- หน้าแรก
- อำพรางสวรรค์
- 1252 - มรดกแห่งความเป็นอมตะ
1252 - มรดกแห่งความเป็นอมตะ
1252 - มรดกแห่งความเป็นอมตะ
1252 - มรดกแห่งความเป็นอมตะ
“คนเหล่านี้เป็นใคร พวกเขาครอบครองสถานที่แห่งนี้แล้วหรือ?” หลี่เทียนรู้สึกประหลาดใจ
“พวกเขาเพิ่งขุดซากปรักหักครั้งนี้ขึ้นมา มันเป็นโลกใบเล็กที่พังทลายไปหลายแสนปีแล้ว เห็นได้ชัดว่าพวกเขาเพิ่งทำความสะอาดมันไปเมื่อไม่กี่วันก่อน” ต้วนเต๋อกล่าว
“คนเหล่านี้มาจากสี่ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หรือ” หลี่เหอสุ่ยกล่าว
ข้างหน้ามีกองกำลังผสมพร้อมธงของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ที่สำคัญทั้งสี่ราชวงศ์ พวกเขามารวมตัวกันเพื่อขุดค้นวิหารบรรพชนจงโจวเมื่อสองแสนปีก่อนโดยหวังว่าจะพบบางสิ่ง
“ยังมีธงของดินแดนศักสิทธิ์แสงโชติช่วงด้วย” จี้จื่อเยว่กล่าวเมื่อเห็นธงศักดิ์สิทธิ์ของดินแดนศักสิทธิ์แสงโชติช่วงตั้งอยู่ด้านหน้าสุด
กองกำลังหลักทั้งห้าได้ผนึกกำลังและกำลังเพื่อค้นหาแท่นบูชาห้าสีของราชวงศ์อวี้หัว ด้วยกองกำลังขนาดนี้ใครจะกล้าเป็นศัตรูกับพวกเขา
ในเวลานั้นราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์อวี้หัวเป็นที่หนึ่งในจงโจวและไม่มีใครกล้าฝ่าฝืนคำสั่ง พวกเขามีอำนาจสูงสุด แต่เมื่อกลับกลายเป็นซากปรักหักพังแน่นอนว่ามันจะต้องมีสมบัติไม่น้อยถูกทิ้งอยู่ข้างใน
สำหรับผู้อื่นอาจไม่รู้จักราชวงศ์อวี้หัวมากนัก แต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ทั้งห้ามีหรือจะไม่รู้ว่าราชวงศ์นี้เคยมีอาวุธเต๋าสุดขั้วปกป้องแผ่นดินอยู่!
แม้ว่าอาวุธเต๋าสุดขั้วนั้นจะถูกทำลายไปแล้ว แต่แท่นบูชาห้าสีของพวกเขาจะต้องถูกฝังอยู่ด้านล่างนี้อย่างไม่ต้องสงสัย
“เจ้าเห็นไหมว่าโลกเล็กๆ ที่ทรุดโทรมนี้ถูกผนึกไว้ แต่มันถูกเปิดออกโดยใครบางคนที่ใช้อาวุธเต๋าสุดขั้ว” ต้วนเต๋อกล่าว
“ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงมีส่วนเกี่ยวข้อง …”
เย่ฟ่านกล่าวกับตัวเอง นั่นก็เพราะบุตรศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงมีโอกาสอย่างมากที่จะเป็นหนึ่งในผู้สืบทอดของจักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยม
เนื่องจากจี้จื่อเยว่และต้วนเต๋อเห็นบางสิ่งบางอย่างในความฝัน บางทีบุตรศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงก็น่าจะค้นพบแบบเดียวกัน ดังนั้นพวกเขาจึงพบวิหารโบราณในจงโจวด้วยวิธีการนี้
“ไม่ต้องสงสัยเลยว่าสมบัติศักดิ์สิทธิ์ของราชวงศ์อวี้หัวจะต้องถูกฝังไว้ในศาลบรรพชนนั้นอย่างแน่นอน!” ต้วนเต๋อกล่าวอย่างมืออาชีพ
ผังป๋อก้าวไปข้างหน้าเพื่อเจรจา ในขณะนั้นยอดฝีมือหลายคนได้ปรากฏตัวขึ้น บรรพชนของสี่ราชวงศ์ที่ยิ่งใหญ่ พวกเขาตอบอย่างเคร่งขรึมว่าเริ่มขุดที่นี่ตั้งแต่ครึ่งปีที่แล้ว และพวกเขาจะไม่ยอมให้คนนอกสอดมือเข้ามา
เย่ฟ่านและคนอื่นๆ ล่าถอย หากพวกเขาโจมตีด้วยกำลังพวกเขาอาจจะเข้าไปได้ แต่วิหารโบราณแห่งนี้ลึกลับเกินไป แม้แต่ตอนนี้ทั้งห้ามหาอำนาจยังไม่กล้าส่งคนเข้าไปสำรวจข้างในด้วยซ้ำ
“จะทำอย่างไร? บุตรศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงมาถึงแล้วของดีข้างในคงถูกพวกเขาแย่งชิงไปหมด” ผังป๋อขมวดคิ้วและมองไปยังเย่ฟ่าน
คนอื่นๆ ก็รู้สึกปวดหัวเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าสถานที่แห่งนี้ไม่ธรรมดามาก แต่หากทำให้ราชวงศ์หลักทั้งสี่และดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงโกรธเคือง มันจะเป็นการกระตุ้นให้ฝ่ายตรงข้ามใช้อาวุธเต๋าสุดขั้วอย่างแน่นอน
เย่ฟ่านกล่าวว่า “ก่อนอื่นถ้าคิดว่าเราจำเป็นต้องใช้หม้ออสูรกลืนสวรรค์ หรือบางทีเราควรจะเปิดเผยเรื่องนี้ออกไปเพื่อให้ผู้คนทั้งโลกกดดันห้ามหาอำนาจ และสุดท้ายพวกเขาก็จะระดมยอดฝีมือทั้งหมดเพื่อสำรวจสถานที่ลึกลับแห่งนี้”
ทุกคนเริ่มพูดคุยกันอย่างจริงจัง มีเพียงจี้จือเยว่เท่านั้นที่ถอนหายใจเบาๆ นางมองดูหมอกด้านหลังวิหารโบราณ และกล่าวกับตัวเองว่า
“ในตอนนั้นเด็กหญิงตัวน้อยคนนั้นร้องไห้และวิ่งไปทางแท่นบูชาห้าสี นางทำรองเท้าที่ขาดรุ่งริ่งของนางหายไป เมื่อพี่ชายของนางกลับมาสิ่งที่นางครบกลับมีเพียงเถ้ากระดูกของเขา…”
“นี่ไม่ใช่จุดจบของเรื่องราว นางเป็นถึงจักรพรรดินีผู้ยิ่งใหญ่ มันจะต้องมีความลับบางอย่างซุกซ่อนอยู่” วานรศักดิ์สิทธิ์กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“จักรพรรดินีผู้โหดเหี้ยมเป็นหนึ่งในจักรพรรดิที่แข็งแกร่งที่สุดนับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เรื่องนี้จักรพรรดิอู่ซือกล่าวด้วยตนเอง” จักรพรรดิดำขัดจังหวะ
“แต่ชีวิตของนางไม่เคยมีความสุขเลย” จี้จื่อเยว่ส่ายหน้า
“แต่ใจของนางยังคงมีความหวัง นางเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่านางจะได้พบกับเด็กคนนั้นอีกครั้ง” เย่ฟ่านกล่าว
จากนั้นเขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงหนานหนาน นางก็น่าสงสารพอ ๆ กัน ตอนนี้นางอยู่ที่ไหน?
