เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1278 - ความโกลาหล

1278 - ความโกลาหล

1278 - ความโกลาหล


1278 - ความโกลาหล

“เมื่อพวกเจ้าทุกคนมารวมตัวกันแล้ว ก็อยู่ที่นี่ต่อไปเถอะ!”

เย่ฟ่านถือกระบี่ศักดิ์สิทธิ์เปื้อนเลือดไว้ในมือจากนั้นเขาก็สะบัดกระบี่ไปพร้อมกับการกระตุ้นทักษะซิงจื่อและทำให้ศีรษะของนักฆ่าทั้งสี่คนกระเด็นขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที

จากนั้นเย่ฟ่านก็เริ่มต่อสู้กับกลุ่มยอดฝีมือจากเผ่าพันธุ์โบราณที่เป็นบริวารของเทียนหวงจื่อ ภายในวิหารศักดิ์สิทธิ์มีแสงที่สาดส่องออกมาจากอาวุธมากมายนะไม่ทวนและทำให้สถานที่แห่งนี้สว่างไสวราวกับเป็นเวลากลางวัน!

ผู้คนจำนวนมากไม่ได้สนใจความเคลื่อนไหวกลุ่มเย่ฟ่านมากนัก พวกเขาเพียงต่อสู้เพื่อแย่งชิงสมบัติภายในห้องโถง และดวงตาของพวกเขาก็แดงก่ำโดยสมบูรณ์

ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจสถานการณ์ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ก็เต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ผู้คนมากมายเต็มไปด้วยความโลภ พวกเขาโจมตีกันและกันโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร

เย่ฟ่านควงกระบี่ไล่ล่าศัตรูของเขาโดยไม่เปิดโอกาสให้ผู้ใดรอดชีวิตได้ เขาจะไม่ยอมให้ใครข้ามความว่างเปล่ากลับสู่โลกมนุษย์อย่างแน่นอน

จี้จื่อเยว่นั่งอยู่บนหลังของจักรพรรดิดำและติดตามเย่ฟ่านอย่างใกล้ชิด ฉีลั่ว ชายชราตาบอด ต้วนเต๋อ ตงฟางเย่ ทำหน้าที่สังหารบริวารของเทียนหวงจื่อช่วยเหลือวานรศักดิ์สิทธิ์

ผังป๋อกล่าวว่า “ฮั่วอวิ๋นเฟยและหลี่เสี่ยวม่านอยู่ตรงนั้น ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่สนใจการต่อสู้ที่นี่แต่เลือกที่จะค้นหาแท่นบูชาห้าสีแทน!”

สิ้นเสียงร่างของเขาก็เหินข้ามขอบฟ้าและไล่ตามคนทั้งสองไปอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่ทุกคนต่างต่อสู้กันอยู่นั้นได้มีกลุ่มชายชราจำนวนมากปรากฏตัวขึ้นที่ด้านในของวิหารบรรพชนแห่งจงโจว ชายชราซึ่งยืนอยู่ตรงกลางสุดนั้นคือผู้ยิ่งใหญ่หุนโถวนั่นเอง!

“จักรพรรดิอวี้หัวยังมีชีวิตอยู่จริงๆ หรือ? ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่นี่อย่างชัดเจน…”

เขาจ้องมองรูปปั้นหินของจักรพรรดิอวี้หัวด้วยความสงสัย

“ไม่คิดว่าสหายเฒ่าจะมาที่นี่?”

มีเสียงดังขึ้นจากด้านข้าง ในเวลาต่อมาชายชราที่มีลักษณะคล้ายกับคนป่วยได้ปรากฏตัวขึ้น เขาคือเก๋อจิ่วโหย่วนั่นเอง

ผู้ยิ่งใหญ่หุนโถวหันกลับมาและกล่าวว่า “เส้นเลือดมังกรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกมีอันตรายร้ายแรง หากมันระเบิดขึ้นเกรงว่าทั้งจงโจวอาจต้องพินาศไปด้วย”

“อา...”

บุตรศักดิ์สิทธิ์เต๋ากรีดร้องด้วยความเจ็บปวดและเสียชีวิตอย่างไม่เต็มใจ ดวงตาของเขาเบิกกว้างไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นฆาตกร ในฐานะบุตรศักดิ์สิทธิ์คนหนึ่งชีวิตของเขาควรจะรุ่งโรจน์มากกว่านี้ แต่เขากลับต้องมาตายราวกับเศษขยะ

เมื่อไม่ได้รับการคุ้มครองจากเทพหยินทั้งสอง ทายาทของเทพหยินก็แทบจะถูกกวาดล้างออกไปทั้งหมด ไม่ว่าพวกเขาจะดิ้นรนต่อสู้มากเพียงใดสุดท้ายทุกคนก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงความตายได้

“ไม่คิดว่าทักษะประเภทนี้จะยังได้รับการสืบทอดในดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วง?”

