- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1295 - ทะเลปีศาจ
1295 - ทะเลปีศาจ
1295 - ทะเลปีศาจ
1295 - ทะเลปีศาจ
ดาวอังคารในสมัยโบราณจะเรียกกันว่าอิงลั่ว สีของดาวดวงนี้จะเป็นสีน้ำตาลแดง สาเหตุหลักมาจากการมีแร่ออกไซด์กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นผิว
เมื่อยี่สิบปีที่แล้วเย่ฟ่านเคยพบเห็นรายงานเกี่ยวกับดาวอังคารมาบ้าง ว่ากันว่าในอดีตสถานที่แห่งนี้เคยมีมหาสมุทรอันกว้างใหญ่อยู่ แต่พวกมันระเหยไปหมดแล้ว
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเขาคือแอ่งน้ำสีดำสนิท คลื่นของมันรุนแรงและน่าสะพรึงกลัว เย่ฟ่านไม่รู้ว่าน้ำเหล่านี้ผุดขึ้นมาจากพื้นหรือว่ามันอยู่อีกฟากหนึ่งของดวงดาวกันแน่ แต่ความรุนแรงของมันไม่มีสิ่งใดเทียบได้อย่างแท้จริง
เย่ฟ่านจ้องมองทั้งหมดนี้ด้วยดวงตาตกตะลึง ทันใดนั้นคลื่นสีดำขนาดใหญ่ก็พุ่งเข้ามาข้างหน้า ละอองของน้ำสัมผัสใบหน้าของเย่ฟ่านและทำให้เขารู้สึกเค็มเล็กน้อย นี่คือมหาสมุทรจริงๆ ไม่ใช่ภาพลวงตา!
เย่ฟ่านจ้องมองเรือผีสิงด้วยความระมัดระวัง แม้ว่าเรือเหล่านั้นจะอยู่ห่างจากเขาค่อนข้างมาก แต่กลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายของมันยังคงปกคลุมทั่วทั้งบริเวณอย่างแน่นหนา
ในไม่ช้า มหาสมุทรสีดำก็เริ่มสงบลงและเรือผีเหล่านั้นยังคงร่องรอยอย่างไร้จุดหมายอยู่ภายในมหาสมุทรนี้
ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ดินแดนสีแดงหายไปในพริบตา และผืนน้ำอันกว้างใหญ่ก็กลายเป็นสิ่งเดียวที่มองเห็นได้ แม้แต่แท่นบูชาห้าสีและซากปรักหักพังของวิหารต้าเล่ยหยินก็จมอยู่ใต้น้ำโดยสมบูรณ์แล้ว
“นี่ยังเป็นดาวโบราณอิงลั่วอยู่หรือเปล่า?”
เย่ฟ่านกล่าวกับตัวเอง ทั้งหมดนี้อยู่นอกเหนือความเข้าใจของเขาโดยสิ้นเชิง
ในระยะไกล มีเรือผีหลายลำแล่นอยู่บนคลื่นด้วยความมั่นคงอย่างมาก แสงสีเขียวเหล่านั้นยังคงกระจายอยู่ทั่วมหาสมุทรทำให้ทุกสิ่งrร่างพราวดูงดงามและเต็มไปด้วยความลึกลับ
ในช่วงเวลาสั้นๆ สภาพแวดล้อมแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง หากเย่ฟ่านมาถึงดาวอังคารหลังจากนี้อีกหลายวัน เกรงว่าเขาไม่มีทางเชื่อมโยงดาวอังคารดวงนี้กับดาวอังคารที่เขาเคยรู้จักเข้าด้วยกันได้
ความเข้าใจก่อนหน้านี้ของเขาถูกพลิกกลับ เย่ฟ่านคิดอย่างรอบคอบและจ้องมองไปยังเรือผีเหล่านั้น เขาคิดว่าเรือที่เห็นอยู่ตรงหน้าจะต้องมีความลับของการล่มสลายของดาวดวงนี้อย่างแน่นอน
เขาก้าวขึ้นไปบนน้ำและเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระโดดขึ้นไปบนเรือผีที่มีขนาดเล็กมากที่สุด
นี่เป็นเรือที่มีลักษณะแบบโบราณและสามารถบรรจุผู้คนได้นับร้อย
บริเวณทะเลนี้ไร้ชีวิตชีวา แม้คลื่นลูกใหญ่ก็ไม่ปรากฏขึ้น เรือลอยอยู่บนพื้นน้ำอย่างสงบนิ่งไม่มีความผิดปกติใดๆ
เย่ฟ่านมีประสบการณ์การต่อสู้มามากมาย เขาไม่ได้หวาดกลัวต่อภูตผีตัวเล็กๆ เพราะแม้แต่ร่างอวตารของบรรพชนจระเข้เขาก็ยังฆ่าทิ้งมามากมายนับไม่ถ้วน
หมอกปกคลุมอยู่บนเรืออย่างแน่นหนาทำให้ยากที่จะมองเห็นสถานการณ์ทั่วไปได้!
