เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1272 - โลงศพเก้าสวรรค์

1272 - โลงศพเก้าสวรรค์

1272 - โลงศพเก้าสวรรค์


1272 - โลงศพเก้าสวรรค์

“อย่าบอกนะว่าเทพตนนั้นมีขนาดเท่าฝ่ามือ?”

วานรศักดิ์สิทธิ์หัวเราะเยาะ เขาเป็นสิ่งมีชีวิตจากยุคโบราณ แน่นอนว่าความรู้เกี่ยวกับเทพอมตะของเขาย่อมไม่มีผู้ใดเทียบได้

“ถึงแม้ว่าข้าจะไม่เคยได้ยินเรื่องที่เทพมีร่างกายเล็กขนาดนี้ แต่นั่นคือโลงศพอย่างแน่นอน” ต้วนเต๋อครุ่นคิด

“ไปเร็วเข้า!” ฉีลั่วเตะก้นเขา

ตอนนี้ไม่ตกลงเวลาที่จะต้องฟุ้งซ่าน เพราะอันตรายอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และแม้แต่ตัวเขาที่เป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มยังยากที่จะเอาตัวรอดได้

“ไม่ พวกมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตแต่ตายไปแล้ว!”

ทันใดนั้นตงฟางเย่ก็กล่าวขึ้น เขาอาศัยอยู่ในภูเขาและหนองน้ำตลอดทั้งปี และไวต่อพลังปราณของสัตว์ป่าทุกชนิด ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าแมลงทั้งสองตัวเป็นเพียงซากศพเท่านั้น

“แบบนี้เสี่ยงมากถ้าพวกมันยังเป็นสิ่งที่ยังมีชีวิตอยู่ล่ะ?” ฉีลั่วกล่าว

“ข้าจะกลับไปเอง อย่างน้อยที่สุดต่อให้แย่งชิงมันมาไม่ได้ข้าก็จะหลบหนีเข้าไปยังส่วนลึกของวิหารบรรพชนเพื่อตามหาสมบัติเอง” เย่ฟ่านกล่าว

“ข้าแน่ใจว่าแมลงศักดิ์สิทธิ์ทั้งสองนั้นไร้ชีวิตจริงๆ” ฟางเย่กล่าวด้วยความมั่นใจ

“สัญชาตญาณของคนเถื่อนนั้นแม่นยำมาก ข้าเชื่อว่าเขาต้องพูดไม่ผิด” ต้วนเต๋อกล่าว

"ในกรณีนี้ อย่าไปทั้งหมด ต้องทิ้งคนไว้ข้างหลังบ้าง” เย่ฟ่านกล่าว

ในท้ายที่สุดเย่ฟ่านและฉีลั่วก็นำหม้ออสูรกลืนสวรรค์ไปด้วย ในเวลาเดียวกันจี้จื่อเยว่ก็ปฏิเสธที่จะแยกจากเย่ฟ่าน ซึ่งคนอื่นๆทำได้เพียงถอนหายใจและรอคอยอยู่ด้านนอก

ทันทีที่ทั้งสามเข้าไปข้างในพวกเขาเริ่มเลียนแบบเสียงกรีดร้องต่างๆ ซึ่งฟังดูเศร้าอย่างยิ่ง

ผู้คนที่ได้ยินเสียงโหยหวนต่างก็รีบวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว พวกเขารู้ว่าเซียนอสูรเหล่านั้นจะต้องแข็งแกร่งอย่างน่าเหลือเชื่อพวกเขาจึงรีบหลบหนีให้เร็วที่สุดก่อนที่ตัวเองจะเป็นเหยื่อรายต่อไป

ฉีลั่วและจี้จื่อเยว่ใช้หม้ออสูรกลืนสวรรค์ปลดปล่อยพลังออกมาห่อหุ้มร่างกายในขณะที่พวกเขาก้าวไปข้างหน้าเพื่อสำรวจแท่นบูชาอีกครั้ง

แท่นบูชาที่อาบไปด้วยเลือดนอนอยู่บนพื้น มันถูกผู้ยิ่งใหญ่บางคนเตะไปด้านข้างราวกับเศษขยะ แต่ต้วนเต๋อบอกว่าแท่นบูชานี้เป็นหนึ่งในของวิเศษเช่นกัน

มันถูกสร้างขึ้นมาจากหินมีความสูงประมาณหนึ่งวา หากสังเกตดีๆก็เห็นแท่นท่านบูชานี้แม้จะมีลักษณะเรียบง่ายแต่ในความเป็นจริงแล้วมันถูกสร้างขึ้นมาอย่างปราณีต

แมลงสังหารเทพจ้องมองพวกเขาอย่างเย็นชาจากในบ่อโลหิต อย่างไรก็ตามหากสังเกตดีๆจะเห็นว่าดวงตาของพวกมันไม่ได้ส่องประกายแม้แต่น้อย