ฉีลั่วประหลาดใจเป็นอย่างมาก แสงศักดิ์สิทธิ์ที่ส่องประกายออกมาจากฝ่ามือของยอดฝีมือจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงถือเป็นภัยคุกคามที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดสำหรับทายาทของเทพหยิน

ภายในห้องโถงโบราณนั้นเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ทุกคนต่างแย่งชิงสมบัติที่วางอยู่บนแท่นบูชาโดยไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร

ในขณะนี้ไม่มีการแบ่งแยกระหว่างมนุษย์และเผ่าพันธุ์โบราณ ทุกคนต่างสังหารใครก็ตามที่เข้าใกล้สมบัติล้ำค่าเหล่านั้น สถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นทุ่งสังหารอย่างแท้จริง

“อา…”

การต่อสู้ภายในห้องโถงแห่งนี้ยังน่าสะพรึงกลัวมากกว่าการต่อสู้ครั้งที่ผ่านมาหลายร้อยเท่า ก่อนหน้านี้ผู้ที่ครอบครองอาวุธศักดิ์สิทธิ์ล้ำค่าต่างก็ไม่แสดงท่าทีเท่าใดเพียงเลือกที่จะปกป้องตัวเองเท่านั้น

อย่างไรก็ตามในตอนนี้ไม่มีเวลาสำหรับการล้อเล่นอีกต่อไป ทุกคนต่างแสดงความแข็งแกร่งออกมาอย่างเต็มที่ พวกเขาจะไม่เปิดโอกาสให้ใครคว้าสมบัติระดับผู้อมตะออกจากที่นี่อย่างแน่นอน

สำหรับเย่ฟ่านคัมภีร์และการหยั่งรู้ของเซียนโบราณนั้นมีค่ามาก แต่ก็ยังน้อยกว่าความลับในการข้ามทะเลดวงดาวอย่างเทียบกันไม่ติด

ดังนั้นเขาจึงไม่เลือกที่จะแย่งชิงสมบัติกับผู้อื่นแต่ลงมือสังหารผู้ที่คิดจะข้ามทะเลดวงดาวไปที่โลกมนุษย์ทั้งหมดและจะไม่เปิดโอกาสให้ใครสามารถสร้างความเสียหายต่อโลกมนุษย์ได้

ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจเย่ฟ่านสามารถสังหารสิ่งมีชีวิตโบราณและนักฆ่าทั้งหมดที่คิดจะขัดขวางเขาไม่ให้เขาเข้าใกล้แท่นบูชาห้าสี

“นี่เป็นทักษะลับแปลกๆ ตอนนี้ไม่มีเวลาเราคงต้องเก็บมันกลับไปก่อน!”

ฉีลั่วทำลายกำแพงหินเพื่อนำคัมภีร์โบราณที่ถูกแกะสลักอยู่บนกำแพงออกมา

“ผู้อาวุโสเจ้าช่างโหดร้ายจริงๆ อย่าลืมแบ่งปันให้ข้าศึกษาด้วย” สุนัขสีดำตัวใหญ่กล่าว

“เย่จื่อน้อยรีบมาทางนี้!”

ผังป๋อตะโกนขอความช่วยเหลือ หลังจากที่เห็นว่าตัวเองไม่สามารถไล่ตามคนทั้งสองทันแล้ว

เย่ฟ่านใช้หม้อปราณปฐพีต้นกำเนิดปกป้องศีรษะในขณะที่ไล่ตามผังป๋อไปอย่างรวดเร็ว

ในขณะนี้ฐานการบ่มเพาะของเย่ฟ่านปริ่มจะทะลวงเข้าสู่อาณาจักรราชาผู้ยิ่งใหญ่ได้ตลอดเวลา ดังนั้นพลังการต่อสู้ที่เขาแสดงออกมาจึงดุร้ายเป็นอย่างมาก

ในขณะเดียวกันความรู้ความเข้าใจของเขาก็แทบจะเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์แล้ว ดังนั้นเมื่อยืนอยู่ในเส้นชีพจรมังกรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกพลังการต่อสู้ของเขาจึงแข็งแกร่งแทบจะทัดเทียมกับสิ่งมีชีวิตระดับเซียนได้เลย

มีศัตรูขวางหน้าพวกเขาไม่น้อย เย่ฟ่านไม่มีความเมตตาแต่อย่างใด ทุกครั้งเขาจะควบคุมปราณมังกรให้ฉีกกระชากร่างกายของคนเหล่านั้นออกจากกันอย่างง่ายดาย

แสงสีทองเปล่งประกายออกมาจากร่างเย่ฟ่าน เขาเป็นเหมือนเซียนผู้ยิ่งใหญ่ที่ไล่สังหารสิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่ขัดขวางเส้นทางการเดิน

“เกิดอะไรขึ้น? ยังมีธูปหนึ่งแท่งที่ยังเผาไหม้ไม่หมด เป็นไปได้อย่างไร?” แม้แต่ฉีลั่วก็ยังตกตะลึงเมื่อพวกเขาเข้าสู่ห้องโถงถัดไป ที่นี่มีกระถางธูปขนาดใหญ่และบนกระถางมีธูปเล่มหนึ่งที่ยังปลดปล่อยควันออกมาอย่างไม่รู้จบ