วิหารบรรพชนจงโจวมีความลึกลับของชีวิตและความตายอย่างไม่สิ้นสุด ต้วนเต๋อบอกว่ามันมีอันตรายร้ายแรงที่อาจทำให้ชีวิตของพวกเขาสูญสิ้นอย่างง่ายดาย ดังนั้นจึงไม่ควรบุกเข้าไปข้างในโดยตรง
สถานที่แห่งนี้แปลกมาก มันหายไปจากโลกกว่าสองแสนปีแล้ว มิหนำซ้ำเมื่อใช้ดวงตาแห่งสวรรค์สำรวจเข้าไปภายในก็จะพบเพียงโคลนสีเขียวปกคลุมอยู่รอบทิศทาง
สี่ราชวงศ์หลักและดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงต้องค้นพบสถานที่ที่น่ากลัวกว่านี้ พวกเขาจึงทำความสะอาดเพียงด้านนอกและไม่ได้ลงไปสำรวจในส่วนลึกแม้ว่าจะผ่านไปกว่าครึ่งปีแล้ว
“สถานที่แห่งนี้เป็นลางมรณะ อาจมีบางอย่างที่น่ากลัวมากอยู่ข้างใน”
ต้วนเต๋อกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก และบอกทุกคนว่าหากต้องการเข้าไปข้างในจริงๆจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมมากกว่านี้
“มีจิตสังหารอยู่ทุกหนทุกแห่ง คนเหล่านี้ต้องการปิดปากเรา” เหยียนอี้ซีกล่าว
พวกเขาไม่แปลกใจเลยที่วิหารบรรพชนที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้ถูกซ่อนไม่ให้เปิดเผยต่อสาธารณะ โดยปกติแล้วสี่ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์และดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงไม่มีทางปล่อยให้ข่าวของเรื่องนี้หลุดออกไปอย่างแน่นอน
มีลวดลายเต๋าพันกันพันกันในพื้นที่โดยรอบ แม้ว่าความผันผวนจะเบามาก แต่ก็ยังสัมผัสได้ หากพวกเขาปิดผนึกสถานที่แห่งนี้จริงๆ มันจะเกิดการต่อสู้ครั้งใหญ่ขึ้นอย่างแน่นอน
“พวกเขาคิดจะใช้ค่ายกลปิดผนึกของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่เพื่อดักจับเรา”
จักรพรรดิดำรู้สึกหวาดกลัว มันเป็นผู้เชี่ยวชาญค่ายกลจึงสามารถมองเห็นความลึกลับของสถานที่แห่งนี้ได้
ในเวลาต่อมาสุนัขสีดำตัวใหญ่อ้าปากและพ่นแท่นหยกลึกลับออกมาข้างนอก นี่เป็นค่ายกลเคลื่อนย้ายทางไกลที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถหลบหนีออกไปได้อย่างง่ายดาย
ยอดฝีมือของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าคำรามด้วยความโกรธ แม้ว่าพวกเขาจะระดมอาวุธออกมาอย่างมากมายแต่ก็ไม่สามารถสร้างภัยคุกคามให้กับกลุ่มเย่ฟ่านได้เลย
สองวันต่อมามีข่าวแพร่กระจายไปทั่วห้าภูมิภาค วิหารบรรพชนจงโจวปรากฏขึ้นในโลกมนุษย์ แม้ว่าจะผ่านไปกว่าสองแสนปีแล้ว แต่มันยังคงไม่บุบสลายและเต็มไปด้วยความศักดิ์สิทธิ์อย่างที่ไม่มีใครเทียบได้
ข่าวของเรื่องนี้ทำให้โลกทั้งใบเต็มไปด้วยความตกตะลึง แม้ว่าราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์อวี้หัวจะล่มสลายไปกว่าสองแสนปี และไม่ได้บันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ด้วยซ้ำ แต่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากยังคงตระหนักถึงเรื่องนี้อยู่
มรดกอันเป็นอมตะของพวกเขาเคยปกครองทั้งจงโจวอย่างเด็ดขาด ดินแดนอันไร้ขอบเขตของโลกจะสะสมสมบัติอันยิ่งใหญ่ของสวรรค์พิภพไว้มากเพียงใดเป็นที่จินตนาการได้
หลายคนคาดคำนวณว่าตระกูลนี้ได้ค้นพบความลับแห่งความเป็นอมตะมากเกินไป ดังนั้นพวกเขาจึงถูกทำลายจากสวรรค์