“ตายจริงๆ!” ฉีลั่วกล่าว

เย่ฟ่านสังเกตอย่างระมัดระวังและถอนหายใจด้วยความโล่งอก พวกเขาไม่รู้ว่าราชวงศ์อวี้หัวใช้วิธีการใดในการควบคุมเซียนอสูรทั้งสอง แต่โดยข้อสรุปพวกมันตายไปแล้วอย่างแน่นอน

ฉีลั่วเดินไปข้างหน้าและหยิบร่างกายของแมลงสังหารเทพขึ้นมาดูด้วยความระมัดระวัง

ไม่มีการต่อต้านใดๆ แมลงสังหารเทพทั้งสองตายไปนานหลายปีแล้วจริงๆ สิ่งที่คอยเติมพลังให้พวกมันสามารถเคลื่อนไหวได้ก็คือต้นกำเนิดสวรรค์นั่นเอง

ทันทีที่แมลงแยกตัวออกจากต้นกำเนิดสวรรค์ร่างของพวกมันก็อ่อนระทวยลงกับพื้น อย่างไรก็ตามนี่คือสิ่งมีชีวิตระดับเซียนเพียงเลือดหยดเดียวของมันก็สามารถสังหารปรมาจารย์ศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างง่ายดายแล้ว

“นี่เป็นสิ่งที่ดีจริงๆ ร่างกายของพวกมันแข็งแกร่งยิ่งกว่าราชาปราชญ์โบราณด้วยซ้ำ เราสามารถใช้มันเป็นร่างอวตารเซียนได้”

“นี่มันเหมือนโลงศพจริงๆ” จี้จือเยว่กล่าวอย่างสงสัยและหยิบกล่องหินมาไว้ในมือ

ทั้งสามคนสังเกตอย่างระมัดระวังที่นี่ และพวกเขาก็ตกตะลึง เลือดที่หยดจากร่องเลือดทั้งหมดที่ไหลมาจากทั่ววิหารบรรพชนดูเหมือนจะถูกกลั่นกรองเข้าสู่กล่องหินนี่เอง

“มีคราบเลือดของสิ่งมีชีวิตทรงพลังอยู่ตรงนี้ อาจจะเป็นเลือดของปราชญ์ก็ได้!” จี้จื่อเยว่กล่าว นางใช้มือที่บอบบางของนางถูกล่องหิน

“แม้ว่าจะผ่านไปกว่าสองแสนปีและไม่มีแก่นแท้เหลืออยู่แล้ว แต่มันก็เป็นเลือดบริสุทธิ์อย่างยิ่ง และมันยังเป็นสีแดงอยู่”

ทั้งเย่ฟ่านและฉีลั่วรู้สึกว่าหนังศีรษะของพวกเขาเริ่มชาด้าน ต่อให้เป็นเลือดของเสมือนจักรพรรดิก็ไม่มีทางที่จะคงลักษณะแดงเช่นนี้หลังจากผ่านไปสองแสนปีแล้ว หรือมันเป็นเลือดจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่!

“สิ่งที่อยู่ในโลงศพนี้หรือว่าจะเป็นเทพจริงๆ” แม้แต่ฉีลั่วยังสั่นสะท้าน

นี่เป็นไปตามสิ่งที่ต้วนเต๋อกล่าวไว้ มันเป็นโลงศพโบราณแห่งเทพ และอาจมีสิ่งล้ำค่าบางอย่างอยู่ภายใน?

เมื่อมองดูงานแกะสลักและลวดลายโบราณบนกล่องหิน พวกเขารู้สึกถึงความผันผวนของชีวิต

“ออกจากที่นี่ก่อนแล้วหาสถานที่ที่ไม่มีใครเปิดมัน” จี้จื่อเยว่กล่าว

จากนั้นพวกเขาก็กลับมารวมตัวกันและหายออกไปจากชั้นที่สามสิบสามทันที

โลกบนชั้นที่สามสิบสองนั้นมืดมน พื้นดินแห้งและแข็ง เงาของป่าหมุนวนและมีหมอกดำเป็นแถบปกคลุมโลกทั้งใบอย่างแน่นหนา

เย่ฟ่านและคนอื่นๆ ค้นหาที่หลบซ่อนตัว ในเวลาต่อมาก็มีเสียงของใครบางคนดังขึ้นภายในชั้นที่สามสิบสอง

“มีข้อตกลงใหม่เกิดขึ้นแล้ว หลังจากนี้มหาอำนาจทั้งหมดจะระดมกำลังอย่างเต็มที่เพื่อแย่งชิงสมบัติที่อยู่ภายในออกไปให้ได้!”

คนที่กล่าวว่าจะหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อไปว่า “สหายเต๋าทุกท่านที่ไม่ต้องการได้รับอันตรายโปรดถอยออกไป ครั้งนี้มหาอำนาจทั้งหมดจะยกระดับมาตรการตอบโต้ความชั่วร้ายในวิหารนี้แล้ว”

“นี่เป็นข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนของการโจมตีขนาดใหญ่ พวกเขาจะใช้อาวุธเต๋าสุดขั้วอย่างเต็มกำลัง” วานรศักดิ์สิทธิ์ประหลาดใจอย่างมาก

“บูม!”

รัศมีของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ก็กวาดเข้ามาในประตูหิน สิ่งที่ปรากฏขึ้นในชั้นที่สามสิบสามคือกระบี่จักรพรรดิไท่หวงแห่งราชวงศ์เซี่ยนั่นเอง

พวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่ต้องการเข้าไปขุดค้นบ่อโลหิตเพื่อแย่งชิงกล่องหินใบนั้นออกมา แต่สุดท้ายพวกเขาก็ล้มเหลวไม่ได้รับอะไรเลย

“สองสามชั้นสุดท้ายอาจมีอันตรายมากกว่า และเป็นการยากที่จะก้าวไปข้างหน้าโดยไม่มีอาวุธจักรพรรดิ พวกเราควรถอยกลับไปดีกว่า”

ผู้คนมากมายที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ในชั้นที่สามสิบสองเริ่มถอยกลับ พวกเขารู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถแข่งขันกับยอดฝีมือผู้ครอบครองอาวุธเต๋าสุดขั้วได้

เย่ฟ่านยื่นกล่องหินให้ “ผู้เชี่ยวชาญ” เกี่ยวกับโลงศพเพียงคนเดียวในกลุ่มของพวกเขาตรวจดู

“นี่คือ...โลงศพวิญญาณไร้ขอบเขต!”

สีหน้าของต้วนเต๋อดูเคร่งขรึมอย่างยิ่ง เขาปล้นสุสานมาตลอดชีวิต แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นโลงศพในตำนานเช่นนี้ มือของเขาอดไม่ได้ที่จะสั่นเทา ตามที่เขากล่าวโลงศพนี้เก่ามาก และอาจมีอายุหลายล้านปี

เมื่อพูดถึงเรื่องยุคโบราณทุกคนจึงสอบถามความเห็นของวานรศักดิ์สิทธิ์

วานรศักดิ์สิทธิ์เพียงส่ายหน้าและกล่าวว่า “ในยุคโบราณมีเผ่าพันธุ์ไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่สร้างโลงศพให้กับบรรพชนของตัวเอง และในยุคที่ข้าเกิดมาบิดาของข้าเป็นผู้ปกครองโลก ดังนั้นข้าจึงให้ความสนใจเกี่ยวกับวัฒนธรรมของเผ่าอื่นๆน้อยมาก”

“หากกล่าวถึงเรื่องสิ่งที่ถูกฝังไว้ในดินนอกจากปรมาจารย์ต้นกำเนิดสวรรค์แล้วข้าเชื่อว่าตัวข้าคือคนที่มีความรู้มากที่สุด” ต้วนเต๋อกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

หลังจากนั้นเขาก็เริ่มสูดดมโลงศพเพื่อค้นหาร่องรอยของพลังชีวิตที่อยู่ภายใน จากมันเขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยและใช้ความคิดอยู่นานก่อนจะกล่าวว่า

“มีความใกล้เคียงกับเทศอย่างยิ่ง สิ่งที่ใช้สร้างโลงศพนี้มีความยอดเยี่ยมมากกว่าต้นชาแห่งความรู้แจ้งซึ่งจักรพรรดิอมตะใช้สร้างโลงศพให้กับตัวเองด้วยซ้ำ”

คำพูดของต้วนเต๋อแม้แต่วานรศักดิ์สิทธิ์ก็ยังเกิดความตกใจอย่างยิ่ง

“ไม่มีใครเคยเห็นเทพแบบนี้มาก่อน ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องสิ่งมีชีวิตทรงภูมิปัญญาที่มีขนาดเท่าฝ่ามือแม้แต่ครั้งเดียว” ผังป๋อหัวเราะเยาะ

“นั่นก็จริง เทพจะใช้โลงศพแบบนี้ได้อย่างไร”

“แต่... ถ้ามันไม่สำคัญมากพวกเขาจะใช้เซียนอสูรมาปกป้องโลงศพนี้เพื่ออะไร?” ต้วนเต๋อกล่าวกับตัวเอง

จากนั้นเขาก็เริ่มสำรวจกล่องหินด้วยความระมัดระวังมากขึ้น สุดท้ายเขาก็กรีดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น

“นี่คือโลงศพโบราณของเทพจริงๆ และมีต้นกำเนิดมากเก้าสวรรค์!”

ไม่มีใครสามารถสงบสติอารมณ์ลงได้หลังจากได้ยินคำพูดนี้ พวกเขาต้องการเปิดมันขึ้นมาทันที เพราะต่อให้มีปัญหาจริงๆก็แค่โยนปัญหานี้ไปหากลุ่มที่ถือครองอาวุธเต๋าสุดขั้วก็พอ

………

จบบทที่ 1272 - โลงศพเก้าสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว