- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1271 - เซียนอสูรที่แข็งแกร่ง
1271 - เซียนอสูรที่แข็งแกร่ง
1271 - เซียนอสูรที่แข็งแกร่ง
1271 - เซียนอสูรที่แข็งแกร่ง
“พวกเจ้าทุกคนมาช่วยข้าเร็ว”
ต้นวเต๋อตะโกนด้วยความตกใจ หม้ออสูรกลกลืนสวรรค์ดูดกลืนพลังศักดิ์สิทธิ์ในร่างของเขาออกไปราวกับปลาวาฬดูดน้ำ
“ส่งมันมาให้ข้า!” เย่ฟ่านกระซิบ
ขณะที่ทุกคนกำลังต่อสู้กับแมลงศักดิ์สิทธิ์และแข่งขันกันเพื่อแย่งชิงสมบัติอมตะ เย่ฟ่านและคนอื่นๆ เพียงเลือกที่จะปกป้องตัวเองเท่านั้น
พวกเขาหมุนเวียนกันควบคุมหม้ออสูรกลืนสวรรค์เพื่อสร้างเป็นม่านพลังในการขับไล่แมลงศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้นออกไป
ในระยะไกลราชามือสังหารทั้งสองคนแย่งชิงทองเหลืองสีเขียวได้สำเร็จ แต่ก่อนที่พวกเขาจะนำมันออกมาได้ทองเหลืองที่เปล่งประกายแวววาวนั้นก็ตกลงไปบนพื้นและจมหายลงไปทันที
ราชามือสังหารทั้งสองคลุ้มคลั่งอย่างสมบูรณ์ พวกเขาขุดค้นลงไปในดินและต้องการคว้าสมบัติอมตะชิ้นนั้นกลับมา อย่างไรก็ตามในขณะนี้มีผู้คนมากมายกำลังโจมตีพวกเขาจากรอบทิศทาง
ราชามือสังหารทั้งสองคนยกอาวุธศักดิ์สิทธิ์ของตัวเองขึ้นเพื่อป้องกันการโจมตีและล่าถอยออกไปอย่างสิ้นหวัง แม้ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่งอย่างยิ่งแต่ด้วยผู้คนจำนวนมากที่ปิดล้อมเข้ามามันก็ไม่มีทางที่พวกเขาจะได้รับสมบัติอมตะอย่างแน่นอน
ในขณะนี้การต่อสู้อย่างชุลมุนเริ่มต้นขึ้นแล้ว บรรยากาศแห่งความกลัวกวาดไปทั่วบริเวณ และอาวุธเต๋าสุดขั้วหลายชิ้นก็เริ่มฟื้นคืนชีพขึ้นมาแล้วเผชิญหน้ากันโดยตรง
ในช่วงเวลาที่เกิดความวุ่นวายอยู่นั้น “ปิง” ทองเหลืองสีเขียวได้ผุดขึ้นมาบนพื้นเบื้องหน้าของจักรพรรดิดำ!
สุนัขสีดำตัวใหญ่ตื่นเต้นมากจนเกือบจะเห่าออกมา แต่มันเป็นอสูรเฒ่าที่มีชีวิตอยู่มานานนับแสนปีดังนั้นมันจึงมีจิตใจที่สงบนิ่งและแอบเก็บวัตถุอมตะนั้นเข้าไปในปากอย่างรวดเร็ว
ในขณะนี้การต่อสู้อย่างวุ่นวายยังคงดำเนินต่อไป แมลงสังหารเทพทรงพลังอย่างยิ่ง พวกมันลงมือสังหารผู้คนที่อยู่ระดับต่ำกว่าราชาผู้ยิ่งใหญ่พร้อมกับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว
ด้วยความแข็งแกร่งระดับครึ่งปราชญ์ ความสยดสยองที่พวกมันมอบให้ทุกคนจึงมีไม่สิ้นสุด มีเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นตลอดเวลา
เมื่อผู้คนถูกฆ่าตายมากขึ้นเรื่อยๆ ยอดฝีมือหลายกลุ่มก็ล้มเลิกการต่อสู้กันเองและหันมาป้องกันตัวจากการโจมตีของแมลงศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่
“คงจะวิเศษมากถ้าแมลงศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่สังหารราชานักฆ่าทั้งสองคนได้จริงๆ” ต้วนเต๋อหัวเราะ
“แม้กระทั่งผู้คนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็ยังไม่รักษาคำพูด พวกเขานำอาวุธเต๋าสุดขั้วและอาวุธที่บรรจุวิญญาณเซียนเข้ามาที่นี่ โชคดีที่เรารู้เรื่องนี้อยู่แล้วดังนั้นจึงนำเอาหม้ออสูรกลืนสวรรค์เข้ามา” ชายชราตาบอดกล่าว
“ดูที่แท่นบูชานั้นสิ!” จี้จื่อเยว่อุทานอย่างตกใจ