แน่นอนว่าบางคนบอกว่าพวกเขาตั้งราชวงศ์ของตัวเองอยู่เหนือเส้นเลือดมังกรของสวรรค์พิภพ เมื่อปราณมังกรระเบิดขึ้นมาดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาจึงล่มสลายอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
บางคนก็บอกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เคยเป็นศัตรูของจักรพรรดิผู้โหดเหี้ยม ภายใต้การลงมือที่โหดร้ายนั้นดินแดนศักดิ์สิทธิ์อันยิ่งใหญ่ถูกกวาดล้างออกไปในครั้งเดียว
ความจริงเป็นเช่นไรไม่มีใครรู้ ผู้คนและเหตุการณ์ต่างๆ นานา และผู้ที่รู้ความจริงทั้งหมดก็แทบจะถูกฆ่าตายไปจนหมดสิ้น
ไม่ว่าในกรณีใด ก็ไม่อาจสั่นคลอนความจริงที่ว่าราชวงศ์อวี้หัวนั้นเป็นราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก พวกเขาทรงพลังมากกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของโลกยุคปัจจุบันด้วยซ้ำ
“วิหารบรรพชนจงโจวปรากฏขึ้น ว่ากันว่าภายในนั้นมีสมบัติศักดิ์สิทธิ์และวิธีการที่จะบรรลุถึงความเป็นอมตะ นอกจากนี้ยังมีวัตถุศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ มากมาย ซึ่งแต่ละชิ้นมีมูลค่าไม่เป็นไรครึ่งก้าวอาวุธเต๋าสุดขั้ว”
การปรากฏตัวของวิหารบรรพชนจงโจวมีความสำคัญอย่างยิ่งและดึงดูดความสนใจของทุกฝ่าย
ไม่เพียงแต่เผ่าพันธุ์มนุษย์เท่านั้นที่เกิดความสนใจ แม้แต่ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าพันธุ์โบราณยังส่งยอดฝีมือเข้าร่วมการค้นคว้าครั้งนี้ด้วย
ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดของโลกต่างมุ่งหน้าไปยังจงโจว บางส่วนก็ส่งยอดฝีมือไปติดต่อกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์แสงโชติช่วงเพื่อสอบถามเรื่องนี้โดยตรง
หนานหลิงและทะเลทรายตะวันตกมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับมรดกอมตะ แม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตระดับเซียนก็ยังให้ความสนใจในเรื่องนี้
ทั้งโลกตกตะลึงและเกิดความปั่นป่วนอย่างถึงที่สุดโดยเฉพาะเราทายาทของดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งจงโจว ในอดีตไม่ว่าสมบัติแห่งสวรรค์พิภพชิ้นใดปรากฏขึ้นส่วนมากมันก็จะอยู่ในดินแดนรกร้างตะวันออก(ตงหวง)เสมอ นี่นับเป็นเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นในจงโจวอย่างแท้จริง
“ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์ที่ไล่ตามความเป็นอมตะมีความลับมากมายเกินไป และวิหารบรรพชนเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของพวกเขา มันจะต้องมีความลับแห่งความเป็นอมตะซุกซ่อนอยู่แน่นอน!”
ในสองวันที่ผ่านมาราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หลักทั้งสี่และผู้คนจำนวนมากทำสงครามกันทั้งในที่ลับและที่แจ้ง แม้ว่าพวกเขาจะมีอาวุธเต๋าสุดขั้วอยู่ในการครอบครอง แต่ก็ใช่ว่าอาวุธชิ้นนี้จะนำมาใช้ได้ง่ายๆ
ภายใต้การล่อลวงของมรดกแห่งความเป็นอมตะ แม้แต่จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ยังไม่สามารถอดกลั้นความปรารถนาได้ นับประสาอะไรกับคนธรรมดา
…………