เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

1253 - เจรจาผลประโยชน์

1253 - เจรจาผลประโยชน์

1253 - เจรจาผลประโยชน์


1253 - เจรจาผลประโยชน์

ท่ามกลางเส้นเลือดมังกรที่แตกระแหง ดินแดนศักสิทธิ์แสงโชติช่วงอยู่ภายใต้ความกดดันอย่างมาก มีคนมากมายมาที่นี่ เป็นไปได้อย่างไรที่จะฆ่าพวกเขาทั้งหมด

เหตุการณ์อันยิ่งใหญ่เช่นนี้ไม่มีทางปิดบังไว้ได้ ข้อมูลอันล้ำค่าบางอย่างที่บันทึกไว้ในหนังสือโบราณได้ถูกเผยแพร่ไปทั่ว

ในวิหารโบราณของบรรพชนจงโจวไม่เพียงบันทึกความรู้ความเข้าใจของปราชญ์โบราณไว้เท่านั้น แต่มันยังมีคัมภีร์ที่บันทึกเส้นทางแห่งความเป็นอมตะไว้ด้วย

นอกจากนี้ ในอดีตราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์อวี้หัวเดินทางไปทั่วโลก และก้าวเท้าออกนอกอาณาเขตเพื่อค้นหาวัสดุอมตะต่างๆ เพื่อสร้างอาวุธเต๋าสุดขั้ว

ว่ากันว่าหยดน้ำตาเซียนและทองคำโลหิตหงส์ยังคงตั้งอยู่ในวิหารโบราณนั้น แล้วดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงชอดช่วงและสี่ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์จะซ่อนทรัพย์สมบัติเหล่านี้ไว้เพียงลำพังได้อย่างไร

“ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์แห่งแรกที่เคยปกครองครึ่งหนึ่งของจงโจวนั้นพิเศษจริงๆ!”

แม้แต่จักรพรรดิดำก็ยังตกตะลึง บางอย่างก็เป็นความลับที่มันไม่เคยได้ยินมาก่อน

“หากพวกเขาได้รับชิ้นส่วนทองเหลืองของข้าไปซ่อมแซมอาวุธเต๋าสุดขั้ว มันจะทำให้อาวุธเต๋าของพวกเขาฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง”

เย่ฟ่านมองดูทองเหลืองเก่าสองชิ้นในร่างกายของเขา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเศษชิ้นส่วนทองเหลืองนี้สามารถซ่อมแซมอาวุธเต๋าสุดขั้วที่เสียหายของราชวงศ์อวี้หัวได้

นอกเหนือจากอาวุธเต๋าสุดขั้วแล้ว ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์อวี้หัวยังมีหม้อแตกซึ่งเป็นสิ่งที่ลึกลับที่สุดอีกด้วย หม้อใบนี้สร้างความอัศจรรย์อย่างไม่รู้จบดินแดนศักดิ์สิทธิ์ในโลกต่างรู้ความลับของหม้อใบนี้ดี

เพียงแค่หม้อทองเหลืองใบนี้ก็สามารถทำให้ผู้คนเกิดความคุ้มคลั่งได้แล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงความลับแห่งความเป็นอมตะที่ซุกซ่อนอยู่ภายในวิหารโบราณ

แม้ว่าไม่นานมานี้จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ของเผ่าพันธุ์มนุษย์จะปรากฏตัวขึ้นและทำให้ผู้คนจำนวนมากเกิดความตกตะลึง

แต่สุดท้ายด้วยการปรากฏตัวของหม้อทองเหลืองที่เป็นอาวุธเต๋าสุดขั้วโบราณนี้ สิ่งมีชีวิตจำนวนมากทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์โบราณต่างก็เกิดความคุ้มคลั่งอย่างถึงที่สุด

แน่นอนว่าพวกเขายังคงหวาดกลัวจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่และไม่กล้าให้ราชาบรรพชนปรากฏตัวออกไป ดังนั้นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดที่เข้าร่วมการแย่งชิงครั้งนี้ย่อมหนีไม่พ้นราชาผู้ยิ่งใหญ่

หม้อสีเขียวนั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ แม้แต่ราชาบรรพชนที่มีอายุยืนยาวมากที่สุดก็ยังไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นมาตั้งแต่ตอนไหน เพราะนับตั้งแต่พวกเขามีชีวิตขึ้นมาอาวุธเต๋าสุดขั้วชิ้นนี้ก็มีชื่อเสียงโด่งดังในโลกแล้ว

หม้อใบนี้ทำให้จักรพรรดิโบราณหลายคนคลุ้มคลั่ง พวกเขามีความปรารถนาอย่างลึกซึ้งที่จะค้นหาความลับแห่งความเป็นอมตะของหม้อใบนี้!