เย่ฟ่านและจี้จื่อเยว่ต่างก็ตกอยู่ในความงุนงง เมื่อเห็นความผิดปกติเช่นนี้พวกเขาจึงมีความระมัดระวังมากขึ้น แม้แต่กลุ่มยอดฝีมือที่รุมโจมตีเย่ฟ่านจากรอบทิศทางก็ยังถอยกลับด้วยความกลัว

กระถางธูปนี้สร้างขึ้นมาจากทองแดง มันถูกแกะสลักเป็นรูปภูเขา ดอกไม้ นก ปลา และแมลงจากยุคโบราณ ควันที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากก้านธูปทำให้จิตใจของพวกเขารู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก

“สิ่งนี้ไม่ใช่ธูปธรรมดา มันทำมาจากกิ่งไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของต้นไม้เซียน มันไม่ได้เผาไหม้จริงๆ แต่มันปลุกเร้าปราณมังกรในดินออกมา”

จักรพรรดิดำติดตามจักรพรรดิอู่ซือมาเป็นเวลาหลายปี ดังนั้นภูมิความรู้ของมันจึงไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะเทียบได้

นี่คือห้องที่ถูกทำไว้เพื่อสักการะเทพ ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้สถานที่แห่งนี้ กลุ่มยอดฝีมือที่เคยรุมโจเย่ฟ่านถอนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว และเตรียมที่จะลงมือโจมตีพวกเขาอีกครั้งในระหว่างเกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้น

เมื่อเป็นเช่นนี้เย่ฟ่านและคนอื่นๆ ยิ่งไม่มีความสนใจใดๆ พวกเขาเก็บเอาทั้งกระถางธูปและธูปดอกนั้นออกไปทันที จากนั้นทุกคนก็มุ่งหน้าผ่านวิหารโบราณสี่แห่งและต่อสู้กับกลุ่มมือสังหารที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดหลายต่อหลายครั้ง

เมื่อเย่ฟ่านเดินเข้ามาที่วิหารโบราณอีกแห่งหนึ่งเขาก็เห็นผู้คนมากมายชุมนุมกันอยู่ที่นี่ คนเรานั้นส่วนมากจะมาจากเผ่าพันธุ์โบราณและพวกเขากำลังทำความเข้าใจบางสิ่งบางอย่างที่ถูกสลักไว้บนกำแพง

เมื่อเย่ฟ่านปรากฏตัวขึ้นคนเหล่านี้ไม่คิดจะเสียเวลาแม้แต่น้อย พวกเขาจะไม่อนุญาตให้ใครสามารถคัดลอกบทความที่ถูกเขียนไว้บนกำแพงไปได้ดังนั้นจึงมียอดฝีมือจากเผ่าพันธุ์โบราณจำนวนมากรุมโจมตีเย่ฟ่านและคนอื่นๆ อย่างรวดเร็ว

เย่ฟ่านกระตุ้นหมัดหกสังสารวัฏออกมา ในขณะเดียวกันเขาก็ส่งเสียงคำราม “โอม” ซึ่งเป็นเสียงศักดิ์สิทธิ์จากมนต์หกอักขระ เมื่อทักษะที่แข็งแกร่งทั้งสองผสานกันมันก็กระแทกกลุ่มยอดฝีมือจากเผ่าพันธุ์โบราณหลายสิบคนให้กลายเป็นหมอกเลือดอย่างง่ายดาย

แต่ในขณะที่เย่ฟ่านกำลังไล่ล่าสังหารกลุ่มยอดฝีมือจากเผ่าพันธุ์โบราณ กลับมีโซ่ศักดิ์สิทธิ์ที่โอบล้อมไปด้วยเพลิงสีแดงฉันพุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว

ปัง!

โซ่ศักดิ์สิทธิ์นี้ไม่สนใจว่ามันจะโจมตีผู้ใดบ้าง ดังนั้นจึงมีสิ่งมีชีวิตโบราณจำนวนไม่น้อยที่ถูกสังหารไปด้วย และเป้าหมายที่แท้จริงของโซ่ศักดิ์สิทธิ์ก็คือเย่ฟ่าน

เย่ฟ่านไม่ได้มีความหวั่นเกรงแม้แต่น้อย เขาประกบนิ้วเป็นกระบี่และฟาดฟันโซ่ศักดิ์สิทธิ์ให้กระเด็นออกไป จากนั้นเขาก็กวาดสายตามองไปยังทิศทางของประตูวิหาร

เพลิงอันร้อนแรงที่โอบล้อมอยู่บนโซ่ศักดิ์สิทธิ์นั้นไม่ต้องบอกก็ทราบได้ว่ามันเป็นเพลิงของเฟิ่งหวงและคนที่เย่ฟ่านรู้ว่าครอบครองพลังนี้ไม่ใช่ใครอื่นเขาคือฮั่วอวิ๋นเฟยนั่นเอง

…………

จบบทที่ 1278 - ความโกลาหล

คัดลอกลิงก์แล้ว