มีคนจำนวนมากเสียชีวิตข้างแท่นบูชา เลือดของพวกเขารวมตัวกันกลายเป็นกระแสน้ำและถูกดึงดูดขึ้นสู่ถังขนาดใหญ่ด้านหน้าแท่นบูชา และทำให้อักขระเต๋ามากมายปรากฏขึ้นรอบตัวถัง
“มันชั่วร้ายจริงๆ เลือดดูเหมือนจะไหลเข้าด้านในแท่นบูชา ข้างในมีอันตรายหรือสิ่งล้ำค่ามากกว่านี้หรือไม่?” หลายคนประหลาดใจและสงสัย
หลายคนแสดงความกลัวออกมาอย่างจริงจัง นับตั้งแต่เข้าสู่โลกใบเล็กนี้ก็มีผู้คนล้มตายอย่างไม่สิ้นสุด ผู้คนมากกว่าเก้าในสิบส่วนตายไปแล้ว หากจะบอกว่าพวกเขาไม่กังวลใจในตอนนี้คงเป็นเรื่องไร้สาระอย่างยิ่ง
แท่นบูชานี้ทั้งแปลกประหลาดและแข็งแกร่งมาก สุดท้ายมันยังคงไม่สามารถต้านทานการโจมตีของราชาผู้ยิ่งใหญ่บางคนได้
เมื่อแท่นบูชาถูกกวาดออกไปทุกคนก็เห็นหลุมขนาดใหญ่ที่ชักนำเลือดทั้งหมดภายในวิหารโบราณนี้ลงไปข้างล่าง
เลือดที่ถูกรวบรวมมาดูเหมือนจะเกือบล้นออกมาข้างนอกแล้ว เห็นได้ชัดว่ามันรวบรวมเลือดเนื้อทั้งหมดตั้งแต่ที่วิหารบรรพชนถูกเปิดขึ้น
กลิ่นอายของเลือดที่แผ่ออกมาจากหลุมนั้นเต็มไปด้วยความชั่วร้ายอย่างถึงที่สุด เพียงสูดดมกลิ่นเลือดร่างกายของพวกเขาก็สั่นสะท้านด้วยความกลัวแล้ว
“บางทีอาจไม่ใช่สมบัติ พวกเราทุกคนถูกหลอกมาที่นี่เพื่อสังเวยโลหิตให้กับบางสิ่งบางอย่างหรือไม่?” หลายคนก้าวถอยหลังด้วยความตกใจ
“ปัง”
มีเสียงระเบิดดังกึกก้องภายในหลุมเลือด จากนั้นแสงสีทองขนาดเท่าศีรษะมนุษย์ก็พุ่งออกมาข้างนอกอย่างรวดเร็ว ผู้คนมากมายเริ่มกรีดร้องเพื่อหนีเอาชีวิตรอด
เย่ฟ่านไม่มีความลังเลอีกต่อไป เขาปลดปล่อยเปลวไฟเก้าสีออกมาห่อหุ้มร่างกายของทั้งกลุ่มไว้ เพราะเขารู้ดีว่าสิ่งที่อยู่ในบ่อเลือดนั้นคืออะไรกันแน่?
“สวรรค์! แมลงสังหารเทพเลือดบริสุทธิ์ขนาดนี้หรือมันจะเป็นแมลงบรรพชน!”
“หนี!”
ทุกคนต่างหวาดกลัวอย่างยิ่งและรีบวิ่งออกจากวิหารโบราณโดยไม่สนใจสมบัติอมตะอีก
ในขณะนี้สิ่งมีชีวิตที่โผล่ออกมาจากหลุมเลือดได้ยืดกายของมันอย่างเต็มที่ มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีลักษณะคล้ายกับมังกรซึ่งมีความยาวหนึ่งวา สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือพวกมันอยู่ร่วมกันเป็นคู่อีกด้วย
เพียงกลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากแมลงสังหารเทพคู่นี้ไม่ต้องบอกก็ทราบได้ว่านี่จะต้องเป็นเซียนอสูรที่แข็งแกร่งอย่างไม่ต้องสงสัย
“ด้วยเซียนอสูรทั้งสองตัวนี้ปรากฏขึ้น หากเราไม่หนีออกมาเกรงว่าคงไม่มีใครรอดชีวิตไปได้” ทุกคนเกิดความหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด
“มันจะไม่ตามเราออกมา พวกเจ้าเห็นไหมว่าแมลงทั้งสองกำลังเฝ้ากล่องหินลึกลับใบนึง” ต้วนเต๋อกล่าวขณะวิ่งหนี
“เจ้าอ้วน หากเจ้ายังกล้ามีความคิดชั่วร้ายอะไรอีกข้าจะเตะเจ้าออกจากกลุ่มทันที” ฉีลั่วสาปแช่ง
สุนัขสีดำตัวใหญ่มีลักษณะเหมือนกับต้วนเต๋อ และกล่าวว่า
“ข้าก็เห็นมันเหมือนกัน กล่องหินนั้นถูกสร้างขึ้นมาอย่างเรียบง่ายแต่กลับมีรูปแกะสลักมังกรและหงส์ หากสมบัติที่อยู่ข้างในไม่มีคุณค่าอันยอดเยี่ยมเจ้าคิดว่าราชวงศ์อวี้หัวจะยอมแช่แมลงสังหารเทพระดับเซียนทั้งสองอยู่ในต้นกำเนิดสวรรค์เพื่อปกป้องสิ่งนี้หรือไม่?”
