ่ายได้

อย่างไรก็ตามหากทำเช่นนั้นมันจะทำให้เขาสูญเสียข้อมูลที่พึงได้รับไป

“มังกรดึงโลงศพลึกลับและห่างไกลมาก ข้าเห็นมันมาแล้วสองครั้ง ครั้งแรกเมื่อห้าพันปีก่อนบนดาวต้นกำเนิดชีวิตที่แตกสลายดวงหนึ่ง ข้าคิดว่าเมื่อเปิดโลงศพใบเล็กที่อยู่ข้างในขึ้นมันจะต้องมีความลับของความเป็นอมตะอย่างแน่นอน แต่สุดท้ายสิ่งนั้นกลับทำลายรากฐานจักรพรรดิของข้าไป และทำให้ข้าพ่ายแพ้ต่อศากยมุนีในเวลาต่อมา” จระเข้โบราณกล่าวด้วยความโกรธแค้น

เย่ฟ่านตกตะลึงเป็นอย่างมาก จากคำพูดของบรรพชนจระเข้เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นถึงจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เมื่อห้าพันปีที่แล้ว!

“เจ้าเกิดที่ไหน? มีดาวต้นกำเนิดชีวิตกี่ดวงในจักรวาลที่เจ้าจากมา? ความเชื่อมโยงของพวกมันคืออะไร? จุดสิ้นสุดของถนนโบราณบนท้องฟ้าเต็มไปด้วยดวงดาวอยู่ที่ไหน? มีผู้อมตะที่แท้จริงในโลกของเจ้าหรือไม่?”

เย่ฟ่านมีคำถามมากมายและต้องการรู้ข้อมูลทั้งหมด

อย่างไรก็ตามบรรพชนจระเข้เยาะเย้ยและกล่าวว่า “เจ้าหนู เจ้ามีคำถามมากเกินไป ข้าจะบดขยี้วิญญาณของเจ้าจากนั้นจึงค่อยค้นหาว่าศากยมุนียังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า”

สิ้นเสียงมือขนาดใหญ่ของเขาก็ตบลงมาจากท้องฟ้าและทำให้สวรรค์พิภพสั่นไหวอย่างรุนแรง

เย่ฟ่านไม่รอช้าเขาปลดปล่อยเพลิงเก้าสีออกมาทั้งหมดและให้เปลวไฟอันน่าสะพรึงกลัวกวาดเข้าหาบรรพชนจระเข้โดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายลงมือได้

“อา!!!”

บรรพชนจระเข้กรีดร้องและถอยกลับด้วยความเจ็บปวด ในขณะเดียวกันเย่ฟ่านก็กระตุ้นค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกลและหายสาบสูญไปจากตำแหน่งเดิมอย่างรวดเร็ว

“มนุษย์ตัวน้อยเจ้าจะหลบหนีไปที่ไหน…”

คำพูดของบรรพชนจระเข้นั้นเขย่าดาวอังคารให้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง จากนั้นร่างของเขาก็ได้ติดตามเย่ฟ่านมาอีกครั้ง

“เจ้าได้ฆ่าเพื่อนของข้าไปมากมาย ถึงเวลาที่ความแค้นของเราต้องจบลงแล้ว”

เย่ฟ่านคำรามอย่างเย็นชาก่อนจะนำไพ่ตายของตัวเองออกมาใช้

“ในสายตาของข้า เจ้าเป็นเพียงกลุ่มแมลงเท่านั้น ข้าจะสนใจด้วยหรือว่าในชีวิตนี้ฆ่าแมลงไปแล้วกี่ตัว” บรรพชนจระเข้กล่าวอย่างดูถูกเหยียดหยาม

“วันนี้แมลงอย่างข้าจะเหยียบย่ำเจ้าให้ตาย”

เย่ฟ่านพยายามยั่วยุให้บรรพชนจระเข้เข้ามาใกล้ แต่ก่อนที่เขาจะหยิบบางสิ่งบางอย่างออกมา ก็มีเสียงสวดมนต์ดังก้องสวรรค์พิภพออกมาจากดวงตาแห่งทะเล

ร่างกายของบรรพชนจระเข้แข็งค้างไปชั่วขณะ ในเวลาต่อมาเรือที่บรรจุพระอรหันต์ห้าร้อยคนก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง

ร่างกายของพระอรหันต์ทั้งห้าร้อยคนล้วนเป็นซากศพไปแล้ว อย่างไรก็ตามพวกเขาได้ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกันก่อนจะเริ่มสวดภาวนาต่อศากยมุนีผู้ยิ่งใหญ่

“เจ้าเป็นพระพุทธเจ้าโบราณจากวัดต้าเล่ยหยิน เจ้ายังมีชีวิตอยู่จริงๆ?” บรรพชนจระเข้ตะโกน

………….

จบบทที่ 1296 - บรรพชนจระเข้ตัวจริง

คัดลอกลิงก์แล้ว