“เจ้าหนู เจ้ามีทองเหลืองสีเขียวสองชิ้นติดตัวอยู่ เมื่อไหร่เจ้าจะคืนชิ้นส่วนนั้นให้ข้า!” ต้วนเต๋อบีบไหล่เย่ฟ่านอย่างดุร้าย

“คำพูดโง่ๆแบบนี้เจ้ายังพูดออกมาได้ นี่เป็นสมบัติของข้าตั้งแต่แรกเพียงแต่เจ้าต้องการปล้นมันเท่านั้น หากเจ้าอยากได้ก็ใช้ฝาหม้ออสูรกลืนสวรรค์มาแลกเปลี่ยน” เย่ฟ่านกล่าว

“หากหม้อทองเหลืองสีเขียวยังคงอยู่ข้างในวิหารนั้น ข้าไม่เชื่อว่าเจ้าจะได้รับมัน!” ต้วนเต๋อกล่าวด้วยความโกรธ

“บางทีหม้อนั้นอาจจะถูกลิขิตมาเพื่อข้าก็ได้”

จักรพรรดิดำก้าวไปข้างหน้าด้วยความมุ่งมั่น เห็นได้ชัดว่าอาวุธเต๋าสุดขั้วชิ้นนี้ล้วนเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา

“เพื่อทำลายอาถรรพ์ในวิหารนั้นเราจำเป็นต้องใช้เลือดของหมาดำที่มีอายุไม่ต่ำกว่าหมื่นปี บางทีหากเจ้ายินยอมเสียสละเจ้าอาจจะได้รับหม้อใบนี้ก็ได้” ต้วนเต๋อกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

“โฮ่ง” จากนั้นทั้งคนและสุนัขที่ไร้ยางอายต่างก็เริ่มต่อสู้กัน

เส้นเลือดมังกรที่แตกสลายในใจกลางจงโจว บรรยากาศตอนนี้ตึงเครียดอย่างยิ่งและสงครามที่สะเทือนโลกอาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ

ยอดฝีมือผู้แข็งแกร่งทั้งเผ่าพันธุ์มนุษย์และเผ่าพันธุ์โบราณต่างหลั่งไหลเข้ามาในทิศทางนี้ ขุมทรัพย์แห่งความเป็นอมตะนั้นไม่มีผู้ใดไม่ต้องการ ต่อให้ต้องทำลายดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงและสี่ราชวงศ์พวกเขาก็ไม่ลังเลอย่างแน่นอน

ราชวงศ์หลักทั้งสี่และดินแดนศักดิ์สิทธิ์ดินแดนศักสิทธิ์แสงโชติช่วงในความเป็นจริงมีความปรารถนาจะต่อสู้กับดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งโลก

อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่มีปัญญาที่จะเข้าไปในวิหาร การทำสงครามครั้งใหญ่อาจเป็นสิ่งที่ได้ไม่คุ้มเสีย ดังนั้นพวกเขาจึงเปิดการเจรจาขึ้น

“ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์อวี้หัวคือมหาอำนาจที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกของยุคโบราณ เมื่อพวกเขาล่มสลายมีหรือที่พวกเขาจะยอมให้ศัตรูแตะต้องสมบัติของตัวเอง”

มีผู้คนมากมายเริ่มวิเคราะห์ พวกเขาต่างปรารถนาที่จะเข้าไปในวิหารโบราณแห่งนี้ให้ได้ อย่างไรก็ตามค่ายกลสังหารที่ถูกวางไว้รอบวิหารนั้นดูเหมือนจะแข็งแกร่งยิ่งกว่าค่ายกลสังหารระดับจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ด้วยซ้ำ

การเจรจาไม่มีอะไรคืบหน้ามากนัก ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงและสี่ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์จะไม่ยอมแบ่งปันอาวุธเต๋าสุดขั้วให้กับผู้ใดอย่างเด็ดขาด

หม้อมังกรสวรรค์ กระบี่จักรพรรดิของต้าเซี่ยและอาวุธเต๋าสุดขั้วอีกสามชิ้นถูกอัญเชิญมาที่นี่ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงและสี่ราชวงศ์ได้ตั้งค่ายพร้อมที่จะทำสงครามอยู่ตลอดเวลา

ในเวลาเดียวกันอาวุธเต๋าสุดขั้วจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งก็ถูกอัญเชิญเข้ามา มีค่ายของดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลายสิบแห่งปิดล้อมดินแดนแห่งนี้อยู่

การเจรจายังคงดำเนินต่อไป!

ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงและสี่ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์กล่าวว่าพวกเขาได้ค้นพบสถานที่แห่งนี้ก่อนดังนั้นหกในสิบส่วนของสมบัติศักดิ์สิทธิ์ควรเป็นของพวกเขา

แม้ว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์หลายแห่งจะยอมรับข้อเสนอนี้ได้แต่กลุ่มโจรผู้ยิ่งใหญ่นั้นไม่มีทางยอมรับเรื่องนี้ สุดท้ายพวกเขาก็อัญเชิญตู้เทียนและหม้ออสูรกลืนสวรรค์เข้ามา

เมื่อฝาหม้ออสูรกลืนสวรรค์และตัวหม้อผสานรวมกันอำนาจของมันก็อยู่เหนืออาวุธเต๋าสุดขั้วทั้งหมดทั้งมวลที่มีในปัจจุบัน!

ในครั้งนี้ถือเป็นการชุมนุมครั้งยิ่งใหญ่ของอาวุธเต๋าสุดขั้วที่มีในโลก มหาอำนาจทุกแห่งต่างระดมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของตัวเองออกมา สมบัติแห่งความเป็นอมตะนั้นไม่มีผู้ใดยินยอมปล่อยให้ตกไปเป็นของผู้อื่น

“ข้ามีลางสังหรณ์ว่าเราอาจเผชิญกับการต่อสู้ครั้งสุดท้ายที่นี่ก่อนจะเดินทางกลับบ้าน” เย่ฟ่านกล่าวกับผังป๋อ

“เวลากำลังจะหมดลงแล้วเราควรไปเยี่ยมเพื่อนเก่าของเราทุกคนโดยเร็วเพื่อไม่ให้เกิดความเสียใจในภายหลัง”

ผังป๋อก็มีความรู้สึกเช่นกันว่าพวกเขาอาจจะใช้สถานการณ์นี้เดินทางกลับไปที่โลกมนุษย์อีกครั้ง

“ระวังตัวด้วย ข้าคิดว่าการต่อสู้ครั้งนี้ศัตรูทั้งหมดจะปรากฏตัวขึ้น ทั้งฮั่วอวิ๋นเฟย หลี่เสี่ยวม่าน ดินแดนศักสิทธิ์แสงโชติช่วง เทียนหวงจื่อ และหวงซูเต๋า” เย่ฟ่านกล่าวอย่างเคร่งขรึม

สุดท้ายทุกฝ่ายก็บรรลุฉันทามติ ไม่มีใครได้รับอนุญาตให้นำอาวุธจักรพรรดิและอาวุธศักดิ์สิทธิ์เข้าไปในวิหารบรรพชน ใครก็ตามที่ทำลายวิหารโบราณจะกลายเป็นศัตรูร่วมของคนทั้งโลก

นั่นก็เพราะตามผนังของวิหารโบราณมีเนื้อหาที่สำคัญซึ่งเกี่ยวข้องกับความรู้แจ้งของเซียนโบราณถูกแกะสลักไว้ บางทีพวกเขาอาจใช้โอกาสนี้ในการเรียนรู้เส้นทางแห่งความเป็นอมตะจากมันได้

กว่าสองแสนปีปีที่แล้วราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์อวี้หัวทำงานอย่างหนักเพื่อรวบรวมพวกมันจากทั่วทุกมุมโลกและยังนำบางส่วนมาจากนอกอาณาเขต!

เย่ฟ่านและผังป๋อมองหน้ากันด้วยความสับสน ดูเหมือนว่าพวกเขาจะต้องพบกับศัตรูเก่าบนเส้นทางคับแคบอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

จากนั้นการเจรจาสันติภาพก็บรรลุฉันทามติครั้งที่สอง บุคคลที่จะเข้าสู่วิหารบรรพชนจงโจวได้จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย มิฉะนั้นพวกเขาอาจต่อสู้เพื่อแย่งชิงสมบัติให้กับตนเองโดยไม่มีผลประโยชน์อะไรต่อโลก

สี่ราชวงศ์หลักและดินแดนศักสิทธิ์แสงโชติช่วงจะได้รับส่วนแบ่งสี่ในสิบส่วนและพวกเขาจะไม่ยอมอ่อนข้อมากกว่านี้เพราะพวกเขาคือกองกำลังที่มีขนาดใหญ่ที่สุด

……….

จบบทที่ 1253 - เจรจาผลประโยชน์

คัดลอกลิงก์แล้ว