แน่นอนว่าไม่ใช่เพียงแค่พวกเขาเท่านั้นที่มองเห็นกล่องหินใบนั้นแต่ผู้คนมากมายก็มองเห็นเช่นกัน อย่างไรก็ตามภายใต้สถานการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ผู้ใดจะกล้าแย่งชิงสมบัติจากเซียนอสูรทั้งสองตัว
ผู้บ่มเพาะจำนวนมากหนีเอาชีวิตรอด หลายคนกรีดร้องอย่างสิ้นหวัง แมลงสังหารเทพทั้งสองเป็นเซียนอสูรที่แข็งแกร่งอย่างแน่นอน และเมื่อบวกกับร่างกายที่แข็งแกร่งแบบนั้นต่อให้เป็นเสมือนจักรพรรดิก็ยังยากที่จะฆ่าพวกมันได้!
“หนีไป!”
ทุกคนวิ่งหนีโดยไม่หันกลับมามอง พวกเขารู้ดีอยู่แล้วว่าเมื่อเซียนอสูรทั้งสองตัวปรากฏขึ้น สิ่งที่พวกเขาต้องทำก็คือนี้ออกจากโลกวิหารนี้ให้เร็วที่สุด
สมบัติอมตะใดๆ หากไม่มีชีวิตอยู่เพื่อใช้มันทุกสิ่งก็ไร้ความหมาย
แน่นอนว่าทุกคนย่อมไม่ได้มีความคิดเหมือนกันหมด มหาอำนาจของโลกที่ครอบครองอาวุธเต๋าสุดขั้ว มีหรือจะหวาดกลัวเพียงเซียนอสูรไม่กี่ตัว
เมื่อทุกคนกำลังหลบหนี บางคนก็เดินไปในทิศทางตรงกันข้ามและรีบตรงไปที่โลกวิหารบนชั้นสามสิบสี่แล้วหายเข้าไปในประตูหินในพริบตา
ผู้คนมีความคิดที่แตกต่างกัน หลายคนมาที่นี่เพื่อค้นหาสมบัติอันยิ่งใหญ่โดยไม่สนใจความเป็นความตายของตัวเองอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามจำนวนของพวกเขาย่อมไม่อาจเทียบกับผู้คนที่หลบหนีออกไปข้างนอกได้
ในชั่วพริบตา โลกของวิหารบนชั้นสามสิบสามก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง ทุกคนหลบหนีออกจากที่นี่โดยสิ้นเชิง แม้แต่ฉีลั่วครึ่งเซียนผู้ทรงพลังก็ยังไม่กล้ารั้งรอแม้เพียงชั่วครู่
“ผู้เฒ่าฉีด้วยความเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของเจ้า เจ้าสามารถนำผลเกาลัดออกจากไฟได้อย่างง่ายดาย พวกเราเชื่อว่าเจ้าจะสามารถแย่งชิงกล่องหินจากแมลงเหล่านั้นได้อย่างแน่นอน” สุนัขสีดำตัวใหญ่ให้กำลังใจ
ต่อให้เป็นคนปัญญาอ่อนที่สุดก็รู้ว่าของที่มีเซียนอสูรสองคนเฝ้าปกป้องอยู่นั้นจะต้องมีคุณค่ามากกว่าระดับเซียนอย่างแน่นอน
หากไม่ใช่สมบัติระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่บางทีมันอาจจะเป็นสมบัติระดับผู้อมตะที่แท้จริงก็ได้
ฉีลั่วไม่กล่าวอะไรเพียงสะบัดเท้าเตะไปที่ก้นของจักรพรรดิดำด้วยความโกรธ
“เจ้าแก่สารเลว” จักรพรรดิดำคำราม
จากนั้นดวงตาของมันก็เปล่งประกายและหันไปมองต้วนเต๋อ
“โจรหลุมศพ เจ้ามีทักษะเฉพาะตัวไม่ใช่หรือ เจ้าสามารถทดลองดูได้” สุนัขสีดำตัวใหญ่ไม่ยอมแพ้
หัวใจของต้วนเต๋อสั่นไหวและเขาต้องการที่จะลองจริงๆ สุดท้ายเขาหยุดความเคลื่อนไหวและใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง
“เจ้าอ้วน นี่ไม่ใช่สิ่งที่จะลองได้ ข้าไม่รู้ว่าอาจารย์ของเจ้าเป็นใครแต่ต่อให้เขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาก็ไม่สามารถช่วยเหลือเจ้าจากเซียนอสูรทั้งสอง” ชายชราตาบอดเตือน
“ข้าคิดว่ากล่องหินนั้นมีลักษณะคล้ายโลงศพ แม้ว่ามันจะมีขนาดเล็กกว่าปกติแต่ลักษณะของมันคือโลงศพของเทพอย่างแน่นอน” ต้วนเต๋อกล่าวกับตัวเอง
……..