เย่ฟ่านมีหม้อปราณปฐพีต้นกำเนิดลอยอยู่เหนือศรีษะ เขาเดินไปข้างหน้าและยกตะเกียงทองแดงที่บรรจุไว้ด้วยวิญญาณจักรพรรดิภูตผีก้าวเข้าหาส่วนลึกของเรืออย่างช้าๆ
ในเรือนี้มีซากศพที่สวมชุดเกราะอยู่มากมาย ชุดเกราะของพวกเขาผุพังไปแล้ว เมื่อเย่ฟ่านใช้แส้ศักดิ์สิทธิ์เคาะเบาๆร่างของพวกเขาก็แหลกละเอียดกลายเป็นฝุ่นผง
“คนเหล่านี้อายุเท่าไหร่? พวกเขาเป็นชาวพื้นเมืองของดาวเคราะห์โบราณอิงลั่วหรือไม่? ปกติแล้วมหาสมุทรสีดำนี้ซ่อนอยู่ที่ไหน?” เย่ฟ่านรู้สึกประหลาดใจ
หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็มาถึงส่วนที่ลึกที่สุดของท้องเรือ โลหิตสีดำจำนวนมากยังคงแปดเปื้อนอยู่ทั่วบริเวณนี้ เลือดในนั้นแห้งเหือดไปนานแล้ว
แต่หลังจากเวลาผ่านไปอย่างยาวนานเลือดยังไม่ถูกลบเลือนไปย่อมแสดงให้เห็นว่าผู้ตายทุกคนล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตระดับเซียนทั้งสิ้น
ทันใดนั้น มีบางสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น มือกระดูกข้างหนึ่งคว้ามาที่ขาของเย่ฟ่าน มือข้างนี้แข็งแกร่งอย่างมากการกระทำของมันทำให้เย่ฟ่านสะดุดล้มบนพื้นอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
ศพกลับมามีชีวิตอีกครั้งโดยไม่คาดคิด มันมีพลังมากจนลากเขาลงไปบนพื้น จากนั้นโครงกระดูกก็กระโดดขึ้นมาและพยายามบีบคอของเย่ฟ่านให้ตาย
เย่ฟ่านใช้แส้ศักดิ์สิทธิ์ทุบโครงกระดูกเหล่านั้นจนแหลกละเอียด แท้ที่จริงแล้วพวกมันไม่ได้เปื่อยยุ่ยเป็นฝุ่นผงอย่างง่ายดายเพียงแต่ไม่อาจต้านทานอำนาจของแส้ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น
ในเวลาต่อมาซากศพที่กระจายอยู่ทั่วพื้นก็ตื่นขึ้น พวกมันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนและพุ่งเข้าหาเย่ฟ่านอย่างรวดเร็ว
น่าเสียดายที่ซากศพเหล่านี้เคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณป่าเถื่อนเท่านั้น พวกมันไม่ได้มีทักษะเต๋าหรือการเคลื่อนไหวที่พิเศษแต่อย่างใด ดังนั้นพวกมันจึงถูกทำไรไปอย่างง่ายดาย
หัวใจของเย่ฟ่านสั่นไหว ศพเหล่านี้ต้องมีพลังมหาศาลในช่วงที่ยังมีชีวิตอยู่ เขามั่นใจว่าดาวอังคารจะต้องล่มสลายไปนานหลายแสนปีแล้ว
แต่การที่โครงกระดูกของพวกมันยังคงความสมบูรณ์ไว้ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในอดีตพวกมันจะต้องเป็นสิ่งมีชีวิตระดับเซียนเป็นอย่างน้อย
เย่ฟ่านใช้แส้ในมือฟาดหวดโครงกระดูกทั้งหมดจนกลายเป็นฝุ่นผงและถอยกลับไปที่หัวเรืออย่างรวดเร็ว
“สถานที่แห่งนี้แปลกจริงๆ การล่มสลายของดาวอังคารผ่านไปนับแสนปีแล้วแต่พวกมันยังไม่สลายตัว และยังสามารถก่อปัญหาขึ้นได้อีก…” เย่ฟ่านรู้สึกประหลาดใจ
“วู้...”
ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องไห้คร่ำครวญดังขึ้น เสียงคร่ำครวญนี้สร้างแรงกระเพื่อมไปทั่วทะเลสีดำและทำให้เย่ฟ่านรู้สึกขนลุกทันที
ในเวลาต่อมาเรือผีจำนวนมากก็เริ่มมุ่งหน้าเข้าหาเรือเย่ฟ่าน มีซากศพหลายร้อยตนยืนอยู่บนเรือเหล่านั้นและกำลังพุ่งเข้าหาเย่ฟ่านอย่างกระตือรือร้น
“หากเป็นเพียงซากศพเหล่านี้ย่อมไม่สามารถสร้างผลกระทบอะไรได้ อย่างไรก็ตามข้าไม่เชื่อว่าพวกมันจะเคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง”
เย่ฟ่านเยาะเย้ยและกระแทกหมัดหกสังสารวัฏออกไปและทำให้โครงกระดูกเหล่านั้นแหลกละเอียดกลายเป็นผุยผงอย่างง่ายดาย
แต่ต่อให้ทำลายซากศพเหล่านี้ไปแค่ไหนจิตใจของเย่ฟ่านไม่ได้มีความผ่อนคลายแม้แต่น้อย สายตาของเขากวาดไปรอบๆด้วยความระมัดระวัง เพราะเขามั่นใจว่ามันจะต้องมีคนที่คอยควบคุมซากศพเหล่านี้อยู่อย่างแน่นอน
“นี่... ข้าเข้าใจแล้ว!”
เย่ฟ่านมองดูชุดเกราะของซากศพที่กำลังพุ่งเข้าหาเขา คนเหล่านี้คือชาวพื้นเมืองของดาวอังคาร หลายคนเป็นเสมือนจักรพรรดิที่ต่อสู้ในฉากสงครามซึ่งเย่ฟ่านมองเห็นในตอนที่เข้าสู่ดาวอังคารใหม่ๆ
เย่ฟ่านต่อสู้และตกอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ซากศพเหล่านี้นอกจากพละกำลังที่น่าสะพรึงกลัวอยู่บ้างความสามารถอย่างอื่นของพวกมันไม่ได้มีอะไรเลย แต่จำนวนของพวกมันต่างหากที่เย่ฟ่านรู้สึกหวาดกลัว
เมื่อเขากำลังจะใช้เปลวไฟเก้าสี ทันใดนั้นแสงสีทองที่สุกใสก็ปรากฏขึ้นจากปลายทะเล มันเป็นเรือที่เบ่งบานด้วยแสงสีทองสดใส
ในทันทีที่แสงสีทองเหล่านี้สาดส่องออกมาซากศพจำนวนมากก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด พวกมันกระโดดลงไปในทะเลสีดำด้วยความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
เย่ฟ่านรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก แสงสีทองเหล่านี้สร้างความคุ้นเคยให้เขาไม่น้อยเพราะมันเป็นแสงแห่งพุทธะนั่นเอง?
ทันใดนั้นเย่ฟ่านก็ตกตะลึง บนเรือลำนี้แม้จะเต็มไปด้วยแสงสีทองแห่งความศักดิ์สิทธิ์ แต่มันกลับบรรจุไว้ด้วยซากศพของผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วน
นี่คือเรือที่บรรจุไว้ด้วยซากศพของนักบวชนิกายพุทธหลายร้อยคน!
เย่ฟ่านนับอย่างระมัดระวังและตระหนักได้ทันทีว่านี่เป็นซากศพของเซียนทั้งสิ้น มีพระอรหันต์อยู่ถึงห้าร้อยคนบนเรือลำนี้!
เรืออันวิจิตรลำนี้บรรทุกพระอรหันต์ทองจำนวนห้าร้อยคน ซึ่งการดำรงอยู่ของพวกเขามีขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ภูตผีเหล่านี้สร้างความวุ่นวายอย่างไม่ต้องสงสัย
จู่ๆ คลื่นใหญ่ก็ซัดขึ้นสู่ท้องฟ้า เรือผีและเรือพุทธะได้มุ่งหน้าขึ้นสู่ทิศเหนืออย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกันเย่ฟ่านก็ค้นพบว่ามหาสมุทรสีดำกำลังถอยหลังกลับไปในทิศทางเหนือ เห็นได้ชัดว่ามวลน้ำจำนวนมากถูกเก็บซ่อนอยู่ในบริเวณนั้น
“เกิดอะไรขึ้น?” เย่ฟ่านงุนงง
พื้นดินสีแดงฉานถูกเปิดเผยขึ้นอีกครั้ง และเขาก็ติดตามการเคลื่อนตัวของน้ำไปอย่างรวดเร็ว
ที่ขั้วโลกเหนือของดาวเคราะห์โบราณอิงลั่ว ดวงตาขนาดใหญ่ของทะเลปรากฏขึ้น และมวลน้ำจำนวนมากได้ไหลเข้าสู่ดวงตาแห่งทะเลนั้น แม้กระทั่งเรือผีและเรือพุทธะก็ไม่มีข้อยกเว้น
ดวงตาแห่งท้องทะเลนี้ใหญ่มากจนให้ความรู้สึกว่ามันสามารถกลืนกินสวรรค์และพิภพเข้าไปข้างในได้อย่างง่ายดาย พื้นที่โดยรอบเริ่มบิดเบี้ยว แม้แต่ความว่างเปล่าก็ยังพังทลายลง
สีหน้าของเย่ฟ่านเปลี่ยนสี นี่อาจเป็นความลับอันยิ่งใหญ่ที่สุดของดาวโบราณอิงลั่ว!
“เจ้าหนู เจ้ากล้าทำลายแผนการอันยิ่งใหญ่ของข้า วันนี้ดวงตาปีศาจเปิดขึ้นแล้ว เจ้าไม่มีทางหนีไปจากที่นี่พ้น…”
ทันใดนั้นเสียงคำรามก็ดังก้องไปทั้งสวรรค์พิภพพร้อมกับแสงสีทองที่สาดส่องออกมาจากดวงตาของทะเล!”
………